หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบ ครูผู้ช่วย

ติวสอบ ครูผู้ช่วย
ติวสอบครูผู้ช่วย

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา
ติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค
หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

คำสั่งสำนักพระราชวังที่ 183/2560 ลงโทษไล่ออก พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com 


-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ และ ปกติ ปี 2560

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้






 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

คำสั่งสำนักพระราชวังที่ 183/2560 ลงโทษไล่ออก พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย

คำสั่งสำนักพระราชวัง ลงโทษ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ไล่ออกจากราชการ เหตุกระทำผิดวินัยฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ขณะเดียวกันมีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 ออกจากราชการไว้ก่อน ฐานผิดวินัยร้ายแรง กรณีสร้างบ้านในอุทยานแห่งชาติที่วังน้ำเขียว คดีเดียวกับ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย
เว็บไซต์ ไทยรัฐออนไลน์ และมติชนออนไลน์ เผยแพร่คำสั่ง สำนักพระราชวังที่ 183/2560 เรื่อง เรื่อง ลงโทษไล่ข้าราชการออกจากราชการ มีรายละเอียดดังนี้
คำสั่งสำนักพระราชวัง
ที่ 183/2560
เรื่อง ลงโทษไล่ข้าราชการออกจากราชการ
ด้วย พลตำรวจเอกจุมพล มั่นหมาย ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ฝ่ายความมั่นคงและกิจกรรมพิเศษ ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ได้กระทำผิดวินัยฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิดติดพระองค์ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการไปในทางที่ไม่ถูกต้อง แสวงหาประโยชน์ให้กับตัวเอง ฝักใฝ่ในเรื่องการเมืองเป็นอันตรายต่อความมั่นคง ไม่เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย พฤติกรรมดังกล่าว จึงเป็นความผิดวินัยร้ายแรง สมควรรับโทษไล่ออกจากราชการ
สำนักพระราชวังพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของ พลตำรวจเอกจุมพล มั่นหมาย เป็นความผิดวินัยฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง อันเป็นความผิดตามมาตรา 85 (4) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 จึงเห็นควรลงโทษไล่ออกจากราชการ
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และ มาตรา 11 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในพระองค์ พ.ศ. 2552 ลงโทษไล่ พลตำรวจเอกจุมพล มั่นหมาย ออกจากราชการ
อนึ่งการอุทธรณ์คำสั่งลงโทษนี้ให้อุทธรณ์ต่อ อ.ก.พ.กระทรวงของสำนักพระราชวังใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
ในตำแหน่งบังคับบัญชาสำนักพระราชวัง

 

ให้รอง ผบช.ภ.5 ออกจากราชการไว้ก่อน
หลังถูกกล่าวหารุกอุทยานแห่งชาติทับลาน วังน้ำเขียว

ขณะเดียวกัน มติชนออนไลน์ รายงานเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ว่า พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ที่ปรึกษา(สบ10) ลงนาม โดยปฏิบัติราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ที่ 87/2560 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน
โดยคำสั่งซึ่งลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ระบุว่า ด้วย พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5(อดีตผู้บังคับการจังหวัดนครราชสีมา) ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยร้ายแรง และต้องหาคดีอาญา ตามคดีที่ 43/60 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ของสภ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา กรณีบุกรุกสร้างบ้านในอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.วังน้ำเขียว คดีเดียวกับ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย
โดยในคำสั่งระบุว่า พล.ต.ต.พงษ์เดช ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐาน
1. ก่อสร้างหรือทำด้วยประการใดอันเป็นการทำลายป่า หรือยึดครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตราก่อนให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นแผ้วถางป่านั้น ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2584
2. ยึดหรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า, ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพแก่ดิน หิน กรวด หรือทราย ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ
3. กระทำด้วยประการใดๆ โดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นของรัฐ หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐ ตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535
4. ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 เหตุเกิดบริเวณป่าบ้านสุขสมบูรณ์ หมู่ที่ 2 ตำบลไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ระหว่าง วันที่ 17 ธันวาคม 2546 ถึง 6 กุมภาพันธ์ 2560 ต่อเนื่องกัน
"ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามมาตรา 95 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และกฎก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. 2547 ประกอบคำสั่งตร.ที่เกี่ยวข้อง อาทิ การมอบหมายหน้าที่งานบริหาร 2 จึงให้ พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป"
ทั้งนี้ไทยรัฐออนไลน์ ระบุว่า ที่บ้านพักของ พล.ต.ต.พงษ์เดช ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 มีการขนย้ายสิ่งของออกไปแล้ว และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาปลดป้ายชื่อออก โดย พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ รอง ผบช.ภ.5 รักษาการแทน ผบช.ภ.5 ไม่ยอมให้ข่าว ระบุเพียงว่าต้องให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ให้ข่าวคนเดียวเท่านั้น เพียงแต่เห็นหนังสือตั้งแต่ 26 กุมภาพันธ์
อนึ่งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายเสกสรร เที่ยงพลับ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการหัวหน้าเขตการจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 2 (สวนห้อม) ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ก่อสร้างบ้านพักตากอากาศ แผ้วถางบุกรุกทำลายป่า มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ถือครอบครองที่ดินรวมสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ  2504 รวมถึงทำลายทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐ ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2537 และยึดถือครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดินอันเป็นการเสื่อมสภาพแก่ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507
โดยการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 15.30 น. คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย หัวหน้าเขตการจักการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.วังน้ำเขียว เจ้าหน้าที่ทหารกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 21 ได้ร่วมกันตรวจสอบบ้านพักตากอากาศในเขต “อุทยานแห่งชาติทับลาน” ท้องที่บ้านสุขสมบูรณ์หมู่ 2 ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
โดยหลังแจ้งความ พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม ผกก.สภ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้ทำหนังสือรายงานเหตุต่อ ผบ.ตร. ที่ 0018(นม.).32/320 ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560
ที่มา ; เว็บ

 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

เว็บฟรี...1,000 ชุด 10,000 ข้อ
ติวสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

มติ ครม. 28 กุมภาพันธ์ 2560

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com 


-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ และ ปกติ ปี 2560

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้






 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 102/2560
มติ ครม. 28 กุมภาพันธ์ 2560

ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ พิจารณาการเสนอขอตั้งกรมการฝึกหัดครู, อนุมัติร่างแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการดำเนินการทางวินัยแก่ผู้ที่พ้นจากราชการ, อนุมัติการจัดทำเอกสารโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์กับฮังการี, อนุมัติร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ
● เรื่องที่นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก เมื่อบ่ายวันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์นั้น รมว.ศึกษาธิการ ได้แจ้งเรื่องการประชุมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการว่า นายกรัฐมนตรีมีดำริให้กระทรวงศึกษาธิการทบทวนในเรื่องของกรมการฝึกหัดครู ซึ่งในอดีตดำเนินการได้ดีมาก สามารถผลิตครูที่ดีและมีคุณภาพ
กระทรวงศึกษาธิการจึงมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) หารือร่วมกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพื่อพิจารณาการเสนอขอตั้งกรมการฝึกหัดครูขึ้นมาใหม่ ตลอดจนความเป็นไปได้ของการให้มีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง ซึ่งปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการมีหลักสูตรการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งคล้ายคลึงกับหลักสูตรการฝึกหัดครูอยู่แล้ว และสอดคล้องกับการจัดสรรงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการจะมีงบประมาณในส่วนของการพัฒนาครูในรูปแบบ Block Grant (งบประมาณวงเงินรวม) เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการจัดสรรงบประมาณให้ครูนำไปใช้พัฒนาตนเองต่อไป
นอกจากนี้ รัฐบาลจะได้ประกาศพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560ซึ่งเป็น พ.ร.บ.ฉบับใหม่แทนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุที่ใช้กันมานาน ซึ่งจะมีความเข้มงวดและมีขั้นตอนยุ่งยากมากขึ้น แต่จะก่อให้เกิดความโปร่งใสสูง สามารถตรวจสอบได้ทุกระดับ ทั้งนี้คาดว่าจะมีผลบังคับภายในเดือนสิงหาคม 2560
รมว.ศึกษาธิการ จึงขอให้ทุกหน่วยงานศึกษาและทำความเข้าใจในรายละเอียด พร้อมมอบปลัดกระทรวงศึกษาธิการจัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดด้วย

● อนุมัติร่างแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการดำเนินการทางวินัยแก่ผู้ที่พ้นจากราชการ
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ จำนวน 5 ฉบับ ประกอบด้วย
1. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 2. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 3. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) 
พ.ศ. .... 4. ร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 5. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 
ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ
สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ จำนวน 5 ฉบับ เป็นการแก้ไขหลักเกณฑ์การดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงกับข้าราชการพลเรือน ข้าราชการรัฐสภา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการตำรวจ และข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา โดยหน่วยงานต้นสังกัดสามารถดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการในสังกัดที่พ้นจากราชการไปแล้วก็ได้ หากความผิดอันเป็นมูลเหตุแห่งการกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงนั้นเกิดขึ้นระหว่างที่ผู้ถูกกล่าวหามีสภาพเป็นข้าราชการ แต่ได้กำหนดเงื่อนเวลาให้ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยต้องเริ่มดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากราชการ และกรณีที่จะสั่งลงโทษต้องดำเนินการภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากราชการ
นอกจากนี้ ยังเป็นการกำหนดกรณีการดำเนินการทางวินัยตามที่องค์กรตรวจสอบการทุจริต ซึ่งได้แก่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลความผิดให้สามารถดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษตามที่มีมติชี้มูลความผิดได้ แม้ผู้นั้นจะพ้นจากราชการไปแล้ว โดยไม่นำเงื่อนเวลาในการสอบสวนและเงื่อนไขการสั่งลงโทษดังกล่าวมาใช้บังคับ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ข้าราชการประเภทต่าง ๆ และเพื่อให้การชี้มูลความผิดวินัยขององค์กรตรวจสอบการทุจริตสามารถลงโทษทางวินัยแก่ข้าราชการตามที่ชี้มูลได้

● อนุมัติการจัดทำเอกสารโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์กับฮังการี
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ การจัดทำและลงนามเอกสารโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์ ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงศักยภาพมนุษย์แห่งประเทศฮังการี สำหรับปี ค.ศ. 2017-2018 ทั้งนี้ หากก่อนลงนามมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขความตกลงดังกล่าวในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ ให้ ศธ.หารือกับกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เพื่อพิจารณาดำเนินการในเรื่องนั้น ๆ โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ ได้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ลงนาม ในเอกสารดังกล่าว
สาระสำคัญของโครงการแลกเปลี่ยนดังกล่าวเน้นการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากรระหว่างสถาบันอุดมศึกษา และบุคลากร/นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ โดยฝ่ายฮังการีเสนอให้ทั้งสองประเทศแลกเปลี่ยนทุนการศึกษาระหว่างกัน ซึ่งฝ่ายฮังการีเสนอให้ทุนระดับปริญญาตรีและปริญญาโทแก่ประเทศไทย จำนวน 40 ทุน ในสาขาต่าง ๆ เช่น สาขาวิทยาศาสตร์การเกษตร สาขาการแพทย์และสาธารณสุขศาสตร์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ เป็นต้น และฝ่ายไทยเสนอทุนระดับอุดมศึกษาให้แก่ฮังการีในระยะเวลา 1 - 2 ภาคการศึกษา นอกจากนี้ ยังเน้นการวิจัยร่วม/การเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิทยาศาสตร์ สิ่งพิมพ์ สื่อการสอน หลักสูตรและเอกสารทางการศึกษาอื่น ๆ

● อนุมัติร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติและเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ ดังนี้
                   1. อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป
                  
 2. เห็นชอบให้สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์มีสถานะเป็นหน่วยงานภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ และให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นเงินอุดหนุนแก่มูลนิธิจุฬาภรณ์เช่นเดิม ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2530 ต่อไป
                   
3. รับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา และกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับ
สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ
                   1. ปรับปรุงส่วนงานของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยแบ่งออกเป็นสำนักงานราชวิทยาลัย สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ และวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์
                   
2. ปรับปรุงจำนวนของกรรมการสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และอำนาจและหน้าที่ของสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
                   
3. ปรับปรุงการดำเนินการต่าง ๆ ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ตามพระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. 2559 โดยตัดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ออก เพื่อให้สอดคล้องกับการแยกภารกิจของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
                   
4. กำหนดให้กรณีข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการใดสมัครใจจะเปลี่ยนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของราชวิทยาลัย ให้แจ้งความจำนงเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา และจะต้องผ่านการคัดเลือกหรือการประเมินตามหลักเกณฑ์ที่สภาราชวิทยาลัยกำหนด ข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งเปลี่ยนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของราชวิทยาลัยให้ถือว่าออกจากราชการเพราะเลิกหรือยุบตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรืออกจากราชการเพราะทางราชการยุบเลิกตำแหน่งหรือเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด และให้ได้รับบำเหน็จตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง แล้วแต่กรณี
                   
5. กำหนดให้มีประธานอธิการบดี เป็นประธานในการประชุมหัวหน้าส่วนงานและคณะที่ปรึกษาราชวิทยาลัย ประธานอธิการบดี อาจแต่งตั้งรองประธานอธิการบดี เพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนในกิจการต่าง ๆ ได้ คุณสมบัติการได้มาและอำนาจหน้าที่ของประธานอธิการบดีให้สภาราชวิทยาลัยเป็นผู้กำหนด

● อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้ง นายพีระ รัตนวิจิตร นักวิชาการศึกษาเชี่ยวชาญ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานการศึกษา (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2559 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

ที่มา ; เว็บสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

เว็บฟรี...1,000 ชุด 10,000 ข้อ
ติวสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

รัฐมนตรีมอบนโยบาย ผอ.สพท.ทั่วประเทศ

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com 


-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ และ ปกติ ปี 2560

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้






 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 101/2560
รัฐมนตรีมอบนโยบาย ผอ.สพท.ทั่วประเทศ

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายในการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค โดยมีผู้บริหารระดับสูงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา/มัธยมศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วมรับฟังและประชุมสัมมนาครั้งนี้จำนวน 327 คน
• รมว.ศธ."นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์" มอบนโยบาย Active Learning และการอบรมพัฒนาตามความต้องการเพื่อเชื่อมโยงกับการประเมินวิทยฐานะ
ประเด็น Active Learning - นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ช่วงปี 2543 (ค.ศ.2000) ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยเริ่มมีการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ของประเทศ และเป็นปีที่ไทยเข้าร่วม PISA แต่วันนั้นจนถึงวันนี้ คะแนนผลการทดสอบ PISA ของไทยถือว่าเกือบจะเท่ากันตลอด ไม่เพิ่มขึ้นเลย ซึ่งผลวิเคราะห์ทำให้เห็นชัดเจนว่าอันดับของเด็กไทยอายุ 15 ปีที่เข้ารับการทดสอบ PISA ยังคงอยู่ห่างจากสิงคโปร์ 5 ชั้นปี นอกจากนี้ ข้อมูลการสอบ PISA ในช่วงเวลา 16 ปีที่ผ่านมาก็พบด้วยว่า เด็กที่ติดอันดับสูงสุดของไทย 10% ได้คะแนนเฉลี่ยเกือบ 550 คะแนน แต่เด็กที่อ่อนที่สุดได้คะแนนเฉลี่ย 330 คะแนน ซึ่งเท่ากับว่าเราห่างกันเอง 200 คะแนน มากกว่าเราห่างจากสิงคโปร์ สะท้อนให้เห็นว่าทิศทาง 16 ปีที่ผ่านมา วิธีการและการลงทุนในการปฏิรูปการศึกษาด้านต่าง ๆ ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์กลุ่มโรงเรียนที่เข้ารับการทดสอบ PISA ของไทย พบว่าโรงเรียนสังกัด กทม. ได้คะแนนต่ำที่สุด ถัดมาตามลำดับคือ อบต./อบจ.,โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา, โรงเรียนเอกชน, โรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วไป, โรงเรียนสาธิต จนถึงกลุ่มที่ได้คะแนนสูงที่สุดซึ่งเป็นกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์ คือ จุฬาภรณราชวิทยาลัย และมหิดลวิทยานุสรณ์, ส่วนคะแนนการสอบของโรงเรียนขยายโอกาสฯ ทำให้เห็นว่าไม่ได้มีคุณภาพต่ำไปกว่าโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วไป แต่ที่ต้องให้ความสนใจที่จะต้องดูแล คือ โรงเรียนเอกชน เพราะรับผิดชอบดูแลเด็กนักเรียนกว่า 2 ล้านคน ถัดมาคือ กทม.ซึ่งมีคะแนนไม่ถึง 400 และแทบไม่มีดาวเด่นเลย ก็จะได้มีการหารือและการทำงานร่วมกับ กทม. ต่อไป
สิ่งเหล่านี้ เป็นความจำเป็นที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความสนใจในการ "ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา" กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการจัดสรรทรัพยากรให้แก่โรงเรียน ICU ซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและอยู่ในระดับล่างสุด แต่ในขณะเดียวกันเวียดนามซึ่งได้อันดับ PISA ล่าสุดติดอันดับต้นของโลก ก็ทำให้เห็นความจริงที่ว่า "ความยากจนไม่จำเป็นจะต้องเป็นชะตากรรม" เพราะเด็กยากจนที่สุดของเวียดนามสามารถเอาชนะเด็กที่มีความพร้อมหรือเด็กรวยที่สุดของ OECD ซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศยุโรปได้ ทำให้เห็นบทเรียนที่สำคัญของเวียดนามที่ประสบความสำเร็จ คือ การส่งเสริมให้เด็กอยากที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
ดังนั้น Active Learning จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อความสำเร็จดังกล่าว และในการปฏิรูปการศึกษา ครูผู้สอนจำเป็นต้องเป็นครูแบบ Actively Teach คือ ครูไม่ได้ยัดเยียดในการสอน แต่จะทำอย่างไรให้เด็กนักเรียนอยากเรียนหนังสือ ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จต่อคุณภาพการเรียนการสอน

ประเด็นการอบรมพัฒนาตามความต้องการเพื่อเชื่อมโยงกับการประเมินวิทยฐานะ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการมีการดำเนินนโยบายที่สำคัญเกี่ยวกับครูในเวลานี้ คือ "การพัฒนาครูเพื่อเชื่อมโยงกับวิทยฐานะ" ซึ่งแนวดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อมีหรือเลื่อนวิทยฐานะของครู ก็เป็นการน้อมนำตามพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ไม่ต้องการให้ครูเลื่อนวิทยฐานะจากการจัดทำเอกสารผลงานทางวิชาการ หรือเอกสารในรูปแบบวิทยานิพนธ์ โดยหลักเกณฑ์ใหม่จะยกเลิกการจัดทำผลงานทางวิชาการ รวมทั้งเกณฑ์ PA ด้วย เพราะที่ผ่านมาเราไปตีความเอาเองว่าครูต้องทำผลงานทางวิชาการในลักษณะนี้ ส่วนการยกเลิกเกณฑ์ PA นักวิชาการเห็นด้วยว่าคนเก่งอาจจะไม่มี Performance มากก็ได้ เช่นเดียวกับผู้ที่ทำงานในสาขาอาชีพอื่น เช่น แพทย์เก่ง ๆ แต่ไม่ยอมผ่าตัด หรือครูเก่ง ๆ แต่ไม่ยอมสอนหนังสือ ก็ถือว่าไม่มีผลงาน เพราะฉะนั้นเราจึงยกเลิกผลงานเชิงประจักษ์ แต่จะให้ความสำคัญกับ "ระยะเวลา" ในการทำงานสั่งสมความชำนาญการในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ เพื่อจะเลื่อนวิทยฐานะขึ้นไปในระดับที่สูงขึ้น เหมือนกับนักบินที่ต้องมีการสั่งสมชั่วโมงบิน
หลักการให้วิทยฐานะที่สูงขึ้น จึงเป็นเรื่องของความเก่ง และระยะเวลาที่สั่งสม เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์จะสอนเก่งขึ้นตามช่วงเวลา ดังนั้น ในการประเมินวิทยฐานะจึงจะกำหนดทั้ง "ระยะเวลาการสอน" และ "การอบรมพัฒนาด้วยตนเอง" ให้มีความเชื่อมโยงกัน โดยครูผู้ช่วยจะทำงาน 2 ปี ก่อนที่จะก้าวเป็นชำนาญการ จากนั้นจะใช้เวลา 5 ปีเพื่อขอเลื่อนเป็นชำนาญการพิเศษ และหากจะขอเลื่อนไปในระดับเชี่ยวชาญจะต้องรออีก 5 ปี จากนั้นหากจะไปจนถึงระดับเชี่ยวชาญพิเศษ ต้องรออีก 5 ปี ซึ่งเป็นเวลาที่ใช้เวลาไม่นานในการที่จะก้าวจากชำนาญการ-เชี่ยวชาญพิเศษ โดยใช้เวลาเพียง 20 ปีเท่านั้น ก็มีสิทธิ์ได้รับวิทยฐานะระดับสูงสุดเช่นเดียวกับศาสตราจารย์ และการประเมินวิทยฐานะไม่ต้องมีวิธี Fast Track ใด ๆ เพียงแต่ครูทุกคนจะมี e-Portfolio ล็อกเข้าระบบด้วยตนเองว่าต้องสอนกี่ชั่วโมงตามเกณฑ์ขั้นต่ำ โดยมีผู้บริหารโรงเรียนเป็นผู้รับรอง (Sign Off) แต่หากระบบสุ่มเจอว่ามีการโกหกในการกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ ครูรายนั้นจะถูกลดไปเริ่มต้นวิทยฐานะใหม่ และครู-ผู้บริหารก็จะถูกแจ้งความอันเป็นเท็จต่อ ป.ป.ช.ด้วย ดังนั้น จึงไม่กังวลระบบการตรวจสอบมากมายและใช้คนมาประเมินเป็นการสิ้นเปลืองระยะเวลาและงบประมาณ
สำหรับชั่วโมงสอนของครู หากเป็นครูชำนาญการอาจจะต้องสอนขั้นต่ำ 800 ชั่วโมงต่อปี เพราะฉะนั้นเมื่อครูชำนาญการสอนครบ 5 ปี ก็จะมีจำนวนชั่วโมงสอนเป็น 4,000 ชั่วโมง และเมื่อเป็นครูชำนาญการพิเศษก็จะสะสมชั่วโมงสอนได้ 8,000 ชั่วโมง ระบบนี้จะทำให้กระทรวงศึกษาธิการทราบข้อมูลล่วงหน้าด้วยว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้าจะมีจำนวนครูที่จะได้เลื่อนวิทยฐานะเท่าใด เพื่อวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
ส่วนการประเมินสำหรับสายผู้บริหารหรือผู้อำนวยการ (Director) ต่อไปจะไม่มีนักบริหารวิทยฐานะชำนาญการ-ชำนาญการพิเศษ-เชี่ยวชาญ-เชี่ยวชาญพิเศษอีกแล้ว แต่จะเปลี่ยนวิธีการตอบแทนให้เป็นการจ่ายค่าตอบแทนแบบอำนวยการหรืออำนวยการสูง ซึ่งเป็นคนละเส้นทางกับวิทยฐานะครู เพราะงานบริหารควรจ่ายค่าตอบแทนแบบนักบริหาร
นอกจากระยะเวลาการสอนแล้ว ระบบการปฏิรูปพัฒนาครูครบวงจรแบบใหม่นี้ จะให้ครูได้รับการอบรมพัฒนาตามความต้องการของตนเอง หรือครูสามารถ Shopping หลักสูตรการอบรมด้วยตนเองตามความเหมาะสมในการเลื่อนวิทยฐานะของตนเอง โดยจะผ่านการรับรองของสำนักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  จะเป็นหลักในการดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะแจกเป็นคูปองพัฒนาครูให้รายละ 10,000 บาทต่อปี เพื่อนำไปใช้จ่ายเป็นค่าอบรมพัฒนา รวมทั้งค่าเดินทางต่าง ๆ ด้วยตนเอง
วิธีการเช่นนี้จะทำให้กระจายลงไปในระดับพื้นที่ และจะมีเงินเหลือนำไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนทุกระดับ โดยเฉพาะโรงเรียน ICU ได้เป็นจำนวนมาก และหากมีเงินเหลือมากขึ้น ปีต่อไปอาจจะเพิ่มคูปองพัฒนาครูมากกว่า 10,000 บาท แต่จะไม่มีระบบการ Transfer โควตาอบรมของตนเองไปให้ครูคนอื่น
สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือเป็นระบบการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของประเทศในการ "ปฏิรูปการพัฒนาครูครบวงจร" อย่างแท้จริง

ที่มา ; เว็บสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

เว็บฟรี...1,000 ชุด 10,000 ข้อ
ติวสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม