หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

เตรียมสอบ ครุผู้ช่วย ปี 2561

เตรียมสอบ ครุผู้ช่วย ปี 2561
เตรียมสอบ ครุผู้ช่วย ปี 2561

หนังสือติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา

หนังสือติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา
หนังสือติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา รอง-ผอ.รร

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค
หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ผลการประชุม ก.ค.ศ. 6/2561

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com โดย อ.นิกร


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   


ข่าวที่ 202/2561ผลการประชุม ก.ค.ศ. 6/2561

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 6/2561 เมื่อวันที่20 มิถุนายน 2561 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธาน ก.ค.ศ. เป็นประธานการประชุม

 
เรื่องเกี่ยวกับการสอบครูผู้ช่วย
 
 
  • เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการเปลี่ยนตำแหน่ง การย้ายและการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มาบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย ตามผลการสอบแข่งขันได้ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
   1) คำจำกัดความ
       การเปลี่ยนตำแหน่ง หมายถึง การแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย ซึ่งเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งครูผู้ช่วย ให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วยในสังกัดส่วนราชการเดียวกัน
       การย้าย หมายถึง การแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย ซึ่งเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งครูผู้ช่วย ให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย ในสังกัดส่วนราชการเดียวกัน
       การโอน หมายถึง การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งครูผู้ช่วย ให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย ในส่วนราชการอื่น
   2) เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งครูผู้ช่วย และอยู่ในลำดับที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง
   3) ให้บรรจุแต่งตั้งฯ โดยการเปลี่ยนตำแหน่ง ย้ายหรือโอน ตามผลการสอบแข่งขันได้ ในตำแหน่งครูผู้ช่วย และรับเงินเดือนตามตำแหน่งและคุณวุฒิที่สอบแข่งขันได้ตามประกาศการรับสมัครสอบแข่งขัน โดยให้นับอายุราชการต่อเนื่อง
   4) ต้องเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด

  • เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการโอนพนักงานส่วนท้องถิ่นและข้าราชการอื่นซึ่งเป็นผู้สอบแข่งขันได้ มาบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย  สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
   1) การโอน หมายถึง การบรรจุและแต่งตั้งพนักงานส่วนท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นและข้าราชการอื่นที่มิใช่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นผู้สอบแข่งขันได้ มาบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลการทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย
   2) เป็นผู้ที่สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งครูผู้ช่วย และอยู่ในลำดับที่ที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง
   3) เป็นผู้ที่ไม่มีเงื่อนไขผูกพันใด ๆ ในตำแหน่งที่ดำรงอยู่ในสังกัดเดิม และพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งครูผู้ช่วยตามที่สอบแข่งขันได้ ในระยะเวลาที่ส่วนราชการกำหนด
   4) ให้บรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ โดยการโอน ตามผลการสอบแข่งขันในตำแหน่งครูผู้ช่วย และรับเงินเดือนตามตำแหน่งและคุณวุฒิที่สอบแข่งขันได้ตามประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน โดยให้นับอายุราชการต่อเนื่อง
   5) ต้องเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด

  • เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ดำรงตำแหน่งครู มาบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู  สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
   1) การโอน หมายถึง การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 สังกัดส่วนราชการหนึ่ง ไปดำรงตำแหน่งครู สังกัดส่วนราชการอื่น ในกระทรวงศึกษาธิการ
   2) สถานศึกษาที่จะรับโอนต้องมีเหตุผลความจำเป็น เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
   3) ไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ หรือผู้ได้รับการคัดเลือกในตำแหน่งครูผู้ช่วย ในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอกที่จะรับโอน
   4) ไม่มีผู้ขอย้ายมาดำรงตำแหน่งครู ในกลุ่มวิชา หรือทาง หรือสาขาวิชาเอกที่จะรับโอน ของ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ.ตั้ง หรือหน่วยงานที่รับโอน
   5) ตำแหน่งว่างที่รับโอน ต้องไม่อยู่ในแผนยุบเลิกของส่วนราชการต้นสังกัด และมีจำนวนตำแหน่งสายงานการสอน ไม่เกินเกณฑ์อัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด

  • เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นเป็นบัญชี ผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ตำแหน่งครูผู้ช่วย  สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
   1) หลักเกณฑ์นี้ใช้กับทุกส่วนราชการ
   2) การขอใช้บัญชี ให้ กศจ.หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณีเป็นผู้ดำเนินการ โดยความตกลงยินยอมระหว่าง กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ที่เป็นเจ้าของบัญชี และ ที่ขอรายชื่อ โดยให้ดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้จากการขอใช้บัญชี ให้แล้วเสร็จก่อนที่บัญชีเดิมจะครบอายุการขึ้นบัญชี
   3) การขอใช้บัญชี ให้ดำเนินการดังนี้      3.1 กรณีสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัด สพฐ. ให้ กศจ.ดำเนินการ ตามลำดับและขั้นตอน ดังนี้
          3.1.1 ให้ขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้จากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ กศจ.ที่มีพื้นที่ติดต่อกันในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาคเดียวกัน
          3.1.2 หาก กศจ.ที่มีพื้นที่ติดต่อกันในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาคเดียวกันไม่มี ให้ขอจาก กศจ.ที่มีพื้นที่ติดต่อกันในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาคอื่น
          3.1.3 หาก กศจ.ที่มีพื้นที่ติดต่อกันในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาคอื่น ไม่มี ให้ขอจาก กศจ.ใดก็ได้ ในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาคเดียวกัน
          3.1.4 หาก กศจ.ในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาคเดียวกันไม่มี ให้ขอจาก กศจ.ในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาคใดก็ได้
          3.1.5 หากทุก กศจ.ไม่มี ให้ขอจากบัญชี อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
          3.1.6 หาก อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษไม่มี ให้ขอจากบัญชี อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ของส่วนราชการ
      3.2 กรณีสถานศึกษาในสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สังกัด สพฐ. ให้ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งในสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ พิจารณาขอจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ กศจ.ที่ใกล้เคียงที่สุด ตามลักษณะภูมิศาสตร์กับหน่วยงานการศึกษาที่จะบรรจุและแต่งตั้ง โดยพิจารณาตามลำดับขั้นตอน ในข้อ 2.1
      3.3 กรณีสถานศึกษาสังกัดส่วนราชการอื่น ให้พิจารณาขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ของ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับเป็นสำคัญ
   4) ผู้สอบแข่งขันได้รายใดที่สมัครใจและได้รับการประกาศขึ้นบัญชีของ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ที่ขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้แล้ว หากไม่ไปรายงานตัวหรือขอระงับการบรรจุฯ ให้ถือว่าสละสิทธิ์การบรรจุและแต่งตั้ง จะถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีทั้งหมด กรณีไม่สมัครใจไปขึ้นบัญชี ผู้สอบแข่งขันได้รายนั้นจะยังคงขึ้นบัญชีตามลำดับที่เดิม
ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการเป็นผู้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับระยะเวลาในการพิจารณาดำเนินการในแต่ละขั้นตอน โดยเจ้าของบัญชีแจ้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) หรือส่วนราชการที่ขอใช้บัญชีทราบผลการพิจารณาโดยเร็ว

  •  รับทราบกำหนดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2561  ตามกำหนดการดังนี้
- ประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน ภายในวันที่ 11 กรกฎาคม 2561
- รับสมัครสอบแข่งขัน วันที่ 18 – 24 กรกฎาคม 2561 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)
- ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2561
- สอบข้อเขียน
     - ภาค ก วันที่ 18 สิงหาคม 2561
     - ภาค ข วันที่ 19 สิงหาคม 2561
- ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ (ภาค ค) วันที่ 27 สิงหาคม 2561
- สอบสัมภาษณ์ (ภาค ค) วันที่ 1 กันยายน 2561
- ประกาศผลการสอบแข่งขัน วันที่ 6 กันยายน 2561
เอกสารหลักฐานที่ใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพครูตามที่คุรุสภาออกให้เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอน ที่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานในการสมัครสอบแข่งขัน ตำแหน่งครูผู้ช่วย ประกอบด้วย
        1) ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
        2) หนังสือรับรองสิทธิ
        3) ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน
สำหรับหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพครู โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ คุรุสภาออกให้สถานศึกษาที่มีเหตุผลและความจำเป็นต้องการให้บุคคลที่ยังไม่มีคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู สามารถเข้าประกอบวิชาชีพครูในสถานศึกษาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากลาออกจากสถานศึกษาที่ขออนุญาตให้ การอนุญาตดังกล่าวถือว่ายกเลิก จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถใช้แสดงในการประกอบวิชาชีพครูที่เป็นของบุคคลได้

 
  • เห็นชอบกรอบอัตรากำลังของศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่ประชุมเห็นชอบกำหนดกรอบอัตรากำลังของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2ของศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 19 เมษายน 2561 จำนวน 100 อัตรา ตามโครงสร้างภายใน 7 กลุ่มงาน คือ
1) กลุ่มอำนวยการและประสานงาน อัตรา
2) กลุ่มคลังและสินทรัพย์ อัตรา
3) กลุ่มนโยบายและแผน อัตรา
4) กลุ่มบริหารงานบุคคล อัตรา
5กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษา 36 อัตรา
6) กลุ่มส่งเสริมประสานงานการศึกษา วิชาชีพ และมีงานทำ 25 อัตรา
7) กลุ่มติดตามและประเมินผล อัตรา
โดยกำหนดอัตรากำลัง ดังนี้
- ตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ จำนวน 1 ตำแหน่ง เป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง
- ตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์ จำนวน 4 ตำแหน่ง เป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น
- ตำแหน่งผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 95 ตำแหน่ง


  • เห็นชอบ ตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจเกี่ยวกับการประเมินความรู้ ความสามารถของบุคคลเพื่อให้ได้รับ พ.ต.ก. สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
โดยกำหนดองค์ประกอบ ดังนี้
   1) ผู้แทนสำนักงาน ก.ค.ศ. จำนวน 1 คน
   2) ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในส่วนราชการ จำนวน 1 คน
   3) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายไม่ต่ำกว่าระดับเชี่ยวชาญ หรือไม่ต่ำกว่าระดับ 9 จำนวน 4 คน
   4) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายจากบัญชีรายชื่อของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือจากบัญชีรายชื่อของสำนักงาน ก.พ. จำนวน 2 คน
   5) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายจากบัญชีรายชื่อของสำนักงาน ก.ค.ศ. จำนวน 5 คน
   6) ผู้ดำรงตำแหน่งนิติกรไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการพิเศษ จำนวน 1 คน
   7) เจ้าหน้าที่ที่หัวหน้าส่วนราชการมอบหมายเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ

นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
  • สรุปผลการประชุมการพัฒนาระบบการสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไป เพื่อการบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท
  • คู่มือการประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว 21/2560 โดยสำนักงาน ก.ค.ศ. จะได้ส่งไปยังส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประกอบการประเมินฯ ต่อไป ในเร็วๆ นี้
  • ความก้าวหน้าในการดำเนินการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเลื่อนเงินเดือน ตามพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณา ร่างกฎ ก.ค.ศ. การเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. .... เสร็จแล้ว และขอให้เลขาธิการ ก.ค.ศ. แจ้งยืนยันความเห็นเกี่ยวกับร่างกฎ ก.ค.ศ. ดังกล่าว โดยสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้แจ้งยืนยันความเห็นเรียบร้อยแล้ว ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.7/112 ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2561
  • รายงานความก้าวหน้าการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดทำเอกสารเรียบร้อยแล้ว และจะนำไปรับฟังความคิดเห็น ใน 3 ช่องทาง คือ ทางเว็บไซต์สำนักงาน ก.ค.ศ. จัดประชุม และมีหนังสือสอบถามความคิดเห็น
ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน (รอง/ผอ.รร.)  

 ติวสอบครูผู้ช่วสย 2561

โดย อ.นิกร ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีสอบราชการ ครู ผู้บริหาร ฯลฯ

"บัณฑิตพันธุ์ใหม่" สู่มหาวิทยาลัย 4.0

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com โดย อ.นิกร


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   


ข่าวที่ 203/2561มทร.ตะวันออก จัดอบรมให้ความรู้ความเข้าใจเพื่อสร้าง "บัณฑิตพันธุ์ใหม่" สู่มหาวิทยาลัย 4.0

เมื่อวันพุธที่ 20 มิถุนายน 2561 ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พร้อมทั้งบรรยายพิเศษเรื่อง "มหาวิทยาลัยในยุค Thailand 4.0 กับการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่" ณ หอประชุมมังคลอุบล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก โดย รศ.ดร.สมชาย ปฐมศิริ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ผู้บริหารการศึกษา ผู้แทนภาคเอกชน ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ประธานหลักสูตร กรรมการหลักสูตร หัวหน้าสาขา ตลอดจนนักศึกษา เข้าร่วมกว่า 500 คน
ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวมีใจความตอนหนึ่งว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับการผลิตกำลังคนเพื่อพัฒนาประเทศ โดยได้อนุมัติโครงการผลิตอาชีวะพันธุ์ใหม่และบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง สำหรับอุตสาหกรรม NEW Growth Engine ตามนโยบาย Thailand 4.0 และการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย (อาชีวะพันธุ์ใหม่ปี 2561-2565 และบัณฑิตพันธุ์ใหม่ปี 2561-2569) พร้อมจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการ จำนวน 1,396 ล้านบาท ส่วนกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ปลดล็อคหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย อาทิ การเปิดหลักสูตรโดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยเอง เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และลดขั้นตอนการทำงาน แต่มหาวิทยาลัยก็ต้องรับผิดชอบต่อการผลิตกำลังคนอย่างเต็มที่เช่นกัน
โดยในส่วนของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีบทบาทและภารกิจหลักในการ "สร้าง" และ "พัฒนา" กำลังคนตอบโจทย์ประเทศและโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยจะต้องคำนึงถึงแนวโน้มของตลาดแรงงานที่มีความต้องการกำลังคนสมรรถนะสูงรองรับระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น สิ่งสำคัญคือ มหาวิทยาลัยต้อง "คิดเอง ทำเองให้ได้" โดยตั้งเป้าหมายผลิตกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง มีการศึกษาวิจัย ตลอดจนมีองค์ความรู้ที่จะพัฒนาต่อยอดไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่ม ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ พร้อมเปิดหลักสูตรระยะสั้นและปรับตัวเป็นแหล่งเรียนรู้แก่คนไทยทุกช่วงวัย เพื่อช่วยให้คนไทยมีคุณภาพและสร้างนวัตกรรมได้ ต่อยอดเศรษฐกิจที่มีคุณค่าเชิงพาณิชย์ เพื่อไปสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0 และสังคม 4.0 ที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและเอื้ออาทรต่อกัน
จากการเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานของนักศึกษาและคณาจารย์ ถือว่าการต่อยอดองค์ความรู้สู่ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่มาถูกทางแล้ว แต่ก็ต้องการให้เร่งความเร็วมากขึ้น เพื่อสร้างคนให้เป็นแก่นในการพัฒนาประเทศจริง ๆ เป็นคนไทย 4.0 ที่มีคุณภาพ มีทักษะสมรรถนะชั้นสูง มีพื้นฐานเทคโนโลยียุคดิจิทัล โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ที่ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรม First S-Curve และ New S-Curve ตลอดจนมีทักษะ Global Citizen สามารถออกไปทำงานกับสถานประกอบการต่างชาติ ทั้งพื้นที่ในประเทศและในภูมิภาคเอเชียจนถึงทั่วโลก
ซึ่งต้องยอมรับว่า การจะสอนเด็กในยุคปัจจุบันซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Generation Z ครูอาจารย์ต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของเด็กกลุ่มนี้ให้มาก ๆ เพราะพวกเขาเติบโตมาพร้อมเทคโนโลยี มีความคิดแบบ 4D ฉลาดรอบคอบ สื่อสารได้ดี มีความเป็นผู้ใหญ่ ในขณะเดียวกันก็มีความนอบน้อมถ่อมตน มีจิตอาสา และมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อความสำเร็จ ดังนั้นครูอาจารย์ต้องปรับการสอนให้โดนใจเด็ก ด้วยสื่อและแพลตฟอร์มที่ทันสมัยเพื่อดึงความสนใจเด็กให้ได้ พร้อม ๆ กับการสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้ปรับตัวตามโลกให้ทัน มีความมุ่งมั่นที่จะใฝ่รู้ใฝ่เรียน ให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ชอบและพัฒนาในสิ่งที่ขาด ทั้งหมดนี้เป็นการพัฒนาให้เกิดสมรรถนะและทักษะที่จะไปสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับพื้นที่และประเทศ มากกว่าการให้เฉพาะความรู้อย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวฝากให้มหาวิทยาลัยร่วมเป็นเครือข่ายในการทำงาน หรืออาจแบ่งกลุ่มในการพัฒนา (Cluster) พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้ ครูอาจารย์ และทรัพยากรร่วมกัน ตลอดจนทำงานวิจัยและสร้างนวัตกรรม เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนและปรับภาพลักษณ์ หาจุดเด่นที่จะดึงดูดคนให้เข้ามาเรียนและมาร่วมจัดการศึกษามากขึ้น ในขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยก็ต้องเป็นที่พึ่งพิงในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดด้วย ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนยุทธศาสตร์ การดูแลช่วยเหลือด้านองค์ความรู้หรือวิชาการร่วมกับภาคเอกชนในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาพื้นที่จำนวนมาก แต่ก็พบว่ายังมีงบประมาณเหลือจ่าย จึงต้องการย้ำไปยังมหาวิทยาลัยในการสร้างผู้เรียนที่มีศักยภาพ และเป็นแหล่งวิชาการและวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นตามบทบาทหน้าที่หลักอย่างเต็มที่ด้วย

รศ.ดร.สมชาย ปฐมศิริ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก กล่าวต้อนรับว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก กำหนดจัดโครงการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ตามนโยบายรัฐบาลในการผลิตอาชีวะพันธุ์ใหม่และบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง สำหรับอุตสาหกรรม NEW Growth Engine ตามนโยบาย Thailand 4.0 และการปฏิรูปการอุดมศึกษาไทย โดยในส่วนของบัณฑิตพันธุ์ใหม่ มหาวิทยาลัยมีแผนการพัฒนาการจัดการศึกษา เพื่อปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนและเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย ด้วยหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว ผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เพื่อเป็นกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง สำหรับทำงานในอุตสาหกรรมใหม่ New S-Curve ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 500 คน ประกอบด้วย ผู้บริหาร ประธานหลักสูตร กรรมการหลักสูตร หัวหน้าสาขา ตลอดจนนักศึกษา
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยชั้นนำในการสร้างบัณฑิตนักปฏิบัติระดับอาเซียน” มีวิทยาเขตในสังกัด 4 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และมีสถาบัน 1 แห่ง คือสถาบันเทคโนโลยีการบิน ซึ่งได้จัดการศึกษาในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทใน 9 คณะ ได้แก่ คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คณะสัตวแพทยศาสตร์, คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร, คณะเทคโนโลยีสังคม, คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ, คณะศิลปศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์
โดยมีแผนพัฒนาการศึกษา การวิจัย และเทคโนโลยี สำหรับรองรับการพัฒนาการจัดการศึกษา 3 ระยะดังนี้
   - ระยะเร่งด่วน : พัฒนากลุ่มคนที่อยู่ในวัยทำงาน เพื่อปรับเปลี่ยน เพิ่มสมรรถนะ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ตอบโจทย์สถานประกอบการและอุตสาหกรรม เพื่อให้ได้รับใบรับรอง (Certificate) ตามความสามารถ และนำผลการเรียนรู้มาสะสมหน่วยกิตเพื่อขอรับปริญญาได้ภายหลังเมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด
   - ระยะที่สอง : พัฒนานักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปีสุดท้าย เพื่อเข้าเรียนต่อจนจบระดับปริญญาตรีเป็นเวลา 2 ปี และนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 3-4 เพื่อต่อยอดในหลักสูตรที่บูรณาการศาสตร์วิชาการและการปฏิบัติที่ใช้ทักษะชั้นสูงในสาขาวิชาที่ต้องการเร่งด่วน
   - ระยะที่สาม : พัฒนานักศึกษาใหม่ในหลักสูตรที่บูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีดิจิทัล ภาษาอังกฤษ และสอดแทรกวิชาการบริหารธุรกิจเป็นฐานในทุกหลักสูตร
สำหรับจุดเน้นและผลการจัดการเรียนการสอนที่ประสบความสำเร็จในหลากหลายสาขา อาทิ การเตรียมปั้นนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าสู่โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วน อุปกรณ์อัตโนมัติและหุ่นยนต์ที่สำคัญของประเทศใน อาทิ ท่าเรือแหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร เป็นต้น, ผลิตวิศวกรสาขาวิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต ที่มีความสามารถในการออกแบบ สร้าง และบำรุงรักษาเครื่องจักรอัตโนมัติและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม โดยเรียนพร้อมฝึกปฏิบัติร่วมกับโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ เพื่อให้ได้วิศวกรที่มีความพร้อมทำงานจริงหลังจบการศึกษา, การศึกษา คิดค้น และรวบรวมสายพันธุ์บัวพื้นเมืองจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อการอนุรักษ์ ของสถาบันบัวราชมงคลตะวันออก จนได้รับฉายาว่า “สถาบันการศึกษาบัวพันธุ์พื้นเมืองมากที่สุดในโลก”

ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน (รอง/ผอ.รร.)  


 ติวสอบครูผู้ช่วสย 2561

โดย อ.นิกร ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีสอบราชการ ครู ผู้บริหาร ฯลฯ

ศธ.จัดประชุมเตรียมความพร้อมรับการประเมิน “PISA" ปี 2018

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com โดย อ.นิกร


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   


ข่าวที่ 201/2561
ศธ.จัดประชุมเตรียมความพร้อมรับการประเมิน “PISA" ปี 2018

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการ โครงการประเมินนักเรียนร่วมกับนานาชาติ ประจำปี 2561 “PISA 2018" สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ระดับผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา กว่า 300 คน เมื่อวันพุธที่ 20 มิถุนายน 2561 ณ โรงแรมบางกอก พาเลส กรุงเทพฯ
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (Programme for International Student Assessment) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “PISA” ริเริ่มโดยองค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for the Economic Cooperation and Development: OECD) เมื่อปี 2543 เพื่อประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาของประเทศต่าง ๆ ด้วยการประเมินความสามารถพื้นฐานด้านการใช้ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยทำการสุ่มประเมินนักเรียนอายุ 15 ปี อย่างต่อเนื่องทุก 3 ปี ซึ่งเป็นเด็กที่จบการศึกษาภาคบังคับแล้ว สำหรับสาระสำคัญในการประเมินมี 3 ด้าน ได้แก่ การรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy) ซึ่งการสอบแต่ละครั้งจะให้ค่าน้ำหนักการวัดความสามารถแต่ละด้านแตกต่างกันไป
โดยความสำคัญของการเข้าร่วมสอบ PISA คือการวิเคราะห์ผลหลังการสอบ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการจัดการศึกษาให้มีผลลัพธ์ด้านการจัดการศึกษาที่ดีขึ้น ซึ่งผลการวิเคราะห์คะแนน PISA ของเด็กไทยในแต่ละปี ทำให้ทราบว่าผลการจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีต่าง ๆ ได้ผลเป็นอย่างไร มีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ด้านการศึกษา และความสามารถในการนำความรู้ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่านไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไรบ้าง ดังนั้น PISA จึงเป็นปรอทวัดผลด้านการจัดการศึกษาที่เชื่อถือได้ มีชื่อเสียงและมีการนำไปใช้ในประเทศต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังเป็นข้อมูลสำคัญเพื่อประกอบการพิจารณาในด้านอื่นที่สอดคล้องกับการจัดการศึกษาของประเทศนั้น ๆ
สำหรับประเทศไทยที่เข้าร่วมสอบ PISA มาตั้งแต่ปี 2543 ผลการวิเคราะห์พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนน PISA ของเด็กไทยห่างจากประเทศสมาชิก OECD ประมาณ 3 ปีการศึกษา แต่เมื่อวิเคราะห์เจาะลึกลงในรายละเอียด จะพบว่าเด็กไทยที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุดของประเทศ อยู่ที่ 550 คะแนน ซึ่งติดอยู่ในอันดับที่ 2-3 ของโลก ในขณะที่เด็กที่ได้คะแนนเฉลี่ยต่ำสุด อยู่ที่ 150 คะแนน นั่นก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในกลุ่มเด็กไทยเองมากถึง 7 ปีการศึกษา จึงอาจสรุปได้ว่าการปฏิรูปการศึกษาในด้านต่าง ๆ ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรจะเป็น เพราะในขณะที่เราสร้างเด็กเก่งออกไปแข่งขันในระดับโลกได้จำนวนน้อย แต่ตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ ช่องว่างของคะแนนซึ่งสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ก็ไม่เคยแคบลงเช่นกัน
ในส่วนของการเข้าร่วมสอบ PISA ปี 2018 ซึ่งให้ค่าน้ำหนักของคะแนนกับการวัดความสามารถ “ด้านการอ่าน” ซึ่งจะเป็นการสะท้อนผลการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่เข้าร่วม ดังนั้น ขอให้ทุกคนที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ช่วยสร้างแรงกระตุ้นให้กับเด็กที่จะเข้าสอบ พร้อมชี้แนะและสร้างความคุ้นเคยกับการสอบ PISA ด้วยวิธีต่าง ๆ อาทิ วิเคราะห์ข้อสอบย้อนหลังเพื่อจัดทำเป็นคลังข้อสอบ, การเชิญผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแนะนำครูให้จัดทำแบบประเมินหรือปรับข้อสอบวิชาต่าง ๆ ให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับข้อสอบ PISA เพราะ PISA ไม่ใช่ข้อสอบที่จะติวได้ แต่การสร้างให้เด็กเกิดความคุ้นชินกับข้อสอบแนวนี้ อาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลการสอบดีขึ้นก็เป็นได้
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “การแปลข้อสอบ PISA” เป็นภาษาไทย เพื่อแก้ปัญหาการอ่านข้อสอบไม่เข้าใจของเด็กไทย เพราะมีโครงสร้างภาษาที่แตกต่างออกไปจากเดิม โดยขอให้ PISA Center ช่วยดูแลให้มีการแปลข้อสอบ พร้อมให้ความสำคัญกับการตรวจสอบในเรื่องของภาษาอย่างจริงจังเพื่อความถูกต้องด้วย และหากพบว่าไม่มีการตรวจสอบที่เชื่อถือได้ในภายหลัง ก็อาจไม่ส่งเด็กเข้าร่วมสอบเพื่อประเมินในโครงการ PISA ปี 2018 เพราะผลการสอบที่ออกมา ไม่ได้ส่งผลแค่การวัดผลในระดับนานาชาติเท่านั้น แต่จะเป็นพื้นฐานการประเมินผลการจัดการศึกษาด้านอื่น ๆ ต่อไปด้วย
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า การประชุมในครั้งนี้ได้เชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากโรงเรียนทุกสังกัดที่เข้าร่วมการสอบ PISA 2018 มาร่วมหารือและถอดบทเรียนจากการสอบ PISA ที่ผ่านมา พร้อมทั้งวางแนวทางและเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบ PISA ในอีก 3 ปีข้างหน้า จึงขอให้รับฟังซึ่งกันและกัน และช่วยเหลือดูแลกันอย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับผลคะแนนการสอบของเด็กไทยให้มีแนวโน้มค่าคะแนนเฉลี่ยที่สูงขึ้น และลดช่องว่างคะแนนสูงสุดกับต่ำสุดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน (รอง/ผอ.รร.)  


 ติวสอบครูผู้ช่วสย 2561

โดย อ.นิกร ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีสอบราชการ ครู ผู้บริหาร ฯลฯ

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม