หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบ ครูผู้ช่วย

ติวสอบ ครูผู้ช่วย
ติวสอบครูผู้ช่วย

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา
ติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค
หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2560

สรุป ข่าว ข้อสอบ ความรอบรู้ 22-28 ม.ค.2560

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com 


-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ และ ปกติ ปี 2560

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

สรุป ข่าว ข้อสอบ ความรอบรู้ 22-28 ม.ค.2560
1. “บิ๊กตู่” เบรกไอเดีย สปท.หลังชูสูตรปรองดองยุค “ป๋าเปรม” 66/23 ชี้ คนละเรื่อง ด้าน “บิ๊กป้อม” เตรียมฟังความเห็นทุกฝ่ายให้เสร็จใน 3 เดือน! 
สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 22-28 ม.ค.2560
(บน) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. (ล่างซ้่าย) น.ส.ยิ่งลักษณฺ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ (ล่างขวา) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
        ความคืบหน้าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติเพื่อให้เป็นไปตามข้อสังเกตพระราชทาน หลังจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) แล้วเมื่อวันที่ 16 ม.ค.เพื่อเปิดทางให้มีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติได้ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ทูลเกล้าฯ ขอรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติกลับคืน เพื่อแก้ไขตามข้อสังเกตพระราชทาน
       
        ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายกฯ ได้รับพระราชทานคืนร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. และจะเริ่มนับ 1 ในการแก้ไขทันที โดยจะครบกำหนดกรอบเวลา 30 วันในวันที่ 18-19 ก.พ. 
       
        ทั้งนี้ ช่วงเย็นวันเดียวกัน(23 ม.ค.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดพิเศษเพื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) และประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดพิเศษเพื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ เป็นประธาน อย่างไรก็ตาม หลังประชุม ไม่มีการให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
       
        ด้านนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาในฐานะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อดำเนินการยกร่างมาตราที่จะมีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติให้เป็นไปตามข้อสังเกตพระราชทาน เผยเมื่อวันที่ 24 ม.ค.ว่า ที่ประชุมเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ได้เริ่มพิจารณาประเด็นต่างๆ แต่ละมาตราที่จะแก้ไขแล้ว ก่อนพิจารณาในภาพรวมต่อไป และว่า การทำงานไม่ยากมาก แต่ต้องละเอียดรอบคอบ โดยการพิจารณาแต่ละมาตรา ได้นำข้อสังเกตพระราชทานมาพิจารณาเทียบเคียงด้วย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 15 วัน แล้วจึงส่งกลับมายังนายกรัฐมนตรี
       
        ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เผยความคืบหน้าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ว่า ขณะนี้มีการปรับแก้ในส่วนของเนื้อหาและต้องแก้คำปรารภ เนื่องจากในคำปรารภมีการเอ่ยถึงพระนามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งภาพรวมในการแก้ไขมีความคืบหน้าไปกว่า 70% แล้ว
       
        ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับแนวทางการสร้างความปรองดองนั้น เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษารวบรวมความเห็นวิเคราะห์ประเด็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และการสร้างความปรองดองทางการเมือง ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ซึ่งมีนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ เป็นประธาน ได้เสนอแนวทางสร้างความปรองดองโดยให้ยึดนโยบายและมาตรการของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่เคยใช้สมัยเป็นนายกฯ คือคำสั่งที่ 66/23 และ 66/25 พร้อมแนะให้คำนึงถึงเรื่องความสามัคคี สันติสุขของคนในชาติและสังคมไทยเป็นที่ตั้ง รวมถึงยึดหลักเมตตาธรรม ยุติความเคียดแค้นชิงชัง และยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรมแบบเดียวกับที่ พล.อ.เปรม เคยใช้ นอกจากนี้ต้องใช้กฎหมายและปฏิบัติกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ
       
        นายสังศิตแถลงว่า กรอบเวลาการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการจะใช้เวลา 60 วัน รวบรวมความคิดเห็นและเอกสารต่างๆ ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุม สปท.ต่อไป โดยได้นำเอกสารทั้งหมดที่เคยศึกษาไว้แล้วมาเป็นพื้นฐาน พร้อมย้ำว่า จะทำงานร่วมกับรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และว่า ในการประชุมวันที่ 30 ม.ค. จะเชิญประธานและรองประธาน 9 ชุดที่เคยศึกษมายืนยันข้อมูลที่ทำไว้ เช่น ชุดของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์, ชุดของนายคณิต ณ นคร และชุดของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นต้น ส่วนพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง คณะอนุกรรมาธิการได้ทำหนังสือให้เสนอความคิดเห็นส่งมาด้วยเช่นกัน
       
        อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้ออกมาเบรกแนวคิดของอนุกรรมาธิการฯ สปท.ที่เสนอโมเดลปรองดอง 66/23 สมัย พล.อ.เปรม โดยบอกว่า อยากให้ทุกคนกลับไปทบทวนให้ดี เพราะสูตรดังกล่าวเป็นคนละกรณีกัน ครั้งนี้เป็นเรื่องการต่อสู้กัน ซึ่งมีทั้งการใช้กำลัง การใช้อาวุธสงคราม แบ่งฝ่ายต่อสู้กัน ซึ่งเป็นคนละเรื่อง สูตร 66/23 เป็นการนำคนกลับเข้ามาเพื่อเป็นกลุ่มพัฒนาชาติไทย แต่กรณีปัจจุบันเป็นคนละอย่าง และไม่ได้แบ่งกันเป็นคนละลัทธิ วันนี้อยู่ที่จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้อย่างไรด้วยกลไกซึ่งต้องมีวิธีการ
       
        พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการหาบุคลากรเข้ามาทำงานในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) โดยเฉพาะคณะกรรมการด้านการปรองดอง ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มการทำงานนั้น ได้มอบหมายให้เอามาศึกษาทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่า อะไรที่เป็นเรื่องของกฎหมาย ให้กฎหมายดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม ความผิดต่างๆ เข้าสู่กระบวนการชั้นศาลและกระบวนการยุติธรรม เว้นแต่จะมีใครบางคนไม่ยอมเข้า ซึ่งถ้าไม่เข้า ก็พูดกันไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าเข้ามาตามกระบวนการ ทุกปีจะมีการลดโทษ ส่วนหากพรรคการเมืองใหญ่ไม่เข้าร่วมในกระบวนการปรองดองก็ช่วยอะไรไม่ได้ รัฐบาลให้ทุกคนมีโอกาสเข้ามาพูดจาในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศ หากไม่พูดก็แสดงว่าไม่ได้มองประเทศอยู่ในสายตา ขอขอบคุณอีกหลายๆ พรรคที่ยินดีจะเข้ามาโดยไม่มีการกล่าวอ้างเรื่องส่วนตัวเลย
       
        ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองว่า ได้เตรียมการไว้แล้ว โดยให้เพิ่มนักวิชาการเข้ามาเป็นกรรมการ และว่า ขั้นแรก ทางคณะกรรมการจะประชุมกัน เพื่อหาหัวข้อประมาณ 10 หัวข้อ ให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ จากนั้นจะรับฟังข้อคิดเห็นจากนักวิชาการ ประชาชน ภาคเอกชน โดยให้กองทัพเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนระดับบนจะดำเนินการในส่วนของพรรคการเมือง โดย 3 เดือนแรกจะรับฟังความเห็นทุกภาคส่วนให้เรียบร้อย
       
       ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือสมาชิกพรรคอย่างไม่เป็นทางการกว่า 10 คน เกี่ยวกับแนวทางสร้างความปรองดอง ก่อนสรุปว่า สมาชิกพรรคทุกคนเห็นตรงกันว่าอยากสนับสนุนให้งานปรองดองประสบความสำเร็จ เพราะมีความสำคัญมาก และว่า พรรคจะส่งเอกสารให้ สปท.ภายในวันที่ 31 ม.ค.เพื่อแนะนำว่า การทำงานที่ดีที่สุดคือ ขอให้ทำอย่างมีเอกภาพ โดยให้ ป.ย.ป.เป็นหลักเป็นเจ้าภาพในการทำงานปรองดอง และขอความร่วมมือจาก สปท.และ สนช.ให้ส่งข้อมูลมาเพื่อกำหนดกรอบให้ครอบคลุมทั้งหมด พร้อมกันนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงความสนับสนุนที่นายกฯ พูดไว้ว่า การปรองดองไม่เกี่ยวกับเรื่องนิรโทษกรรม และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะถึงอย่างไร ต้องยึดตามกฎหมาย
       
       ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางสร้างความปรองดองว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยยังไม่มีการพูดคุยกัน เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่า จะให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างไร จะเชิญทุกฝ่ายมาพูดอะไรบ้าง แต่อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ พร้อมให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นว่า หัวใจสำคัญในการสร้างความปรองดองคือ เมตตาธรรม หลักนิติธรรม ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการที่เป็นธรรม
       
       2. สินบนโรลส์-รอยซ์ยังไม่ทันจาง สินบนเคเบิล-สายไฟโผล่อีก ด้าน “วัฒนา” ยัน ครม.ทักษิณ ไม่เกี่ยวรับสินบนโรลส์-รอยซ์! 

สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 22-28 ม.ค.2560
การไฟฟ้านครหลวง-การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค-บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) 3 รัฐวิสาหกิจถูกระบุว่าพัวพันการรับสินบนจากบริษัท เจเนรัล เคเบิล จำกัด ผู้ผลิตสายเคเบิลและสายไฟ
        ความคืบหน้ากรณีสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ(เอสเอฟโอ) เผยข้อมูลบริษัทโรลส์-รอยซ์ ผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับอากาศยานรายใหญ่ของอังกฤษ ยอมรับว่าได้จ่ายสินบนให้หลายประเทศ รวมทั้งไทย โดยเฉพาะบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เพื่อขายเครื่องยนต์ให้ใน 3 ช่วง ระหว่างปี 2534-2548 เป็นเงิน 1,253 ล้านบาท และจ่ายสินบนให้บริษัท ปตท.และ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(ปตท.สผ.) รวม 393 ล้านบาท ใน 6 โครงการ ระหว่างปี 2543-2556 นั้น
       
        เมื่อวันที่ 23 ม.ค. พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เผยว่า ได้สั่งการให้ ปตท.รายงานผลการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการต่างๆ ที่ใช้เครื่องยนต์ของโรลส์-รอยซ์ ภายใน 30 วัน ซึ่งคาดว่าจะทราบผลก่อนกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมย้ำว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ให้ความสำคัญต่อการปราบปรามการทุจริต หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดังนั้นจึงต้องรอรายงานจากทาง ปตท.ก่อน
       
        ด้านนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่(ดีดี) การบินไทย เผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ โดยเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ผู้แทนจากบริษัท โรลส์-รอยซ์ ได้มาให้ข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งเป็นข้อมูลเดียวกับที่เปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว ขณะเดียวกัน คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นทั้ง 2 ชุด คือ คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และคณะกรรมการตรวจสอบกระบวนการจัดหาเครื่องยนต์และซ่อมบำรุง อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาอย่างรอบคอบ ครบถ้วน เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
       
        ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ให้ตรวจสอบทะเบียนทรัพย์สินของบริษัท การบินไทย เกี่ยวกับการจัดซื้อ รวมถึงให้เปิดเผยรายชื่อของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องรับเงินสินบนจากบริษัท โรลส์-รอยซ์ ให้สังคมได้รับทราบ
       
       ซึ่งนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่า สตง. กล่าวว่า มีเอกสารรายชื่อและหลักฐานบุคคลที่รับสินบนจากบริษัท โรลส์-รอยซ์แล้ว แต่ต้องรอการยืนยันข้อมูลของประเทศอังกฤษว่าตรงกับที่มีอยู่หรือไม่ และจะตรวจสอบว่าการรับสินบนดังกล่าว รัฐมนตรีคนไหนในช่วงเวลานั้นเกี่ยวข้องบ้าง และว่า สตง.ได้ทำหนังสือประสานความร่วมมือขอข้อมูลจากอังกฤษเพื่อเจาะจงตัวบุคคล ทั้งผู้จ่ายและผู้รับสินบน คาดว่าจะได้รายชื่อคนไทยทั้งหมดที่รับเงินจากบริษัท โรลส์-รอยซ์ และจะเปิดเผยให้สังคมได้รับรู้ในเร็วๆ นี้ ยืนยันว่า กรณีนี้จะไม่ซ้ำรอยกับคดีซีทีเอ็กซ์ นายพิศิษฐ์ ยังเผยด้วยว่า สตง.ได้ส่งสายตรวจเข้าตรวจสอบหลักฐานการจัดซื้อของทั้ง ปตท.และการบินไทยแล้ว แม้จะยังไม่ได้ข้อมูลจากต่างประเทศ แต่ก็กำลังตรวจสอบอยู่เช่นกัน
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อตรวจสอบกลับไปประมาณปี 2547 พบว่า การบินไทยเคยจัดหาเครื่องบิน 14 ลำ มูลค่า 9.6 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นเครื่องบินโบอิ้ง 777 จำนวน 6 ลำ มูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาทด้วย ซึ่งการจัดหาเครื่องโบอิ้งดังกล่าวตรงกับเอกสารที่ทางประเทศอังกฤษเปิดเผยว่ามีการให้สินบน
       
        สำหรับเอกสารที่หน่วยงานประเทศอังกฤษเปิดเผยข้อมูลสินบนระบุว่า การบินไทยได้ซื้อเครื่องยนต์จากบริษัท โรลส์-รอยซ์ 3 ครั้ง ครั้งแรกระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.2534-30 มิ.ย.2535 มีการจ่ายค่านายหน้าให้หน่วยงานหนึ่ง 18.8 ล้านเหรียญสหรัฐ(658 ล้านบาท) โดยเงินดังกล่าวนำไปให้เจ้าหน้าที่รัฐและพนักงานของการบินไทย เพื่อโน้มน้าวให้การบินไทยซื้อเครื่องยนต์ ที 800 ทำให้ในเดือน มิ.ย.2534 การบินไทยสั่งเครื่องบินโบอิ้ง 777 จำนวน 6 ลำ และต่อมาในเดือน มี.ค.เพิ่มอีก 2 ลำ กลายเป็น 8 ลำ ซึ่งใช้เครื่องยนต์ ที 800 ของโรลส์-รอยซ์
       
        ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.2535-31 มี.ค.2540 มีการจ่าย 10.38 ล้านเหรียญสหรัฐ(363 ล้านบาท) เพื่อให้นายหน้า มีการนำเงินดังกล่าวบางส่วนให้พนักงานการบินไทย เพื่อโน้มน้าวให้มีการซื้อเครื่องยนต์ ที 800 ทำให้มีการจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 777 จำนวน 6 ลำ ซึ่งใช้เครื่องยนต์ที 800 ของโรลส์-รอยซ์
       
        และครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.2547-28 ก.พ.2548 มีการจ่ายเงิน 7.2 ล้านเหรียญสหรัฐ(252 ล้านบาท) โดยเงินบางส่วนไปอยู่กับเจ้าหน้าที่รัฐและพนักงานการบินไทยเป็นค่านายหน้า เพื่อช่วยให้โรลส์-รอยซ์ ขายเครื่องยนต์ที 800 ในเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 777 ให้กับการบินไทย
       

        รายงานแจ้งด้วยว่า เครื่องบินโบอิ้ง 777 ดังกล่าว คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 ส.ค.2546 อนุมัติให้ดำเนินการตามแผนวิสาหกิจปี 2545/2546-2549/2550 กระทั่งวันที่ 28 ก.ค.2547 บอร์ดการบินไทยตัดสินใจซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 777 จำนวน 6 ลำ และแอร์บัส 340 จำนวน 2 ลำ โดยใช้เครื่องยนต์ของโรลส์-รอยซ์ ซึ่งกระทรวงคมนาคม โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติจัดหาเครื่องบินดังกล่าวเมื่อวันที่ 23 พ.ย.2547
       
        ด้านนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับข่าวการติดสินบนเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะสายการบินไทยในยุค ครม.ทักษิณ โดยยืนยันว่า กรณีที่โรลส์-รอยซ์จ่ายสินบน 254 ล้านบาทเพื่อเป็นค่าตอบแทนการซื้อเครื่องยนต์ไอพ่นล็อต 3 ไม่เกี่ยวข้องกับ ครม.ทักษิณ เพราะคุณสมบัติของเครื่องยนต์เป็นเรื่องทางเทคนิคเฉพาะที่การบินไทยจะเป็นผู้กำหนดและจัดซื้อจัดจ้างเอง
       
        ขณะที่นายกนก อภิรดี อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่(ดีดี) การบินไทย ก็ยืนยันเช่นกันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องสินบนโรลส์-รอยซ์ เพราะขั้นตอนการอนุมัติจัดซื้อ ดีดีแค่รับรู้เฉยๆ ไม่มีสิทธิหรืออิทธิพลที่จะเปลี่ยนตรงนั้นล็อกตรงนี้แต่อย่างใด
       
        เป็นที่น่าสังเกตว่า ในขณะที่สินบนโรลส์-รอยซ์ยังไม่มีความชัดเจนในแง่ตัวผู้รับสินบน ปรากฏว่า มีกรณีสินบนเคเบิลและสายไฟผุดขึ้นมาอีก โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ รายงานการจ่ายค่าปรับของบริษัท เจเนอรัล เคเบิล จำกัด ผู้ผลิตสายเคเบิลและสายไฟ ฐานติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศ รวมทั้งไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับ 3 รัฐวิสาหกิจ ช่วงปี 2555-2556 ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) และบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ว่า เมื่อมีข้อสงสัย จึงได้ปรึกษาหารือกับประธานบอร์ด กฟน.และ กฟภ.แล้ว จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยทุกอย่างจะดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งในส่วนของ กฟภ.คาดว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จใน 15 วัน ขณะที่ กฟน.จะตั้งคณะกรรมการสอบและดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 90 วัน ด้านนายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ทีโอที เผยว่า จากการตรวจสอบเว็บไซต์ของกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ เบื้องต้นไม่พบว่ามีการเอ่ยชื่อทีโอทีหรือหน่วยงานอื่นแต่อย่างใด แต่ได้สั่งให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอีกครั้งโดยด่วน
       
       3. ศาลพังงาออกหมายจับ “ธัมมชโย” สร้าง “มุกตะวัน” รุกป่าเกาะยาว นับเป็นหมายจับใบที่ 4 แล้ว! 

สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 22-28 ม.ค.2560
พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย และผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล 4 ใบ 4 คดี
        เมื่อวันที่ 25 ม.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง รับผิดชอบในการสืบสวน ปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดในลักษณะเป็นผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง เผยว่า จากการสืบสวนหาข่าวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพบว่า ในพื้นที่โครงการมุกตะวัน ซึ่งตั้งอยู่ที่เกาะยาว อ.เกาะยาว จ.พังงา มีการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างบุกรุกที่สาธารณะและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น จึงสั่งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(บก.ปทส.) ออกสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี
       
       ต่อมา วันที่ 28 พ.ย.2559 นายประวิทย์ ช่วยหมุด เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พง.1(พังงา) ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปทส. และในวันที่ 21 ธ.ค.2559 พล.ต.อ.ศรีวราห์ พร้อมด้วยกำลัง 3 ฝ่าย ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดพังงา เข้าตรวจค้นพื้นที่โครงการมุกตะวันที่ ต.เกาะยาวน้อย พบการบุกรุกยึดถือครอบครองป่าสงวนแห่งชาติป่าควนจุก ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะดังกล่าว
       
       พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวน บก.ปทส. ได้ดำเนินการสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัดว่า มีการกระทำความผิดจริง โดยมีผู้ร่วมกันกระทำความผิด จึงขอศาลจังหวัดพังงาอนุมัติหมายจับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย และนายเพชร์ แก่นทรัพย์ ในความผิดฐานร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเอง หรือผู้อื่นโดยกระทำเป็นเนื้อที่เกิน 25 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่, ร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครอง ตลอดถึงก่อสร้างหรือเผาป่า กระทำด้วยประการใดให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย ในบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้ามในราชกิจจานุเบกษา หรือทำสิ่งอื่นใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน โดยไม่ได้รับอนุญาตและภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ, ร่วมกันยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4(1), 54, 55, 72 ตรี วรรค 2 , ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 2, 9, 108 ทวิ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4 พ.ศ.2559) มาตรา 4, 14, 31 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
       
       จากการตรวจสอบพบ เป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนจุก เนื้อที่ประมาน 17-0-55 ไร่ พื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เนื้อที่ประมาน 34-3-82 ไร่ รวมมีเนื้อที่ประมาน 52-0-37 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายประมาณ 5 ล้านบาท
       
       เป็นที่น่าสังเกตว่า หมายจับพระธัมมชโยจากศาลจังหวัดพังงาครั้งนี้นับเป็นใบที่ 4 แล้ว โดยหมายจับ 3 ใบก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย ศาลอาญาออกหมายจับพระธัมมชโยตามคำร้องขอของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2559 ข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ต่อมา ศาลจังหวัดเลยออกหมายจับพระธัมมชโย เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2559 ข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ กรณีจัดสร้างสวนป่าหิมวันต์ สาขาธรรมกาย ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จ.เลย หลังจากนั้น ศาลจังหวัดสีคิ้ว จ.นครราชสีมา ออกหมายจับพระธัมมชโย เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2559 ตามคำร้องขอของกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(บก.ปทส.) ข้อหาร่วมกันสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดครอบครองป่าเพื่อตนเองและผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 และ 72 กรณีก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซ วัลเล่ย์ เขาใหญ่
       
       4. รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาถูกตำรวจญี่ปุ่นรวบ หลังขโมยภาพวาดในโรงแรม ล่าสุด ได้รับการปล่อยตัวแล้ว! 

สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 22-28 ม.ค.2560
นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์
        เมื่อวันที่ 25 ม.ค. สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ได้จับกุมตัวชายไทยหลังกล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่าเป็นผู้ขโมยภาพวาด 3 ภาพที่ติดอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองเกียวโตเมื่อคืนวันที่ 23 ม.ค.ต่อเนื่องวันที่ 24 ม.ค. รวมมูลค่าประมาณ 15,000 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4,600 บาท
       
        ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวชายดังกล่าวไปยังสถานีตำรวจเมืองเกียวโต เพื่อดำเนินคดีต่อไป ซึ่งทราบชื่อชายดังกล่าวในเวลาต่อมาว่า คือ นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์
       
        วันเดียวกัน นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้เปิดแถลงโดยยอมรับว่าได้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริง แต่ยังไม่ทราบความชัดเจน และว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ทราบเรื่องและพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลแล้ว เช่น จัดหาล่ามและทนายความให้ นายทศพลเผยด้วยว่า “ถือว่าข้าราชการท่านนี้ยังอยู่ในช่วงปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ได้ทำเรื่องเดินทางไว้ว่า จะกลับไทยวันที่ 26 ม.ค. โดยเป็นการเดินทางไปประชุมงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของภาครัฐ ต่อด้วยมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นเชิญเข้าร่วมประชุมงานเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญา” 
       
        นายทศพล กล่าวอีกว่า หลังทราบข่าวดังกล่าว รู้สึกตกใจมากและไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เพราะข้าราชการดังกล่าวเป็นบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถมากของกรมและของกระทรวงพาณิชย์ เป็นนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการผลักดันการแก้ปัญหางานที่คั่งค้างของกรม เป็นคนทำงานจริงจัง ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย
       
        มีรายงานว่า นายสุภัฒ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและโท ด้านเศรษฐศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น เริ่มรับราชการที่กรมการค้าต่างประเทศในปี 2527 และดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยจะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้ 
       
        ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะกำกับดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวถึงกรณีนายสุภัฒว่า ต้องมีการพิจารณาและให้ความเป็นธรรม และว่า หากผิดจริงจะดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนทางราชการ และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
       
        ขณะที่ นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์และโฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข่าวรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาถูกตำรวจญี่ปุ่นจับกุมฐานขโมยภาพวาด 3 ภาพในโรงแรมว่า คงไม่สามารถเจาะจงได้ว่า ข้าราชการดังกล่าวป่วยทางด้านจิตเวชหรือไม่ เพราะไม่ได้มีการวินิจฉัยโดยตรง แต่หากพูดในหลักการ ภาวะที่เกิดขึ้น ต้องแยกจากการขโมยของทั่วไป เนื่องจากการขโมยของทั่วไป ผู้ขโมยจะไม่ค่อยรู้ผิดชอบ แต่ในบางกลุ่มที่มีอาการป่วย อาจมีภาวะทางสมองเสื่อม หรืออาจมาจากความผิดปกติของสารในสมองได้ ซึ่งโรคกลุ่มนี้เรียกว่า โรคคลีพโทมาเนีย(Kleptomania) คือกลุ่มที่มีปัญหาการยับยั้งพฤติกรรมการขโมย เมื่อร่างกายต้องการของบางอย่างขึ้นมา จะมีความรู้สึกขัดกันขึ้นมา อยากได้มากถึงมากที่สุด แม้ของเหล่านั้นอาจไม่ได้มีมูลค่ามากพอ โดยบางกลุ่มเมื่อขโมยเสร็จแล้ว อาจจำไม่ได้ หรือบางกลุ่มจำได้ และจะรู้สึกผิดมากๆ บางรายรับสิ่งที่ตัวเองกระทำไม่ได้ ถึงขนาดมีภาวะซึมเศร้า เสี่ยงฆ่าตัวตาย ในประเทศไทยส่วนใหญ่มาพบแพทย์ด้วยอาการซึมเศร้า แต่มาพบภายหลังว่าป่วย ซึ่งหลายคนไม่รู้ตัวเลย ดังนั้นหากรู้สึกว่าอยากขโมย อยากได้ ไม่ต้องรอลงมือทำ แค่มีความคิดก็ควรรีบปรึกษาจิตแพทย์ หรือโทรปรึกษาสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 ทันที การรักษาในปัจจุบันเป็นการให้ยา เพื่อยับยั้งความผิดปกติของสมอง
       
        ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญายังไม่ได้ถูกตำรวจญี่ปุ่นตั้งข้อหา โดยตำรวจจะคุมตัวไว้ ก่อนส่งตัวให้อัยการต่อไป โดยมีเวลา 21 วันที่จะตัดสินใจว่า จะตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการกับรองอธิบดีฯ และส่งขึ้นศาลหรือไม่
       
       อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา มีรายงานว่า ศาลได้มีคำสั่งให้ควบคุมตัวนายสุภัฒไว้ 10 วัน ตำรวจญี่ปุ่นจึงได้ตัวนายสุภัฒกลับไปคุมตัวต่อที่สถานีตำรวจนากะเกียว ขณะเดียวกันตำรวจและอัยการจะพูดคุยกับนายสุภัฒ โดยขอให้สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ส่งผู้แทนไปร่วมรับฟังด้วย หากเจ้าตัวยอมขอโทษและสำนึกผิด พร้อมทั้งชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ทางตำรวจและอัยการจะไปเจรจากับโรงแรมเพื่อขอให้ถอนแจ้งความต่อไป
       
       ล่าสุด นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยความคืบหน้ากรณีนายสุภัฒ ว่า อัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งปล่อยตัวนายสุภัฒแล้วเมื่อเวลา 17.50 น.วันที่ 27 ม.ค. ตามเวลาในญี่ปุ่น หรือประมาณ 15.50 น.ตามเวลาในไทย หลังอัยการและตำรวจญี่ปุ่นมีความเห็นว่า กรณีนายสุภัฒเป็นคดีเล็กน้อยที่ไม่ได้วางแผนไตร่ตรองไว้ก่อน และไม่ได้สร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยมีการจ่ายเงินค่าเสียหายให้กับทางโรงแรมแล้ว ขณะที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า ได้คอยอำนวยความสะดวกให้นายสุภัฒ ซึ่งได้พบกับครอบครัวที่เดินทางไปรอ และได้ประสานในรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางกลับไทยของนายสุภัฒต่อไป
       
       5. โปรดเกล้าฯ ย้ายข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ให้ “ดิสธร วัชโรทัย” พ้นรองเลขาธิการพระราชวัง ด้าน “ขวัญแก้ว” ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว! 

สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 22-28 ม.ค.2560
(บน) นายขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง (ล่างซ้าย) นายรัตนาวุธ วัชโรทัย (ล่างกลาง) นายวัชรกิติ วัชโรทัย (ล่างขวา) นายดิสธร วัชโรทัย อดีตรองเลขาธิการพระราชวัง
        เมื่อวันที่ 22 ม.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุมัติให้สำนักพระราชวังดำเนินการปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งและย้ายข้าราชการพลเรือนในพระองค์หลายอัตรา โดยมีตำแหน่งสำคัญ อาทิ ให้นายดิสธร วัชโรทัย ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ตำแหน่งรองเลขาธิการพระราชวัง ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ราชการบริหารส่วนกลาง ดำรงตำแหน่งประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ราชการบริหารส่วนกลาง สำนักพระราชวัง เป็นพิเศษเฉพาะราย ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.2559
       
        ให้นายรัตนาวุธ วัชโรทัย ที่ปรึกษาฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ประเภทบริหารระดับสูง ราชการบริหารส่วนกลาง ดำรงตำแหน่งประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ประเภทบริหารระดับสูง ราชการบริหารส่วนกลาง สำนักพระราชวัง, ให้นายวัชรกิติ วัชโรทัย กรมวังผู้ใหญ่ ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ราชการบริหารส่วนกลาง ดำรงตำแหน่งประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ราชการบริหารส่วนกลาง สำนักพระราชวัง ตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.2559 เป็นต้นไป
       
        พร้อมกันนี้ ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุมัติให้สำนักพระราชวังดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นพิเศษเฉพาะราย จำนวน 3 ราย ดังนี้ 1. พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ตำแหน่งประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ราชการบริหารส่วนกลาง ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพระราชวัง, พล.อ.ต.ธีระ เชียงทอง ตำแหน่งประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพระราชวัง และ พล.ต.อ.ธรรมนิธิ วนิชย์ถนอม ตำแหน่งประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพระราชวังฝ่ายการเงิน ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.2559 เป็นต้นไป
       
       ด้านนายขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง ซึ่งเข้ารับการรักษาภาวะโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตันที่โรงพยาบาลศิริราชมาได้ระยะหนึ่งแล้ว โดยรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู เสียชีวิตลงแล้วด้วยภาวะหัวใจวายเฉียบพลันเมื่อเวลา 04.48 น. วันที่ 28 ม.ค. สิริอายุ 89 ปี
       
       ขณะที่นายดิสธร วัชโรทัย ผู้บริหารระดับสูงประจำสำนักพระราชวัง บุตรชายของนายขวัญแก้ว เปิดเผยว่า จะเคลื่อนศพนายขวัญแก้วไปตั้งบำเพ็ญกุศล ณ ศาลาบัณณรศภาค วัดเบญจมบพิตร ในวันอาทิตย์ที่ 29 ม.ค. และจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ในเวลา 17.30 น. เบื้องต้นจะมีพิธีบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรมศพ ในเวลา 19.00 น. เป็นเวลา 7 วัน
       
       ด้านสำนักพระราชวัง แจ้งว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศมณฑป หีบขาวลายทองตั้งประดับเกียรติยศ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ประโคมเวลาพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และทรงรับศพอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด 
ที่มา ; เว็บ รัฐบาลไทย

โหลด - อ่าน - เรื่องเด่น 
เกณฑ์และกำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีปกติและพิเศษ ปี 2560

 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

เว็บฟรี...1,000 ชุด 10,000 ข้อ
ติวสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม