หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567

พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567
พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการใหม่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม 

คลิ๊ก www.tuewsob.com โดย อ.นิกร



 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   

เตรียมเตรียมความรู้ผู้บริหารสถาน (รอง/ผอ.รร.)  



รัฐมนตรีใหม่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562 เวลา 7.49 น. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช และ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ พร้อมมอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ณ กระทรวงศึกษาธิการ 



โดยในเวลา 7.49 น. รมว.ศึกษาธิการ-รมช.ศึกษาธิการ ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระพุทธรูปประจำกระทรวง พระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์สยามิศรจักรี สัฏฐีอนุสรณ์ ศึกษาทรรังสรรค์ ศาลพระภูมิ และพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) จากนั้นได้ร่วมประชุมเพื่อมอบนโยบายผู้บริหารองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับของ ศธ. ณ ห้องประชุมราชวัลลภ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า นโยบายที่มอบให้กับผู้บริหารในครั้งนี้ เป็นนโยบายด้านการศึกษาที่จะแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งมีวาระเร่งด่วนในหลายประเด็น ทั้งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ความสามารถและมีทักษะรองรับการแข่งขันในศตวรรษที่ 21, การให้ความสำคัญกับการศึกษาปฐมวัย ที่เป็นพื้นฐานของการพัฒนาประเทศรองรับการเข้าสู่สังคมสูงอายุในอีก 15 ปีข้างหน้า เพื่อเตรียมเยาวชนตั้งแต่วันนี้ให้มีคุณภาพ พร้อมที่จะแบกภาระนำพาประเทศให้เดินไปข้างหน้าได้

ส่วนเรื่องของการพัฒนาครู ก็มีความสำคัญเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ เพื่อช่วยต่อยอดความสามารถในการสอน ที่จะส่งผลต่อความสามารถของเด็กโดยตรง รวมทั้งทำให้คุณภาพชีวิตของครูไทยดีขึ้น ให้ครูมีกำลังใจในการทำหน้าที่แม่พิมพ์และพ่อพิมพ์ของชาติ พร้อมปรับหลักสูตรการศึกษาให้เข้ากับโลกดิจิทัลมากขึ้น ทั้งการเรียนการสอน สื่อ และวิธีการสอน

สิ่งสำคัญคือ การหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับผู้บริหารกระทรวง เพื่อต่อยอดและบูรณาการแนวคิดในการพัฒนากับข้อมูลและสิ่งที่กระทรวงดำเนินการไว้แล้ว พร้อมศึกษาเพื่อหาจุดแข็งจุดอ่อนที่จะนำมาช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งส่งเสริมต่อยอดนโยบายที่ดี และแก้ไขปรับปรุงบางเรื่องที่ยังทำไม่สำเร็จ รวมทั้งจะรับฟังเสียงสะท้อนจากเขตพื้นที่การศึกษา ข้าราชการ และครู พร้อมดึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมาร่วมขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาด้วย ซึ่งแน่นอนว่าทุกอย่างจะมีการวัดและประเมินผล ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยตั้งเป้าหมายจะทำให้เห็นผลชัดขึ้นภายในระยะเวลา 1 เดือนต่อจากนี้

ในเรื่องของการศึกษาไทย เป็นเรื่องที่ต้องพัฒนาและแก้ปัญหาควบคู่กันไป โดยขอให้ทุกคนเปิดกว้างเพื่อทำงานก้าวไปข้างหน้า และส่วนตัวแล้วพร้อมที่จะรับคำเสนอแนะ แนวคิด และการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การศึกษาไทยได้มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ก็คือการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเท่าทันโลกปัจจุบันให้ได้ ด้วยการเดินหน้าทำให้นักเรียนทุกกลุ่มมีความรู้เบื้องต้นอย่างเท่าเทียมโดยเร็ว แต่ในขณะเดียวกัน ก็จะส่งเสริมกลุ่มนักเรียนที่มีความพร้อมรับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดที่มีอยู่เป็นจำนวนมากด้วย



คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า มีความยินดีที่จะนำความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญมาช่วยพัฒนาการศึกษาไทย โดยเฉพาะในเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อผลักดันให้เกษตรกรก้าวไปสู่การเป็น Smart Farmer และการทำเกษตรแปลงใหญ่ โดยการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในระบบผลิตและการบริหารจัดการ รวมทั้งดึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเข้ามาช่วย ทั้งสหกรณ์ รัฐวิสาหกิจ และชุมชน
นอกจากนี้ จะส่งเสริมให้มีการเรียนคอมพิวเตอร์ (Coding) ซึ่งเป็นโปรแกรมการสื่อสารใหม่ของโลกในศตวรรษที่ 21 และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งขณะนี้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มีความเชี่ยวชาญและสามารถให้การอบรมครูเกี่ยวกับตรรกะพื้นฐานสำหรับการเรียน Coding โดยในระยะแรกอาจจัดอบรมให้กับครูที่มีความพร้อมเป็นกลุ่มโรงเรียนในแต่ละภูมิภาคก่อน จากนั้นจึงจะขยายไปยังโรงเรียนที่มีความพร้อม ทั้งนี้ การเรียน Coding จะไม่เป็นการเพิ่มภาระให้ครู แต่จะสร้างโอกาสการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมกับครูและโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลมากขึ้น



นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ในส่วนของการทำงานด้านการศึกษา ต้องการจะพัฒนาประสิทธิภาพงานที่ได้รับมอบหมาย โดยเริ่มจากนโยบาย วิสัยทัศน์ และแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการดำเนินงานอยู่แล้ว เพื่อให้นักเรียนมีความสุข ครูมีกำลังใจในการสอน และการศึกษาก้าวไปข้างหน้าและสามารถแข่งขันได้ โดยมีแนวคิดจะดำเนินงานในหลายส่วน อาทิ การทำให้ผู้เรียนเข้าถึงระบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) มากขึ้น ทั้งวิธีการเข้ามาเรียน หลักสูตรพัฒนาอาชีพสร้างรายได้ วิธีการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา, การสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนทวิภาคี พร้อมสร้างภาพลักษณ์และความภาคภูมิใจแก่เด็กอาชีวะ, การพัฒนาการปลูกฝังระเบียบวินัยและความเป็นพลเมืองดี แก่ลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด อย่างมีความสุข ตลอดจนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เพื่อให้ครูมีความสุขและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนต่อไป


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   

โดย  อ./ผอ.นิกร  ติวสอบดอทคอม 
(ฟรีสรุป-ข้อสอบ-เฉลย ภาค กขค)

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

สรุปประเด็นการมอบนโยบาย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม 

คลิ๊ก www.tuewsob.com โดย อ.นิกร



 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   

เตรียมเตรียมความรู้ผู้บริหารสถาน (รอง/ผอ.รร.)  


สรุปประเด็นการมอบนโยบาย

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

วันที่ 18 กรกฏาคม 2562

ณ ห้องประชุมกระทรวงศึกษาธิการ อาคารราชวัลลภ ชั้น 2

กระทรวงศึกษาธิการ

Image result for สรุปนโยบาย รัฐมนตรีศึกษา ณัฐพล ทีปสุวรรณ
----------------------------------------------------------------

นโยบายปฏิรูปการศึกษา

ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์มีเป้าหมาย
การพัฒนาที่ส าคัญ เพื่อพัฒนาทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่งและมี
คุณภาพ โดยคนไทยมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้าน
และมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น
มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ
มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จาเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสาร
ภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และ
การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง เป็น
นวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่ และอื่นๆ โดยมีสัมมาชีพตาม
ความถนัดของตนเอง
ตัวชี้วัด ประกอบด้วย 
(1) การพัฒนาคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย 
(2) ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
และ (3) การพัฒนาสังคมและครอบครัวไทย โดยประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้าน

การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ประกอบด้วยประเด็น ได้แก่
1. การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม มุ่งเน้นให้สถานบันทางสังคม
ร่วมปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมที่พึ่งประสงค์ โดย 
(1) การปลูกฝังค่านิยมและ
วัฒนธรรมผ่านการเลี้ยงดูในครอบครัว 
(2) การบูรณาการเรื่องความซื่อสัตย์ วินัย
คุณธรรม จริยธรรม ในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา 
(3) การสร้าง
ความเข้มแข็งในสถาบันทางศาสนา 
(4) การปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมโดยใช้
ชุมชนเป็นฐาน 
(5) การสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมที่พึ่งประสงค์จากภาคธุรกิจ
(6) การใช้สื่อและสื่อสารมวลชนในการปลูกฝังค่านิยมและวัฒนาธรรมของคน
ไทยในสังคม และ 
(7) การส่งเสริมให้คนไทยมีจิตสาธารณะและมีความรับผิดชอบ
ต่อส่วนรวม

-21st Century Skills
4 Cs
Digital Literacy
STEM
-English

2. การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต มุ่งเน้นการพัฒนาเชิง
คุณภาพ ในทุกช่วงวัย ประกอบด้วย (1) ช่วงการตั้งครรภ์/ปฐมวัย เน้นการ
เตรียมความพร้อมให้แกพ่อแม่ก่อนการตั้งครรภ์ (2) ช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น ปลูกฝัง
ความเป็นคนดี มีวินัยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 (3)
ช่วงวัยแรงงาน ยกระดับศักยภาพ ทักษะและสมรรถนะแรงงานสอดคล้องกับ
ความต้องการของตลาด และพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับประเทศไทย

3. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงใน
ศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา
โดย 
(1) การปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการพัฒนาทักษะส าหรับ
ศตวรรษที่ 21 
(2) การเปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ 
(3) การเพิ่ม
ประสิทธิภาพระบบ บริหารจัดการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภท 
(4) การพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต 
(5) การสร้างความตื่นตัวให้คนไทยตระหนักถึงบทบาท ความรับผิดชอบ และการวางต าแหน่งของประเทศไทยในภูภาคเอเชียอาคเนย์และประชาคมโลก 
(6) การวางพื้นฐานระบบรองรับการเรียนรู้โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และ 
(7) การสร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ

4. การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย โดย 
(1) การพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาผ่านครอบครัว ระบบสถานศึกษา สภาพแวดล้อม
รวมทั้งสื่อตั้งแต่ระดับปฐมวัย 
(2) การสร้างเส้นทางอาชีพ สภาพแวดล้อมการทำงาน และระบบสนับสนุน ที่เหมาะสมส าหรับผู้มีความสามรถพิเศษผ่านกลไกลต่างๆ และ 
(3) การดึงดูดกลุ่มผู้เชี่ยวชาญต่างชาติและคนไทยที่มีความสามารถใน
ต่างประเทศให้มาสร้างและเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับต่างประเทศ

-Lifelong Learning
-Re-Skills
-Up-Skills

-“ครูสอน” เป็น “โค้ช”
หรือ ผู้อ านวยการเรียนรู้
ให้กับเด็ก
-E-learning/Teaching
Resources Platform

ปฏิรูปการศึกษา โดยท าพร้อมๆกัน
ทุกคน ทุกระดับความพร้อม
ด้วยวิธีที่ต่างกัน
เพื่อบรรลุเป้าหมายหลัก

ที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580

การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21
- สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่ในระบบดิจิตอล
- ปรับปรุงรูปแบบการเรียนรู้ มุ่งสู่ระบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีด้านวิศวกรรม
คณิตศาสตร์โปรแกรมเมอร์ และภาษาต่างประเทศ
- ส่งเสริมการเรียนคอมพิวเตอร์ (Coding) ตั้งแต่ระบบปฐมศึกษา
- การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพในทุกต าบล
- ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ของสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ของ
สถาบันการศึกษาสู่สาธารณะ
- เชื่อมโยงระบบการศึกษากับภาคปฏิบัติจริงในภาคธุรกิจ
- สร้างนักวิจัยใหม่และนวัตกรเพื่อเพิ่มศักยภาพและนวัตกรรมของประเทศ
- สร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสื่อออนไลน์และโครงข่ายสังคมออนไลน์ของไทย
เพื่อป้องกันและลดผลกระทบในเชิงสังคม ความปลอดภัย อาชญากรรมไซเบอร์ และสามารถใช้
เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการกระจายข่าวสารที่ถูกต้อง สร้างความสมานฉันท์ ความสามัคคีในสังคม
- ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมที่จำเป็นในการดำเนินชีวิต


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   

โดย  อ./ผอ.นิกร  ติวสอบดอทคอม 
(ฟรีสรุป-ข้อสอบ-เฉลย ภาค กขค)

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

สรุปความรอบรู้เด่น ประจำเดือน กรกฎาคม 2562

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม 

คลิ๊ก www.tuewsob.com โดย อ.นิกร



 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   

เตรียมเตรียมความรู้ผู้บริหารสถาน (รอง/ผอ.รร.)  


1.โปรดเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่แล้ว “บิ๊กตู่” ควบกลาโหม “บิ๊กป้อม” รองนายกฯ “ธรรมนัส” ช่วยเกษตรฯ!

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2562 แล้วนั้น
บัดนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ 
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี, นายวิษณุ เครืองาม เป็นรองนายกรัฐมนตรี, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกตำแหน่งหนึ่ง
พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, นายอุตตม สาวนายน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, นายดอน ปรมัตถ์วินัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายประภัตร โพธสุธน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายถาวร เสนเนียม เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายนิพนธ์ บุญญามณี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ก่อนหน้าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวได้ถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาให้จำคุก และรัฐบาลไทยทำเรื่องขอโอนตัวในสถานะนักโทษยาเสพติด จะมีผลกระทบเรื่องคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ โดยยืนยันว่า ไม่มีผลในส่วนของคุณสมบัติว่าเคยต้องคดี แต่เรื่องความประพฤติ การทุจริต มาตรฐานทางจริยธรรมถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่มีเกณฑ์ชี้วัดอย่างชัดเจน “ในอดีตเคยมี ส.ส.ต้องคำพิพากษาในต่างประเทศกรณีขนยาเสพติดเข้าฮ่องกง ตรงนั้นไม่มีผลกระทบอะไรในส่วนของไทย แต่จะกระทบเรื่องชื่อเสียง เกียรติยศ และอะไรหลายอย่าง อาจจะเป็นข้อห้ามอีกแบบหนึ่ง แต่จะเอาข้อหานั้นตรงๆ มาใช้ไม่ได้ แม้ข้อหาอาจจะตรงกัน แต่ศาลไทยไม่ได้เป็นผู้ตัดสิน”
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีเคยถูกไล่ออกจากราชการแล้วได้รับกลับคืนในเวลาต่อมา จะมีผลต่อคุณสมบัติรัฐมนตรีหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า แล้วแต่ว่าถูกไล่ออกจากราชการเพราะอะไร หากถูกไล่ออกเพราะทุจริตนั้นไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช่กรณีทุจริตไม่เป็นไร ส่วนกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัสมีชื่อเป็นเจ้าของบริษัทที่ได้รับโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล จะถือว่าเข้าข่ายได้ประโยชน์จากกิจการหรือสัมปทานของรัฐหรือไม่ว่า ต้องดูว่า ปัจจุบันยังทำอยู่หรือไม่ ตนไม่รู้ ถ้าทำมาตั้งแต่ในอดีต ไม่เป็นไร แต่ถ้ายังทำอยู่ จะมีปัญหา
ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แถลงชี้แจงกรณีมีข่าวด้านลบเกี่ยวกับประวัติพัวพันยาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลียว่า เป็นเรื่องโอละพ่อ ตนไม่ได้นำเฮโรอีนเข้าไปในประเทศออสเตรเลีย ไม่ได้เป็นผู้ผลิต และไม่ได้เป็นผู้จำหน่าย เหตุการณ์เกิดขณะเดินทางไปนครซิดนีย์ โดยมีพี่ที่เป็นเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกาคนหนึ่ง เดินทางไปราชการที่ออสเตรเลียเป็นเวลา 1 เดือน และตนได้รับคำเชิญให้ไปที่นั่นด้วย และได้เดินทางเข้าประเทศถูกต้องและถูกตรวจค้นทั้งหมดและไม่เคยมียาเสพติดอย่างที่ถูกกล่าวหา 
แต่โชคร้ายคือ ในขณะที่มีผู้กระทำผิดถูกจับที่ประเทศออสเตรเลีย ตนอยู่ในที่เกิดเหตุ และถูกแจ้งข้อหาว่า รู้ว่ามีผู้กระทำผิดแต่ไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ นั่นคือข้อหาที่ตนรับทราบ ไม่ใช่ข้อหาค้ายาเสพติด และขณะต่อสู้คดี ตนเป็นคนไทยคนเดียวที่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหามาโดยตลอด กระทั่งถูกคุมขัง 8 เดือน จึงได้ถูกปล่อยตัวออกมา และใช้ชีวิตปกติในซิดนีย์ 4 ปี แต่ภายหลังถูกส่งตัวกลับไทย แต่ไม่ใช่กลับมารับโทษ แต่เป็นเพราะนายกเทศมนตรีเมืองซิดนีย์มีนโยบายไม่ต้องการให้มีคนเอเชียรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนอยู่ในพื้นที่หรืออยู่โดยไม่มีหลักแหล่ง ตนจึงถูกส่งตัวกลับมา สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงจากศาลที่ซิดนีย์ได้ว่าจริงหรือไม่ ในช่วงปี 2535-2536
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวด้วยว่า ขณะนี้รู้แล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังที่จะล้มตนให้ได้ “เขารู้ว่าผมเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่จะเอาเลือดไปหล่อเลี้ยงในหัวใจของรัฐบาล จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อล้มผม ผมรู้หมดแล้วว่าใครอยู่เบื้องหลัง และเรื่องนี้ต้องปล่อยให้กฎหมายบ้านเมืองจัดการต่อไป คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่คนในพรรคพลังประชารัฐ ผมรู้ตัวหมดแล้ว แต่ขอปิดเป็นความลับ เพราะกำลังดำเนินคดีอยู่ และยืนยันว่า เป็นกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม เป้าหมายเพื่อที่จะล้มล้างรัฐบาล”
2.ศาลพิพากษาจำคุก “นาที” ส.ส.ภท.1 เดือน รอลงอาญา-ตัดสิทธิการเมือง 5 ปี คดีแจ้งทรัพย์สินเท็จ!
นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลยในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ยื่นฟ้องนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32, 33, 34 โดยนางนาทีผู้ถูกกล่าวหาว่า ไม่ยื่นบัญชีหนี้สินของนายพิพัฒน์ คู่สมรส ขณะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินต่อ ป.ป.ช.เมื่อเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2554 และเมื่อพ้นตำแหน่ง ส.ส.วันที่ 9 ธ.ค. 2556 โดยนางนาทีไม่ได้ยื่นหนี้สินเงินกู้ของสามี จำนวน 8,575,079 บาท และ 25 ล้านบาท
ทั้งนี้ นางนาทีเดินทางมาศาลพร้อมกับนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ ซึ่งมีผู้ติดตามมาให้กำลังใจประมาณ 20 คน เมื่อเริ่มพิจารณาคดี นางนาทีขอให้การรับสารภาพข้อกล่าวหาดังกล่าว 
ด้านองค์คณะฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ ขณะที่พยานหลักฐานเพียงพอที่จะมีคำพิพากษาได้แล้วโดยไม่ต้องไต่สวน จึงงดการไต่สวน โดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินส่วนที่เข้ารับตำแหน่งนั้นหมดอายุความแล้ว จึงมีประเด็นวินิจฉัยเฉพาะการไม่ยื่นบัญชีหนี้สินหลังพ้นตำแหน่ง ซึ่งการกระทำนั้นเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.ฯ ฐานจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินฯ มาตรา 32, 33 จึงพิพากษาห้ามนางนาทีดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับจากวันที่ 9 ธ.ค. 2556 และให้จำคุกเป็นเวลา 2 เดือน กับปรับเป็นเงิน 8,000 บาท ตามมาตรา 119 เมื่อผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกเป็นเวลา 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี
เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังฟังคำพิพากษาแล้ว ขณะจะเดินทางกลับ นางนาทีมีอาการคล้ายเป็นลม ต้องมีผู้ช่วย 2 คนเดินประคอง ซึ่งคนใกล้ชิดแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า ขอยังไม่ให้สัมภาษณ์ เนื่องจากนางนาทีมีอาการคล้ายความดันขึ้น
ต่อมา นายนรวิชญ์ กล่าวว่า นางนาทีไม่ค่อยสบาย แต่ก็ได้ฝากขอบคุณสื่อมวลชนทุกคนและยังฝากขอบคุณศาลที่ให้ความเมตตา ซึ่งทุกอย่างก็ได้จบลงด้วยดี สำหรับผลจากคำพิพากษาของศาลจะทำให้นางนาทีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.หรือไม่นั้น ต้องไปว่ากันอีกทีหลังจากนี้ ส่วนเรื่องคุณสมบัติ ส.ส. ขณะนี้ยังไม่ทราบ ขอทำหน้าที่ในฐานะของทนายความในคดีก่อน ส่วนจะอุทธรณ์คดีหรือไม่นั้น ต้องพูดคุยปรึกษากันอีกทีหนึ่ง
ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า หากคำพิพากษามีผลให้นางนาทีขาดคุณสมบัติ ส.ส. ตามกระบวนการแล้วก็ต้องเลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อ ส.ส.ของพรรคขึ้นมา 1 ลำดับ ซึ่งคือลำดับที่ 13 พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดคำพิพากษา จึงขอพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้งว่า คำพิพากษามีผลอย่างไรต่อสมาชิกภาพ ส.ส. ของนางนาที
สำหรับนางนาทีนั้น ครอบครัวเป็นเจ้าของธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเครือพีที นางนาทีเคยได้รับเลือกเป็นประธานสภาพัฒนาสตรีจังหวัดพัทลุง และประธานสโมสรฟุตบอลจังหวัดพัทลุง เอฟซี ส่วนการทำงานการเมือง นางนาทีเคยเป็น ส.ว.พัทลุง ในการเลือกตั้ง ส.ว.ปี 2549 ต่อมาได้เข้าร่วมงานการเมืองกลุ่มเพื่อนเนวิน เคยได้รับมอบหมายหน้าที่เลขานุการประธานรัฐสภายุคนายชัย ชิดชอบ ปี 2551-2554 นางนาทีได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคภูมิใจไทยครั้งแรก ปี 2554
3.“บิ๊กตู่” ใช้ ม.44 ยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช.ที่หมดความจำเป็นแล้ว 66 ฉบับ!
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 9/2562 เรื่อง การยกเลิกประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช.บางฉบับที่หมดความจำเป็น โดยระบุว่า ตามที่หัวหน้า คสช. และ คสช. ได้มีประกาศ และคําสั่งเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินและการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ รวมทั้งการส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ ซึ่งในขณะนี้การดําเนินการตามประกาศและคําสั่งบางฉบับได้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่มุ่งหมายไว้แล้ว สมควรยกเลิกประกาศ คสช. คําสั่ง คสช. และคําสั่งหัวหน้า คสช.ที่หมดความจําเป็น 
ทั้งนี้ เพื่อให้บทบัญญัติของกฎหมายมีความสอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความเป็นเอกภาพของกฎหมายทั้งระบบเพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงและการปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง อันเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมายตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธ2557 หัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของ คสช.จึงมีคําสั่งยกเลิกประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช.บางฉบับที่หมดความจำเป็น เช่น
ให้ยกเลิกประกาศ คสช. และคําสั่งหัวหน้า คสช. เกี่ยวกับการกําหนดให้คดีอยู่ในอํานาจของศาลทหาร ตามที่ระบุในบัญชีสองท้ายคําสั่งนี้ บรรดาการกระทําความผิดตามประกาศ คสช.และคําสั่งหัวหน้า คสช. ตามวรรคหนึ่ง ไม่ว่าจะกระทําก่อนหรือหลังคําสั่งนี้ใช้บังคับ ให้อยู่ในอํานาจการพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ส่วนการกระทําความผิดที่อยู่ระหว่างการดําเนินคดีของศาลทหาร ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ ให้โอนคดีนั้น ๆ ไปยังศาลยุติธรรม แต่ไม่รวมถึงกระทําความผิดที่กฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหารบัญญัติให้เป็นอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหาร โดยให้การกระทําความผิดดังกล่าวยังคงอยู่ในอํานาจการพิจารณาพิพากษาของศาลทหารต่อไป 
ให้ยกเลิกคําสั่งหัวหน้า คสช. เรื่อง การได้มาซึ่งคณะกรรมการประกันสังคม ที่ปรึกษาของคณะกรรมการประกันสังคม คณะกรรมการการแพทย์ และคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน เป็นการชั่วคราว ลงวันที่ 5 พ.ย. 2558 ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําหนดในบัญชีสามท้ายคําสั่งนี้
ให้ยกเลิกคําสั่งหัวหน้า คสช. เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ที่กําหนดในบัญชีสี่ท้ายคําสั่งนี้ ฯลฯ
ทั้งนี้ มีรายงานว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับล่าสุดนี้ ได้ยกเลิกประกาศ คสช.จำนวน 28 คำสั่ง คำสั่ง คสช. 29 คำสั่ง คำสั่งหัวหน้า คสช. 9 คำสั่ง รวมทั้งหมด 66 คำสั่ง รวมทั้งยังมีบัญชีแนบท้ายคำสั่งอีก 5 บัญชีแนบท้าย โดยเป็นรายละเอียดของประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ยกเลิก รวมทั้งคำสั่งโยกย้ายข้าราชการ ผู้บริหารท้องถิ่นที่อยู่ระหว่างสอบสวน หากมีการสอบสวนเสร็จ ให้นายกฯ ลงนามในคำสั่งให้กลับไปปฏิบัติยังตำแหน่งเดิม ส่วนบุคคลที่ยังสอบสวนไม่เสร็จ ให้สอบสวนให้เสร็จก่อนเสนอให้นายกฯ ลงนามในคำสั่งต่อไป 
สำหรับคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 9/2562 นี้ ระบุด้วยว่า การยกเลิกประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามคำสั่งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ได้กระทำหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศหรือคำสั่งดังกล่าวก่อนวันที่ประกาศหรือคำสั่งนั้นสิ้นผลใช้บังคับ โดยให้การกระทำและการปฏิบัตินั้นเป็นการกระทำและการปฏิบัติที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ตามมาตรา 279 และคำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เผยว่า อำนาจตามมาตรา 44 จะหมดไปหลังคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ แต่สิ่งที่ออกไปแล้วยังอยู่ต่อไปจนกว่า ครม.หรือสภาจะแก้ไขหรือยกเลิก แล้วแต่ว่าสถานภาพจะเป็นอะไร ถ้าเป็นคำสั่งบริหาร ครม.สามารถยกเลิกได้ แต่หากมีฐานะเท่ากับกฎหมาย ต้องออก พ.ร.บ.เพื่อยกเลิก ซึ่งขณะนี้ประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ต้องดำเนินการในสภา เหลืออยู่เพียงประมาณ 10 ฉบับ 
4.“วัฒนา” ร้องศาลฎีกาฯ ไต่สวน อ้าง ป.ป.ช.สอดไส้-ตัดต่อคำให้การพยานคดึบ้านเอื้ออาทร!
นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และจำเลยคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร
นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และจำเลยคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และจำเลยคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร แถลงว่า ได้พบข้อพิรุธของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการทำสำนวนฟ้องร้องคดีบ้านเอื้ออาทร โดย ป.ป.ช.ได้ตัดต่อคำให้การของพยานในลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริง ส่งผลให้คำให้การของพยานที่ ป.ป.ช. ยื่นต่อศาล มีเนื้อหาที่แตกต่างจากบันทึกคำให้การที่พยานเคยให้ถ้อยคำไว้ต่อคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)
นายวัฒนา ยังอ้างด้วยว่า ป.ป.ช.จงใจปกปิดหลักฐานที่แสดงความบริสุทธิ์ของตนในฐานะจำเลย อย่างน้อย 5 ประเด็น คือ 1. ป.ป.ช. จงใจตัดทิ้งถ้อยคำของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของการเคหะแห่งชาติ คือ ที่ระบุว่า ประกาศ ก.ค.ช. เกี่ยวกับทีโออาร์ ที่ตนได้กำหนดไว้เป็นหลักเกณฑ์ ยังคงประกาศใช้มาจนถึงปัจจุบัน 2. ป.ป.ช. จงใจตัดทิ้งถ้อยคำที่เจ้าหน้าที่การเคหะแห่งชาติ ยืนยันว่า การเคหะ เป็นผู้จัดการประชุม เพื่อให้ศาลเข้าใจว่า ตนเรียกผู้ประกอบการมาพูดคุยส่วนตัวเรื่องผลประโยชน์ 3. ป.ป.ช. จงใจตัดทิ้งถ้อยคำของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของการเคหะแห่งชาติ ที่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ซึ่งช่วยราชการอยู่หน้าห้องของตนไม่เคยแทรกแซงหรือสั่งการใดๆ ในเรื่องเกี่ยวกับโครงการบ้านเอื้ออาทร 4. ป.ป.ช.จงใจตัดทิ้งถ้อยคำที่ยืนยันว่า ไม่รู้จักและไม่เคยเห็นนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร เข้ามาแทรกแซงหรือสั่งการใดๆ ในลักษณะที่เป็นตัวแทนของตน และ 5. ป.ป.ช.จงใจตัดทิ้งสาระสำคัญต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่การเคหะแห่งชาติให้การในลักษณะยืนยันความบริสุทธ์ของโครงการเอื้ออาทร
นายวัฒนา กล่าวต่อว่า การทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.นั้น ส่อเจตนาไม่สุจริตและขาดความน่าเชื่อถือ คิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากเป็นเจตนาหาเรื่องทางการเมือง เพราะตนเป็นคู่ขัดแย้งของรัฐบาล ทั้งนี้ จะนำพยานหลักฐานยื่นต่อศาล เพื่อร้องขอให้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงและดำเนินคดีต่อ ป.ป.ช. เพราะการตรวจสอบของ คตส. และ ป.ป.ช.ไม่ได้อยู่บนหลักนิติธรรม แต่เป็นการตรวจสอบเสมือนปฏิบัติกับศัตรูที่ต้องกำจัดให้พ้นทาง มุ่งหมายจะเอาผิดโดยไม่คำนึงถึงวิธีการเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการยึดอำนาจถึงขนาดข่มขู่พยาน และบังคับให้พยานให้การตามคำแนะนำของผู้สอบสวน
ล่าสุด นายวัฒนา ได้แถลงอีกครั้งในวันนี้ (13 ก.ค.) ว่า ตนได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ศาลไต่สวนพฤติกรรมของ ป.ป.ช.ที่มีการแทรกคำให้การเพิ่มเติมถึง 8 หน้า โดยที่ไม่มีลายเซ็นกำกับ รวมทั้งตัดแต่งบิดเบือนคำให้การของพยานปากสำคัญในคดีบ้านเอื้ออาทร เพื่อชี้ให้ศาลเห็นว่า ตนเรียกรับผลประโยชน์ ใช้อำนาจตามอำเภอใจและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และว่า ศาลได้สั่งให้อัยการทำคำคัดค้านมายื่นศาลฯ ในวันที่ 18 ก.ค.นี้ หากอัยการสามารถยื่นศาลฯ ได้ทัน คาดว่าศาลฯ จะมีคำสั่งเริ่มไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป
5.โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ “ธาริต เพ็งดิษฐ์” หลังคดีถึงที่สุดให้จำคุก-ไล่ออกจากราชการ!
นายธาริต เพ็งดิษฐ์
นายธาริต เพ็งดิษฐ์

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. เว็บไชต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา 
เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกคดีความผิดฐานหมิ่นประมาท และคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการรวม 2 คดี และถูกลงโทษไล่ออกและปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนหรือตามกฎหมายอื่น โดยคำสั่งอันถึงที่สุด อันเป็นเหตุแห่งการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามข้อ 6 และข้อ 7 (2) และ (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2560 ประกาศ ณ วันที่ 8 ก.ค. พ.ศ.2562 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ที่มา ; เว็บ https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000066880

 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   

โดย  อ./ผอ.นิกร  ติวสอบดอทคอม 
(ฟรีสรุป-ข้อสอบ-เฉลย ภาค กขค)

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม