ข้อสอบออนไลน์ ( สอบครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษา) ชุดใหม่ล่าสุด
นับจากที่ “หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ” มีดำริที่จะใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญในการแก้ปัญหาเรื่องต่างๆ ปรากฏว่าช่วงเวลา 1 เดือนนิดๆ มีการประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช. มาแล้ว 10 ฉบับด้วยกัน โดยสามารถแบ่งเรื่องต่างๆ ออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มที่ 1 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก โดยคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 เรื่อง “การรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” มีเนื้อหาให้แต่งตั้งทหารเป็น เจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย” และให้อำนาจกระทำการคล้ายกฎอัยการศึก และคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 5/2558 เรื่อง “แก้ไขคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558” เป็นการเพิ่มอาสาสมัครทหารพรานให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย
กลุ่มที่ 2 เรื่องการบุกรุกที่สาธารณะ ป่าสงวน อุทยานแห่งชาติ โดยคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 4/2558 เรื่อง "มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายที่คุ้มครองประโยชน์สาธารณะและประชาชนโดยส่วนรวม" เป็นการให้อำนาจทหารในการพิทักษ์ผลประโยชน์สาธารณะ โดยให้รัฐมนตรีขออำนาจทหารไปทำหน้าที่และให้เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
กลุ่มที่ 3 เรื่องการปลด และแต่งตั้งข้าราชการ โดยคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 6/2558 เรื่อง "การกําหนดตําแหน่งเพิ่มและการแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่ง" ซึ่งมีเนื้อหาเป็นการปลด ย้าย และตั้งข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ขณะที่ฉบับที่ 7/2558 เรื่อง "การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา" โดยเนื้อหาเป็นการปลดบอร์ดของทั้งสามหน่วยงาน และให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เข้าไปตรวจสอบปัญหาการทุจริต
ส่วนคำสั่งฉบับที่ 9/2558 เรื่อง “การให้ข้าราชการสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่” โดยให้ นายพิชิต นิลทองคํา จัดหางานจังหวัดชลบุรี สิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ผู้อํานวยการ สํานักบริหารแรงงานต่างด้าว ทั้งนี้ก่อนนี้เคยมีคำสั่ง คสช. เมื่อปี 2557 ให้นายพิชิต ซึ่งเป็นจัดหางานจังหวัดชลบุรี ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารแรงานต่างด้าวไปก่อน เพื่อแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์
กลุ่มที่ 4 เรื่องการแก้ปัญหาข้อขัดข้องทางกฎหมาย โดยคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 8/2558 เรื่อง “การเลือกกรรมการแทนตําแหน่งที่ว่างในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ” เนื่องจากมี กรรมการกสทช.ว่างลง 1 ตำแหน่ง แต่ สนช.ไม่รับรายชื่อที่สรรหามา จึงสั่งให้ กสทช.ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่
กลุ่มที่ 5 เรื่องการแก้ปัญหาการประมง โดยคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 10/2558 เรื่อง “การแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม” โดยให้จัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย” เป็นศูนย์เฉพาะกิจ ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่สหภาพยุโรปให้ใบเหลืองไทยจากปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม
กลุ่มที่ 6 การแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่ง โดยคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 10/2558 เรื่อง “มาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล” ทั้งนี้มีเนื้อหาให้ปลด
คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ดกองสลาก) และกำหนดสัดส่วนบอร์ดกองสลากใหม่ โดยให้ประธานบอร์ดมาจากการแต่งตั้งของหัวหน้า คสช. และให้มีกรรมการอีก 3 คน ที่แต่งตั้งมาจาก คสช. นอกจากนี้ให้ตั้ง “กองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม” และกำหนดด้วยว่าผู้ใดจำหน่ายสลากเกินราคา จะต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คำสั่งหัวหน้า คสช. (เฉพาะ) ฉบับที่ 1/2558 เรื่อง แต่งตั้งประธานกรรมการในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยแต่งตั้ง พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นประธานบอร์ดกองสลาก
จะเห็นได้ว่า คสช. มีความพยายามที่จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ซึ่งถือเป็นอำนาจสูงสุดมาแก้ไขปัญหาที่ต้องการแก้ไขเร่งด่วน หรือเป็นปัญหาที่รัฐบาลทราบแล้วว่าระบบปกติไม่สามารถแก้ได้ และต้องการแก้ปัญหาที่เป็นจุดขายตั้งแต่ต้นของ คสช.
นี่อาจจะเป็นการใช้ “เชิงสร้างสรรค์” อย่างที่เคยกล่าวเอาไว้ แต่คำถามที่ตามมาคือ ต่อไปเราจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ด้วยกระบวนการปกติหรือไม่ และในอนาคตแม้จะใช้มาตรา 44 แล้วแต่ปัญหายังไม่คลี่คลาย จะมีมาตรการอะไรที่จะมาแก้ไขได้อีกหรือ
ที่มา ; เว็บ นสพ.คมชัดลึก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น