หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบ ครูผู้ช่วย

ติวสอบ ครูผู้ช่วย
ติวสอบครูผู้ช่วย

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา
ติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค
หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

นโยบายและจุดเน้นการจัดทำคำของบประมาณของ ศธ.

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com 


-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ และ ปกติ ปี 2560

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้



 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   


ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 65/2560
นโยบายและจุดเน้นการจัดทำคำของบประมาณของ ศธ.

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมหารือเกี่ยวกับนโยบายและจุดเน้นการจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 เมื่อวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ประชุมหารือร่วมกับสำนักงบประมาณ เพื่อวางแผนการเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 โดยได้ให้หลักการและแนวทางการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการใน 2 ส่วนหลัก ๆ คือ
  • การจัดสรรงบประมาณ จะต้องจัดสรรในรูปแบบ Bottom Up โดยระดับพื้นที่หรือผู้ปฏิบัติจะเขียนโครงการเพื่อเสนอขอรับงบประมาณมายังส่วนกลาง ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้การจัดสรรงบประมาณลงไปยังพื้นที่เป็นไปตามความต้องการและความจำเป็นจริง ๆ
  • จุดเน้นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 6 ด้าน ซึ่งสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) คือ
         1) การเรียนการสอน เพื่อความปรองดอง ความสามัคคี โดยใช้รูปแบบ Active Learning (ความมั่นคง) โดยจะต้องดำเนินงานและกิจกรรมสำคัญ อาทิ การสร้างความปรองดองและสมานฉันท์, ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้, เสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ, สร้างภูมิคุ้มกันและพัฒนาทักษะชีวิต เป็นต้น
         2) สร้างความสามารถในการแข่งขัน พัฒนากำลังคนให้มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศเฉพาะด้าน (การผลิต พัฒนากำลังคน และสร้างความสามารถในการแข่งขัน) โดยจะต้องดำเนินงานและกิจกรรมสำคัญ อาทิ จัดการศึกษาเพื่อความเชี่ยวชาญ/เป็นเลิศเฉพาะด้าน, Echo English Vocational, ผลิตกำลังคนด้านอาชีวะ, ประสานพลังประชารัฐด้านการศึกษา, พัฒนาครูแกนนำด้านการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ (Boot Camp) เป็นต้น
         3) พัฒนาหลักสูตร ผลิต และพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา (การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน) โดยจะต้องดำเนินงานและกิจกรรมสำคัญ อาทิ จัดการศึกษาเด็กปฐมวัย (อนุบาล 1-3), วางแผนให้ผล PISA สูงขึ้น, ประเมินผล O-NET วิชาสังคม วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์, เพิ่มวิชาภูมิศาสตร์ ICT และ Design and Technology, ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม, รณรงค์ “เกลียดการโกง”, ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น (สพฐ. สอศ.), พัฒนาและอบรมครูเชื่อมโยงกับการได้รับวิทยฐานะ เป็นต้น
         4) บริหารสถานศึกษา เพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล (การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา) โดยจะต้องดำเนินงานและกิจกรรมสำคัญ อาทิ โครงการโรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน (ICU : Intensive Care Unit), เสริมสร้างคุณภาพสถานศึกษาขนาดเล็กให้ได้มาตรฐาน, จัดการศึกษาสำหรับกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ, พัฒนาการศึกษาในพื้นที่พิเศษ, ขับเคลื่อนแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา เป็นต้น
         5) สร้างความรู้ ความเข้าใจ จิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมตระหนักในการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (การเสริมสร้างคุณภาพชีวิตประชาชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) โดยจะต้องดำเนินงานและกิจกรรมสำคัญ อาทิ พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ, ปลูกจิตสำนึก/นิสัยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ, ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น
         6) ปรับปรุงโครงสร้างและการบริหารจัดการศึกษา ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา (การพัฒนาระบบและการบริหารจัดการ) โดยจะต้องดำเนินงานและกิจกรรมสำคัญ อาทิ ปรับปรุง แก้ไข ระเบียบและกฎหมายการศึกษา, เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา, ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา เป็นต้น
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า กระทรวงศึกษาธิการจะเน้นขับเคลื่อนนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นอันดับแรก เพื่อดูแลการศึกษาในระดับพื้นที่ก่อน และได้ขอให้ทุกคนคำนึงอยู่เสมอว่า “ประชาชนจะได้รับอะไรจากการศึกษาและจากการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ” โดยที่ประชุมได้หารือในประเด็นการดำเนินงานตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 54 ที่ระบุให้ “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาฯ” ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะต้องเตรียมการรองรับการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย (3 ขวบ) จำนวนกว่า 7.5 แสนคน
แต่ในความเป็นจริง ขณะนี้รัฐจัดการศึกษาให้กับเด็กอายุ 4-5 ขวบ ได้เพียงครึ่งเดียวคือจำนวน 4 แสนคนจากจำนวนทั้งหมด 8 แสนคน ส่วนที่เหลืออยู่ในความดูแลของเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอยู่ที่บ้าน ดังนั้นหากรัฐจะต้องขยายจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยอีกกว่า 7.5 แสนคนด้วย ก็ต้องพิจารณาและหารือกันต่อไปว่าจะทำอย่างไร ทั้งเรื่องของงบประมาณซึ่งรัฐจะต้องจัดให้ฟรี เรื่องของการลงทุนเพื่อเปิดห้องเรียน การจ้างครู ฯลฯ เพราะรัฐอาจลงทุนเองทั้งหมดไม่ได้ และปัจจุบันเด็กอนุบาล 4 ขวบ รัฐก็จัดให้ได้เพียงครึ่งเดียว โดยคาดว่าลำดับแรกอาจพิจารณาความพร้อมและศักยภาพของสถานศึกษาของรัฐในบางแห่งที่จัดการศึกษาเกินอยู่แล้ว ให้ขยายมาถึงเด็กอายุ 3 ขวบได้หรือไม่ แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่คงจัดเพิ่มไม่ได้ เพราะจัดเต็มที่อยู่แล้ว เช่น โรงเรียนอนุบาลบางแห่งที่จังหวัดสกลนคร จัดการศึกษาให้กับนักเรียนระดับชั้นละ 10 ห้อง ๆ ละ 40 คน เป็นต้น จากนั้นอาจต้องหารือร่วมกับเอกชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดการศึกษาอยู่แล้ว เพื่อสนับสนุนให้จัดการศึกษาได้มากขึ้น โดยรัฐรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องร่วมกันพิจารณาเพื่อเตรียมวางแผนล่วงหน้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องหาทางจัดการศึกษาเพื่อประโยชน์ของเด็กไทย แต่หากจำเป็นก็ต้องเกลี่ยไปเรียนในสังกัดอื่น นอกจากนี้การอบรมครูก็จะมีการปรับปรุงเช่นกัน เพื่อให้ครูสามารถเลือกอบรมในหลักสูตรที่ต้องการ ในรูปแบบระบบ Voucher หรือเครดิต มากกว่าปล่อยให้แต่ละหน่วยงานจัดอบรม โดยในส่วนนี้สำนักงบประมาณแจ้งว่ากระทรวงสามารถบริหารจัดการได้เอง จึงเป็นอีกประเด็นที่จะมีการปรับปรุงและหารือเพื่อวางแผนขับเคลื่อนต่อไปในอนาคต

ที่มา ; เว็บ 

โหลด - อ่าน - เรื่องเด่น 
เกณฑ์และกำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีปกติและพิเศษ ปี 2560

 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

เว็บฟรี...1,000 ชุด 10,000 ข้อ
ติวสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม