หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบ ครูผู้ช่วย

ติวสอบ ครูผู้ช่วย
ติวสอบครูผู้ช่วย

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา
ติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค
หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

ซีไรต์ 2555

www.tuewsob.com

“คนแคระ” ของวิภาส ศรีทอง คว้าซีไรต์ปี2555

บ่ายวันนี้ ( 26 กันยายน ) ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ประธานคณะกรรมการดำเนินงานรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน(ซีไรต์) เป็นประธานแถลงข่าว ประกาศผลรางวัลซีไรต์ ประเภทนวนิยาย ประจำปี 2555 ณ ห้องเจ้าพระยา โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
       ซึ่งปีนี้คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้นิยายเรื่อง “คนแคระ” ของวิภาส ศรีทอง เป็นผู้คว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ไป โดยในปีนี้มีนวนิยายจากนักเขียนทั้งหน้าเก่าและใหม่ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 73 เรื่อง ซึ่งในจำนวนนี้มีนักเขียนที่เคยได้รับรางวัลซีไรต์มาแล้ว ส่งผลงานเข้ามาประกวดอีกถึง 5 คนด้วยกัน อาทิเช่น งามพรรณ เวชชาชีวะ ส่งเรื่อง “เพลงนก”, มาลา คำจันทร์ ส่งเรื่อง “ลูกข้าวนึ่ง” เป็นต้น

 “คนแคระ” เป็นนวนิยายที่สำรวจเข้าไปในจิตใจมนุษย์ ณ จุดที่อยู่ลึกที่สุด ดำมืดที่สุด ดินแดนที่แม้กระทั่งมนุษย์ผู้นั้นก็อาจไม่รู้มาก่อนถึงการมีอยู่ของมัน ทั้งๆ ที่มันครอบครองพื้นที่มหาศาลของจิตใจเอาไว้ 
       วิภาส ศรีทอง นำเสนอเรื่องราวแห่งโลกปัจจุบัน ที่ขับเคลื่อนไปด้วยความไร้เหตุผล สิ่งที่มนุษย์กระทำต่อกันอย่างปราศจากคำอธิบาย ไม่มีศีลธรรมจรรยาใดๆ กำกับควบคุม มีแต่เพียงจิตใต้สำนึกที่เป็นแรงผลัก และสั่งให้กระทำสิ่งที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็รู้ว่าเป็นอาชญากรรม ในขณะที่ผู้อ่านตื่นตระหนกต่อสิ่งที่ตัวละครกระทำ ตัวละครก็ตื่นตะลึงต่อการกระทำที่มาจากเบื้องลึกในตัวเองเช่นกัน นี่คือการค้นพบด้านมืดที่ซ่อนอยู่ อันนำไปสู่ความรู้สึกอันหลากหลาย ทั้งแปลกใจ ตื่นเต้น หดหู่ และอื่นๆ อีกมากมายเหตุการณ์การลักพาตัวคนแคระมากักขังไว้ในนวนิยายเรื่องนี้ ไม่เพียงเป็นเครื่องทดสอบจิตสำนึกของตัวละครเท่านั้น ยังเป็นเครื่องวัดมาตรฐานคุณธรรมในจิตใจผู้อ่านด้วย สุดท้ายหลายคนอาจค้นพบว่า เราก็ไม่ต่างจากตัวละครในเรื่องนี้ ที่มีด้านมืดอันน่ากลัวซ่อนเร้นอยู่ เราปรารถนาที่จะปฏิเสธการมีอยู่ของมัน แต่สิ่งที่เราทำได้กลับมีเพียงการจ้องมองมันราวสิ่งแปลกปลอม โดยรู้ชัดแจ้งว่า นี่คือส่วนหนึ่งในชีวิตที่เรามิอาจปฏิเสธได้ 
       
       และพบนักเขียนซีไรต์คนใหม่ วิภาส ศรีทอง  ใน วันศุกร์ที่ 28 กันยายน 2555 เวลา 14.00 น. ณ ห้องเจ้าพระยา โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เวลา 14.00 น.


ผู้จัดการ
"ติวสอบดอทคอม"
www.tuewsob.com


วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555

ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 67

www.tuewsob.com

ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 67

นายกรัฐมนตรีร่วมพิธีเปิดการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ สมัยที่ 67 พร้อมกับผู้นำจากประเทศต่างๆ อีก 190 ประเทศ

พิธีเปิดการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ สมัยที่ 67 เริ่มขึ้นแล้ว ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมใช้โอกาสนี้แสดงบทบาทนำในเวทีระหว่างประเทศและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศไทย

วันนี้ (25 ก.ย. 55) เวลา 08.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง (Welcome Reception) และพิธีเปิดการอภิปรายทั่วไปของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ สมัยที่ 67 ร่วมกับผู้นำและตัวแทนของรัฐบาลอีก 190 ประเทศ ซึ่งนับเป็นเวทีการประชุมโลกที่มีผู้นำจากประเทศต่างๆเข้าร่วมมากที่สุด
การประชุมครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 67 ซึ่งประธานการประชุมจากประเทศเซอร์เบีย ได้กำหนดหัวข้อหลักของการประชุมปีนี้ คือ "Bringing about adjustment or settlement of international dispute or situations by peaceful means" เพื่อย้ำบทบาทสำคัญของสหประชาชาติในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาต่างๆของโลก โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับสันติภาพและความมั่นคง นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการที่จะกล่าวถ้อยแถลงในช่วงการอภิปรายทั่วไปในวันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2555
จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังที่ทำการนิตยสาร Time เพื่อพบปะกับบรรณาธิการระดับอาวุโสโดยทางนิตยสาร Time ได้สอบถามนายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการและนโยบายของรัฐบาลในการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ เช่น นโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยนายกรัฐมนตรีได้อธิบายถึงที่มาของแนวนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลซึ่งได้วิเคราะห์ กลั่นกรอง และศึกษาอย่างครบถ้วนเพื่อปูพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง เช่น การลดช่องว่างทางรายได้ ลดภาระค่าใช้จ่าย เพื่อให้ประชาชนมีกำลังซื้อ เข้าถึงแหล่งเงินทุนต่างๆ รวมทั้งนโยบายส่งเสริมการค้าการลงทุน ซึ่งการส่งเสริมการลงทุนนี้ นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงเกี่ยวกับจุดแข็งและยุทธศาสตร์สำคัญของไทยในการเป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีย้ำนโยบายสร้างความปรองดองเพื่อให้ประเทศสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาล สำหรับการแก้ปัญหาภาคใต้ นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่ารัฐบาลยึดแนวทางสันติในการแก้ปัญหา ควบคู่ไปกับการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา โดยภายหลังการพบปะ นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพ (Portrait) ผู้นำในสตูดิโอของ Time ด้วย

รัฐบาลไทย

"ติวสอบดอทคอม"

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

คณะทำงานแก้รธน.'ชงโหวตวาระ3'

www.tuewsob.com


คณะทำงานแก้รธน.'ชงโหวตวาระ3'


คณะทำงานแก้รธน.'ชงโหวตวาระ3'

"คณะทำงานแก้รธน." เห็นควรเดินหน้าโหวต รธน.วาระสาม พร้อมสรุปข้อเสนอต่อพรรคร่วม พ.ย.นี้ มือกฎหมาย พท. ยัน "ยงยุทธ" นั่ง รมต. ได้ แถมระบุแม้ถูกศาลตีความขาดคุณสมบัติภายหลัง ก็ไม่ส่งผลให้การกระทำที่ผ่านมาเป็นโมฆะ ขณะที่"ทีมกฎหมายปชป."เล็งยื่นตรวจคุณสมบัติหากไม่ลาออก

             เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 24ก.ย.2555  นายโภคิน พลกุล ประธานคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล ศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291  แถลงภายหลังการประชุม ซึ่งได้เชิญนักวิชาการ อาทิ นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  และอธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน, นายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และ นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าร่วมประชุม ว่า ที่ประชุมเห็นตรงใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1. รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควรเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับของประชาชน โดยมีกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ จากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) และเมื่อมีการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ต้องจัดให้มีการทำประชามติเพื่อให้ประชาชนเห็นชอบ
2. ต้องมีการเดินหน้าลงมติร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ เพิ่มเติม ซึ่งคงค้างการพิจารณาของรัฐสภา ในวาระที่สาม ซึ่งในการประชุมนายดิเรกให้ความเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไข ที่ค้างอยู่ในการพิจารณา มีกระบวนการลงประชามติโดยประชาชน หลังจากที่ ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่แล้วเสร็จ ซึ่งจะตรงกับความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามจากการพิจารณาในคำวินิจฉัยส่วนตน พบว่ามีเพียงตุลาการ 1 คนที่ให้ความเห็นแนะนำว่าต้องผ่านการลงประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนจะเป็นการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระสามเมื่อใด นั้นต้องให้ทางพรรคร่วมรัฐบาลตัดสินใจ 
             3.ในเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องแก้ไขต้องตอบโจทย์ 3 ข้อ ได้แก่ ความเป็นประชาธิปไตยต่อการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, การดำเนินการให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม และ แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ
       
             “คณะทำงานจะมีการสรุปความเห็นทั้งหมด ภายในเดือนพฤศจิกายน เพื่อเสนอต่อพรรคร่วมรัฐบาล  ทั้งนี้ในการประชุมรอบนี้ไม่ได้มีการพูดถึงของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ทางคณะทำงานได้เปิดช่องทางรับฟังความเห็นของประชาชน ผ่านทางเวปไซต์ www.thaipeopleconsituion.com และ ตู้ปณ.291 ราชเทวี  ทั้งนี้ทางคณะทำงานจะนำความเห็นดังกล่าวมาสรุปในรายงาน เพื่อดำเนินการเสนอต่อพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป ส่วนการประชุมนัดต่อไปของคณะทำงาน จะจัดขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม  ที่ พรรคเพื่อไทย โดยจะเชิญ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น” นายโภคิน กล่าว
       
             เมื่อถามว่าข้อเสนอที่ให้รัฐสภาเดินหน้าลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม จะใช้ข้อกฎหมายใดมารองรับการกระทำ ในเมื่อรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่าคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันต่อทุกองค์กร นายโภคิน กล่าวว่า  ผลผูกพันของศาลรัฐธรรมนูญ มีเพียงแค่มาตรา 68 ที่มีความเห็นว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุดหรือไม่ เท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกัน ทั้งนี้การลงมติร่างรัฐธรรมนูญ ในวาระสามเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในมาตรา 291  โดยถือว่าเป็นกระบวนการปกติที่ต้องเดินหน้าต่อไป อย่าไงรก็ตามตามการเดินหน้าทันทีในช่วงที่ความเข้าใจยังแตกต่างกันอยู่อาจมีปัญหา รวมถึงประเด็นนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้แนะนำเรื่องการทำประชามติ ดังนั้นต้องมาทำความเข้าใจว่าจะทำประชามติในตอนไหน

คมชัดลึก
"ติวสอบดอทคอม"

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

สรยุทธ-ไร่ส้ม 138 ล้านบาท

www.tuewsob.com

ปปช.เล่นงาน “สรยุทธ-ไร่ส้ม” ค่าเวลาโฆษณา “อสมท.” มูลค่ากว่า 138 ล้านบาท ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้กระทำผิด พร้อมลงดาบเจ้าหน้าที่รัฐทำงานประมาททำให้เกิดความเสียหาย


ที่สำนักงานการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายกล้านรงค์ จันฑิก กรรมการ ป.ป.ช. แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า ที่ประชุมได้มีมติเอกฉัน ชี้มูลความผิด นางพิชชาภา เอี่ยมสอาด เจ้าหน้าที่ธุรการระดับ 5 ขอสำนักกลยุทธการตลาด บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) กับพวกที่ช่วยเหลือ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ในการโฆษณาเกินเวลาที่ได้ระบุไว้ในสัญญาโดยไม่เรียกเก็บเงินเพิ่มเติม กว่า 138 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ที่มีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา นางสาวมณฑา ธีระเดช และบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ในฐานะผู้ให้การสนับสนุน จนเป็นเหตุให้ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ได้รับความเสียหาย

นายกล้านรงค์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยมีนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการ  ซึ่งข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ช่วงเดือน มิ.ย. 46  บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ได้ว่าจ้าง นาย สรยุทธ เป็นผู้ดำเนินรายการ “ถึงลูกถึงคน” และได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง จากนั้น นายสรยุทธได้ตั้งบริษัท ไร่ส้ม จำกัด และในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548-15 กรกฎาคม 2549 บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ได้ทำสัญญาผลิตรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ออกอากาศทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ วันละ 1 ชั่วโมง ในเวลา 12.00-13.00 น. และตามสัญญาได้ให้โฆษณาครั้งละ 5 นาที หากเกินจากนั้นให้เสียค่าโฆษณาให้กับ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ไม่ต่ำกว่านาทีละ 2 แสนบาท และรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ที่ออกอากาศวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 21.30-22.00 น. ให้เวลาโฆษณาไม่เกิน 2.30 นาที หากเกินกว่านั้นต้องจ่ายเงินให้อสมท. นาทีละไม่ต่ำกว่า 2.4 แสนบาท
แต่ปรากฎว่า นางพิชชาภา ที่เป็นรับผิดชอบการจัดคิวโฆษณาเพียงผู้เดียว ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 -30 มิถุนายน 2549 และจากการไต่สวน นายสรยุทธได้ลงลายมือสั่งจ่ายเช็คให้กับนางพิชชาภา รวมเป็นเงินประมาณ 7.3 แสนบาท ในนาม บริษัท ไร่ส้ม จำกัด เพื่อเป็นการตอบแทนการกระทำดังกล่าว จากนั้นช่วงเดือนกรกฎาคม 2549 นางบุญฑนิก บูลย์สิน รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการตลอด 1 ได้สังเกตพบความผิดปกติ จึงตรวจสอบย้อนหลัง และเรียกนางพิชชาภามาสอบถาม ซึ่งได้รับสารภาพว่าได้แก้ไขคิวโฆษณาเกินเวลาในส่วนของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ในใบคิวโฆษณารวมของ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) เพื่อปกปิดความผิดในการโฆษณาเกินเวลา ตามคำแนะนำของนายสรยุทธ และนางสาวมณฑา ก่อนที่จะเกิดการตรวจสอบ จากนั้น บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ได้มีการชำระเงินค่าโฆษณาส่วนเกินให้ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) เป็นเงินจำนวนกว่า 138 ล้านบาท เมื่อรวมดอกเบี้ยเป็นเงิน กว่า 152  ล้านบาท

นายกล้านรงค์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการป.ป.ช. พิจารณาข้อเท็จจริงแล้วมีมติว่า นางพิชชาภา มีความผิดทางวินัยร้ายแรง และมีความผิดทางอาญามาตรา 6,8,11 พ.ร.บ.พนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502  และนางสาวอัญญา อู่ไทย หัวหน้างาน และผู้บังคับบัญชาในฝ่ายสนับสนุนและบริการลูกค้า สำนักกลยุทธ์การตลาด บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) มีความผิดทางวินัยฐานประมาทเลินเล่อในหน้าที่ ทำให้ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง แต่ไม่มีเจตนาในการกระทำผิด ให้ข้อกล่าวหาในทางอาญาตกไป ส่วนกรณีของนายสรยุทธ และนางสาวมณฑา และบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ที่ใช้ให้นางพิชชาภา ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาให้ผู้บังคับบัญชาทราบ มีมูลความผิดฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด ตามมาตรา 6,8,11 แห่ง พ.ร.บ.พนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 จึงได้ส่งรายงานเอกสาร และความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และส่งรายงานเอกสารและความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหา ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 42

อย่างไรก็ตาม บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ได้ร้องต่อศาลปกครองให้ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ชดใช้เงินจำนวน 253 ล้านบาท โดยอ้างว่า สัญญาระหว่างทั้ง 2 บริษัท ตกลงแบ่งโฆษณาคนละครึ่ง ซึ่งทาง บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) มีเวลาโฆษณาเกินในรายการคุยคุ้ยข่าวเช่นกัน จึงต้องชำระค่าโฆษณาส่วนเกินให้บริษัท ไร่ส้ม จำกัด เช่นกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง
ข่าวสด
"ติวสอบดอทคอม"

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

คอป.สรุป พฤษภาเดือด


www.tuewsob.com

กระชับความจริงพฤษภาเลือด "คอป."สรุปชุดดำชนวนยิง "ศอฉ.-นปช."ไม่ป้องเหตุรุนแรง


นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) และกรรมการ คอป. แถลงรายงานฉบับสมบูรณ์ของ คอป. หลังดำเนินการมาจนสิ้นสุดวาระตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2553 ถึงเดือนกรกฎาคม 2555 เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 กันยายน ที่โรงแรมแกรนด์เมอร์เคียว ฟอร์จูน ดังนี้

นายคณิตกล่าวว่า รายงาน คอป.มีเรื่องสำคัญคือข้อเสนอแนะหลายอย่าง ในการสร้างความปรองดองที่ยั่งยืน นำหลักยุติธรรมระยะเปลี่ยนผ่านมาปรับใช้ หลักธรรมภิบาล การเคารพสิทธิมนุษยชน การแก้ไขกฎหมายหมิ่นสถาบัน บทบาทของสื่อ รัฐบาล และกองทัพ สิทธิการชุมนุมของผู้ชุมนม นอกจากนี้ คอป.ยังทำแนวทางการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของ คอป.ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้เกิดความจริงมากที่สุด

ด้าน นายสมชาย หอมลออ กรรมการ คอป.กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2553 พบว่ามีผู้เสียชีวิต 92 คน เป็นทหาร 8 คน ตำรวจ 2 คน ที่เหลือเป็นผู้ชุมนุม จาก 92 คน มีหลักฐานว่าเสียชีวิตเพราะชุดดำ 9 คน แยกเป็นหทาร 6 คน ตำรวจ 2 คน และประชาชนกลุ่มรักษ์สีลม 1 คน 

จุดเริ่มต้นเหตุการณ์เริ่มส่อเค้ารุนแรงตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2553 ที่สถานีดาวเทียมไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี รัฐพยายามจะระงับการออกอากาศ เจ้าหน้าที่นำอาวุธสงครามไปด้วย แต่เก็บอาวุธและกระสุนแยกกันไว้ในรถเสบียง แต่ผู้ชุมนุมยึดมาและแถลงต่อสื่อ ทำให้กลายเป็นประเด็นว่า เจ้าหน้าที่ทหารเตรียมอาวุธปราบผู้ชุมนุม

ส่วนเหตุการณ์ที่นำไปสู่ความสูญเสียมากสุดคือ บริเวณแยกคอกวัวและถนนดินสอ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 มีผู้เสียชีวิต 26 คน เป็นพลเรือน 21 คน รวมสื่อต่างประเทศ 1 คน ทหาร 5 คน บาดเจ็บรวมกว่า 864 คน ในจำนวนนี้เป็นทหารกว่า 300 คน ที่สำคัญพบหลักฐานชายชุดดำคือ บุคคลที่ไม่ทราบฝ่ายแน่ชัดใช้อาวุธสงครามโจมตีเจ้าหน้าที่ทั้งก่อนและหลังวันที่ 10 เมษายน 2553 

โดยตรวจสอบกับกองพิสูจน์หลักฐานของตำรวจพบการใช้ระเบิดเอ็ม 79 และปืนเล็กยาวยิงใส่เจ้าหน้าที่ด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 ราย ส่วนที่ถนนดินสอ โรงเรียนสตรีวิทยา และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถูกชายชุดดำโจมตี บริเวณถนนดินสอพบร่องรอยระเบิดเอ็ม 67 แต่ผู้เชี่ยวชาญบางรายบอกมีเอ็ม 79 ด้วย แต่ไม่พบร่องรอยกระสุนที่ยิงสวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปสะพานวันชาติ โดยอาวุธระเบิดเอ็ม 67 คาดว่าน่าจะขว้างมาจากบ้านไม้โบราณฝั่งตรงข้ามโรงเรียนสตรีวิทยา แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 4 ราย รวมทั้ง พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ด้วย 

จากการตรวจสอบไม่พบ พ.อ.ร่มเกล้าถูกยิงด้วยกระสุนปืน แต่เสียชีวิตเพราะระเบิดเอ็ม 67 น่าเชื่อว่าเป็นฝีมือของคนชุดดำ ปฏิบัติการของชายชุดดำมีหลักฐานว่าได้รับการสนับสนุนจากการ์ด นปช. 6 คน และบางคนใกล้ชิด พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง และพบว่า เสธ.แดงปรากฏตัวบริเวณดังกล่าวในช่วงบ่ายทั้งก่อนและหลังเหตุการณ์รุนแรง 

ส่วนภาพที่เห็นเหมือนมีคนซุ่มอยู่บริเวณกองสลากฯ จากตรวจสอบกับตำรวจด้วยการจำลองเหตุการณ์พบว่าเป็นเงาต้นปาล์มไม่ใช่พลซุ่มยิง 

สำหรับเหตุการณ์รุนแรงบริเวณแยกสีลม มีการยิงมาจากพื้นที่ควบคุมของผู้ชุมนุมที่สำคัญคือ การเสียชีวิตของ เสธ.แดง ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 พบว่ามีการยิงจากอาคารสูงโดยรอบด้านขวา เช่น โรงแรมดุสิตธานี สีลมพลาซ่า และบางอาคารในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งในช่วงนั้น ศอฉ.ได้อนุญาตและจัดให้มีพลแม่นปืนและซุ่มยิงประจำอาคารต่างๆ แล้ว 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์รุนแรงพัฒนาในขั้นการปิดล้อมตั้งแต่วันที่ 13-18 พฤษภาคม 2553 โดยเกิดรุนแรงหลายพื้นที่ ช่วงนี้มีผู้เสียชีวิต 42 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชุมนุม นอกนั้นเป็นชาวบ้าน อาสาสมัครพยาบาล พบมีการปฏิบัติการคนชุดดำในบริเวณที่มีเหตุรุนแรง มีข้อน่าสังเกตคือมีกระสุนปืนกลหรือแม็กนั่ม ทำให้คนเสียชีวิตหลายราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่มีในการปฏิบัติการครั้งนี้ 

เหตุการณ์ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ต้องการให้ผู้ชุมนุมกลับบ้านโดยวิธีการของเจ้าหน้าที่คือ การเข้ากระชับพื้นที่บริเวณสวนลุมพินี โดยหวังว่าการกดดันจะทำให้ผู้ชุมนุมไปขึ้นรถที่สนามกีฬาแห่งชาติ แต่มีความรุนแรงเกิดขึ้น เช่น ทางราชดำริขึ้นไปแยกสารสิน มีผู้เสียชีวิต 6 คน เป็น ทหาร 1 คน นักข่าวต่างประเทศ 1 คน ที่เหลือเป็นผู้ชุมนุม ครั้งนั้นทหารเสียชีวิตเพราะเอ็ม 79 

สำหรับเหตุการณ์ที่วัดปทุมวนาราม ก่อนจะเกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 6 ศพ หลายคนอาจไม่ทราบว่ามีเหตุการณ์ที่ทหารประจำการบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสจะเล็งปืนและยิงไปที่วัดนั้น ได้มีการปะทะระหว่างทหารกับชายชุดดำที่พยายามเข้าไปอำนวยความสะดวกในการดับเพลิงที่โรงหนังสยาม จนชายชุดดำหนีมาแยกเฉลิมเผ่า จนพบมีการยิงโต้กันกับชายชุดดำใต้สกายวอล์กกับเจ้าหน้าที่บนรถไฟฟ้าสยาม และมีพยานเห็นว่าชายชุดดำวิ่งเลียบกำแพงวัดปทุมวนารามไป

ส่วนที่มีการตั้งคำถามในวัดปทุมวนาราม มีการซ่องสุมชายชุดดำหรือไม่ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีคนพบการ์ด นปช.อยู่ในวัด และพบอาวุธเอ็ม 16 ในวัด ซึ่งพบว่าเป็นกระบอกที่ผู้ชุมนุมยึดไปจากทหารเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2553

มีการแต่งกายของชายชุดดำจริงใช้อาวุธโจมตีเจ้าหน้าที่อยู่ สิ่งนี้ต้องยอมรับ ประกอบกับการก่อวินาศกรรมทั้งก่อนและระหว่างการชุมนุมหลายสิบจุด ขณะนี้ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ ยกเว้นคนยิงกระทรวงกลาโหม 

ชายชุดดำที่มีอาวุธเหล่านี้หลายคนใกล้ชิดกับ เสธ.แดง และปฏิบัติการของชุดดำได้รับความร่วมมือจากการ์ด นปช.แต่จะใกล้ชิดผู้นำและแกนนำ นปช.หรือไม่ คอป.ไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่หลายเหตุการณ์ชายชุดดำปฏิบัติการมาจากพื้นที่ควบคุม นปช. เช่น พระบรมรูป ร.6 และสวนลุมพินี และประตูน้ำ 

คอป.คิดว่าแกนนำ นปช. ยังไม่ใช้ความพยายามอย่างเพียงพอในการป้องกันเหตุรุนแรง แถมสนับสนุนการกระทำชุดดำด้วย อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่รัฐจะใช้ทหารมาควบคุมฝูงชนหรือใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ 

ในส่วนของ ศอฉ.พบความบกพร่อง ไม่มีระบบตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่ออกไปปฏิบัติการนอกจากได้รับรายงาน ไม่มีการประเมินผลว่าคำสั่งปฏิบัติการจะมีผลอย่างไรกับผู้ชุมนุม ผู้บริหารบางคนยังเข้าใจว่าใช้กระสุนซ้อม ทั้งที่มีการใช้กระสุนจริง การใช้อาวุธที่จะละเมิดต่อชีวิตจำเป็นต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น การยิงผู้ที่ไม่มีอาวุธอาจทำให้บาดเจ็บล้มตายได้ 

เคยมีคำพิพากษาเหตุรุนแรงเมื่อปี 2552 ว่าการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่ แม้จะถูกยั่วยุโจมตีแต่ถ้าได้ใช้อาวุธกับคนไม่มีอาวุธในมือ กองทัพต้องรับผิดชอบ มีการวางพลแม่นปืน แต่ไม่พบชายชุดดำยิงลงมาจากที่สูง ยกเว้นแค่กรณีโรงเรียนสตรีวิทยา สำหรับกระสุนที่ถูกเบิกไปใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้มากที่สุดคือ กระสุนปืนลูกซอง (เบอร์ 12) คิดเป็นร้อยละ 53 รองลงมาคือ กระสุนปืนเล็กยาว และกระสุนขนาด .308 เป็นต้น

ด้าน นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ กรรมการ คอป.กล่าวว่า ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจคือ คอป.เรียกร้องให้กองทัพและผู้นำกองทัพวางตัวเป็นกลาง งดเว้นการก่อรัฐประหาร ไม่ยุ่งเกี่ยวทางการเมือง นอกจากนี้เห็นว่าการใช้กำลังทหารแก้ไขปัญหาความขัดแย้งมักนำไปสู่ความขัดแย้ง คอป.จึงเห็นว่า รัฐต้องไม่ใช้กำลังทหารเข้าไปแก้ไขความขัดแย้งของบ้านเมือง และการชุมนุมของประชาชนโดยเด็ดขาด เพราะลักษณะของกองทัพไม่เหมาะที่จะควบคุมฝูงชน

ส่วนข้อเสนอแนวทางดำเนินการในระยะเปลี่ยนผ่าน คอป.เห็นควรให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกคนทุกฝ่ายโดยไม่เลือกปฏิบัติ เยียวยาและฟื้นฟูเหยื่อที่รับผลกระทบ รวมถึงกลุ่มผู้ที่ถูกตั้งข้อหารุนแรงเกินสมควร และไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ตลอดจนการสร้างสัญลักษณ์แห่งความทรงจำให้แก่สาธารณชนเพื่อเตือนใจ การแสดงความรับผิดชอบด้วยการขอโทษ และการนิรโทษกรรม ซึ่งต้องอาศัยจังหวะเวลาที่เหมาะสม

มติชน
"ติวสอบดอทคอม"

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

อินโนเซนซ์ ออฟ มุสลิมส์

www.tuewsob.com
อินโนเซนซ์ ออฟ มุสลิมส์


ภาพยนตร์เรื่อง “อินโนเซนซ์ ออฟ มุสลิมส์” ที่มีเนื้อหาต่อต้านศาสนาอิสลาม ก่อให้เกิดกระแสประท้วงอย่างกว้างขวางในประเทศมุสลิมทั่วโลก ในภาพนี้ผู้ประท้วงที่ตูนีเซียช่วยกันเผาธงชาติอเมริกันที่ประดับภาพของ มาริลิน มอนโร ดาราเซ็กซ์บอมบ์ชื่อดัง ระหว่างชุมนุมเดินขบวนที่ด้านนอกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯในกรุงตูนิสเมื่อ วันพุธ(12)
       เอเจนซี/เอเอฟพี - กระแสชาวมุสลิมแสดงความเคียดแค้นภาพยนตร์ที่จงใจดูหมิ่นศาสนาอิสลามยิ่ง ลุกลามออกไปเมื่อวันพฤหัสบดี(13) โดยที่เยเมนกลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปภายในเขตสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯเป็น เวลาสั้นๆ ส่วนในอียิปต์ผู้ประท้วงพากันขว้างก้อนหินใส่อาคารสถานทูต หลังจากที่ได้เกิดการปะทะกันในช่วงคืนวันพุธ(12)มาแล้ว ขณะเดียวกันเรือรบอเมริกันก็บ่ายหน้าไปยังลิเบีย ภายหลังที่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศนั้นเสียชีวิตเพราะความรุนแรงที่ เกี่ยวข้องกับความโกรธกริ้วระลอกนี้
       
       ที่กรุงซานา ตำรวจเยเมนใช้เครื่องฉีดน้ำตลอดจนยิงปืนขึ้นฟ้า เพื่อขับไล่ผู้ประท้วงจำนวนหลายร้อยคนซึ่งบุกฝ่ากำแพงกั้นเข้าไปในเขตสถาน เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ โดยที่เอเอฟพีรายงานว่ามีผู้ชุมนุมอย่างน้อย 1 คนถูกยิงเสียชีวิต และอีก 5 คนได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณด้านนอกของสถานทูต ขณะที่ตำรวจพยายามป้องกันไม่ให้เกิดการบุกรุกครั้งใหม่
       
       รอยเตอร์บอกว่า ก่อนบุกเข้าไปในสถานทูต ผู้ประท้วงได้ทุบทำลายสำนักงานรักษาความปลอดภัยที่ด้านนอกพร้อมกับเผารถยนต์ ไปหลายคัน นอกจากนั้นผู้เห็นเหตุการณ์ผู้หนึ่งเล่าว่า ได้เห็นไฟไหม้ภายในสถานทูตและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยิงปืนขึ้นฟ้า ขณะที่ผู้ประท้วงพากันวิ่งหนีจากนั้นก็บุกเข้าไปใหม่
       
       ส่วนที่กรุงไคโร ตำรวจอียิปต์ได้ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุมประท้วงครั้งล่าสุดที่บริเวณ ด้านนอกสถานเอกอัครราชทูตอเมริกัน โดยที่ผู้ชุมนุมได้ขว้างก้อนหินและโยนขวดเข้าไปในสถานทูต เหตุการณ์นี้บังเกิดขึ้นหลังจากมีการปะทะเป็นระยะๆ ตลอดทั้งคืนวันพุธ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16 คน
       
       การชุมนุมประท้วงอย่างรุนแรงในไคโรเริ่มขึ้นตั้งแต่วันอังคาร(11) แล้ว โดยในคืนวันนั้น ผู้ประท้วงได้บุกเข้าไปในสถานทูตสหรัฐฯ ฉีกกระชากธงชาติอเมริกันลงมา พร้อมกับนำธงอิสลามสีดำขึ้นไปติดไว้แทน
       
       ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ของอียิปต์ ซึ่งมาจากกลุ่มอิสลามเคร่งจารีต ได้กล่าวประณามภาพยนตร์เรื่อง ““อินโนเซนซ์ ออฟ มุสลิมส์” ที่จัดสร้างโดยโปรดิวเซอร์สหรัฐฯ ซึ่งทำให้ชาวมุสลิมพากันโกรธแค้น แต่ในการกล่าวปราศรัยทางโทรทัศน์ของรัฐ เขาก็กล่าวเตือนว่าไม่ควรใช้วิธีการรุนแรงมาประท้วง
       
       นอกจากที่เยเมนและอียิปต์แล้ว ในวันพฤหัสบดียังเกิดการประท้วงที่อิรักและอิหร่าน ขณะที่ในวันพุธก็เกิดการประท้วงที่บริเวณด้านนอกสถานทูตสหรัฐฯทั้งใน โมร็อกโก, ซูดาน, และตูนีเซีย
       
       ในวันอังคารซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 11 ปีของเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน 2001 กลุ่มติดอาวุธนิยมอิสลามได้เปิดการโจมตีแบบทหารเข้าใส่สถานกงสุลสหรัฐฯ ตลอดจนเซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในเมืองเบงกาซี ทางภาคตะวันออกของลิเบีย คริสโตเฟอร์ สตีเวนส์ เอกอัครราชทูตอเมริกัน พร้อมด้วยชาวอเมริกันอื่นๆ อีก 3 คน เสียชีวิตจากการโจมตีคราวนี้ ซึ่งมีการใช้อาวุธทั้งปืน, ปืนครก, และระเบิดมือ นอกจากนั้นยังมีชาวลิเบียได้รับบาดเจ็บอีก 8 คน
       
       ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ แถลงลั่นปากว่าจะนำพวกติดอาวุธอิสลามิสต์ที่รับผิดชอบก่อเหตุคราวนี้มา “รับความยุติธรรม” ให้จงได้ ขณะเดียวกัน กองทัพสหรัฐฯได้ส่งเรือพิฆาต 2 ลำมุ่งไปยังลิเบีย ในความเคลื่อนไหวที่เจ้าหน้าที่อเมริกันผู้หนึ่งอธิบายว่า เพื่อทำให้คณะรัฐบาลสหรัฐฯมีความยืดหยุ่นได้มากขึ้นสำหรับการปฏิบัติการใดๆ ในอนาคตต่อเป้าหมายในลิเบีย
       
       นอกจากนั้นกองทัพสหรัฐฯยังจัดส่งทีมนาวิกโยธินต่อต้านการก่อการร้าย เข้าไปเสริมความมั่นคงปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อเมริกันในลิเบียอีกด้วย
       
       เจ้าหน้าที่สหรัฐฯหลายรายระบุว่า การโจมตีสถานกงสุลที่เบงกาซีซึ่งทำให้เอกอัครราชทูตสตีเวนส์เสียชีวิตคราว นี้ น่าจะไม่ใช่เหตุบังเอิญหรือเป็นไปเอง แต่เป็นการวางแผนล่วงหน้า
       
       ในบรรดาผู้ที่ก่อเหตุคราวนี้ ทางฝ่ายลิเบียระบุว่ามีกลุ่มอันซาร์ อัลชาริอะห์ ที่เป็นกลุ่มอิสลามิสต์ท้องถิ่นที่ติดอาวุธหนัก และเป็นพวกที่เห็นอกเห็นใจอัลกออิดะห์ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯหลายรายกล่าวว่า รายงานบางกระแสจากภูมิภาคดังกล่าวบ่งชี้ว่า พวกสมาชิกของอัลกออิดะห์ที่ตั้งฐานในแอฟริกาเหนือ ก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
  หลัง จากกลายเป็นตัวจุดชนวนการประท้วงรุนแรงในอียิปต์และลิเบีย จนนำมาซึ่งการเสียชีวิตของเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำลิเบีย พร้อมเจ้าหน้าที่กงสุลอีก 3 คน ในที่สุด ยูทูบได้บล็อคตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง "อินโนเซ้นส์ ออฟ มุสลิม" ในอียิปต์และลิเบียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หวั่นสถานการณ์จะบานปลาย และก่อให้เกิดความรุนแรงมากขึ้นไปอีก

          เมื่อ วันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า หลังเกิดเหตุชาวมุสลิมกลุ่มหนึ่งในลิเบียรวมตัวกันประท้วงหน้าสถานทูตสหรัฐฯ ก่อนจะเข้าจุดไฟเผาและโจมตีสถานทูตจนเป็นเหตุให้นายคริสโตเฟอร์ สตีเวนส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำลิเบียเสียชีวิตพร้อมกับเจ้าหน้าที่กงสุลอีก 3 คน เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่าเป็นการประท้วงภาพยนตร์เรื่อง "อินโนเซ้นส์ ออฟ มุสลิม" ที่มีการเผยแพร่ตัวอย่างภาพยนตร์ความยาว 14 นาทีผ่านเว็บไซต์ยูทูบ และมีเนื้อหาหมิ่นศาสนาอิสลามนั้น ล่า สุด ทางด้านเว็บไซต์ยูทูบที่เป็นช่องทางในการเผยแพร่คลิปตัวอย่างภาพยนตร์ดัง กล่าว ก็ได้บล็อคการเข้าถึงตัวอย่างภาพยนตร์ในลิเบียและอียิปต์แล้ว แต่จะไม่ลบคลิปวิดีโอนี้ออกจากยูทูบ

          โดยทางเว็บไซต์ยูทูบได้เปิดเผยว่า "พวกเราทำงานกันหนักเพื่อสร้างชุมชนออนไลน์ที่ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมสนุกกัน ได้ และสามารถแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างได้ ดังนั้น เราจะไม่ลบคลิปวิดีโอนี้ออกไป แต่จะบล็อคการเข้าถึงในลิเบียและอียิปต์ ที่สถานการณ์ยังคุกรุ่น"
          ทั้งนี้ สำหรับตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง "อินโนเซ้นส์ ออฟ มุสลิม" ถูกเผยแพร่ครั้งแรกในเว็บไซต์ยูทูบ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม โดยนายแซม บาไซล์ ซึ่งเป็นผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ก่อนจะกลายเป็นประเด็นในอียิปต์และลิเบียในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อคลิปตัวอย่างภาพยนตร์ดังกล่าวถูกนำไปแปลเป็นภาษาอารบิกและเผยแพร่ทาง สถานีโทรทัศน์

บล๊อคเกอร์ดอทคอม
"ติวสอบดอทคอม"
w

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

ถุงยังชีพพระราชทาน ชาวสุโขทัย

www.tuewsob.com

สุโขทัย - สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานถุงยังชีพช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วมสุโขทัย ด้านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ร่วมมอบถุงยังชีพช่วยเหยื่อน้ำท่วมด้วย ขณะที่การวางเกเบียน-บิ๊กแบ็กสกัดน้ำยมคืบหน้าแล้ว 70% คาด 6 โมง-2 ทุ่มเสร็จ ก่อนเดินเครื่องสูบน้ำออกได้ทันที ด้านผู้ว่าฯ เผยเสนอ ครม.จ่ายชดเชยแล้ว 5 พัน-3 หมื่นบาท
      
       บ่ายวันนี้ (12 ก.ย.) นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย ผู้แทนพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ได้เดินทางมามอบถุงยังชีพพระราชทานจำนวน 500 ชุดเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในเขตตัวเมืองสุโขทัย ที่บริเวณชุมชนประชาร่วมใจ อ.เมืองสุโขทัย
      
       ขณะที่นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ก็ได้เดินทางมาตรวจดูความคืบหน้าการวางกล่องเกเบียน และบิ๊กแบ็ก เพื่อสกัดน้ำยมไม่ให้ทะลักเข้าท่วมตัวเมืองเพิ่ม ซึ่งล่าสุดพบว่ามีความคืบหน้าไปกว่า 70% คาดเวลา 18.00-20.00 น.วันนี้น่าจะแล้วเสร็จ และสามารถควบคุมสถานการณ์วิกฤตไว้ได้
      
       ด้านนายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ตามจุดสำคัญต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว รอเพียงให้อุดรอยรั่วพนังคอนกรีตได้ก็จะเร่งสูบน้ำระบายออกทันที
      
       ส่วนกรณีเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้น ได้มีการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว โดยบ้านที่ถูกน้ำท่วมจ่ายให้หลังละ 5,000 บาท ถ้าเสียหายบางส่วนจ่ายไม่เกิน 30,000 บาท

ผู้จัดการ
"
ติวสอบดอทคอม"
www.tuewsob.com

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

บราซูกา'ลูกฟุตบอลใช้ทำศึกบอลโลก2014


www.tuewsob.com

'บราซูกา'ลูกฟุตบอลใช้ทำศึกบอลโลก2014

อาดิดาส เผยชื่อ "บราซูกา" คือลูกฟุตบอลที่จะใช้ทำศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ชี้ความหมายเป็นความภาคภูมิใจของวิถีแซมบ้า และ "กีฬาลูกหนัง" ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวบราซิเลียนทุกคน

          ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลจะเป็นเจ้าภาพ ล่าสุดในส่วนของลูกฟุตบอลที่จะใช้แข่งขัน ที่ "อาดิดาส" ซึ่งได้รับเลือกจากฟีฟ่าให้เป็นผู้สนับสนุนลูกฟุตบอลอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 1974 ได้เปิดเผยชื่อของลูกฟุตบอลที่จะใช้แข่งขันในศึกใหญ่ที่จะมีขึ้นอีก 2 ปีข้างหน้า ที่มาจากผลโหวตของแฟนบอลชาวบราซิลและทั่วโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะใช้ชื่อว่า "บราซูกา"
 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของอาดิดาส เปิดเผยว่า ในการตั้งชื่อลูกฟุตบอลที่จะใช้ในศึกเวิลด์คัพ 2014 อาดิดาส เลือก 3 ชื่อสุดท้าย ซึ่งทั้งหมดได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลิ่นอายวัฒนธรรมของประเทศบราซิล โดยในครั้งนี้ชื่อที่ได้รับการเลือกสรรมาประกอบด้วย บราซูกา(Brazuca) บอสซาโนวา (Bossa Nova) และคาร์นาวาเลสกา (Carnavalesca) และครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ให้แฟนบอลมีส่วนร่วมในการโหวตชื่อลูกฟุตบอลที่จะใช้ในศึกฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการ ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาแฟนบอลชาวบราซิลและทั่วโลกต่างเข้ามามีส่วนร่วมในการโหวตจำนวนมาก
          สำหรับการประกาศผลถูกจัดขึ้นในรายการเอสปอร์เต เอสเพทาคูลา (Esporte Espetacular) ด้วยความร่วมมือของ เฌอโรม วัลเค เลขาธิการฟีฟ่า และสถานีโทรทัศน์ชื่อดังของบราซิล อย่าง โกลโบ พร้อมด้วยนักฟุตบอลในตำนานชื่อดังอย่าง คาร์ฟู ที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน โดยชื่อ “บราซูกา” เป็นชื่อที่ได้รับการโหวตจากผู้โหวตกว่า 1 ล้านคน หรือกว่าร้อยละ 70 ของผู้โหวตทั้งหมด โดยในจำนวนนี้กว่าร้อยละ 70 ยังเป็นผู้โหวตชาวบราซิล
          ลูกฟุตบอลนับเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่สำคัญในการแข่งขันฟุตบอลโลกตลอดมา อาทิ อัซเตกา (Azteca) ที่ใช้ในฟุตบอลโลกเม็กซิโกปี 1986 ฟีเวอร์โนวา (Fevernova)  ที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ญี่ปุ่นในปี 2002 และลูกฟุตบอลชื่อดังอย่าง แทงโก (Tango) ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่อาร์เจนตินาในปี 1974 และสำหรับปี 2014 บราซูกา คือชื่อที่ชาวบราซิลใช้อธิบายความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติเกี่ยวกับวิถีชีวิตที่เป็นแบบฉบับของบราซิล และเมื่อกล่าวถึงฟุตบอล ชาวบราซิลมักจะให้ความหมายถึงกีฬาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ความภาคภูมิใจ และความปรารถนาดีต่อทุกๆ คน
          ปัจจุบันบราซูกาอยู่ระหว่างการพัฒนาและทดสอบในทั่วทุกมุมโลกจากหลากหลายสโมสร และอีกหนึ่งกระบวนการที่สำคัญ คือการทดสอบจากผู้เล่นซึ่งมีการทดสอบในสภาพอากาศต่างๆ ในทุกภาคของประเทศบราซิล ซึ่งการทดสอบจะดำเนินต่อไปทั้งในปีนี้และปีหน้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดสอบพร้อมด้วยข้อมูลด้านการพัฒนาจะมีการนำมาเปิดเผยเพิ่มเติมในช่วงการเปิดตัวลูกบอล “บราซูกา” อย่างเป็นทางการต่อไป
  คมชัดลึก
"ติวสอบดอทคอม"

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

สธ.ผลิต "ไวอะกร้า" ราคาถูก

www.tuewsob.com

"ไวอากร้า" ราคาถูก สธ.ผลิตขายเองเม็ดละ 25 บาท เตรียมวางแผงเดือนต.ค. หวังแก้ปัญหายาปลอม และช่วยคนไทยเข้าถึงยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพ หลังสำรวจพบชายไทยสูงอายุต้องการใช้มาก ขณะที่หมอพื้นบ้านแนะวิธีป้องกันสมรรถภาพทางเพศเสื่อม พร้อมแนะการนุ่งกางเกงในอย่างถูกต้องให้หนุ่มๆ
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ และการประชุมวิชาการการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกแห่งชาติ ครั้งที่ 9 นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ให้สัมภาษณ์ว่า การแก้ปัญหาการเข้าถึงยาถือเป็นหน้าที่หนึ่งของอภ. โดยปัจจุบันพบว่า ยากลุ่มแก้ปัญหาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นกลุ่มยาที่มีราคาแพงทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ยาก อภ.จึงได้มีการผลิตและขออนุญาตขึ้นทะเบียนยากลุ่ม ซิลเดนาฟิล (Sildenafil) โดยขณะนี้ผ่านการขึ้นทะเบียนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) แล้ว 


นพ.วิทิตกล่าวอีกว่า จะแถลงข่าวและเตรียมวางจำหน่ายประมาณวันที่ 15 ต.ค. นี้ โดยเชื่อว่าการผลิตยากลุ่มนี้ จะช่วยแก้ปัญหาการระบาดของยาปลอม และทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้ เนื่องจากปัจจุบันสังคมไทยมีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้นทำให้ยากลุ่มนี้เป็นที่ต้องการ ซึ่งยาจะช่วยทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้ แต่พบว่าปัจจุบันยามีราคาแพงมากทำให้ผู้ป่วยหันไปพึ่งยาปลอม และไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษา


"อภ.ได้วางแผนการจำหน่ายยาดังกล่าว ในขนาด 50 มิลลิกรัม และ 100 มิลลิกรัม โดยขนาด 50 มิลลิกรัมตกราคาเม็ดละประมาณ 25 บาท เมื่อเทียบกับยากลุ่มเดียวกันที่วางจำหน่ายในท้องตลาดส่วนใหญ่ตกเม็ดละ 200 บาท ซึ่งเชื่อว่าการผลิตยากลุ่มนี้จะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้" นพ.วิทิต กล่าว

สำหรับกลุ่ม ซิลเดนาฟิล เป็นยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โดยยากลุ่มนี้มีชื่อทางการค้า อาทิ ไวอากร้า (Viagra), อีลอนซ่า (Elonza) และโทนาฟิล(Tonafil) ซึ่งทั้งหมดจัดเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องมีใบสั่งแพทย์และจำกัดให้จำหน่ายเฉพาะในสถานพยาบาลเท่านั้น

วันเดียวกัน หมอห้าหมีน หวังสบู หมอพื้นบ้านจังหวัดกระบี่ กล่าว ในการเสวนาการนวดไทย : ความงดงามบนความหลากหลาย เรื่อง "การนวดฟื้นฟูอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศและอาการต่อมลูกหมากโตว่า ปัญหาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการใช้อวัยวะเพศที่ไม่ถูกวิธีหรือใช้ไม่เป็น อาทิ พฤติกรรมการอั้นการหลั่งน้ำอสุจิระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อให้การมีเพศสัมพันธ์ยาวนานขึ้น ซึ่งการทำพฤติกรรมดังกล่าวบ่อยๆ นั้น จะทำให้เกิดความเคยชิน และนำไปสู่การหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ ในขณะที่บางรายก็ไม่มีการนำออกมาใช้เลย ก็เป็นสาเหตุให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้เช่นกัน



หมอห้าหมีน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ลักษณะท่าทางของการสวมชุดชั้นในของผู้ชายอาจมีผลต่ออาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย เช่น หากสวมโดยปลายอวัยวะเพศกดงอลง จะทำให้ระบบประสาทเกิดการกดทับ และทำงานช้าลง เป็นผลให้ระบบประสาทสมองที่สั่งการกับปลายประสาททำงานไม่สัมพันธ์กัน หรือการเก็บปลายอวัยวะเพศขึ้นไปด้านบน ก็อาจทำให้เกิดตุ่มไข่ปลาขึ้นได้ รวมไปถึงการเก็บอวัยวะเพศด้วยการพาดไปทางด้านซ้าย ก็จะกดทับเส้นประสาททางข้างซ้ายเช่นกัน วิธีที่ถูกต้องคือ ให้อยู่ในลักษณะที่ไม่กดทับ และทำความสะอาดอย่างถูกต้อง


นายวิโรจน์ มณฑา มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา กล่าวว่า ปัญหาระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ที่นำไปสู่การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงคือ การไปถึงจุดสุดยอดไม่พร้อมกัน ซึ่งจะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดอารมณ์ค้าง หรือเรียกว่า "ลมมหาสนุก" ซึ่งหากเกิดอาการดังกล่าวบ่อยๆ จะทำให้ไม่อยากมีเพศสัมพันธ์และนำไปสู่การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ ซึ่งวิธีในการป้องกันนั้นทั้งสองฝ่ายจะต้องเตรียมร่างกายให้มีความพร้อม มีสุขภาพที่ดี พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เลี่ยงของแสลงต่อร่างกาย ออกกำลังกายแบบพอเหมาะ และเมื่อเวลามีเพศสัมพันธ์ต้องหาบรรยากาศที่ดี ช่วยให้อารมณ์ดีพร้อมทั้งคู่ ก็จะสามารถป้องกันการเกิดลมมหาสนุกได้

"การนวดที่อวัยวะเพศเพื่อรักษาการเสื่อสมรรถภาพทางเพศนั้น ขอยืนยันว่าเป็นการหลอกลวง เพราะหมอนวดจริงๆ จะไม่สัมผัสที่อวัยวะเพศชายหรือหญิงเลย การทำแบบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ครูอาจารย์ไม่เคยสอนแบบนั้น แต่สอนว่าสุขภาพจะแข็งแรงต้องป้องกัน ฉะนั้นหากสามารถป้องกันรักษาลมมหาสนุกได้ก็จะช่วยให้มีสุนทรียภาพที่ดีขึ้น" นายวิโรจน์กล่าว


ด้านนายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ พร้อมมอบรางวัลหมอไทยดีเด่นแห่งชาติ พ.ศ.2555 ให้แก่ พ่อหมอสง่า พันธุ์สายศรี หมอพื้นบ้านเหยียบเหล็กแดง แห่งตำบลพะยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นวิธีการช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย ว่า ประเทศ ไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community-AEC) ในปี 2558 ซึ่งจะเป็นโอกาสในการพัฒนาสินค้าประเภทสมุนไพรของไทย ที่ผ่านมา ตลาดสินค้าสมุนไพร ยาแผนดั้งเดิม อาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพร ภาพรวมในประเทศ ในปี 2554 มีมูลค่าถึง 2,000 ล้านบาท คาดว่า ในปี 2558 มูลค่าอุตสาหกรรมแปรรูปสมุนไพรจะสูงถึง 30,000 ล้านบาท รัฐบาลมีนโยบายให้ความสำคัญในการส่งเสริม คุ้มครอง อนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย และส่งเสริมการใช้การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในระบบบริการสาธารณสุขทุกระดับ 


นายวิทยากล่าวต่อว่า ในปี 2556 ได้วางแผนพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร 4 เรื่อง ได้แก่ 1.เร่งผลิตแพทย์แผนไทยและส่งไปประจำในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. ให้ได้ 400 แห่ง 2.พัฒนาโรงพยาบาลตรวจรักษาดูแลด้วยการแพทย์แผนไทยต้นแบบ จะเปิดให้บริการ 14 แห่ง ซึ่งจะมีบริการนวด เพื่อการรักษาและนวดเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ มั่นใจว่าจะสามารถลดการใช้ยาแก้ปวด และยาคลายเครียดได้เป็นอันมาก 3.จัดทำราคากลางอ้างอิงยาแผนไทยในสถานบริการสาธารณสุข เพื่อให้สถานบริการจัดซื้อในราคาที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาราคากลางมีเฉพาะยาแผนปัจจุบัน และ4.เพิ่มรายการยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติให้ได้ 100 รายการ ซึ่งปัจจุบันมีแล้ว 71 รายการ ซึ่งจะทำให้มียาสมุนไพรที่มีคุณภาพและความปลอดภัย รักษาอาการเจ็บป่วยมากขึ้น

มติชน
"ติวสอบดอทคอม"

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

เสถียร'ลุ้นศาลปค.รับสอบ'สุกำพล


"เสถียร" ลุ้น ศาลปกครองรับคำร้องหวังคืนเก้าอี้ "ปลัดกลาโหม" 5 ก.ย.นี้ เปิดกม.ชี้ถ้าฟันวินัยจะไม่อยู่ในอำนาจศาล ด้านกรมพระธรรมนูญมั่นใจ "เสถียร" ผิดวินัยทหาร เชื่อศาลปกครองไม่รับคำร้อง

" ลุ้น ศาลปกครองรับคำร้องหวังคืนเก้าอี้ "ปลัดกลาโหม" 5 ก.ย.นี้ เปิดกม.ชี้ถ้าฟันวินัยจะไม่อยู่ในอำนาจศาล ด้านกรมพระธรรมนูญมั่นใจ "เสถียร" ผิดวินัยทหาร เชื่อศาลปกครองไม่รับคำร้อง

                 4ก.ย.2555 รายงานข่าวจากกรมพระธรรมนูญแจ้งว่า ภายหลังจากที่ศาลปกครองได้ส่งหนังสือเชิญพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ไปชี้แจงเกี่ยวกับคำสั่งย้ายพล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นั้น วันที่ 4 ก.ย.นี้ ทางรมว.กลาโหมได้มอบหมายให้พล.ท.รัตนพันธ์ โรจนะภิรมย์ รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ และ พ.อ.ภานุ พรหมดิเรก ผอ.กองนิติธรรม กรมพระธรรมนูญ ไปฟังคำร้องที่ศาลปกครอง โดยคำฟ้องในคำสั่งย้ายจะดูว่า คำสั่งของพล.อ.อ.สุกำพล ชอบ หรือไม่ชอบ หากศาลสั่งว่าคำสั่งไม่ชอบศาลจะสั่งไต่สวนและมีการออกระเบียบคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ปลัดกระทรวงกลาโหมขอเข้าทำหน้าที่ต่อ ซึ่งจะสามารถเข้าประชุมคณะกรรมการพิจารณาปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลได้
 รายงายข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 5 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น.ศาลปกครองจะมีคำสั่งนัดไต่สวนเพื่อพิจารณาคำขอทุเลาคดีที่พล.อ.เสถียรยื่นฟ้องพล.อ.อ.สุกำพลเนื่องจากมีคำสั่งกระทรวงกลาโหม(เฉพาะ) ที่ 383/55 เรื่องให้พล.อ.เสถียร ไปช่วยปฏิบัติราชการสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งขณะนี้ทางศาลปกครองยังไม่ได้มีการพิจารณาว่าจะรับพิจารณาคดีดังกล่าวหรือไม่ ส่วนหนังสือที่ส่งมายังพล.อ.อ.สุกำพลเป็นเพียงการแจ้งให้ทราบว่า พล.อ.อ.สุกำพล ถูกพล.อ.เสถียรยื่นฟ้องในคดีการโยกย้ายไม่เป็นธรรมเท่านั้น ซึ่งทางพล.อ.อ.สุกำพลสามารถส่งทนายความผู้รับมอบอำนาจไปชี้แจงแทนได้
                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามมาตรา 9 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ได้บัญญัติข้อยกเว้นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง 3 ประเภทคือ 1.การดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหาร ไม่ว่าจะเป็นการลงทัณฑ์แก่ผู้กระทำผิดต่อวินัยทหารหรือเป็นการดำเนินการทางวินัยอย่างอื่น 2.การดำเนินการของคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 ซึ่งมิใช่เป็นการพิจารณาพิพากษาคดี แต่เป็นการบริหารงานบุคคลของผู้พิพากษาศาลยุติธรรม เช่น การแต่งตั้งโยกย้าย การเลื่อนตำแหน่งการลงโทษทางวินัย(ค) คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลชำนัญพิเศษต่างๆ ที่อยู่ในระบบศาลยุติธรรม ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นก่อนที่จะมีการจัดตั้งศาลปกครอง อย่างไรก็ตามในหนังสือคำสั่งย้ายปลัดกลาโหมของรมว.กลาโหมนั้น มิได้ระบุว่า พล.อ.เสถียร กระทำผิดด้านสินัยแต่อย่างใด แต่ให้เหตุผลเพียงแค่ว่า เพื่อให้การบริหารราชการในกระทรวงกลาโหมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 มาตรา 9 และมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม(พ.ร.บ.กลาโหม) พ.ศ.2551
                 แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจากกรมพระธรรมนูญ เปิดเผยว่า เมื่อคดีดังกล่าว เป็นเรื่องวินัยทหารแล้วทำให้ไม่ได้อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ดังนั้นสิ่งที่ รมว.กลาโหม ใช้อำนาจตามพ.ร.บ.กลาโหมสั่งการในกรณีนี้เป็นคำสั่งทางการปกครอง แต่ไม่ได้เป็นคำสั่งทางการปกครองตามพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ.2539 ซึ่งคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งทางวินัยทหาร โดยสั่งตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม และ ข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล ทั้งนี้การที่ พล.อ.เสถียรไปฟ้องร้องขอความเป็นธรรมกับศาลปกครองสามารถทำได้ แต่การดำเนินการของ พล.อ.อ.สุกำพล เป็นคำสั่งพิเศษทีใช้อำนาจกฎหมายทางทหาร และ ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการสั่งการ และ การประชาสัมพันธ์ พ.ศ.2527
                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะรักษาการแทนปลัดกระทรวงกลาโหม จะมีสิทธิ์ร่วมประชุมคณะกรรมการพิจารณาปรับย้ายนายทหารแทนปลัดกระทรวงกลาโหมได้หรือไม่นั้น ในพร.บ.กลาโหม 2551 หมวด 3 การจัดระเบียบราชการทั่วไป มาตราที่ 24 อำนาจในการสั่งการ กรอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการแทนหรือการปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกรทะรวงกลาโหมจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งใดๆ หรือมติของสภากลาโหม หรือมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องใด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม สมุหราชองครักษ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ หรือบัญชาการทหารอากาศ ทำการแทนในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ได้ และผู้รับมอบอำนาจดังกล่าวอาจมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทนต่อไปได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อำนาจในการสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ หรือ การปฏิบัติราชการแทนประจำที่ผู้บังคับบัญชาทหารไม่ว่าจะเป็นชั้นใดที่รองลงมาจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะพึงปฏิบัติ หรือ ดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใดๆ หรือมติของสภากลาโหม หรือ มติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องใด ผู้บังคับบัญชาผู้นั้นจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้ผู้บังคับบัญชาทหารตำแหน่งอื่นทำการแทนในนามของผู้บังคับบัญชาทหารผู้มอบอำนาจก็ได้ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กระทรวงกลาโหมกำหนด โดยให้ผู้รักษาราชการ ผู้รักษาราชการแทน หรือ ผู้ทำการแทน มีอำนาจและหน้าที่ตามตำแหน่งที่รักษาราชการ รักษาราชการแทน หรือ ทำการแทนนั้น ๆ

คม ชัด ลึก
"ติวสอบดอทคอม"

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติดตามข่าวสอบ

แจ้งย้ายเว็บติวสอบใหม่ ไปที่ www.tuewsob.com

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม