หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบ ครูผู้ช่วย

ติวสอบ ครูผู้ช่วย
ติวสอบครูผู้ช่วย

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา
ติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค
หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558

บิ๊กตู่ เรียกคนเห็นต่างเสนอไอเดียร่าง รธน. ขอแกนนำเกษตรกร อย่าก่อหวอด

เรื่องใหม่น่าสนใจ 

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

http://academic.obec.go.th/web/node/1/77/govdoc_sec_detail/296

-เกณฑ์ประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ โดย สมศ.
-เกณฑ์การย้ายครู พ.ศ.2558  http://www.otepc.go.th/images/document/2558/v16-2558.pdf

- พรบ.เงินเดือนใหม่ข้าราชการครูฯ พ.ศ.2558  

http://tuewsob.blogspot.com/2015/05/4-10-1-57.html


              ข้อสอบออนไลน์ ( พัฒนาความรู้ครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่  โดย  อ.นิกร

 เตรียมสอบ บน ยูทูป ทั้งหมด ได้ที่

 ติวสอบ บน ยูทูป


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

บิ๊กตู่ เรียกคนเห็นต่างเสนอไอเดียร่าง รธน. ขอแกนนำเกษตรกร อย่าก่อหวอด



"ประยุทธ์" ประกาศงัด ก.ม.เข้มเคลียร์พวกบุกรุกที่ดิน ยกภูทับเบิกเป็นโมเดล ฮึ่มแกนนำเกษตรกร ใครก่อหวอดโดนดีแน่ กวักมือเรื่องคนเห็นต่างเสนอไอเดียร่าง รธน. บ่นเปิดหลายช่องทางแต่ไม่มาร่วมเอง เรื่องปราบโกงว่ากันตามหลักฐานผิดว่าไปตามผิด ยันนโยบายปราบมาเฟีย อยากจัดระเบียบสังคมให้น่าอยู่ไม่ได้ตั้งท่าเล่นงานใคร โอดรัฐรายได้ไม่เท่ารายจ่าย เก็บภาษีไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยแต่แค่ขยับจะขึ้นภาษีก็โดนต้าน ระบุหาก ศก.กระเตื้องต้องขึ้น VAT แน่
เมื่อวันที่ 30 ต.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย กล่าวตอนหนึ่งถึงปัญหาการบุกรุกที่ดินผิดกฎหมายว่า เรื่องของการใช้ที่ดินเพื่อการท่องเที่ยว ที่ถูกกฎหมายนั้นก็ไม่มีปัญหาจัดระเบียบภายในได้ แต่ถ้าหากว่าเป็นที่ดินที่มีปัญหาอยู่ในการที่จะสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกบุกรุกอยู่ปัจจุบันยกตัวอย่าง เช่น ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ เราจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อนโดยในบางพื้นที่ที่อาจจะมีความบกพร่อง ก็ต้องหามาตรการรองรับแต่ทุกคนที่บุกรุกอยู่จะต้องยอมรับในกฎหมาย ส่วนในพื้นที่ที่ถูกต้องก็บริหารจัดการกันให้มีความเรียบร้อยสวยงาม สะอาด เป็นที่ท่องเที่ยว ที่พักของนักท่องเที่ยว
"ตอนนี้การท่องเที่ยวเรากำลังบูมอยู่ เพราะงั้นผู้ที่กระทำความผิดกฎหมายจะต้องยอมรับว่า ตัวเองนั้นมีการกระทำความผิด จะให้รัฐช่วยเหลืออะไรอย่างไรถ้าไม่ยอมรับกันก็ช่วยอะไรไม่ได้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
"บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกฯ กล่าวต่อไปถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรว่า ปัจจุบันรัฐบาลกำลังกำหนดมาตรการช่วยเหลือผลิตผลทางการเกษตรทุกชนิด โดยต้องปรับโครงสร้างทางการเกษตรเพื่อให้เกษตรกรได้ยืนอยู่อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนด้วยตัวของตัวเอง ขอเตือนบรรดาแกนนำกลุ่มต่างๆ อย่าได้นำเกษตรกรมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล เพราะรัฐบาลนี้จะไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้องที่ไม่เกิดประโยชน์แต่จะดำเนินการในลักษณะสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร
"ทุกคณะที่มาผมได้ให้หน่วยงานชี้แจงไปแล้วว่าถ้าฟังเรา แนวทางของเรา แล้วก็ร่วมมือกับเรา เราก็ดูแลได้แต่ถ้าไม่เอาอะไรสักอย่างเลย แล้วก็ดื้อดึงขัดขืนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ในส่วนของกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันก็เดินหน้าไป เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมาก็ได้พบแม่น้ำ 5 สาย ทำความเข้าใจร่วมกันว่าเราจะเดินหน้าประเทศอย่างไร และได้พูดถึงการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วย โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐธรรมนูญ เพื่อมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เราต้องหารรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับประเทศไทย ขอความร่วมมือทุกคนมองกลับมาที่ปัญหาว่า มีอะไรบ้างการแก้ปัญหาควรจะเป็นอย่างไร แล้วโรดแม็ปในแต่ละเรื่องที่จะต้องปฏิรูปเหล่านี้ต้องมีการลงรายละเอียดว่าจะแก้ได้อย่างไรให้ยั่งยืน ทั้งนี้จะมีการประสานงาน และบูรณาการกันรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เปิดช่องทางให้หลายช่องสามารถเสนอข้อคิดเห็นเข้ามาได้ เมื่อเริ่มร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ก็จะมีการสร้างความเข้าใจทุกพื้นที่ ขอความกรุณาให้มาร่วมกันด้วย
"ที่ผ่านมาผมตรวจสอบแล้วปรากฏว่า คนที่มาฟังนั้นเป็นคนที่ไม่ค่อยจะมีปัญหาอะไรมากนัก ก็มาเสนอโน่นเสนอนี่ แล้วยังมีคนที่ถูกชักจูงว่าไม่ต้องมาส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะปฏิเสธทุกอย่าง ผมก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรไม่ร่วมมือไม่ร่วมใจทั้งสิ้น แล้วก็ไปอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน ไปโน่นเลยแล้วก็บอกรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ" นายกฯ กล่าว           
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงเรื่อง Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement(TPP) ด้วยว่า ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่หารือร่วมกันภาคอุตสาหกรรมกับรัฐบาล ธุรกิจ เอกชน เกษตรกรรม การค้า เพื่อหาข้อสรุปว่าดีหรือเสียอย่างไร จะแก้ไขความเสี่ยงได้อย่างไร อย่าไปคิดว่าจะได้อย่างเดียวก็ต้องมีเสีย แต่เราจะเสียได้แค่ไหนเท่านั้นเอง ทุกส่วนจะต้องร่วมมือกันพิจารณาตัดสินใจไม่ใช่พอเข้าไปแล้วมีปัญหา ก็โทษรัฐบาล           
สำหรับการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราต้องดำเนินการอย่างรอบคอบให้มีความชัดเจนขึ้นในทุกกระบวนการ ตนและคสช. ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรตรงนั้นเลย อย่าไปฟังคนที่มาให้ร้ายเรื่องการพิจารณาจะเร็วหรือช้าก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ตามพยานหลักฐาน สังคมอย่ากดดันมากนักและอย่าไปฟังแต่สื่อหรือโซเชียลมีเดียที่บิดเบือน 
"ตอนนี้ก็แอบอ้างกัน เรื่องความไม่เป็นธรรมความไม่ยุติธรรม เร่งรัดจนเกินไป ก็ผมบอกแล้วไง ถ้าไม่ผิด ก็คือไม่ผิด จะเร็วจะช้าไม่ผิดก็คือไม่ผิด จะเร็ว หรือช้า ถ้าผิดก็ต้องผิด นี่แหละคือเรื่องข้อเท็จจริง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
หัวหน้า คสช.กล่าวถึงนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลด้วยว่า สืบเนื่องมาจากรัฐบาลมีความเป็นห่วงปัญหาสังคมในปัจจุบันที่มีโจรมิจฉาชีพมากขึ้น มีการใช้ความรุนแรง ใช้อาวุธสงครามเข้าแก้ปัญหา โดยไม่หวาดกลัวกฎหมายจะเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนกันหรือ ขับขี่รถแซงกันไปมา ก็ยกปืนมาขู่เขาทะเลาะกันในครอบครัวก็เอาปืนมาฆ่ากัน สังคมมันเสื่อมโทรม คนเราใช้อารมณ์เหนือเหตุผลมากขึ้นทุกวันซึ่งสิ่งที่เป็นพิษเป็นภัยมาจากสื่อ มาจากโซเชียลมีเดียที่ไม่ดี ทำให้คนเห็นความรุนแรงเป็นเรื่องปกติธรรมดาตนจึงมอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนช่วยกันสร้างสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบเรียบร้อย และปลอดภัยให้สังคมกลับคืนมาเป็นปกติขอให้สื่อต่างๆ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่ไปขยายความว่า เตรียมจะใช้อำนาจต่างๆ ไปใช้สร้างความรุนแรงไปเขียนให้เป็นเรื่องเป็นราวอยู่เรื่อย บางสื่อชอบทำให้เกิดความขัดแย้ง ขยายความขัดแย้งโดยไม่ช่วยตนเลย
"คำว่าผู้มีอิทธิพลมีคำจำกัดความอยู่แล้ว หมายถึงบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับการกระทำผิดกฎหมาย รวมความไปถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด นโยบายนี้ไม่ได้เป็นการไล่ล่าฆ่าฟันใครเพียงแต่กำชับให้มีมาตรการที่เหมาะสมทางกฎหมายเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่" พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ    
นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.    
ในส่วนของกระบวนการสร้างความปรองดอง หัวหน้า คสช.กล่าวว่า การต่อต้านต่างๆ นั้น ขอร้องอย่ามาอ้างเหตุผล หรือโยนความผิดให้คนอื่นโจมตีกันไปมา ปรองดองไม่ได้หรอก เรื่องนิสิตนักศึกษาได้ให้ครูอาจารย์ต่างๆ ขอร้องกันให้กรุณานึกถึงประเทศชาติด้วยอย่าเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง วันหน้าก็เป็นประชาธิปไตยอย่างที่ทุกคนต้องการอยู่แล้ววันนี้ท่านต้องรู้ว่าปัญหาประเทศอยู่ตรงไหน ที่ผ่านมาทุกคนมีแรงขับเคลื่อนที่แรง มากมายเมื่อมีคนมาให้ข้อมูลท่านไม่ถูกต้องก็ทำให้ท่านเคลื่อนไหวในทางที่ผิด แล้วก็เป็นอันตรายต่อตัวเอง พ่อแม่ แล้วประเทศชาติเสียหาย           
นายกฯ กล่าวถึงการจัดหารายได้ของประเทศด้วยว่ารายได้รัฐก็มาจากการเก็บภาษี ภาษีบุคคล นิติบุคคล หรือภาษีอื่นๆ อยากจะทำความเข้าใจว่าตนไม่ได้บอกว่าจะเก็บภาษีเพิ่มขึ้น แต่อยากให้ทุกคนลองคิดว่า เราจะทำอย่างไรให้ประเทศเราดีขึ้นเพราะเรามีรายจ่ายชัดเจน ทั้งงบประจำ งบลงทุนซึ่งก็แปรเปลี่ยนไปตามมากน้อย งบเร่งด่วนที่แก้ปัญหาภัยพิบัติบ้าง ความเดือดร้อนต่างๆ ทำอย่างไรเราจะมีเงินมาสนับสนุนให้มากกว่านี้ ให้เกิดความเป็นธรรมและทั่วถึงทั้งด้านการศึกษาและการรักษาพยาบาล ถ้าท่านอยากได้อย่างเดียว แต่ไม่ร่วมมือไม่ช่วยเหลือ ก็ทำอะไรไม่ได้ การปรับปรุงประสิทธิภาพก็ไม่ได้ ที่ผ่านมาอัตราโครงสร้างภาษีเราไม่เคยได้รับการปรับปรุงอย่างเป็นระบบค่อนข้างสับสนอลหม่านกันพอสมควร อีกประการหนึ่งคือจัดเก็บไม่ได้ เพราะความไม่ซื่อตรงมีการโกงภาษีอย่างภาษีบุคคลธรรมดายื่นไว้ 10 ล้านคน แต่เสียภาษีจริงแค่ 3.5 ล้านคน นิติบุคคลเกือบ 2 ล้านราย จ่ายภาษีเพียง 6 แสนราย ภาษีบำรุงท้องที่ก็เก็บเท่าเดิมมา 30 ปีแล้ว นอกจากเก็บได้น้อยและยังเก็บไม่ครบอีกด้วย จึงต้องปรับกันใหม่ทั้งหมดอย่างเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ทุกคนต้องเสียหมดในการซื้อของอะไรต่างๆ ทั้งที่ควรจะขึ้นก็ขึ้นไม่ได้ แต่วันหน้าหากว่ารายได้ดีขึ้นเศรษฐกิจดีขึ้น ทุกคนมีเงินรายได้มากขึ้น อาจจะต้องขึ้นบ้าง จะขึ้นเท่าไรไม่รู้ยกตัวอย่างง่ายๆ แค่ขึ้น 1% ได้เงินมาแสนกว่าล้าน แต่ตอนนี้ขึ้นไม่ได้

ที่มา ; เว็บ นสพ.ไทยรัฐ


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

ฟรี... ห้องเตรียม-ครูผู้ช่วย
-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

" ติวสอบดอทคอม "  โดย อ.นิกร 

เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
(พัฒนาความรู้เตรียมครู-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

รมช.ศธ.ให้นโยบาย ผอ.สพท.ทั่วประเทศ

เรื่องใหม่น่าสนใจ 

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

http://academic.obec.go.th/web/node/1/77/govdoc_sec_detail/296

-เกณฑ์ประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ โดย สมศ.
-เกณฑ์การย้ายครู พ.ศ.2558  http://www.otepc.go.th/images/document/2558/v16-2558.pdf

- พรบ.เงินเดือนใหม่ข้าราชการครูฯ พ.ศ.2558  

http://tuewsob.blogspot.com/2015/05/4-10-1-57.html


              ข้อสอบออนไลน์ ( พัฒนาความรู้ครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่  โดย  อ.นิกร

 เตรียมสอบ บน ยูทูป ทั้งหมด ได้ที่

 ติวสอบ บน ยูทูป


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 375/2558 รมช.ศธ.ให้นโยบาย ผอ.สพท.ทั่วประเทศ
 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ มหานาค – นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้นโยบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 6/2558 เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2558 ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ มหานาค โดยมีนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยรองเลขาธิการฯ, คณะผู้บริหาร สพฐ. และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา 225 เขตทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมสัมมนาในครั้งนี้
นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ในเชิงนโยบายทั้ง 26 ข้อของพลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั้น มีส่วนที่รับผิดชอบงานตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หลายข้อ จึงต้องการมาขยายความว่าในนโยบายต่างๆ เหตุใดจึงคิดเช่นนี้ และการมาพบปะครั้งนี้เพื่อต้องการมารับฟังความคิดเห็นว่าสิ่งใดควรจะปรับให้เกิดผลที่ดี มีประสิทธิภาพ
โอกาสนี้ รมช.ศึกษาธิการ ได้ให้แนวทางการทำงานตามนโยบายใน 6 ประเด็นที่สำคัญ ดังนี้
  เตรียมปฏิรูประบบประเมินคุณภาพการศึกษาครั้งใหญ่
ขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ทำการหารือและเจรจากับสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาฯ (สมศ.) ให้มีการปรับเกณฑ์ที่จะใช้ในการประเมินคุณภาพการศึกษารอบที่ไว้ก่อน เพราะต้องทำการปฏิรูประบบการประเมินภายนอกให้ถูกต้อง เที่ยงตรง เที่ยงธรรม และยอมรับได้ เพื่อแก้ปัญหาการประเมิน โดยใช้ตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับการศึกษา ซึ่งจะต้องยึดแนวทางตามหลักกฎหมาย พระราชบัญญัติการศึกษา และกฎกระทรวงฯ โดยเฉพาะมาตรา 8(1)
ทั้งนี้ ได้ทำความเข้าใจและยืนยันกับผู้บริหารและครูว่า จะยังไม่มีการประเมินคุณภาพการศึกษารอบที่ 4 หากยังไม่มีการปฏิรูปตัวชี้วัดและวิธีการประเมิน ทั้งการประเมินคุณภาพภายใน(Internal Quality Audit : IQA) ของกระทรวงศึกษาธิการ และเกณฑ์การประเมินภายนอกของ สมศ. ซึ่งต่อไปจะไม่มีการประเมินโดยใช้กระดาษจำนวนมาก นโยบายเลิกเป็นทาสกระดาษก็จะเกิดขึ้น
โดยประเด็นนี้ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษาหรือ Super Board ด้านการศึกษา ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีรองนายกรัฐมนตรี (พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง) เข้าร่วมประชุมด้วยในวันนี้ (30 ุลาคม)
โดยสรุป ภายใน 3-4 เดือนนี้จะเกิดการปฏิรูประบบการประเมินคุณภาพการศึกษาครั้งใหญ่ โดยจะไม่ยังไม่เปิดประตูให้ สมศ.เข้ามาประเมิน รวมทั้งจะต้องหาผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินคุณภาพการศึกษามาทำงานอย่างแท้จริง มิใช่นำผู้ประเมินจากบริษัทต่างๆ ที่ไม่ได้คุณภาพ หรือไปนำเอาอดีตครูใหญ่ที่บริหารงานโรงเรียนล้มเหลว หรืออาจารย์มหาวิทยาลัยเข้ามาประเมิน

  การให้เกียรติผู้ร่วมวิชาชีพ
การให้เกียรติเพื่อนร่วมวิชาชีพเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะตำแหน่ง "ศึกษานิเทศก์" ซึ่งยังไม่ได้รับเกียรติเท่าที่ควร โดยบางคนได้รับการมอบหมายงานแบบผิดหน้าที่ เช่น ทำหน้าที่เป็นเสมียน ขับรถรับส่งให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ฯลฯ ทั้งที่หลายคนจบถึงปริญญาโทและปริญญาเอก
ดังนั้น ต้องให้เกียรติศึกษานิเทศก์ซึ่งเป็นผู้ร่วมวิชาชีพในสังกัด สพฐ. โดยผู้บังคับบัญชาต้องมอบหมายงานเชิงนิเทศจริงๆ และนโยบายต่างๆ ที่สั่งการผ่านศึกษานิเทศก์ต้องได้รับการนำไปปฏิบัติจริง กล่าวคือ ในเชิงโครงสร้างผู้บังคับบัญชาต้องทราบหน้าที่ของศึกษานิเทศก์และทราบสาเหตุที่ทำให้บทบาทของศึกษานิเทศก์น้อยลงในปัจจุบัน ซึ่งพบว่าการที่ศึกษานิเทศก์ขึ้นตรงกับรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา มีข้อเสียมากกว่าการขึ้นตรงกับผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ส่งผลให้ศึกษานิเทศก์กว่า 1,000 คนจาก 3,000 คน ยังไม่มีคุณภาพ
วิธีการแก้ไขปัญหาคือ ต้องกำหนดรายละเอียดลักษณะของงาน (Job Description)ของศึกษานิเทศก์ให้ชัดเจน และผู้บังคับบัญชาต้องให้ศึกษานิเทศก์ทำงานที่ตรงกับJob Description รวมทั้งควรมีการจัดอบรมศึกษานิเทศก์ให้รู้ลักษณะหน้าที่และการทำงานอย่างชัดเจนเพื่อนำไปถ่ายทอดสู่ครูได้ ซึ่งจะได้ผลที่ดีกว่าการสั่งการจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ มีนโยบายสนับสนุนให้ศึกษานิเทศก์เป็นตัวกลางในการส่งข้อมูลด้านการศึกษาถึงครูทั่วประเทศ อาทิ โครงการทำสมาธิก่อนเรียน และโครงการโรงเรียนคุณธรรม เป็นต้น รวมถึงนโยบายการให้เด็กแข่งกับตัวเองไม่ใช่แข่งกับคนอื่น ให้มีการประเมินตัวเอง (Self Reported Grade) โดยประเมินเกรดตนเองก่อนสอบ และนำเกรดมาเปรียบเทียบหลังจากการสอบ วิธีการนี้จะทำให้ครูรู้จักเด็กนักเรียนมากขึ้น และสามารถกระตุ้นให้เด็กตั้งเป้าหมายในการเรียนได้ และจะทำให้ผลการเรียนของเด็กดีขึ้น โดยโครงการเหล่านี้สามารถส่งผ่านศึกษานิเทศก์ไปถึงครูในพื้นที่

  นโยบายยกระดับภาษาอังกฤษ
ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ รมช.ศึกษาธิการ รับผิดชอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญนโยบายนี้ โดยมีประเด็นหลักๆ ที่จะต้องเร่งดำเนินการคือ การสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กอยากพูดภาษาอังกฤษ
ซึ่งในเดือนพฤศจิกายน 2558 กระทรวงศึกษาธิการจะจัดรณรงค์ (Campaign) ให้เด็กไทยพูดภาษาอังกฤษ โดยมีการนำศิลปินดาราและนักกีฬาที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี มาเป็นแบบอย่าง อาทิ จา พนม, ธงชัย ใจดี, วัฒนา (รัชพล) ภู่โอบอ้อม หรือต๋อง ศิษย์ฉ่อย เป็นต้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กเห็นความจำเป็นของภาษาอังกฤษ ทั้งที่คนเหล่านี้พูดภาษาอังกฤษไม่ได้มาก่อน
นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายฝึกอบรมภาษาอังกฤษให้กับครูชาวไทย เนื่องจาก ปัจจุบันครูชาวไทยที่สอนภาษาอังกฤษกว่า 43,000 คน แต่มีเพียง 8 คนเท่านั้นที่สามารถสอบวัดระดับภาษาอังกฤษได้ในระดับ C2 หรือเป็นระดับที่ยอมรับได้ว่ามีความสามารถด้านภาษาเทียบเท่าเจ้าของภาษา (Native Speaker) และเมื่อทำการอบรมภาษาอังกฤษแล้ว จะส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการศึกษา โดยจะมีการสร้างแอปพลิเคชั่นช่วยในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษด้วย เช่น แอปพลิเคชั่นในการฝึกพูดให้ถูกต้องผ่านสมาร์ทโฟน เป็นต้น

  เตรียมพัฒนาคลังข้อสอบที่มีมาตรฐานภายใน ปี
ที่ผ่านมา มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกระทรวงที่ทำหน้าที่ในการออกข้อสอบ แต่ยังไม่ได้มาตรฐาน โดยจะมีการแก้ปัญหาคือ การพัฒนาคลังข้อสอบ โดยนำผู้เชี่ยวชาญด้านการออกข้อสอบจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ของประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสถาบันที่มีประสบการณ์ในการออกข้อสอบต่างๆ มากว่า 100 ปี เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อสอบเพื่อให้ได้ข้อสอบที่มีมาตรฐาน และพัฒนาข้อสอบโดยเน้นการคิดวิเคราะห์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับข้อสอบ PISA
ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายภายใน 1 ปีจะได้คลังข้อสอบที่มีมาตรฐานในรายวิชาหลักคือ วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นได้ภายในเดือนธันวาคม 2558 นอกจากนี้ในปี 2559 จะดำเนินการให้ข้อสอบ O-NET วิชาภาษาไทย มีข้อสอบอัตนัยร้อยละ 20 ด้วย

  นโยบายลดความเหลื่อมล้ำของเด็กพิเศษ SENCO
 SENCO (Special Educational Needs Coordinator) เป็นนโยบายสำคัญที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำในการดูแลเด็กพิเศษหรือเด็กออทิสติก โดยเป็นการนำรูปแบบมาจากโรงเรียนที่เป็นสากลทั้งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ซึ่งในประเทศที่เจริญแล้วจะมีครูที่เป็น SENCO หรือครูที่จ้างมาเป็นพิเศษเพื่อดูแลเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งอาจจะเป็นจิตแพทย์เด็ก หมอเด็ก หรือนักกิจกรรมบำบัด โดยจะทำหน้าที่ดูแลเด็กทุกอย่าง รวมทั้งทราบและเข้าใจรายละเอียดของเด็กแต่ละคน ซึ่งไม่ใช่ครูแนะแนว แต่ในระยะเบื้องต้นนี้อาจจะให้ศึกษานิเทศก์ทำหน้าที่ SENCO ไปก่อน หลังจากนั้น สพฐ.ควรวางแผนดำเนินการผลักดันให้ครูในสังกัดเพื่อเป็น SENCO ในสัดส่วนที่เหมาะสมต่อไป

  โรงเรียนคุณธรรม
การจัดตั้ง "โรงเรียนคุณธรรม" เป็นรูปแบบ (Modelของศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวในที่ประชุมซุปเปอร์บอร์ดด้านการศึกษาด้วย เพื่อให้ความสำคัญเรื่องการสร้างคุณธรรมจริยธรรมสำหรับผู้เรียน ซึ่งในปัจจุบันมีโรงเรียนจำนวนมากที่มีการจัดชมรมหรือกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม อาทิ โรงเรียนที่อำเภอบางมูลนาก มีเด็กนักเรียนรวมตัวทำกิจกรรมจิตอาสาด้วยการตั้งชมรมและไปเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว เป็นต้น
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะจัดประชุมใหญ่ในเรื่องนี้ที่กระทรวงฯ ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายนนี้ โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานการประชุม เพื่อวางแนวทางดำเนินการตามรูปแบบโรงเรียนคุณธรรมของกระทรวงศึกษาธิการต่อไป

 
 ภาพ ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการลดภาระงานและกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนและนักเรียน เพื่อต้องการให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง มีความสุขในระบบการศึกษา
 ส่วนประเด็นการประเมินครูเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ ส่วนตัวเห็นว่าหากตรวจสอบพบว่าไปลอกผลงานของผู้อื่นมาใช้ อาจจะต้องเป็นคดีอาญา ถอดวิทยฐานะ และเรียกเงินคืนทั้งหมด เพราะถือว่าโกงหลวง ต่อไปนี้การประเมินทุกอย่างจะต้องโปร่งใส แม้แต่การตรงต่อเวลาก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่วนตัวให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะคนไม่ตรงต่อเวลา ก็คือ คนที่ไม่แคร์ผู้อื่น

ที่มา ; เว็บ รัฐสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

ฟรี... ห้องเตรียม-ครูผู้ช่วย
-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

" ติวสอบดอทคอม "  โดย อ.นิกร 

เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
(พัฒนาความรู้เตรียมครู-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

Super Board ผลประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา

เรื่องใหม่น่าสนใจ 

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

http://academic.obec.go.th/web/node/1/77/govdoc_sec_detail/296

-เกณฑ์ประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ โดย สมศ.
-เกณฑ์การย้ายครู พ.ศ.2558  http://www.otepc.go.th/images/document/2558/v16-2558.pdf

- พรบ.เงินเดือนใหม่ข้าราชการครูฯ พ.ศ.2558  

http://tuewsob.blogspot.com/2015/05/4-10-1-57.html


              ข้อสอบออนไลน์ ( พัฒนาความรู้ครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่  โดย  อ.นิกร

 เตรียมสอบ บน ยูทูป ทั้งหมด ได้ที่

 ติวสอบ บน ยูทูป


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 374/2558
ผล
ประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา
ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2558 ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม รองศาสตราจารย์นายแพทย์กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ร่วมกันแถลงผลการประชุม ดังนี้
รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการแข่งขันด้านการศึกษา โดยนำวิธีการจากหลายประเทศที่มีระดับดีกว่าประเทศไทยมาเปรียบเทียบ เพื่อใช้เป็นตัวขับเคลื่อน โดยเน้นในด้านของการสื่อสารภาษาอังกฤษ การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม คณิตศาสตร์ ซึ่งต้องพัฒนาทั้งระบบตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา เป็นต้นไป เพราะที่ผ่านมาพบว่าระดับการศึกษาของประเทศไทย ยังไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าที่ควร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเน้นย้ำในที่ประชุมว่า ขอให้มีการเร่งพัฒนาระบบการศึกษาเพื่อส่งต่อให้กับรัฐบาลใหม่ อีกทั้งเรื่องใดที่สามารถดำเนินการได้ก็ขอให้จัดทำไปก่อน
ส่วนกรณี "การลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้" ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ โดยมี 4,100 โรงเรียนพร้อมดำเนินการ โดยช่วงเริ่มนี้จะเน้นกิจกรรมเสริมสร้างสมอง (Head) ทักษะ (Hand) คุณธรรม จริยธรรม (Hart) รวมทั้งสุขภาพ (Health) ซึ่งสาระความรู้ไม่ได้ด้อยไปจากเดิม แต่นักเรียนจะมีความสุขมากขึ้น มีเวลาคิด วิเคราะห์ ฝึกทักษะ รู้จักการถกแถลง การเขียนเรียงความมากขึ้น โดยมีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานภาคเอกชน เข้ามาร่วมด้วย
อย่างไรก็ตาม หลังจากเริ่มปรับลดเวลาเรียนแล้ว จะมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการกำกับตรวจสอบในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการดำเนินโครงการ ซึ่งจะมีคณะทำงานที่เรียกว่า Smart Trainer ประมาณ 300 คณะ ลงไปในพื้นที่ต่างๆ เพื่อติดตามประเมินผล และในปีการศึกษา 2559 โรงเรียนในประเทศไทยจะดำเนินการเช่นเดียวกันทุกแห่ง
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบว่า ระบบการศึกษาจะต้องมีการปรับปรุงหลายเรื่อง อาทิ หน่วยงานด้านการประเมินสถานศึกษา คือ สำนักรับรองมาตรฐานและคุณภาพการศึกษาฯ (สมศ.) จะต้องมีการปฏิรูปในการทดสอบนักเรียนนักศึกษา ด้วยการเพิ่มข้อสอบอัตนัยให้มากขึ้น อีกทั้งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สำนักงานสถิติแห่งชาติ เร่งสำรวจความต้องการด้านแรงงาน เพื่อจะได้พัฒนาแรงงานตรงกับความต้องการของตลาด โดยกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และภาคเอกชน จะมีการหารือในเรื่องดังกล่าวต่อไป ส่วนตลาดแรงงานอาชีวะศึกษานั้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมฝีมือแรงงานเร่งศึกษาถึงการปรับเพิ่มค่าแรงให้กับฝีมือแรงงานด้วย
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ปรับภาพลักษณ์ เรื่องของบุคลากรอย่างชัดเจน โดย พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ได้ให้นโยบายชัดเจนว่า การพัฒนาคนจะต้องไม่มีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ส่วนการก้าวสู่วิทยฐานะต่างๆ ของครู กำลังเร่งให้มีการปรับปรุง อีกทั้งผลงานของครูจะต้องขึ้นอยู่กับผลงานของเด็กซึ่งจะเป็นตัวชี้วัด ถ้าเด็กมีคุณภาพดี ครูถึงจะได้ดีด้วย
 ภาพ ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้แถลงว่า ที่ประชุมได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานฯ หลังจากที่มีการปรับคณะรัฐมนตรี โดยแต่งตั้งให้พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แทนนายยงยุทธ ยุทธวงศ์ และพลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี
สำหรับความก้าวหน้าในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาอาชีวะที่มีความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนนั้น จะมีการจัดการเรียนเพื่อปรับปรุงเฉพาะด้านตามความต้องการของภาคเอกชน เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ รวม 7 สาขา ได้แก่ 1) พาณิชย์นาวี 2) การขนส่งระบบราง 3) ปิโตรเคมี 4) การผลิตไฟฟ้า 5) การท่องเที่ยว 6) เทคโนโลยีอาหารปลอดภัย 7) อุตสาหกรรมแม่พิมพ์
ส่วนการพัฒนาระบบการศึกษาเพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคนั้น ที่ประชุมมีความเห็นว่า ประเทศในอาเซียนต้องการให้มีการฝึกบุคลากรที่ขาดแคลนในอีกหลายสาขา และประเทศไทยมีศักยภาพที่จะถ่ายทอดความรู้ อาทิ กำลังคนด้านการบริหาร ด้านบัญชี ด้านวิศวกร โดยยกตัวอย่าง ประเทศสิงคโปร์ที่นำบุคลากรจากต่างประเทศเข้ามาทำหน้าที่ครู จึงทำให้มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ซึ่งต่อไปประเทศไทยคงต้องเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาพัฒนาบุคลากรในประเทศด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ ในส่วนของการสร้างคนให้ตรงกับความต้องการนั้น ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเก็บรวบรวมข้อมูลและจำนวนคนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมแรงงาน สำนักงานสถิติแห่งชาติ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการนำไปใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาวางแผนเพื่อเตรียมกำลังคนต่อไป

ที่มา ; เว็บ รัฐสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

ฟรี... ห้องเตรียม-ครูผู้ช่วย
-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

" ติวสอบดอทคอม "  โดย อ.นิกร 

เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
(พัฒนาความรู้เตรียมครู-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติดตามข่าวสอบ

แจ้งย้ายเว็บติวสอบใหม่ ไปที่ www.tuewsob.com

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม