หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบ ครูผู้ช่วย

ติวสอบ ครูผู้ช่วย
ติวสอบครูผู้ช่วย

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา
ติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค
หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

พท.ไม่ถอยนิรโทษ'สมชาย'ขู่แหกมติโดน

ข้อสอบออนไลน์ ชุดใหม่





ติวสอบออนไลน์ ชุด นโยบายรัฐบาล


ลิงค์ข้อสอบ  ที่เกี่ยวข้องกับ  "นโยบายรัฐบาล"

พท.ไม่ถอยนิรโทษ'สมชาย'ขู่แหกมติโดน

'เพื่อไทย' ยันไม่ถอยนิรโทษ ขีดเส้นไม่เกิน 1 พ.ย. 'สมชาย' ลั่นเดินหน้าสุดซอย ขู่แหกมติพรรคละเว้นไม่ได้ สภาฯเห็นชอบมาตรา1แล้ว ปชป.ปูด'มีวางมวย'ขณะกมธ.พิจารณา

              1พ.ย.2556 รายงานข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทยเผยถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยเตรียมถอยร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ส่งสัญญาณให้ถอยหรือล้มเลิก เนื่องจากไม่ต้องการให้สิ่งที่วางแผนล่วงหน้าเสียเปล่า สิ่งที่ทำมาเสียของทันที          
              "วันนี้กรรมการยุทธศาสตร์ยังส่งสัญญาณมาเหมือนเดิมให้เดินหน้า เร่งรัดให้โหวตวาระ 2-3 ให้แล้วเสร็จ อย่างช้าไม่เกินวันที่ 1 พ.ย. เพราะป้องกันเกมการเมืองนอกสภาฯเข้ามากดดันเกมในสภาฯ จึงต้องพยายามปิดเกมโหวตให้เร็วที่สุด" แหล่งข่าวระบุ 
              ส่วนกรณีที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่งสัญญาณพร้อมถอยและรับฟังเสื้อแดงมากขึ้น เป็นเพียงการหลบกระแสต่อต้านเอาใจมวลชนเสื้อแดงเท่านั้น  
              ส่วนที่แกนนำเสื้อแดงและส.ส.เสื้อแดงบางคนมีท่าทีไม่ยอมรับ จะของดออกเสียงการโหวตร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมวาระ 2 และ 3 เพราะไม่อยากเสียแนวร่วมคนเสื้อแดง ในความเป็นจริง การจะเอาผิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จากเหตุการณ์สลายชุมนุม เป็นเรื่องยากเพราะขณะนั้นทั้งสองคนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐได้ใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายพิเศษในช่วงนั้น

              "แต่แกนนำเสื้อแดงหลายคนปลุกเร้ามวลชนทำนอง ขาข้างหนึ่งของทั้งสองคนนี้แหย่เข้าไปในคุกแล้ว หาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่าน จะไม่สามารถเอาผิดได้ ทำให้แกนนำเสื้อแดง ส.ส.เสื้อแดง ลำบากใจที่จะไปอธิบายมวลชนหากจะต้องยืนยันตามแนวทางพรรคในการโหวตสนับสนุนพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่เบื้องลึกในใจ ส.ส.เสื้อแดงรู้ดีว่าไม่สามารถเอาผิดได้ และจะมีเพียง 2-3 คนที่งดออกเสียง คือนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ นายวรชัย เหมะ และน.พ.เหวง โตจิราการ เนื่องจากไม่อยากสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 122 หากโหวตสนับสนุนก็สุ่มเสี่ยงต่อความผิด ที่อาจจะขัดกันแห่งผลประโยชน์" แหล่งข่าวระบุ

"สมชาย"ขู่แหกมติพรรคละเว้นไม่ได้

              นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยส่งสัญญาณถอยร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่า ท่าทีของพรรคเพื่อไทยขณะนี้ยังชัดเจนว่า สนับสนุนร่างที่คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขตามข้อเสนอของนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ รองประธานกรรมาธิการฯ
    
              "มีการแถลงชัดเจนว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยจะโหวตในทิศทางนี้ทุกคน ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมติเป็นอย่างอื่น" นายสมชาย ระบุ

              นายสมชาย ยังกล่าวถึงกรณีคนเสื้อแดงว่า  ความเห็นของคนเสื้อแดงเราเคารพและเห็นใจ แต่เมื่อพรรคการเมืองซึ่งถือเป็นองค์กรที่คนกลุ่มหนึ่งมาอยู่ร่วมกันว่าอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตาม ชุมชนมีกฎเกณฑ์ ประเทศมีกฎหมาย พรรคการเมืองก็เช่นเดียวกัน คนที่อยู่ในพรรคต้องมีวินัย
   
              "ผมชื่นชมนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ส.ส.บัญชีรายชื่อและแกนนำนปช. ที่ยอมรับว่าอึดอัดต่อมติพรรคแต่จะทำตาม ความหนักใจ อึดอัดใจเกิดขึ้นได้ แต่สุดท้ายต้องทำตามกติกา รักษาวินัยของกลุ่มที่ตนเองอยู่ "นายสมชาย กล่าว

              เมื่อถามว่า แกนนำคนเสื้อแดงที่เป็นส.ส.จะโหวตสวน หรืองดออกเสียง จะมีมาตรการลงโทษถึงขั้นไม่ส่งลงสมัครส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีข้อบังคับของเขา หากใครฝ่าฝืน ก็คงต้องมีมาตรการตามข้อบังคับ จะไปเลือกปฏิบัติ ละเว้นไม่ได้

สภาฯเห็นชอบร่างกม.นิรโทษฯม.1แล้ว

              ขณะที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมการอภิปรายในมาตรา 1 ว่าด้วยชื่อร่าง “พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ....”โดย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่สงวนความเห็นและแปรญัตติเปลี่ยนแปลงชื่อร่าง ยังคงอภิปรายโดยยกเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี2553 มาประกอบการอภิปราย จึงทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประท้วงเป็นระยะๆ
       
              ในที่สุดนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติขอปิดการอภิปรายในมาตรา 1 ทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ต่างลุกขึ้นประท้วง และโต้เถียงไปมากับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทำให้นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานฯคนที่ 2 ในฐานะประธานการประชุมได้ไกล่เกลี่ย เพื่อให้การประชุมเรียบร้อย

              ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้มีการพักประชุมเพื่อหารือกันระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายอีกครั้ง นายวิสุทธิ์ จึงสั่งพักการประชุม 5 นาที
    
              ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เมื่อเปิดประชุมนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานได้ขอร้องให้นายพิเชษฐ์ ถอนญัตติปิดอภิปรายโดยบอกว่า ยังมีสมาชิกที่จะอภิปรายเพียง 4 คนเท่านั้น โดยจะกำหนดเวลาอภิปรายคนละ 7 นาที ซึ่งนายพิเชษฐ์ก็ยอม ทำให้มีการอภิปรายกันต่อ เมื่อสมาชิกอภิปรายครบแล้ว ได้มีการลงมติในมาตรา 1

              ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วยคะแนน 317 ต่อ 74 เสียง งด 1 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ทั้งนี้ได้ใช้เวลาการอภิปรายในมาตรา 1 ถึง 5 ชั่วโมง
              หลังจากนั้นได้พิจารณามาตรา 2 ต่อโดยเวลาล่วงเข้าสู่วันที่ 1 พ.ย. โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการบังคับใช้พ.ร.บ.ฉบับนี้ ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากกำหนดให้มีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งนายวิรัช ร่มเย็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายในฐานะผู้สงวนคำแปรญัติ โดยได้เปิดเผยว่า การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญฯนั้นมีความขัดแย้งกันมากแม้นว่าจะอยู่พรรคเดียวกันถึงขั้นวางมวยกันก็มี ส่วนจะเป็นใครนั้นสืบเอาเอง

นสพ.คม ชัด ลึก


... เน็ตเร็ว คลิ๊กที่ www.tuewsob.com

... เน็ตช้า คลิ๊กที่ http://tuewsob.blogspot.com

... ห้องวิชาเอกครู คลิ๊กที่ http://uewsob2011.blogspot.com

... (ห้องข้อสอบใหม่) ..สอบครู..สอบผู้บริหาร..สอบบุคลากร ที่

"ติวสอบดอทคอม "

ผอ.นิกร  เพ็งลี

สธ. อนุมัติบรรจุพนักงานกระทรวงสาธารณสุข 140,000 คน ใช้เงินไม่เกินปีละ 16,500 ล้านบาท

ข้อสอบออนไลน์ ชุดใหม่





ติวสอบออนไลน์ ชุด นโยบายรัฐบาล



ลิงค์ข้อสอบ  ที่เกี่ยวข้องกับ  "นโยบายรัฐบาล"

สธ. อนุมัติบรรจุพนักงานกระทรวงสาธารณสุข 140,000 คน ใช้เงินไม่เกินปีละ 16,500 ล้านบาท
สธ. อนุมัติบรรจุพนักงานกระทรวงสาธารณสุข 140,000 คน ใช้เงินไม่เกินปีละ 16,500 ล้านบาท
วันนี้ (31 ตุลาคม 2556) นายแพทย์วชิระ  เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าการบรรจุลูกจ้างชั่วคราวเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข หรือพกส. ว่า จากการประชุมคณะกรรมการบริหารพนักงานกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2556 ซึ่งมีนายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธาน และมีตัวแทนของลูกจ้าง  ตัวแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกระดับ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ตัวแทนจากกรมวิชาการทุกกรมร่วมประชุม ที่ประชุมมีมติอนุมัติกรอบอัตรากำลังพนักงานกระทรวงสาธารณสุขจากการจ้างลูกจ้างชั่วคราวทั้งหมด 140,000 คน ซึ่งก่อนหน้านี้จ้างโดยไม่มีกรอบอัตรากำลัง แต่จากนี้ไปจะมีกรอบอัตรากำลังการจ้างพนักงานกระทรวงสาธารณสุข โดยคิดตามภาระงาน จำนวนประชากร และโอกาสที่จะพัฒนาหน่วยงานเพื่อบริการประชาชน  โดยมีมติให้จัดกรอบอัตราจ้างร้อยละ 80 ของจำนวนพนักงานกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการทั้งหมด เพื่อใช้คนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่นโรงพยาบาลแห่งหนึ่งมี 177 คน  หากคิดตามกรอบร้อยละ 80 จะเหลือลูกจ้าง  142 คน  หากสถานบริการใดต้องการขอกรอบเกินร้อยละ 80 ขึ้นไป  ให้ขออนุมัติเพิ่มเติมที่คณะกรรมการบริหารเขตบริการสุขภาพนั้นๆ และได้อนุมัติกรอบอัตรากำลังการจ้างให้สถานพยาบาลที่สังกัดกรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต ซึ่งทำข้อมูลมาเรียบร้อยก่อนหน่วยงานอื่น สามารถดำเนินการบรรจุและสั่งจ้างได้ทันทีมีผลย้อนหลัง 1 ตุลาคม 2556
นายแพทย์วชิระกล่าวต่อว่า  ในเรื่องกรอบวงเงินการจ้าง  ได้มีมติเมื่อการประชุมครั้งที่แล้วว่า จะให้เพิ่มวงเงินร้อยละ 10 จากฐานการจ้างลูกจ้างชั่วคราวเดิมเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2556 เมื่อคิดกรอบอัตรากำลังคู่กับกรอบวงเงิน ตัวอย่างลูกจ้างชั่วคราวในสังกัดกรมสุขภาพจิตและกรมการแพทย์จ้างเต็มกรอบสามารถเพิ่มการจ้างได้ในวงเงินร้อยละ 7 ซึ่งไม่เกินร้อยละ 10 ซึ่งหน่วยงานอื่นๆ น่าจะทำได้คลายๆ กัน ในภาพรวมทั้งกระทรวงจะใช้เงินบำรุงเป็นเงินเดือนค่าจ้างพนักงานกระทรวงสาธารณสุข เพิ่มจากเดิม 15,000 ล้านบาทต่อปี รวมไม่เกิน 16,500 ล้านต่อปี และภายใน 2 ปีนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะสามารถบรรจุพนักงานกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มขึ้นปีละ 7,500 คนจากเงินบำรุงเพื่อทดแทนพนักงานกระทรวงสาธารณสุขสายวิชาชีพ 24 สายงานที่บรรจุเป็นข้าราชการ ระหว่างพ.ศ.2556-2558 รวมจำนวน 22,500 คน ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับอนุมัติจาก กพ. และครม. เนื่องจากมีการจัดทำระบบการพัฒนากำลังคนไว้สมบูรณ์แบบ จะทำให้ลูกจ้างชั่วคราวสามารถได้รับการจ้างเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ได้เกือบทั้งหมดถ้าไม่มีการจ้างเพิ่มขึ้นอีก
นายแพทย์วชิระกล่าวต่อไปว่า  เงินค่าจ้างของพนักงานกระทรวงสาธารณสุข และลูกจ้างชั่วคราวที่ยังไม่ได้รับการจ้าง จะได้รับไม่น้อยกว่าเดิมที่เคยได้หรือได้รับมากกว่าเดิม  ซึ่งเป็นไปตามจำนวนลูกจ้าง หากมีจำนวนมาก วงเงินค่าจ้างจะเพิ่มในสัดส่วนที่น้อย แต่ไม่น้อยกว่าเดิมแน่นอน  สิ่งจะได้มากกว่าเดิมคือเรื่องของสวัสดิการ ทั้งเรื่องความมั่นคงมีการต่อสัญญาจ้างทุก 4 ปี ย้ายได้ การลาศึกษาต่อ มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ลูกจ้างชั่วคราวที่ผ่านการประเมินแต่ยังบรรจุไม่ได้ จะให้ทำสัญญาจ้างรายปีโดยระบุว่า ให้ได้รับเงินเดือนโดยใช้เงินบำรุงและวงเงินไม่น้อยกว่าเดิมเช่นกัน  โดยจะให้ทุกเขตทำสัญญาจ้างโดยเร็วที่สุดให้เสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน และมีผลย้อนหลัง 1 ตุลาคม 2556

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ศธ.


... เน็ตเร็ว คลิ๊กที่ www.tuewsob.com

... เน็ตช้า คลิ๊กที่ http://tuewsob.blogspot.com

... ห้องวิชาเอกครู คลิ๊กที่ http://uewsob2011.blogspot.com

... (ห้องข้อสอบใหม่) ..สอบครู..สอบผู้บริหาร..สอบบุคลากร ที่

"ติวสอบดอทคอม "

ผอ.นิกร  เพ็งลี

เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ฯ เข้าเยี่ยมคารวะ รมว.ศธ.

ข้อสอบออนไลน์ ชุดใหม่





ติวสอบออนไลน์ ชุด นโยบายรัฐบาล


ลิงค์ข้อสอบ  ที่เกี่ยวข้องกับ  "นโยบายรัฐบาล"

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 376/2556 เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ฯ เข้าเยี่ยมคารวะ รมว.ศธ.
 ศึกษาธิการ  นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับนายโทนี ลินซ์ (H.E. Mr. Tony Lynch) เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เพื่อหารือความร่วมมือด้านการศึกษา เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ณ ห้องรับรองจันทรเกษม พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนภายหลังการหารือ
 
 
ความร่วมมือพัฒนาการศึกษาของไทย   รมว.ศธ.กล่าวว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์กับไทย มีความร่วมมือกันทางด้านการศึกษาในทุกระดับการศึกษา ตั้งแต่การประถมศึกษาจนถึงอุดมศึกษามาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการที่มีนักเรียนไทยไปศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์ประมาณ 3,000 คนต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมากพอสมควร ซึ่งนิวซีแลนด์ต้องการให้มีการประสานงานร่วมกัน ในลักษณะที่เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยหรือกลุ่มจังหวัด กล่าวคือให้มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษารวมกันเป็นกลุ่ม เพื่อร่วมกันพัฒนาการศึกษาของไทย รวมทั้งการสนับสนุนทุนการศึกษาเรียนต่อในนิวซีแลนด์ และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพการศึกษาของนิวซีแลนด์แก่นักเรียนและผู้ปกครองให้มากขึ้น
การอาชีวศึกษา  นิวซีแลนด์มีความสนใจที่จะร่วมมือในเรื่องการจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษา ซึ่งนิวซีแลนด์มีประสบการณ์ค่อนข้างมากในเรื่องดังกล่าว มีการเน้นพัฒนาทักษะแรงงานที่หลากหลาย การดึงภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและเชื่อมโยงกับการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้คนที่จบการศึกษาในระดับหนึ่งมาแล้ว แต่ไม่ได้ศึกษาต่อ เปิดโอกาสให้มาศึกษาต่อทางสายอาชีพมากขึ้น ส่งเสริมการจัดการเรียนในสายอาชีพที่มีสมรรถนะสูงให้เป็นที่ยอมรับ และจากการหารือในครั้งนี้มีความเห็นร่วมกันในการจัดทำโครงการนำร่องการส่งเสริมอาชีวศึกษาของไทย ที่จะเลือกวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาดำเนินการ เพื่อกำหนดว่าควรจะดำเนินการให้มีลักษณะอย่างไร เน้นความถนัดทางด้านใด และควรดำเนินการก่อนในพื้นที่หรือภูมิภาคใด
 
 
 
ภาพ สถาพร ถาวรสุข
การสอนภาษาอังกฤษ  ไทยและนิวซีแลนด์มีความร่วมมือในเรื่องการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแนวทางในการสอนภาษาอังกฤษให้โรงเรียนที่มีศักยภาพ เพื่อให้นักเรียนเรียนแล้วสามารถใช้ภาษาในการสื่อสารได้ โดยทางนิวซีแลนด์ยินดีที่จะช่วยในเรื่องอบรมครูหรือส่งครู แต่จะไม่เน้นเรื่องการส่งครูจำนวนมากมาในไทย จึงได้เสนอขอความช่วยเหลือในการส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยคิดเรื่องการปรับปรุงให้การสอนภาษาอังกฤษมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารได้มากขึ้น
เตรียมความร่วมมือในการเดินทางมาเยือนไทยของนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์  ได้มีการหารือเพื่อเตรียมการสำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างรัฐบาลไทยและนิวซีแลนด์ ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยในกลางเดือนพฤศจิกายน 2556 โดยจะได้มีการหารือกันในรายละเอียดต่อไป

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ศธ.


... เน็ตเร็ว คลิ๊กที่ www.tuewsob.com

... เน็ตช้า คลิ๊กที่ http://tuewsob.blogspot.com

... ห้องวิชาเอกครู คลิ๊กที่ http://uewsob2011.blogspot.com

... (ห้องข้อสอบใหม่) ..สอบครู..สอบผู้บริหาร..สอบบุคลากร ที่

"ติวสอบดอทคอม "

ผอ.นิกร  เพ็งลี

รมว.ศธ. หารือกับ กรอ.อศ.


ข้อสอบออนไลน์ ชุดใหม่





ติวสอบออนไลน์ ชุด นโยบายรัฐบาล



ลิงค์ข้อสอบ  ที่เกี่ยวข้องกับ  "นโยบายรัฐบาล"

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 375/2556หารือกับ กรอ.อศ.

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา - นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (กรอ.อศ.) เมื่อวันที่ 30  ตุลาคม 2556 ณ ห้องประชุม สอศ.ชั้น 2 โดยมี ดร.กิตติ ลิ่มสกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ และโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวมทั้งคณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมประชุมหารือในครั้งนี้

 
รมว.ศธ. กล่าวว่า กรอ.อศ.เป็นกลไกที่สำคัญในการจัดการอาชีวศึกษา ภายใต้ความร่วมมือกับภาคเอกชนที่เป็นรูปธรรม ซึ่งแต่งตั้งตามคำสั่ง ศธ.ที่ 876/2556 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2556 โดยมี รมว.ศธ.เป็นประธาน และมีคณะกรรมการรวมทั้งสิ้น 26 ท่าน ซึ่งหลายท่านมาจากหน่วยงานภาครัฐ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาของประเทศ เช่น เลขาธิการสภาพัฒน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมการจัดหางาน อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร อธิบดีกรมสรรพากร ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ผอ.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ฯลฯ
นอกจากนี้ คณะกรรมการที่มาจากภาคเอกชน คือ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้แทนองค์กรกลุ่มเกษตรกรรม ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ คือ พิจารณาเสนอแนวทางและมาตรการในการแก้ปัญหาด้านการผลิตและพัฒนากำลังคน ความต้องการกำลังคน การวางแผนกำลังคนเชิงปริมาณและคุณภาพ ส่งเสริมการสนับสนุนการจัดอาชีวศึกษาแบบมีส่วนร่วมในรูปแบบที่หลากหลาย รวมทั้งคุณภาพและมาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษา ดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน เผยแพร่การประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของ กรอ.อศ. ตลอดจนสนับสนุนข้อมูลและให้คำปรึกษาต่อการทำงาน และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอื่นได้ตามความจำเป็น
จากการหารือครั้งนี้ ได้พิจารณาแนวทางการทำงานร่วมกันกับ กรอ.อศ. ซึ่งจะมีการกำหนดความต้องการกำลังคนในแต่ละกลุ่มอาชีพเพื่อนำไปใช้วางแผนการผลิตและพัฒนากำลังคน โดยจะได้แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนกลุ่มอาชีพ (Skill Cluster) ที่เน้นกลุ่มอุตสาหกรรม 12 กลุ่มอาชีพ คือ กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน กลุ่มแม่พิมพ์ กลุ่มพลังงาน กลุ่มอาหาร กลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยว กลุ่มอัญมณี กลุ่มก่อสร้าง กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มโลจิสติกส์ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (รวมโทรคมนาคม) กลุ่มอุตสาหกรรมเคมี และกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งจะมีการแต่งตั้งผู้แทนฝ่ายจัดการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลากรและฝึกอบรมเพิ่มเติมด้วย โดยจะเริ่มจากการสำรวจรวบรวมความต้องการกำลังคน ไปจนถึงการประเมินรายได้ของผู้ที่จบการศึกษาในระดับ ปวช./ปวส. เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ภายในช่วงปิดเทอมนี้ หรือต้นปีการศึกษาหน้า
ในส่วนของหลักสูตรนั้น จะมีการจัดทำหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรที่จะสนองตอบต่อความต้องการของผู้ประกอบการและภาคการผลิต โดยจะมีทั้งในส่วนของการฝึกอบรมในระยะสั้น เช่น ฝึกอบรมทักษะทางด้านภาษาต่างประเทศ สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอน ก็จะมีการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของอาชีวะเอกชนด้วย ถัดจากนั้นก็เป็นเรื่องที่จะจัดทำระบบแผนการผลิตกำลังคนระดับอาชีวศึกษา ทั้งระยะปานกลางและระยะยาวใน 5 ปี รวมทั้งจัดระบบการสนับสนุนภาคเอกชนที่มีประสิทธิภาพต่อไป

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ศธ.


... เน็ตเร็ว คลิ๊กที่ www.tuewsob.com

... เน็ตช้า คลิ๊กที่ http://tuewsob.blogspot.com

... ห้องวิชาเอกครู คลิ๊กที่ http://uewsob2011.blogspot.com

... (ห้องข้อสอบใหม่) ..สอบครู..สอบผู้บริหาร..สอบบุคลากร ที่

"ติวสอบดอทคอม "

ผอ.นิกร  เพ็งลี

วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สั่งฟ้อง"มาร์ค-เทือก"คดี99ศพ

ข้อสอบออนไลน์ ชุดใหม่





ติวสอบออนไลน์ ชุด นโยบายรัฐบาล


ลิงค์ข้อสอบ  ที่เกี่ยวข้องกับ  "นโยบายรัฐบาล"

สั่งฟ้อง"มาร์ค-เทือก"คดี99ศพ

รายงานพิเศษ



หมายเหตุ : นายนันทศักดิ์ พูลสุข โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงกรณี นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด มีคำสั่งให้ฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จากการออกคำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ให้สลายการชุมนุมช่วงเม.ย.-พ.ค.2553


คดีนี้ทางดีเอสไอกล่าวหานายอภิสิทธิ์ กรณีออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและตั้ง ศอฉ. โดยแต่งตั้งนายสุเทพ เป็นผอ.ศอฉ. 

ซึ่งช่วงเวลาเกิดเหตุทั้งสองร่วมกันออกคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ศอฉ.สกัดกั้นและขอคืนพื้นที่การชุมนุม โดยอนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ศอฉ. ใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในการปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ โดยเป็นการใช้อาวุธเกินกว่าความจำเป็น 

เป็นเหตุให้มีประชาชนกลุ่มผู้ชุมนุมและประชาชนบริเวณใกล้เคียงถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายสาหัสตามสำนวนการไต่สวนชันสูตรพลิกศพของศาล และรายงานการชันสูตรศพหรือบาดแผลของแพทย์หลายราย 

อันเป็นการกระทำผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59, 80, 83, 84, 288 เหตุเกิดในหลายท้องที่ในเขตกรุงเทพฯ เกี่ยวพันกัน ระหว่างวันที่ 7 เม.ย.-19 พ.ค. 2553 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน

คดีนี้เป็นกรณีที่มีการตายเกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานซึ่งอยู่ในอำนาจของนายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด ที่เป็นผู้พิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 143 วรรคท้าย 


นายอรรถพลพิจารณาแล้วจึงมีความเห็นเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า 

1. คดีนี้เป็นเรื่องการใช้หรือก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าหรือพยายามฆ่า ไม่ใช่ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ทางราชการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะดำเนินการไต่สวนตามพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 66 



2. การกระทำของผู้ต้องหาทั้งสองมีพยานหลักฐานในการออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ของ ศอฉ. ดำเนินการปิดล้อมและสกัดกั้นการเข้าร่วมชุมนุม การเคลื่อนย้ายของกลุ่ม ผู้ชุมนุมและการขอคืนพื้นที่ชุมนุม โดยอนุญาตให้ เจ้าหน้าที่สามารถใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนได้ 

ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับอันตรายสาหัสจากการใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ ศอฉ.ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของ ผู้บริหารทั้งสอง ซึ่งเป็นผลที่เกิดขึ้นโดยตรงจากคำสั่งของผู้ต้องหาทั้งสอง 

พยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่า เป็นการก่อให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าตามข้อกล่าวหา 

3. การออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ ศอฉ.ปฏิบัติหน้าที่ ดังกล่าวหลายครั้งในเวลาต่างกันโดยให้ปฏิบัติในพื้นที่ต่างกัน แม้ผลจากการกระทำตามคำสั่งของผู้ต้องหา ทั้งสองจะมีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บต่างเวลาและ ต่างสถานที่กันก็ตาม 

แต่ก็เป็นการออกคำสั่งที่ต่อเนื่องกันขณะที่มีการชุมนุม มีเจตนาเดียวกันเพื่อสลายการชุมนุม จึงเป็นการกระทำเพียงกรรมเดียว 

อัยการสูงสุดจึงมีคำสั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 84, 90 และ 288

ขั้นตอนหลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาล โดยอัยการนัดให้ดีเอสไอนำตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องต่อศาลอาญาวันที่ 31 ต.ค.นี้ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด 

แต่เนื่องจากยังอยู่ในสมัยเปิดประชุมสภา ผู้ต้องหาทั้งสองสามารถใช้เอกสิทธิ์ความเป็นส.ส.คุ้มครองได้ จึงต้องรอให้ปิดสมัยประชุมช่วงเดือนธ.ค.นี้ก่อน 

หลังจากนี้หากดีเอสไอจะทำสำนวนเข้ามาเพิ่มอีก หลังจากที่ศาลมีคำสั่งการไต่สวนชันสูตรการเสียชีวิตรายอื่น อัยการก็จะนำมารวมเป็นสำนวนเดียวกันได้ เพราะถือว่าการเสียชีวิตเกิดจากการออกคำสั่งเพียงครั้งเดียว จึงเป็นความผิดกระทงเดียว 

หากผู้ต้องหาทั้งสองจะต่อสู้โดยนำประเด็นเรื่องการออกคำสั่ง ศอฉ.เกิดขึ้นระหว่างดำรงตำแหน่งนายกฯ หากจะมีการกล่าวหาว่ากระทำผิดต้องอยู่ภายใต้การไต่สวนของป.ป.ช. 

หรือถ้าหากจะมีการกล่าวอ้างถึงการปะทะกันของ เจ้าหน้าที่กับกลุ่มชายชุดดำก็เป็นสิทธิ์ที่จะโต้แย้งได้ แต่ในสำนวนที่ดีเอสไอส่งมาไม่มีการกล่าวอ้างถึงข้อ เท็จจริงที่มีกลุ่มชายชุดดำอยู่ด้วยในครั้งนี้

อัยการมีความมั่นใจในการสั่งคดี เพราะมีพยานหลักฐานในการลงนามคำสั่งตั้ง ศอฉ. และนายสุเทพเป็นผอ.ศอฉ. รวมทั้งการออกประกาศให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธจริงในการปฏิบัติได้ 

ซึ่งการออกคำสั่งดังกล่าวไม่สอดคล้องกับการสลายการชุมนุมตามหลักสากล ต่างจากกรณีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 

ซึ่ง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกฯ ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการให้เจ้าหน้าที่ดูแลควบคุมการชุมนุม แต่การสั่งดังกล่าวไม่ได้มีการระบุเป็น คำสั่งที่เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธเหมือนประกาศของ ศอฉ. 

ดังนั้น เมื่อมีการตั้งเรื่องเป็นคดีจึงมีการกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 ที่จะต้องส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด 

แต่กรณีของนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ มีการตั้งเรื่องตั้งแต่ในชั้นพนักงานสอบสวนของดีเอสไอว่าก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่า การออกคำสั่งจึงเป็นการกล่าวหาคดีลักษณะวิสามัญฆาตกรรม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 

ขณะที่การพิจารณาสำนวนอัยการสูงสุดได้พิจารณาถึงข้อกำหนดของพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่แม้จะให้อำนาจในการออกคำสั่ง แต่คำสั่งของผู้ต้องหาทั้งสองเป็นการให้ใช้อาวุธเกินความจำเป็นจนมีผู้เสียชีวิต 

ส่วนที่ไม่ได้กล่าวหาผบ.ตร. รวมทั้ง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ฐานร่วมกันกระทำผิด เพราะตามสำนวนไม่ได้พบว่าร่วมกันออก คำสั่ง ขณะที่เมื่อออกคำสั่งแล้วเจ้าหน้าที่ก็เป็นเพียง ผู้ปฏิบัติการไม่ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด 

ทั้งนี้ หากภายหลังมีการสอบสวนไปจนระบุได้ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่คนใดเป็นผู้ใช้อาวุธยิงก็ถือว่าเป็นคดีการวิสามัญฆาตกรรม ซึ่งเสียชีวิตเกิดจากการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน แต่การตั้งเรื่องคดีจะต้องพิจารณาว่าจะมีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบผิดด้วยหรือไม่


สำนวนนี้อัยการได้พิจารณาด้วยหรือไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 ในการใช้อำนาจออกคำสั่ง 
คดีนี้มีการตั้งเรื่องว่าเป็นการออกคำสั่งที่ก่อให้มีการฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288 ซึ่งมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิตอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกล่าวหาในมาตรา 157 ด้วย 

อย่างไรก็ดี คำสั่งของอัยการสูงสุดไม่ใช่บรรทัดฐานในอนาคตว่าหากจะมีการออกคำสั่งดังกล่าวจะเกิดเป็นความผิดมาตราใด โดยต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น อัยการก็หวังว่าจะไม่ให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต 

ส่วนการกล่าวหาว่าผู้ต้องหาทั้งสองกระทำผิดมาตรา 157 ด้วยหรือไม่ ซึ่งเป็นอำนาจการไต่สวนของป.ป.ช.นั้น ที่จริงเมื่ออัยการมีความเห็นสั่งฟ้องแล้ว ป.ป.ช.ก็ต้องพิจารณาว่าเมื่อมูลเหตุเป็นเรื่องเดียวกันแล้วถ้าอัยการสั่งฟ้องก็ควรจะระงับการพิจารณาไว้ 

เพราะถ้าทำคดีแล้วจะยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่อีกก็จะเป็นการฟ้องซ้ำ และทางผู้ต้องหาก็สามารถโต้แย้งได้ว่าอัยการทำคดีนี้แล้ว

มีแรงกดดันจากทางการเมืองช่วงที่พิจารณาพ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือไม่ 

การพิจารณาสำนวนคดีนี้เป็นลำดับขั้นตอนและมีคณะทำงานของอัยการร่วมพิจารณา สำนักงานคดีอัยการสูงสุดได้เริ่มพิจารณาคดีนี้ก่อนที่ฝ่ายการเมืองจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และส่งเรื่องถึงผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนกระทั่งถึงอัยการสูงสุด 

จึงเป็นการพิจารณาคดีก่อนที่จะมีการพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม


นสพ.ข่าวสด


... เน็ตเร็ว คลิ๊กที่ www.tuewsob.com

... เน็ตช้า คลิ๊กที่ http://tuewsob.blogspot.com

... ห้องวิชาเอกครู คลิ๊กที่ http://uewsob2011.blogspot.com

... (ห้องข้อสอบใหม่) ..สอบครู..สอบผู้บริหาร..สอบบุคลากร ที่

"ติวสอบดอทคอม "

ผอ.นิกร  เพ็งลี

ศธ.จัดงานสุดยอดการเรียนภาษาและคิดวิเคราะห์

ข้อสอบออนไลน์ ชุดใหม่





ติวสอบออนไลน์ ชุด นโยบายรัฐบาล


ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 374/2556ศธ.จัดงานสุดยอดการเรียนภาษาและคิดวิเคราะห์
เซ็นทรัลเวิลด์ – นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน “สุดยอดการเรียนภาษาและคิดวิเคราะห์” (Language Learning and Thinking Showcase) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2556 ที่ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

  by iPhone5
ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่รัฐบาลได้ประกาศให้การศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ และ รมว.ศธ.ได้กำหนดให้ปีนี้เป็นปีแห่งการรวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยต้องการให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษา ขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาสู่การปฏิบัติ และพัฒนาไปสู่อนาคตตามเป้าหมายที่กำหนดอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนประการแรก คือ การปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้สัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ทั้งการปฏิรูปหลักสูตร ปฏิรูปการเรียนการสอน การทดสอบ/วัดและประเมินผลผู้เรียน การรับบุคคลเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย การประเมินวิทยฐานะและความก้าวหน้าในวิชาชีพครู และการประเมินสถานศึกษาที่จะต้องเชื่อมโยงไปที่คุณภาพและผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน
เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ศธ.จึงได้จัดงาน “สุดยอดการเรียนภาษาและคิดวิเคราะห์” ขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม 2556 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนการสอน โดยเฉพาะเรื่องภาษา การอ่านและการคิดวิเคราะห์ โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอนภาษาต่างๆ และการนำเสนอตัวอย่างการเรียนการสอนแนวใหม่ที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์และการเรียนรู้ด้วยตนเอง กิจกรรมสำคัญภายในงานจะครอบคลุมถึงการเสวนาทางวิชาการของผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษา การสื่อสาร และการคิดวิเคราะห์ การสาธิตการเรียนการสอนภาษาและการคิดวิเคราะห์จากสถานศึกษาที่มีแนวปฏิบัติที่โดดเด่น ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้กับครูอาจารย์ สามารถนำไปเป็นแบบอย่างเพื่อปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม
ภายในงานได้มีการจัดห้องเรียนจำลองในการสอนภาษาและการคิดวิเคราะห์ การแสดงแอพลิเคชั่นและการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนหลายรูปแบบ การเปิดเวทีให้เยาวชนและครูได้มีโอกาสในการแสดงความสามารถและศักยภาพด้านต่างๆ การแสดงและการประกวดสุนทรพจน์ของนักเรียน การจัดนิทรรศการและการแสดงของสถานเอกอัครราชทูตฯ และหน่วยงานภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมทักษะความรู้ด้านภาษาและการคิดวิเคราะห์ ตลอดจนการจัดทดสอบเพื่อวัดระดับความสามารถทางภาษา การประกวดการจัดทำสื่อการเรียนการสอนของครู โดยคาดว่าจะมีผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง บุคลากรที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจเข้าชมงานทั้ง 2 วัน จำนวนกว่า 15,000 คน ที่จะได้นำความรู้ แนวคิดและประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาความรู้และคุณภาพของเยาวชนต่อไป
 
  
 
 
รมว.ศธ. กล่าวในพิธีเปิดว่า การจัดงานในวันนี้จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงการนำเอารูปแบบการเรียนการสอนที่ประสบความสำเร็จที่เป็นแบบอย่างที่ดี ที่เกิดขึ้นจากสถานศึกษาของรัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำมาให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ครูอาจารย์ นักเรียน ผู้ปกครอง ศึกษานิเทศก์ และผู้บริหารการศึกษา ได้ชม แลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำไปสู่กระบวนการปฏิรูปการเรียนการสอน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา
ประเทศไทยมีความจำเป็นที่อยู่ในโลกแห่งการแข่งขันและการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จึงต้องมีการปรับตัวและพัฒนาประเทศ ในการพัฒนาประเทศนั้น สิ่งที่สำคัญมากคือการพัฒนากำลังคน ซึ่งเป็นหน้าที่ที่สำคัญโดยตรงของฝ่ายจัดการศึกษา การจะพัฒนาประเทศและกำลังคนได้ จะต้องปฏิรูปการศึกษา และต้องร่วมกันทำให้เห็นว่าการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ ทาง ศธ.ได้หารือและนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีความเห็นชอบให้ถือว่าการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ และได้มอบหมายให้ ศธ.คิดเรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้และปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง
การศึกษาเป็นวาระแห่งชาตินั้น มีความหมายใน 2 ความหมาย ความหมายหนึ่ง คือถ้าจะพัฒนาประเทศ พัฒนาชาติ การศึกษาจะมีส่วนสำคัญอย่างมาก อีกความหมายหนึ่งก็คือ ในการที่จะพัฒนาการศึกษา ปฏิรูปการศึกษา คนทั้งชาติต้องร่วมมือและช่วยกัน จากแนวความคิดดังกล่าว จึงจะนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษา และจะต้องมีการปฏิรูปการศึกษาในหลายๆ ด้าน
 การปฏิรูปการเรียนรู้ให้สัมพันธ์เชื่อมโยงกันทั้งระบบ เป็นนโยบาย 1 ใน 8 ข้อของ ศธ. ความหมายคืออะไร และจะเชื่อมโยงไปถึงงานในวันนี้อย่างไร กล่าวคือ เรามีหลักสูตรการเรียนการสอน การทดสอบวัดผลและประเมินผล ทั้งหมดนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงการผลิตและพัฒนาครู ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการจัดการศึกษาและควรจะต้องสัมพันธ์กัน คือ ปฏิรูปไปด้วยกันอย่างสอดคล้องสัมพันธ์กัน เรามีหลักสูตรที่แบ่งเป็น 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ การให้เด็กเล็กๆ เรียน 8 กลุ่มสาระ เด็กจะมีเวลาเรียนภาษาไทยให้แตกฉานได้อย่างไร ก็เป็นปัญหาอยู่มากพอสมควร ในหลักสูตรเกี่ยวกับภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ จะต้องทำให้เด็กเรียนแล้วสามารถใช้ภาษาในการสื่อสารได้ แต่ในโรงเรียนส่วนใหญ่ของประเทศไทย จัดการเรียนเป็นสิบปีโดยไม่มีวิชาสนทนา เด็กเรียนแล้วจะสื่อสารได้อย่างไร นี่คือความสัมพันธ์ระหว่างหลักสูตรกับการเรียนการสอน จึงต้องมาค้นคว้าว่าปัญหาอยู่ที่ไหนบ้าง และจะแก้ปัญหาได้อย่างไร
เมื่อมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่สอดคล้องกันแล้ว หากการทดสอบวัดผล ไม่สอดคล้องกับหลักสูตรการเรียนการสอน ผู้สอนและผู้เรียนก็จะไม่สนใจสิ่งที่อยู่ในหลักสูตรและสิ่งที่มีการเรียนการสอนกันอยู่ในห้องเรียน เพราะต้องไปทำข้อสอบให้ได้ การทดสอบวัดผลจึงจะต้องมีการพัฒนาให้ได้มาตรฐานและสอดคล้องกับหลักสูตรการเรียนการสอน และการทดสอบวัดผลนั้น ต้องหวังที่จะทำให้เป็นเครื่องมือในการที่กระตุ้น ส่งเสริมให้เกิดการเรียนการสอนและหลักสูตรที่ดีขึ้น และทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น
การทดสอบวัดผลนี้เราไม่ค่อยมีกันมาใน 20-30 ปีมานี้ ไม่มีการทดสอบวัดผลกลาง แต่ใช้การทดสอบวัดผลของสถานศึกษา และการทดสอบวัดผลที่ครูกับโรงเรียนดำเนินการกันมา ทำให้หลายปีมานี้ไม่ทราบว่าผลการศึกษาของประเทศเป็นอย่างไร ผลการจัดการเรียนการสอนที่ผ่านมามีผลอย่างไรต่อเด็กทั่วประเทศ ไม่มีใครทราบชัดเจน จนกระทั่งมีการทดสอบวัดผลของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติฯ (สทศ.) และมีการประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาฯ (สมศ.)ที่เกิดขึ้นในช่วงประมาณ 8-10 ปีมานี้ และจะต้องอาศัยการทดสอบวัดผลและประเมินผลจากองค์กรต่างประเทศ การทดสอบวัดผลจึงจะต้องมีการพัฒนาด้วย ในการทดสอบวัดผลนี้มี สทศ.เกิดขึ้น มี O-Net เกิดขึ้น ซึ่งก็จะต้องทำให้พัฒนาและทำให้เชื่อมโยงกับหลักสูตรการเรียนการสอน นอกจากนี้ มีการทดสอบวัดผลที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะต้องดูแลให้เกิดความเชื่อมโยงกัน ก็คือการคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย
หากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยใช้ข้อสอบนอกหลักสูตร ทั้งครู นักเรียนและผู้ปกครองของเด็กชั้นมัธยมปลายจะไม่สนใจการเรียนในโรงเรียนหรือจะสนใจน้อยเกินไป และการที่เราจะปฏิรูปการเรียนการสอนทั้งหมดนี้ก็จะไม่เป็นประเด็นที่ผู้เกี่ยวข้องจริงๆ ให้ความสนใจ เพราะจะสนใจแต่ว่าจะทำข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นข้อสอบนอกหลักสูตรได้อย่างไร
 การประเมินผลมีหลายรูปแบบและวิธีการ แต่วิธีการที่สำคัญอย่างหนึ่ง เช่น ที่ สมศ.ทำอยู่ ทำอย่างไรจะให้การประเมินผลนี้ส่งผลต่อการพัฒนาการเรียนการสอน เช่น ประเมินผลว่าเด็กไทยยังคิดวิเคราะห์ไม่ค่อยได้ จะทำอย่างไรกับผลการประเมินดังกล่าว จะส่งเสริมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กคิดวิเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์เชื่อมโยงกันนี้ ต้องทำพร้อมกัน แต่การทำพร้อมกัน ให้ความสำคัญเท่ากัน คนจะไม่เห็นภาพว่าปฏิรูปการศึกษาจะเกิดขึ้นอย่างไร สุดท้ายแล้วการปฏิรูปการศึกษาจะเกิดผลเป็นจริงเป็นจังได้ ก็ต้องอยู่ที่ห้องเรียน ใช้คำว่าสุดท้าย หมายความว่าเมื่อคิดอะไรได้แล้วก็ตาม หากจะเกิดผลและวัดกันได้ว่าปฏิรูปการศึกษาหรือไม่ ก็อยู่ที่ห้องเรียนและผู้เรียน ห้องเรียนก็คือเรื่องของการเรียนการสอน แต่จะไม่รอให้ทำทุกอย่างให้เสร็จแล้วจึงไปดูกันที่ห้องเรียน
ปฏิรูปการเรียนการสอนนี้มีคำว่า “สอน” อยู่ด้วย คำว่า “สอน” ก็คือ “ครู” เพราะฉะนั้น ทั้งหมดก็ต้องโยงไปที่การผลิตและการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง การเรียนการสอนจะต้องทำให้เกิดการเรียนรู้และปรับเปลี่ยนกันอย่างจริงจัง จะต้องมีการจัดการเรียนการสอนในทุกเรื่อง แต่หากทำทุกเรื่องพร้อมกัน ก็จะเยอะแยะไปหมด และอาจจะไม่สามารถเห็นตัวอย่างชัดเจน จึงต้องเริ่มจากบางเรื่อง การปฏิรูปการเรียนการสอนที่สำคัญในเรื่องการคิดวิเคราะห์ การเรียนวิชาต่างๆ คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ เมื่อดำเนินการไปสักระยะหนึ่ง พบว่าภาษาต่างประเทศอย่างเดียวไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วน คือภาษาไทย นอกจากนั้นแล้ว การเรียนการสอนที่สำคัญที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนและเรียนรู้กันอย่างจริงจัง คือการเรียนการสอนในโลกยุคอินเทอร์เน็ต โลกยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดน
เวลานี้ต้องพูดกันถึงเรื่องบทบาทของครูในโลกยุคอินเทอร์เน็ต การสอนโดยตั้งคำถามว่า คำนี้คืออะไร เมืองนี้คืออะไร อยู่ที่ไหน เด็กทุกคนสามารถใช้กูเกิ้ล เว็บไซต์ หรือเครื่องมีในการค้นหาได้ภายในเวลาสั้นๆ และตอบได้เหมือนกันหมด บทบาทของครูจึงต้องเปลี่ยนไป การจะตั้งคำถาม ส่งเสริมให้เด็กคิดอย่างไร และจะสอนกันอย่างไรในโลกที่ปัจจุบันเด็กมีความสามารถที่จะหาข้อมูลได้ และคำถามใหญ่คือ จะทำให้เด็กคิดได้อย่างไร
ในการเรียนการสอน เรื่องสำคัญมากอยู่ที่เรื่องคิดวิเคราะห์ ศธ.ประกาศว่าจะเลื่อนอันดับใน Programme for International Student Assessment (PISA) ของประเทศไทยให้สูงขึ้นในการวัดผลในอีก 2 ปีข้างหน้า ก็จะมีการดำเนินการในเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง การทดสอบวัดผลของ PISA เริ่มต้นมาจากการให้นักวิทยาศาสตร์ช่วยนักการศึกษาคิดวิธีวัดผลเด็ก และที่ทำเป็นการอ่าน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ทั้งหมดนี้ถอดออกมาได้คำเดียว คือ “คิด” เพราะฉะนั้น เรื่องคิดวิเคราะห์คือเรื่องที่ทั่วโลก องค์กรต่างๆ ที่ทำเรื่องการศึกษา เช่น สหประชาชาติ ยูเนสโก ล้วนแต่ให้ความสำคัญทั้งสิ้น
 งานในวันนี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับการปฏิรูปการเรียนการสอนและปฏิรูปการศึกษา..  เรานำเอาการเรียนการสอนที่ดี ทันสมัย และประสบความสำเร็จในประเทศต่างๆ และในประเทศไทย แนวความคิดใหม่ และนวัตกรรมในการสอนมาแสดง มีการนำผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญมาพูดคุย แลกเปลี่ยนและถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ให้ฟัง โดยมีความหวังว่าศึกษานิเทศก์ ครู นักเรียนและผู้เกี่ยวข้องในวงการศึกษา มาฟัง มาชม มาดู มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ที่สำคัญ จะต้องไม่ให้เรื่องนี้จบไปแค่นี้ คือมาดูงานกันในวันนี้ และได้ความคิดดีๆ กลับไป แล้วก็พอแล้ว แต่จะต้องมีงานทำนองนี้อีกในด้านอื่นๆ ที่นอกจากภาษาและการคิดวิเคราะห์ ซึ่ง ศธ.ก็เตรียมจะจัดงานลักษณะนี้ต่อไปอีก คือ การจัดงานทางด้านICT ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2556 และจะจัดรวมทุกด้านในระบบการปฏิรูปการศึกษาในเดือนมกราคม 2557 ซึ่งจะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มากในวงการศึกษาของประเทศ
การจะปฏิรูปการเรียนการสอน มีองค์ความรู้อยู่มากมายในโลกนี้ และในประเทศไทย องค์ความรู้เหล่านี้สามารถรวบรวมมาแสดงได้ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ โจทย์ข้อใหญ่ของวงการศึกษาไทยที่จะต้องคิดกันต่อไปก็คือ เมื่อมีการแสดงให้ดูแล้วว่าองค์ความรู้สามารถรวบรวมมาได้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ จะทำอย่างไรให้มีกระบวนการนี้อย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงไปสู่ระบบการผลิตและพัฒนาครู เชื่อมโยงไปสู่การที่เรากำลังจะดำเนินการเรื่องปรับหรือพัฒนาการทดสอบ การวัดผล การประเมินผล รวมทั้งการปฏิรูปหลักสูตร จึงต้องช่วยกันคิดและหากระบวนการต่อไป หากกระบวนการนี้ไม่มีความต่อเนื่อง มีแค่จุดประกายกันขึ้นมาแล้วก็เป็นไฟไหม้ฟางไปเท่านั้น ก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไรเท่าที่ควร แต่หากเกิดเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องและทำกันอย่างจริงจังต่อไป ที่ต้องการจะเน้นก็คือ การปฏิรูปการศึกษาได้ ทุกส่วนต้องร่วมกัน ที่บอกว่า รวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษา มันมีความหมายก็คือ ทาง ศธ.มีบุคลากรมากแล้วแต่ก็ยังไม่พอ ภาคเอกชน ภาคสังคม คนทั้งสังคมต้องร่วมมือกัน เพื่อให้เกิดกระบวนการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น จึงหวังว่าการจัดงานในวันนี้ นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้มีการรวบรวมองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้ว จะทำให้เกิดการที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายมามีส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษา มีส่วนร่วมในการที่จะมาคิด สร้างกระบวนการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนากำลังคนของประเทศร่วมกัน เพื่อให้มีบทบาท มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ
งาน สุดยอดการเรียนภาษาและคิดวิเคราะห์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม 2556 โดยมีการจัดนิทรรศการต่างๆ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี ภาษาเยอรมัน ภาษามลายู ภาษาเพื่ออาชีพ การคิดวิเคราะห์ และนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ รวมถึงการแสดงละครภาษาอังกฤษ (ห้องเรียนจำลองการเรียนการสอนเชิงบูรณาการ) โดยโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร การจัดเสวนาทางวิชาการ การประกวดสื่อการสอน อ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ (ครู) และการประกวดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ (นักเรียน) เป็นต้น
ภายหลังพิธีเปิด รมว.ศธ.ได้เยี่ยมชมนิทรรศการความก้าวหน้าในการเรียนภาษาและคิดวิเคราะห์ของสถานศึกษาและหน่วยงานชั้นนำของประเทศไทย รวมทั้งสถานเอกอัครราชทูต ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ที่สอนภาษาต่างประเทศในไทย เช่น เยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน เกาหลี เป็นต้น
 
 
 
ภาพ สถาพร ถาวรสุข
 
จากนั้น รมว.ศธ.ได้รับฟังความคิดเห็นจากในการประชุมพิจารณา (ร่าง) กรอบยุทธศาสตร์การปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ.2556-2561 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน
รมว.ศธ.กล่าวว่า เชื่อว่าเราทุกคนมีความเข้าใจโจทย์ของการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่ตรงกันอยู่แล้ว แต่ขอให้ช่วยคิดว่า มีอะไรที่จะส่งเสริมให้การดำเนินงานสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่ง ศธ.เป็นฝ่ายจัดการศึกษาให้กับเด็กทั่วประเทศที่มีขีดความสามารถและสภาพการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราจะจัดการศึกษาโดยมุ่งเป้าหมายให้ได้ผลเช่นเดียวกันคงจะเป็นไปไม่ได้ แต่จะมีวิธีการเรียนการสอนและกำหนดเป้าหมายในแต่ละส่วนได้อย่างไร และหากเห็นว่าหากจะมีการทดสอบ Proficiency Test ต้องคำนึงว่าจะมีจุดเน้นด้านใด วัดอย่างไร เพื่อให้เป็นการวัดสำหรับเด็กทั้งประเทศซึ่งมีความแตกต่างกัน
ปัญหาใหญ่คือ วิธีการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของเราที่มุ่งเรียนเรื่องกฎเกณฑ์และไวยากรณ์ เป็นการเรียนเพื่อใช้ประโยชน์ในการหาความรู้ต่อ เช่นReading Comprehension ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนที่ไม่ต่อเนื่องและเป็นอุปสรรคต่อการเรียนภาษา แต่หากจะเปลี่ยนเป็นการเรียนที่เริ่มจากการฟัง การพูด ในชั้นเด็กเล็ก และเพิ่มการอ่านและเขียนในเด็กโต โดยอาจจะต้องพัฒนาวิธีการเรียนการสอนควบคู่ไปกับการเรียน

ภาพ บัลลังก์ โรหิตเสถียร by iPhone5
ทั้งนี้ เราจะยึดความต้องการของประเทศว่า ประเทศนี้ต้องการให้คนมีความสามารถทางภาษาอังกฤษอย่างไร แบบใด และด้านใดบ้าง โดยมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งอาจจะต้องสำรวจความต้องการคนในแต่ละอาชีพก่อน ทั้งในแง่จำนวน สาขา และระดับความสามารถ เพื่อเป็นเป้าหมายในการจัดการเรียนการสอนภาษาให้ตรงกับความต้องการและมีความสามารถที่จะทำงานได้จริง ไม่ใช่ปล่อยให้เรียนเป็นแสนคน แต่จบแล้วก็ไม่ได้คนที่ตรงตามความต้องการ และไม่สามารถทำงานได้ในทันที


ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ศธ.


... เน็ตเร็ว คลิ๊กที่ www.tuewsob.com

... เน็ตช้า คลิ๊กที่ http://tuewsob.blogspot.com

... ห้องวิชาเอกครู คลิ๊กที่ http://uewsob2011.blogspot.com

... (ห้องข้อสอบใหม่) ..สอบครู..สอบผู้บริหาร..สอบบุคลากร ที่

"ติวสอบดอทคอม "

ผอ.นิกร  เพ็งลี

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม