หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบ ครูผู้ช่วย

ติวสอบ ครูผู้ช่วย
ติวสอบครูผู้ช่วย

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา
ติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค
หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ผลการประชุม ก.พ.อ. 5/2558

เรื่องใหม่น่าสนใจ 

- พรบ.เงินเดือนใหม่ข้าราชการครูฯ พ.ศ.2558

-ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (P.A.)

                    ข้อสอบออนไลน์ ( สอบครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่ล่าสุด

 เตรียมสอบ บน ยูทูป ทั้งหมด ได้ที่

 ติวสอบ บน ยูทูป


   คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้
เตรียมสอบผู้บริหารสถานศึกษา (รอบ 2)

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 175/2558
ผลการ
ประชุม ก.พ.อ. 5/2558
ศึกษาธิการ - พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ครั้งที่ 5/2558 เมื่อวันพุธที่ 27พฤษภาคม 2558 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น อาคารราชวัลลภ
  •  เห็นชอบการปรับปรุงฐานในการคำนวณและช่วงเงินเดือนสำหรับการเลื่อนเงินเดือน
 รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างฐานในการคำนวณและช่วงเงินเดือนสำหรับการเลื่อนเงินเดือนในแต่ละประเภทและระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา โดยจะเป็นการกำหนดค่ากลาง (Mid Point) ฐานในการคำนวณ และช่วงเงินเดือนใหม่ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับการปรับบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูง เพื่อใช้ในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2558 เป็นต้นไป
สำหรับการปรับปรุงเงินเดือนของข้าราชการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2557 เป็นการขยายเพดานเงินเดือนขั้นสูงเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 10 ทุกตำแหน่ง แต่มีการปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 สำหรับข้าราชการเพียงบางตำแหน่งเท่านั้น โดยข้าราชการระดับกลางขึ้นไปไม่ได้ปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น เป็นผลให้ข้าราชการบางรายซึ่งเคยเลื่อนเงินเดือนโดยใช้ฐานในการคำนวณระดับบน ต้องใช้ฐานในการคำนวณระดับล่างซึ่งมีอัตราต่ำกว่าแทน หรือบางรายที่ใช้ฐานในการคำนวณระดับล่างอยู่ก็ไม่มีโอกาสได้ปรับไปใช้ฐานในการคำนวณระดับบน
ดังนั้น เพื่อเป็นการลดผลกระทบดังกล่าว จึงเห็นควรกำหนดให้ใช้ช่วงเงินเดือนเดิมเฉพาะการเลื่อนเงินเดือนในวันที่ 1 เมษายน 2558 และทยอยปรับช่วงเงินเดือนเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 2 ในแต่ละรอบประเมิน ตั้งแต่การเลื่อนเงินเดือนในวันที่ 1 ตุลาคม 2558 การปรับช่วงเงินเดือนเป็นระยะๆ ดังกล่าวไม่เกิน 6 รอบการเลื่อนเงินเดือน จะทำให้ช่วงเงินเดือนสุดท้ายที่ปรับ (1 ตุลาคม 2560) สอดคล้องกับบัญชีเงินเดือนที่ปรับใหม่ และสอดคล้องกับร้อยละการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการ ซึ่งวิธีการดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางของ ก.พ.
  •  เห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำรายงานข้อมูลบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา
 ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำรายงานข้อมูลบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา เพื่อทำหน้าที่ศึกษาความสัมพันธ์ของข้อมูลบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนต่อระบบบริหารจัดการของการอุดมศึกษา
 โดยมีอำนาจหน้าที่  ในการวางระบบ ออกแบบโครงสร้างการแบ่งงาน การบริหารงานบุคคลในสถาบันอุดมศึกษา โดยศึกษาความสัมพันธ์ของข้อมูลบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาแยกตามกลุ่มมหาวิทยาลัยในรายละเอียดต่างๆ เช่น ความสัมพันธ์ของสัดส่วนคณาจารย์ที่มีตำแหน่งทางวิชาการกับกลุ่มมหาวิทยาลัย ความสัมพันธ์ของระดับวุฒิการศึกษากับตำแหน่งทางวิชาการ ความสัมพันธ์ของสัดส่วนคณาจารย์ที่มีตำแหน่งทางวิชาการกับจำนวนหลักสูตรและจำนวนนักศึกษา รวมทั้งการประกันคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา และข้อมูลผลสอบและสัดส่วนการเข้ารับราชการจาก ก.พ. เป็นต้น
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจดังกล่าว นอกจากจะต้องนำข้อมูลจากการประกันคุณภาพภายในของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) มาวิเคราะห์แล้ว จะต้องนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและการประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.) รวมทั้งข้อมูลผลสอบและสัดส่วนการเข้ารับราชการจาก ก.พ. ตลอดจนการเปรียบเทียบข้อมูลกับสถาบันอุดมศึกษาเอกชนของไทย และสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ มาใช้ประกอบการพิจารณา ซึ่งอาจจ้างนักวิเคราะห์วิจัยระบบมาช่วยดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อมูลตามที่ต้องการได้ด้วย
องค์ประกอบคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจชุดนี้ มีจำนวน 11 คน โดยมีศาสตราจารย์ปรัชญา เวสารัชช์ เป็นประธาน ส่วนอนุกรรมการท่านอื่นๆ เช่น รศ.สมศักดิ์ มิตะถา, รศ.วรเวศม์ สุวรรณระดา, นายสมศักดิ์ เจตสุรกานต์,  นายสุชาติ แสงทองสวัสดิ์, ผู้แทนสำนักงาน ก.พ., ผู้แทน สมศ. เป็นต้น โดยมีผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะบุคลากร เป็นเลขานุการ ซึ่งจะต้องรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานให้ ก.พ.อ.รับทราบทุก 3 เดือน
  • เห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย
 ที่ประชุมได้เห็นชอบแต่งตั้ง ศาสตราจารย์มิ่งสรรพ์ ขาวสะอาด ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคมศาสตร์ เป็นอนุกรรมการเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย แทนตำแหน่งที่ว่าง
สำหรับประวัติผลงานของศาสตราจารย์มิ่งสรรพ์ ขาวสะอาด เคยได้รับรางวัลด้านวิจัย เช่น รางวัลนักวิจัยยอดเยี่ยมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รางวัลนักวิจัยที่มีผลงานดีเด่นจากสภาวิจัยแห่งชาติ เป็นต้น
  •  เห็นชอบให้ผู้บริหารได้รับเงินประจำตำแหน่ง
 ที่ประชุมเห็นชอบให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทผู้บริหาร ได้รับเงินประจำตำแหน่ง จำนวน 87 ราย โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
 1) ตำแหน่งผู้บริหาร ที่มีวาระการดำรงตำแหน่ง จำนวน 79 ราย คือ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ราย, มหาวิทยาลัยราชภัฏ 25 ราย, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 53 ราย
 2) ตำแหน่งผู้บริหาร ที่ไม่มีวาระการดำรงตำแหน่ง จำนวน 8 ราย คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง ราย
 โดยตำแหน่งอธิการบดี ได้รับเงินประจำตำแหน่ง 15,000 บาท, ตำแหน่งรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก ได้รับเงินประจำตำแหน่ง 10,000 บาท, ตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดี รองคณบดี รองผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกองกลาง หัวหน้าสำนักงาน ได้รับเงินประจำตำแหน่ง 5,600 บาท

 ภาพ สถาพร ถาวรสุข
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบสรุปการดำเนินการพิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติและผลงานทางวิชาการของผู้เสนอขอกำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน 2558 ที่อยู่ระหว่างให้มหาวิทยาลัยพิจารณาดำเนินการจำนวน 52 ราย แยกเป็นตำแหน่งศาสตราจารย์ ราย และตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์ 45 ราย

ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


   คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้
เตรียมสอบผู้บริหารสถานศึกษา (รอบ 2)

ฟรี... ห้องเตรียมสอบ-ครูผู้ช่วย
-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

" ติวสอบดอทคอม "  โดย อ.นิกร 
เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
(เตรียมสอบครู-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

การปรับปรุงระบบประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ.

เรื่องใหม่น่าสนใจ 

- พรบ.เงินเดือนใหม่ข้าราชการครูฯ พ.ศ.2558

-ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (P.A.)

                    ข้อสอบออนไลน์ ( สอบครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่ล่าสุด

 เตรียมสอบ บน ยูทูป ทั้งหมด ได้ที่

 ติวสอบ บน ยูทูป


   คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้
เตรียมสอบผู้บริหารสถานศึกษา (รอบ 2)

การปรับปรุงระบบประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ.

ศึกษาธิการ - พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2558 ถึงการปรับปรุงระบบการประเมินคุณภาพภายนอก ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เป็นระบบออนไลน์ เพื่อช่วยลดภาระงานธุรการของครูและสถานศึกษา โดยจะเริ่มใช้ในการประเมินรอบที่ 4 (เมษายน 2559)

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการที่ศาสตราจารย์ ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวเรื่องการปรับปรุงระบบการประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. เพื่อการปฏิรูปการศึกษาไทยให้มีคุณภาพดีขึ้น ประกอบกับมีเสียงเรียกร้องให้มีการทบทวนบทบาทของ สมศ. ก่อนการประเมินรอบ 4 เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอย่างที่ผ่านมา และต้องการเห็นการปรับปรุงการประเมินในประเด็นต่างๆ ได้แก่ 1) ตัวชี้วัดการประเมินต้องสะท้อนคุณภาพและสามารถนำมาใช้พัฒนาคุณภาพได้จริง 2) มาตรฐานการประเมินต้องดี 3) ไม่เป็นภาระงานมาก 4) ประเมินเชิงพื้นที่มากขึ้น
จึงได้มอบหมายให้ สมศ. แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาการรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา เพื่อทบทวนและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและพิจารณาปรับปรุงตัวชี้วัด ตลอดจนวิธีการประเมิน ซึ่งได้ข้อสรุปที่สำคัญ ดังนี้
1) ยกเลิกการประเมินภายนอกแบบเดิม กล่าวคือ ควรยกเลิกการประเมินจากเอกสารจำนวนมากที่โรงเรียนหรือสถานศึกษา เปลี่ยนเป็นการ “ประเมินออนไลน์” โดยบูรณาการใช้ข้อมูลของหน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาเป็นหลัก ไม่ต้องไปประเมินที่โรงเรียน เพื่อลดภาระงานแก่ครู ยกเว้นกรณีโรงเรียนที่มีข้อมูลสะท้อนปัญหาหรือความผิดปกติบางอย่างก็สามารถเข้าไปประเมินเชิงลึกและช่วยเหลือเป็นกรณีๆ ไป
2) การจัดระบบใหม่เพิ่มเติม โดยให้มีการขอรับการประเมินโดยสมัครใจ ที่จะนำผลการประเมินไปใช้พัฒนาสถานศึกษา ตามความพร้อมของแต่ละสถานศึกษาโดยอาจมีการรับรองมาตรฐานหลายระดับ เช่น ระดับพื้นฐาน ระดับก้าวหน้า เป็นต้น
3) การประเมินเพื่อพัฒนาโรงเรียนและสถานศึกษาบางกลุ่ม ที่เป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์การปฏิรูปของกระทรวง หรือของรัฐบาล หรือของสภาปฏิรูปแห่งชาติ เช่น โรงเรียนในพื้นที่ยากลำบากหรือโรงเรียนขนาดเล็กที่เป็นปัญหามานาน
การปรับหลักเกณฑ์การประเมินของ สมศ.ครั้งนี้ จะช่วยลดภาระของครูและสถานศึกษา ทั้งในส่วนของงานธุรการและเอกสารในการประเมิน ลดเวลา และช่วยแก้ปัญหามาตรฐานของผู้ประเมินที่ไม่เท่าเทียมกัน โดยใช้การประเมินตัวชี้วัดและส่งข้อมูลผ่านระบบออนไลน์แทน ซึ่งจะส่งผลดีต่อสถานศึกษาเป็นอย่างมาก และสามารถนำวิธีดังกล่าวมาใช้ในการประเมินรอบที่ 4 (เมษายน 2559) ได้ทันที เพราะไม่ขัดกับกฎหมายแต่อย่างใด ซึ่งส่วนตัวก็ยังคงเห็นว่าการประเมินภายนอกยังคงมีความจำเป็น เพียงแต่จะต้องปรับรูปแบบให้มีความเหมาะสมมากขึ้นและไม่เป็นภาระสำหรับสถานศึกษา

ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ สมศ.ได้ลงทุนพัฒนาระบบการประเมินออนไลน์โดยใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท เพื่อพลิกโฉมและปฏิรูปการประเมินที่จะส่งผลต่อการปฏิรูป ระบบภาวะรับผิดชอบของสถานศึกษาทุกแห่ง และนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากการประเมินมากขึ้น เช่น การประเมินแบบพุ่งเป้าหมายเพื่อให้การช่วยเหลือโรงเรียนที่มีปัญหา
ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ก็เตรียมการรับเรื่องนี้มาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง และจะช่วยรัฐบาลคิดวิธีการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการประเมินโดยสมัครใจมากขึ้น เกิดวัฒนธรรมคุณภาพมากขึ้น ทำให้การรายงานข้อมูลของโรงเรียนเป็นระบบที่แสดงความรับผิดชอบต่อการจัดการศึกษาได้จริง

ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


   คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้
เตรียมสอบผู้บริหารสถานศึกษา (รอบ 2)

ฟรี... ห้องเตรียมสอบ-ครูผู้ช่วย
-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

" ติวสอบดอทคอม "  โดย อ.นิกร 
เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
(เตรียมสอบครู-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

การประชุมผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สอศ. ครั้งที่ 3/2558

เรื่องใหม่น่าสนใจ 

- พรบ.เงินเดือนใหม่ข้าราชการครูฯ พ.ศ.2558

-ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (P.A.)

                    ข้อสอบออนไลน์ ( สอบครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่ล่าสุด

 เตรียมสอบ บน ยูทูป ทั้งหมด ได้ที่

 ติวสอบ บน ยูทูป


   คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้
เตรียมสอบผู้บริหารสถานศึกษา (รอบ 2)

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 173/2558

 การประชุมผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สอศ. ครั้งที่ 3/2558
 จังหวัดปทุมธานี – พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 เรื่อง "การพัฒนาคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาสู่โลกอาชีพ" และบรรยายพิเศษ “นโยบายทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ” โดยมี ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้บริหาร สอศ. และผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สอศ.เข้าร่วมกว่า 600 คน เมื่อวันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2558 ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี
 
 รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สอศ.เป็นอย่างมาก ​นโยบายรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ (Mega Projects)เช่น ระบบขนส่งทางรางที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และระบบบริหารจัดการน้ำ้ ระบบกำจัดขยะ เศรษฐกิจดิจิทัล ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งในช่วงปลายปี 2558 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว เรื่องของการเคลื่อนย้ายแรงงาน เศรษฐกิจ และการค้าจะกระจายตัวไปทั่วภูมิภาคอย่างแน่นอน ทุกเรื่องที่กล่าวมาจำเป็นจะต้องใช้บุคลากรหรือแรงงานที่มีฝีมือ จึงต้องมีการเตรียมกำลังคนเพื่อรองรับงาน รวมทั้งการผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีความรู้ มีทักษะที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ
 หัวใจสำคัญของการอาชีวศึกษาคือ การมองถึงความต้องการบุคลากรหรือแรงงานระดับฝีมือด้านต่างๆ และส่วนสนับสนุน โดยผ่านกระบวนการจัดหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น มีความหลากหลาย เนื่องจากสถานศึกษาสังกัด สอศ. มีจำนวนมาก และมุ่งเน้นการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ ด้วยการขยายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ให้ภาคเอกชนและสถานประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ตั้งแต่การกำหนดความต้องการ การออกแบบหลักสูตร การสนับสนุนบุคลากร การฝึกงาน การพัฒนาระบบแรงจูงใจ ค่าตอบแทน โดย สอศ.มีฐานะเป็นผู้ผลิตบุคลากรป้อนสู่ตลาดแรงงาน และผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงคือภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม สถานประกอบการ หากสถานประกอบการได้แรงงานที่มีความสามารถและมีคุณภาพตรงกับความต้องการก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
 ในการพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษา การเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีวศึกษา การปรับภาพลักษณ์ การขยายความร่วมมือกับภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการสร้างโอกาสใหม่ให้กับการอาชีวศึกษาของไทย บุคลากรในสังกัด สอศ.จะต้องร่วมกันคิดและดำเนินการอย่างทุ่มเท ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกหน่วยงานจนมีผลงานตามปรากฎและมีความก้าวหน้า ทำชื่อเสียงให้สังคมได้รับรู้ถึงการดำเนินการดังกล่าว
 สำหรับช่วงเวลาต่อจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะให้ความสำคัญกับการปฏิรูปทั้งระบบ รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ สอศ. ได้แก่ โครงการทุนช่างเทคนิคและบัณฑิตนักปฏิบัติ (Technician & Technologist Scholarship : 2TS) เดิมเป็นทุนของโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน (One District One Scholarship : ODOS) ซึ่งเป็นทุนการศึกษาสำหรับผู้เรียนสายอาชีพ เป็นโครงการระยะยาว 15 ปี (พ.ศ. 2558-2572) รวมทั้งสิ้น 11,500 ทุน จำแนกเป็นทุนในประเทศ จำนวน 3,500 ทุน และทุนต่างประเทศ จำนวน 8,000 ทุน โดยใช้งบประมาณดำเนินการกว่า 30,300 ล้านบาท เมื่อผู้เรียนสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้กลับมาทำงานที่ตรงกับสาขาที่เรียนให้กับรัฐบาล และส่วนหนึ่งจะกลับมาเป็นครูช่งในสายอาชีวศึกษา เพื่อถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาไปสู่ผู้เรียนต่อไป
 โครงการคุรุทายาท เป็นโครงการผลิตครูของกระทรวงศึกษาธิการที่เคยดำเนินการมาในอดีตเพื่อตอบสนองการผลิตครูในพื้นที่ทุรกันดารและพื้นที่ที่ขาดแคลนครูได้ดี แต่ถูกยกเลิกไปในภายหลัง เมื่อครูในระบบการศึกษาของรัฐจะเกษียณออกไปเป็นจำนวนมาก การจะหาครูมาทดแทนจะต้องมีระบบเพื่อให้ได้ครูที่มีคุณภาพ มีจรรยาบรรณ มีใจรักการเป็นครู โครงการดังกล่าวจะเป็นการคัดเลือกเด็กที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารและขาดแคลนครูในสาขาวิชาหลักที่มีความรู้และความตั้งใจที่จะเป็นครู โดยเป็นโครงการระยะยาว 15 ปีเช่นเดียวกับโครงการทุนช่างเทคนิคและบัณฑิตนักปฏิบัติ ทั้งนี้ มีการคาดหมายว่าจะสามารถผลิตครูสายอาชีพได้มากกว่า 14,000 คน
 การขออนุมัติกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการ สังกัด สอศ. เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนอัตรากำลังผู้ทำหน้าที่สอนและผู้สนับสนุน ในเบื้องต้นจะพิจารณาเฉพาะสถานศึกษาที่ขาดแคลนอัตรากำลังในส่วนของผู้ทำหน้าที่สอน จำนวน 5,677 อัตรา และผู้สนับสนุน จำนวน 1,778 อัตรา เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ (คพร.)
 โครงการเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ “ทวิศึกษา” สำหรับนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระัดับมัธยมศึกษาตอนปลายและต้องการเรียนสายอาชีพควบคู่ไปด้วย โครงการดังกล่าวมีที่มาจากการสำรวจทางสถิติว่า มีนักเรียนสายสามัญ โดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6 ออกจากระบบการศึกษามากกว่าร้อยละ 50 เมื่อนักเรียนกลุ่มดังกล่าวไปทำงานก็กลายเป็นแรงงานที่ไม่มีความรู้หรือทักษะทางวิชาชีพ ทำให้ได้รับค่าตอบแทนต่ำ รายได้น้อย ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการจึงต้องการติดอาวุธความรู้ทางสายอาชีพให้กับนักเรียนสายสามัญ ด้วยการให้โรงเรียนสายสามัญจับมือกับสถานศึกษาอาชีวศึกษา จับคู่สนับสนุนการเรียนการสอนกัน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ด้านอาชีพควบคู่กับความรู้ในสายสามัญ และจะได้รับประกาศนียบัตรทั้งสองสาย
 ปัจจุบันได้มีการดำเนินโครงการทวิศึกษาอยู่แล้วแต่จะขยายโครงการให้มากขึ้น เนื่องจากมีนักเรียนสนใจสมัครโครงการดังกล่าวมากเกินความคาดหมาย ถือว่าประสบความสำเร็จในเบื้องต้น เพราะนักเรียนเห็นความสำคัญและความจำเป็นของการมีอาชีพติดตัวเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในตัวเอง
 การสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนอาชีวศึกษา ให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายจริงและเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง โดย ครม.ได้อนุมัติการจัดสรรงบประมาณในการจัดหาเครื่องมือประจำตัวต่อคนให้แก่ผู้เรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2557 และได้มอบหมายให้สถานศึกษาเป็นผู้จัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวให้นักเรียนตามระเบียบพัสดุตลอด 3 ปีในระดับ ปวช.
 การฝึกอบรมหลักสูตรเตรียมความพร้อมอาชีวศึกษา (Pre.Voc.Ed) ได้ดำเนินการมาแล้ว 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 1 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2557 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากสถานศึกษา สังกัด สอศ.จำนวน 3 แห่ง รวมทั้งสิ้น 79 คน และรุ่นที่ 2 ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2558 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากสถานศึกษา สังกัด สอศ. จำนวน 9 แห่ง และสังกัด สช. จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งสิ้น 482 คน
 โครงการดังกล่าวมีผลตอบรับที่ดีมาก ทั้งผู้เข้ารับการอบรมและผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งนักศึกษาเข้ารับการอบรม เนื่องจากเห็นว่านักศึกษามีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นภายหลังเข้ารับการอบรม  เช่น มีระเบียบวินัย มีความรักความสามัคคี และการปฏิบัติตัวดี หากดำเนินการได้ผลดีอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะช่วยลดปัญหาความรุนแรง การทะเลาะเบาะแว้ง นอกจากนี้ มีเป้าประสงค์ของการจัดโครงการฯ คือ ต้องการนำนักเรียนนักศึกษาจากสถานศึกษาที่มีปัญหากันอยู่แล้วมาเข้ารับการอบรมตั้งแต่ก่อนเข้าศึกษา เพื่อให้มาทำความรู้จัก มาเป็นเพื่อนกันก่อนเข้าสู่สถานศึกษา โดยเชื่อว่าหากมีการขยายผลในปีต่อๆ ไป เป้าประสงค์ดังกล่าวก็จะประสบความสำเร็จได้
 โครงการอาชีวะอาสา เป็นการนำนักเรียนนักศึกษามาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือประชาชนตามเทศกาล เช่น ปีใหม่ และสงกรานต์ เป็นต้น มีการตั้งเต็นท์ตามถนนสายหลักทัวประเทศ 250 จุดบริการ โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในการสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ
 สำหรับโครงการอาชีวะพัฒนา ซึ่งเริ่มดำเนินการเดือนเมษายน เป็นการนำคณะนักเรียนนักศึกษาไปซ่อมสร้างอาคารที่เกี่ยวกับการศึกษาในพื้นที่ต่างๆ เช่น โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และโรงเรียนขยายโอกาส เป็นต้น โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการที่ดีเพราะเป็นการนำนักเรียนนักศึกษาที่มีความรู้ออกไปหาประสบการณ์ในสถานที่จริง มีการปฏิบัติงานจริง ฝึกจิตใจให้เป็นจิตอาสา และมีความต้องการช่วยเหลือเกื้อกูลสังคม
 ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน “Fix it Center” สอศ.ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว โดยเป็นนำนักเรียนนักศึกษาด้านอิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า ตั้งจุดบริการซ่อมอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าแก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ จะมีการขอรับบริจาคอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้แล้วให้นักเรียนนักศึกษานำไปซ่อมแซมให้สามารถใช้งานได้ และจะนำไปบริจาคคืนให้กับประชาชนที่มีความต้องการใช้
 โครงการขยายความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดอาชีวศึกษาร่วมกันกับ สอศ. โดยมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาการผลิตกำลังคนอาชีวศึกษาตามกลุ่มอาชีพ เพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน (กรอ.อศ.) จำนวน 25 กลุ่มอาชีพ รวมทั้งมีการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี การจัดทำกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติและมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ การหารือกับภาคเอกชนเกี่ยวกับการผลิตบุคลากรสายอาชีพ
 โครงการที่กล่าวมาล้วนมีความสำคัญต่อการผลิตบุคลากรทั้งสิ้น เพื่อให้เยาวชนของชาติเป็นผู้มีศักยภาพ เป็นการติดอาวุธด้านความรู้และด้านอาชีพ เมื่อสำเร็จการศึกษาจะสามารถเอาตัวรอดในสังคมได้ มีงานทำ สามารถเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี ไม่เป็นภาระให้กับสังคม เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมให้มีความมั่นคง มั่งคั่้ง ยั่งยืน และเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าตามที่ต้องการ
 
 ในการนี้ ขอฝากให้ผู้บริหารสถานศึกษาช่วยกันดูแลและหาทางแก้ไขปัญหาที่ค้างคาอยู่ เช่น การรับนักเรียนนักศึกษาให้เปิดกว้างมากที่สุด การแสวงหาโอกาสร่วมมือกับภาคธุรกิจ ภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันจัดทำหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการ เพราะแต่ละพื้นที่มีธุรกิจหรืออุตสาหกรรมแตกต่างกัน  ความต้องการบุคลากรก็จะแตกต่างกัน การดูแลและหามาตรการช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่ประสบปัญหาต้องออกจากระบบการศึกษากลางคัน การดูแลและแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษาและการรับน้อง ปัญหาการทะเลาะวิวาท ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา และการเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางไปเรียนของนักเรียนนักศึกษา เป็นต้น
 เชื่อว่าทุกฝ่ายมีความพยายามแก้ไขปัญหาข้างต้น ก็ขอให้กำลังใจและฝากให้ช่วยกันคิดวิธีหรือโครงการที่จะลดปัญหาดังกล่าว เพราะเมื่อเกิดปัญหาแล้วก็จะมีผลกระทบมาก หากมีความรุนแรงหรือการบาดเจ็บล้มตายเกิดขึ้นก็จะทำให้เสียภาพลักษณ์ ผู้ปกครองจะไม่ต้องการให้ลูกหลานเข้าศึกษาต่อในสายอาชีพ ตัวนักเรียนนักศึกษาก็กลัวโดนทำร้าย การเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีพก็จะเกิดอุปสรรค ดังนั้นจะต้องแก้ไขปัญหาและปรับภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของการศึกษาในสายอาชีพให้ได้
 ในส่วนของการบริหารจัดการอาชีวศึกษา ขอฝากให้ผู้บริหารเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายด้วยความโปร่งใส และเป็นไปตามระเบียบแบบแผนที่ถูกต้องด้วย ในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา ต้องพึงระลึกเสมอว่าท่านเป็นผู้นำ ผู้บริหารที่ราชการให้ความไว้วางใจ จึงต้องดำรงตนให้เป็นต้นแบบ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับครู อาจารย์ บุคลากรในสถานศึกษา นักเรียนนักศึกษา และสังคม เพราะถือว่าเป็นผู้บริหารของสถาบันที่มีหน้าที่ผลิตคน หากเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี ก็จะไม่มีความน่าเชื่อถือ หากเป็นผู้นำที่ดี มีความคิดกว้างไกล มีความทุ่มเทในการทำงาน เชื่อได้ว่าสถานศึกษาในความรับผิดชอบของท่านก็จะเจริญรุ่งเรือง ได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากผู้ปกครองในการส่งลูกหลานเข้ารับการศึกษา
 
ภาพ สถาพร ถาวรสุข
 ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า การประชุมผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สอศ. ครั้งที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมร่วมกันวิเคราะห์แนวทางในการพัฒนาคุณภาพการจัดอาชีวศึกษาสู่โลกอาชีพ สร้างความตระหนักถึงคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารจัดการ และให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงสมบูรณ์พร้อมสำหรับการปฏิบัติงาน โดยมีกำหนดจัดประชุมระหว่างวันที่27-29 พฤษภาคม 2558 สำหรับกิจกรรมสำคัญในการประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย การบรรยายโดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การฝึกปฏิบัติและการอภิปรายกลุ่มย่อยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็
ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


   คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้
เตรียมสอบผู้บริหารสถานศึกษา (รอบ 2)

ฟรี... ห้องเตรียมสอบ-ครูผู้ช่วย
-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

" ติวสอบดอทคอม "  โดย อ.นิกร 
เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
(เตรียมสอบครู-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม