หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบ ครูผู้ช่วย

ติวสอบ ครูผู้ช่วย
ติวสอบครูผู้ช่วย

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา
ติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค
หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560

สรุปรอบรู้เด่น ต้นเดือน เมษายน 2560

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com 


-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ และ ปกติ ปี 2560

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้







 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

สรุปรอบรู้เด่น ต้นเดือน เมษายน 2560
     1. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ในการพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ด้าน “มีชัย” คาด อีกประมาณ 16 เดือน เลือกตั้ง! 
สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 2-8 เม.ย.2560
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ในการพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม (6 เม.ย.60)
        เมื่อวันที่ 6 เม.ย. เวลา 15.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถานไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ในการพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยทรงยืนหน้าพระราชอาสน์หน้าพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร แวดล้อมด้วยเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านเปิดพระวิสูตร ชาวพนักงาน ประโคมกระทั่งแตรมโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูต สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระ ข้าราชการฝ่ายทหารและพลเรือน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
       
       เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ทูลเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธย แล้วพระราชทานแก่นายกรัฐมนตรี เจ้าพนักงานอาลักษณ์ กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ประทับพระราชลัญจกร แล้วเชิญไป ประดิษฐานบนพานทองที่เสาบัวหน้ามหาสมาคม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านกระแสพระราชปรารภ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดําเนินกลับ
       
       ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มีการเปลี่ยนแปลงในมาตรา 5 จากเดิมที่มีการระบุว่า กรณีที่ไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญจัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานองค์กรอิสระ เพื่อวินิจฉัย แต่มาตรา 5 ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ระบุว่า กรณีที่ไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นการนำความในมาตรา 6 และ 7 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาปรับใช้
       
       ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 นับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ในประวัติศาสตร์การเมือง 85 ปีของไทย และเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบในการออกเสียงประชามติถึง 16 ล้านเสียงเศษ หรือคิดเป็นร้อยละ 61.35 จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประมาณ 30 ล้านคน หรือร้อยละ 60 ของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด และว่า หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว ทุกอย่างก็ยังเป็นไปตามโรดแมป กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็เป็นไปตามไทม์ไลน์เดิม ซึ่งมีระยะเวลา 240 วัน หรือ 8 เดือน ยืนยันว่าทุกอย่างอยู่ในไทม์ไลน์ มีขั้นตอนอยู่แล้ว จะช้าหรือเร็วก็อยู่ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้
       
       ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุม ครม.วันเดียวกันว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้แจ้ง ครม.ให้รับทราบเรื่องรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม 4-5 ประการ คือ กรณีที่ ครม.-คสช.จะสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง หากรัฐบาลใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณวันไหน เวลาไหน ครม.-คสช.ก็สิ้นสุดการทำงานเมื่อนั้น ส่วน สนช.จะหมดวาระ 15 วันก่อนวันเลือกตั้ง ขณะที่ สปท.จะหมดอายุทันทีที่เสนอกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติและกฎหมายปฏิรูป ส่วน กรธ.จะต้องอยู่ทำกฎหมายลูกให้เสร็จภายใน 8 เดือน แล้วพ้นวาระเมื่อนั้น สำหรับมาตรา 44 ที่ออกไปก่อนหน้านี้ รวมทั้งที่จะออกใหม่ในวันข้างหน้า แม้รัฐธรรมนูญจะประกาศใช้แล้ว ก็ยังสามารถที่จะดำเนินการได้ เพราะมีการกำหนดเอาไว้ในมาตรา 265 ว่าอำนาจเดิมของ คสช.จะมีผลต่อไปจนกว่า คสช.จะสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ โดยการจะยกเลิก ต้องออกเป็น พ.ร.บ.ในการยกเลิก
       
       พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่ากรณีที่ คสช.ครม.สนช.หรือ สปท.อยากจะลาออกไปสมัครเป็น ส.ส.ในวันข้างหน้า ต้องลาออกภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ทั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับ ส.ว.หรือการได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี และว่า เมื่อมีรัฐธรรมนูญแล้ว ต่อไปการจะออก พ.ร.บ.จะมีขั้นตอนยุ่งยากกว่าเดิม คือ จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 77 นอกจากนี้มีกฎหมายบางฉบับที่เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว จะต้องมีการกำหนดระยะเวลาในการที่จะออกกฎหมายเหล่านั้น แต่หากไม่สามารถออกกฎหมายเหล่านั้นได้ตามระยะเวลา ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้ที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการจะต้องรับผิดชอบ คือ ต้องพ้นสภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ เข่น กฎหมายสิ่งแวดล้อม ต้องทำให้เสร็จใน 240 วัน หากไม่เสร็จตามเวลา คือเสนอเข้าสู่สภาได้ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องพ้นหน้าที่ ส่วนกฎหมายวินัยการคลัง ถ้าไม่เสร็จตามเวลา ปลัดกระทรวงการคลัง หรือ ผอ.สำนักงบประมาณ ก็ต้องพ้นหน้าที่ เป็นต้น
       
       ด้านนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวว่า “ถ้าจะนับกรอบระยะเวลาการเลือกตั้งนับจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ คือ กรธ.พิจารณากฎหมายลูก 8 เดือน สนช.พิจารณามากสุด 3 เดือน กรณีมีความเห็นต่าง ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมพิจารณากฎหมายลูก และเมื่อกฎหมายลูกสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับแล้วเสร็จ อีก 5 เดือนจึงมีการเลือกตั้ง รวมระยะเวลาประมาณ 16 เดือน” 
       
       2. “บิ๊กตู่” ยอมถอย สั่งเลื่อนจับนั่งแค็บ-ท้ายรถกระบะไปหลังสงกรานต์ หลังถูกผู้ใช้รถสวดยับ! 
สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 2-8 เม.ย.2560
โลกโซเชียลมีเดีย แพร่ภาพล้อเลียนกรณีผู้ใช้รถได้รับผลกระทบจากคำสั่งห้ามผู้โดยสารนั่งแค็บและท้ายรถกระบะ
        จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 คุมเข้มผู้ขับขี่และผู้โดยสารทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถโดยสารสาธารณะ ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงการห้ามนั่งในแค็บและท้ายรถกระบะ โดยมีการแจ้งเตือนก่อนระหว่างวันที่ 21 มี.ค.-4 เม.ย. และจะจับจริงปรับจริงตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.เป็นต้นไป โดยหวังลดอุบัติเหตุและยอดผู้เสียชีวิตในช่วงสงกรานต์นี้นั้น
       
       ปรากฏว่า ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นเมือง โดยเฉพาะกรณีห้ามผู้โดยสารนั่งในแค็บและท้ายรถกระบะ ถึงกับมีตัดต่อภาพล้อเลียนทางโซเชียลมีเดียจำนวนมาก ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประชุมวางมาตรการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ และการบังคับใช้กฎหมายจราจรตามคำสั่งหัวหน้า คสช.เมื่อวันที่ 5 เม.ย.
       
       หลังประชุม พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ที่ประชุมเน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด หลังจากมีคำสั่งหัวหน้า คสช. โดยเน้นเป็นพิเศษเรื่องการไม่สวมหมวกนิรภัยและไม่คาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงการไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เมาแล้วขับ และขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด กวดขันจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ทั้งรถส่วนบุคคลและรถของหน่วยงานราชการด้วย โดยไม่มีข้อยกเว้น ส่วนค่าปรับจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากล ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน
       
       ส่วนการบรรทุกคนท้ายรถกระบะหรือที่แค็บหลังของรถกระบะแบบ 2 ประตูนั้น พล.ต.ท.วิทยา กล่าวว่า ไม่สามารถทำได้ แต่เจ้าหน้าที่จะผ่อนปรนการบรรทุกผู้โดยสารภายในแค็บเป็นกรณีไป ตามความจำเป็นหรือเดินทางไม่ไกล โดยจะใช้การตักเตือน แต่หากพบว่าบรรทุกในเชิงรับจ้างขนส่งหรือมีเจตนาขนคนชัดเจน จะถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายทันที พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนใช้รถขนส่งสาธารณะเดินทางกลับภูมิลำเนาแทนการเดินทางไปในแค็บหรือกระบะด้วย เพื่อความปลอดภัย
       
       พล.ต.ท.วิทยา กล่าวยืนยันด้วยว่า การบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้ ไม่ได้เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างกฎหมาย เพื่อเรียกเก็บค่าปรับจากประชาชน เพราะหากพบเห็น สามารถถ่ายคลิปส่งมาร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที ในช่องทางสายด่วน 1599
       
       สำหรับการเล่นน้ำสงกรานต์นั้น พล.ต.ท.วิทยา กล่าวว่า ห้ามเล่นน้ำบนท้ายรถกระบะขณะรถเคลื่อนที่อย่างเด็ดขาด แต่สามารถขึ้นเล่นน้ำบนรถกระบะได้ หากรถจอดในบริเวณที่จัดไว้สำหรับเล่นน้ำหรือเคลื่อนตัวในจุดที่ปิดถนนให้เล่นสาดน้ำ เช่น ในซอยต่างๆ แต่ต้องไม่ใช่ถนนใหญ่ หากฝ่าฝืน จะมีโทษในข้อหาใช้รถผิดประเภท นอกจากนี้ยังถือว่าคนขับประมาท ปล่อยให้มีผู้โดยสารในภาวะอันตราย
       
       ด้านนายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กล่าวถึงคำสั่งห้ามนั่งแค็บและท้ายรถกระบะว่า ประเด็นดังกล่าวถูกโจมตีประชาชนอย่างหนัก และเชื่อว่ากระแสคัดค้านจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและไม่มีมาตรการใดๆ มารองรับไว้ล่วงหน้า และว่า รัฐบาลและตำรวจพิจารณาจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ แล้วผู้โดยสารนั่งกระบะหลังกระเด็นออกมาจากรถ จนทำให้คอหักเสียชีวิตหรือบาดเจ็บรุนแรง ขณะเดียวกัน รัฐบาลมุ่งหวังจะลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อคุมตัวเลขให้เท่ากับปี 2559 จำนวน 300-400 ราย จึงหามาตรการมาควบคุมผู้โดยสารจำนวนมากที่ใช้รถกระบะและรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า การใช้มาตรา 44 ครั้งนี้ไม่ได้ควบคุมรถจักรยานยนต์ ทั้งที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงถึง 3 ใน 4 และอาจเป็นเพราะมีผู้ขี่คนเดียว จึงทำให้การคุมยอดตายได้น้อยกว่าการควบคุมรถกระบะและรถโดยสารสาธารณะ แต่ไม่ได้มองสภาพสังคมไทยและความจำเป็นในการใช้รถกระบะบรรทุกและนั่งในแค็บจะได้รับความเดือดร้อนและมีมากถึง 10 ล้านคัน
       
       ทั้งนี้ ช่วงเย็นวันที่ 5 เม.ย.พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงหลังประชุมร่วมกับตำรวจทางหลวงและอธิบดีกรมขนส่งทางบกว่า จากกรณีที่มีคำสั่งห้ามนั่งท้ายรถกระบะและห้ามนั่งแค็บในรถยนต์ 2 ประตูนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการให้อนุโลมได้ไปจนถึงช่วงหลังสงกรานต์ และหากพบเห็นจะต้องว่ากล่าวตักเตือน แต่ไม่ระบุช่วงเวลาที่แน่นอน และคณะทำงานจะต้องพูดคุยกันอีกครั้ง รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า เป็นความปรารถนาดีของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ต้องการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ
       
       3. “ทรัมป์” สั่งตรวจสอบ 16 ชาติ รวมทั้งไทย หลังข้องใจได้ดุลการค้าสหรัฐฯ ได้ไง อ้างต่างชาติขี้โกง ด้าน “บิ๊กตู่” สั่งฝ่าย ศก.รับมือ! 
สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 2-8 เม.ย.2560
(ซ้าย) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา (ขวา) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.
        สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี 2 ฉบับ เพื่อยุติการขาดดุลการค้าจำนวนมหาศาลถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีลง โดยพุ่งเป้าไปที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงและการแสวงหามาตรการเพื่อดำเนินการต่อประเทศต่างๆ ที่สหรัฐฯ กำลังเสียดุลการค้ารวม 16 ประเทศ ประกอบด้วย จีน ญี่ปุ่น เม็กซิโก ไอร์แลนด์ เวียดนาม อิตาลี เกาหลีใต้ มาเลเซีย ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน อินโดนีเซีย แคนาดา และไทย
       
       ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวโดยไม่ระบุชื่อประเทศว่า เป็นบรรดาประเทศที่ฉ้อโกงในการส่งสินค้าเข้ามาขายในสหรัฐฯ มานาน ซึ่งทรัมป์ได้ให้นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
       
       ทรัมป์กล่าวหลังลงนามคำสั่ง 2 ฉบับดังกล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ จะทำให้สัดส่วนการขาดดุลการค้าลดลง พร้อมอ้างว่า สาเหตุที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ามากนั้น สืบเนื่องจากพฤติกรรมการขี้โกงของต่างชาติและความตกลงการค้าที่แย่ๆ โดยนายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์จะค้นหาปัจจัยและการละเมิดนี้ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะนำไปเป็นพื้นฐานตามกฎหมายเพื่อยุติการบิดเบือนที่มีอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงผลประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าจะในทางการเมืองหรือการเงิน ตนไม่แคร์ทั้งนั้น และว่า ภายใต้การบริหารของตน การขโมยความมั่งคั่งของคนอเมริกันไปจะต้องสิ้นสุด ตนจะปกป้องอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ และสร้างพื้นที่การแข่งขันที่เท่าเทียมขึ้นมาสำหรับแรงงานอเมริกันให้ได้ในที่สุด
       
       มีรายงานว่า คำสั่งของทรัมป์ฉบับแรก กำหนดให้กระทรวงพาณิชย์และสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ตรวจสอบบรรดาประเทศที่สหรัฐฯ กำลังขาดดุล ส่วนคำสั่งฉบับที่สอง เป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเพื่อการคุ้มครองพรมแดนและศุลกากร หรือสำนักงานศุลกากรเดิม ของสหรัฐฯ ประเมินและดำเนินมาตรการลงโทษทางการเงินต่อสินค้าที่ส่งเข้าไปยังสหรัฐฯ ด้วยพฤติกรรมทางการค้าผิดปกติและไม่เป็นธรรม หรือเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพื่อตอบโต้การกระทำที่เข้าข่ายการทุ่มตลาด
       
       เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังทรัมป์ออกคำสั่งดังกล่าว หลายฝ่ายได้ออกมาสะท้อนมุมมองต่อคำสั่งของผู้นำสหรัฐฯ ได้แก่ นายโรแบร์โต อาเซเวโด ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก(ดับเบิลยูทีโอ) กล่าวถึงคำสั่งของทรัมป์ว่า ต้องรอดูว่า นโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะถูกนำมาใช้ในทางปฏิบัติอย่างไร แต่ยอมรับว่าเมื่อสหรัฐฯ เป็นประเทศสำคัญในทางการค้า ทุกคนก็จำเป็นต้องจับตามอง
       
       ขณะที่ในส่วนของไทย ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ ประธานกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง หอการค้าไทย กล่าวว่า ปัจจุบันการค้าของไทยกับสหรัฐฯ มีสัดส่วนลดลงเหลือประมาณ 10-12% ของการส่งออกรวมของไทย เมื่อเทียบกับหลายประเทศที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ไทยมีสัดส่วนน้อยและคงไม่ใช่ประเทศแรกๆ ที่สหรัฐฯ ให้ความสนใจ จึงยังไม่น่ากังวล ไม่เหมือนกับจีนที่ได้ดุลการค้าสหรัฐฯ จำนวนมาก อาจได้รับผลกระทบจากนโยบายสหรัฐฯ ต้องมาก่อน(อเมริกา เฟิร์สต์) “แต่ไทยจะได้รับผลกระทบทางอ้อม เมื่อสหรัฐฯ กีดกันการค้ากับจีน ซึ่งจีนเป็นตลาดนำเข้าสินค้าวัตถุดิบเพื่อผลิตจากไทยรายใหญ่ จีนอาจลดการผลิตและลดการนำเข้า การส่งออกไทยก็จะลดลงตาม เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งหาตลาดใหม่ หรือปรับตัวเป็นผู้ผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มและใช้เทคโนโลยีมากขึ้น”
       
       ด้านนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงฯ เตรียมประชุมหารือกับผู้ส่งออก นักลงทุนไทย นักลงทุนสหรัฐฯ กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนหยุดเทศกาลสงกรานต์ เพื่อประเมินสถานการณ์และผลกระทบ รวมถึงหาแนวทางรับมือต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกรณีนโยบายดุลการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ในระยะสั้นเชื่อว่า ไทยยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ และยังคงเป้าหมายการส่งออกโดยรวมปีนี้ไว้ที่ 5%
       
       ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า ทุกคนต้องใจเย็น เพราะมี 16 ประเทศ และวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนอย่างเป็นทางการ เป็นเรื่องของคณะทำงานภายใน ซึ่งเขาจะต้องเตรียมการให้พร้อม ได้สั่งการให้รองนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมแล้ว อย่าไปถามทีละกระทรวง จะกลายเป็นปัญหา อย่างไรก็ตาม ไทยมีเพื่อนอยู่ 15 ประเทศ ถ้าออกมา ก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไร มันเรื่องของการค้า การลงทุน เรื่องเศรษฐกิจ ให้คณะกรรมการพิจารณาแล้วกัน อย่าเพิ่งไปตีอกชกหัว ไทยกับสหรัฐฯ ก็มีความสัมพันธ์กันกว่า 180 ปีแล้ว
       
       4. เกิดเหตุระเบิดหน้ากองสลากเก่า ถ.ราชดำเนินกลาง เจ็บเล็กน้อย 2 ราย พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องไปป์บอมบ์ คล้ายบึ้มป่วนเมืองปี 50 และ 53 ! 
สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 2-8 เม.ย.2560
เจ้าหน้าที่ตำรวจรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังเกิดระเบิดบริเวณถังขยะหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม ถนนราชดำเนินกลาง
        เมื่อวันที่ 5 เม.ย. เวลา 20.00 น. ผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดบริเวณถังขยะ หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า ถนนราชดำเนินกลาง ทำให้ถังขยะบริเวณริมรั้วทางเท้าแตกกระจุย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน
       
       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาด ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะกำลังกวาดทำความสะอาด บริเวณตู้ไปรษณีย์บนทางเท้า เกิดเหตุระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้บาดเจ็บทันที เนื่องจากอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ โดยผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ นางสาวสุริยาพร พูลสมบัติ มีอาการหูอื้อ เป็นลูกจ้างชั่วคราว สำนักงานเขตห้วยขวาง และนางพิมพ์วรา รวีนพสิทธิ์ บาดเจ็บเล็กน้อยมีรอยแดงที่แขน จากนั้นได้มีการนำตัวส่งโรงพยาบาล
       
       ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุระเบิดดังกล่าว นอกจาก พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปดูจุดเกิดเหตุด้วยตนเองเช่นกัน
       
       ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 เม.ย. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด(อีโอดี) กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ได้เข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำแบบจำลองการทำงานของวงจรระเบิด ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้ากองสลากเก่า มาอธิบายหลักการทำงานของระเบิดดังกล่าว
       
       พ.ต.อ.กำธร กล่าวว่า ระเบิดดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ใช้ท่อพีวีซี บรรจุดินระเบิดน้ำหนัก 300 กรัม จุดระเบิดด้วยการตั้งเวลา โดยใช้ไอซีไทเมอร์ (IC Timer) ซึ่งเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งเวลาได้สูงสุดเกิน 24 ชั่วโมง อานุภาพไม่ร้ายแรง เนื่องจากใช้ดินระเบิดน้อย อานุภาพทำลายล้าง 1-2 เมตร ไม่ทำให้เสียชีวิต ซึ่งอุปกรณ์ในการประกอบระเบิด สามารถหาซื้อได้ตามแหล่งทั่วไป ส่วนเทคนิคการประกอบยากกว่าแผงวงจรที่ใช้โทรศัพท์มือถือหรือนาฬิกาปลุกจุดชนวน เนื่องจากผู้ประกอบระเบิดต้องมีความรู้ความชำนาญด้านอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการนำแผงวงจรระเบิดดังกล่าวมาเปรียบเทียบการก่อเหตุที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ว่าตรงกับเหตุการณ์ใดบ้าง
       
       ด้าน พล.ต.อ. ศรีวราห์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล กำลังทำสำนวนการสอบสวน โดยฝ่ายสืบสวนได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงกำลังสืบสวนเพื่อหาหลักฐานต่าง ๆ โดยเฉพาะจากกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ ล่าสุด พบหลักฐานเป็นภาพชายต้องสงสัยจากภาพวงจรปิดจำนวน 3 ภาพ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะหาหลักฐานเชื่อมโยงเพื่อขยายผลต่อไป
       
       สำหรับมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่ามาจากเหตุใด แต่เชื่อว่า อาจจะเป็นผู้ที่อยากดังที่ไม่หวังดีกับรัฐบาล เนื่องจากระเบิดที่ใช้ก่อเหตุนั้นเป็นระเบิดแรงต่ำ คนร้ายไม่ประสงค์ต่อชีวิต และเลือกใช้พื้นที่เชิงสัญลักษณ์ก่อเหตุ จึงคาดว่าไม่น่าจะเป็นการก่อการร้าย ประกอบกับการข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคงต่าง ๆ ก็ไม่พบความเคลื่อนไหวที่เป็นสิ่งบอกเหตุ นอกจากนี้ยังพบอีกว่า  ลักษณะการประกอบระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุในครั้งนี้ มีความคล้ายคลึงกับระเบิดที่ใช้ก่อเหตุป่วนเมืองในช่วงปี 2550 และปี 2553 โดยใช้วงจรไอซีไทม์เมอร์เหมือนกัน
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการประกอบระเบิดที่มีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์เมื่อปี 2550 กับ 2553 แสดงว่าเหตุระเบิดครั้งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ตนในฐานะคนทำสำนวนการสอบสอน คงไม่สามารถพูดเช่นนั้นได้
       
       5. รัฐเปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบ 2 แล้ว 3 เม.ย.-15 พ.ค.นี้ คาดจะมีผู้ลงทะเบียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน! 
สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 2-8 เม.ย.2560
(บน) บรรยากาศการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบ 2 (ล่าง) แม่ชีกลุ่มหนึ่งตั้งใจไปลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยที่ ธ.กรุงไทย สาขาอ่างทอง แต่ต้องผิดหวัง เพราะไม่มีสิทธิลงทะเบียน
        เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นับเป็นวันแรกของการเปิดให้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบ 2 ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ โดยประชาชนบางส่วนไปรอลงทะเบียนตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิดทำการ ขณะที่หลายแห่งประสบปัญหาผู้มาลงทะเบียนเป็นผู้สูงอายุ ไม่เข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติ บางคนเตรียมเอกสารมาไม่ครบ โดยเฉพาะต้องมีบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด
       
       ส่วนที่ธนาคารกรุงไทย สาขาอ่างทอง แม่ชีฉวีวรรณ โพธิ์แก้ว อายุ 73 ปี และเพื่อนๆ แม่ชีที่บวชอยู่ที่วัดต้นสน ได้มารอคิวลงทะเบียน แต่ต้องผิดหวัง หลังเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า มีหนังสือชี้แจงจากรัฐบาลว่า ผู้ที่บวชอยู่ในสมณเพศไม่สามารถลงทะเบียนคนจนได้ หากลาสิกขาแล้ว ค่อยมาทำการยื่นลงทะเบียนตามสิทธิ์อีกครั้ง
       
       นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบ 2 ว่า ครั้งนี้มีการประชาสัมพันธ์การลงทะเบียน และมีการออกข่าวสาร ทำให้ประชาชนรับทราบถึงการลงทะเบียนในวันที่ 3 เม.ย.-15 พ.ค.นี้ คงไม่มีใครมาบ่นว่าไม่รู้ พร้อมคาดว่า ครั้งนี้น่าจะมีประชาชนมาลงทะเบียนไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน โดยหลังจากลงทะเบียน จะมีการแจกบัตรให้กับผู้ผ่านเกณฑ์ ซึ่งบัตรดังกล่าวถือเป็นกระเป๋าเงิน และรัฐให้สิทธิประโยชน์หลายอย่างในบัตรดังกล่าว นอกจากเรื่องสวัสดิการ น้ำ ไฟ รถเมล์ รถไฟฟ้าฟรีแล้ว ยังกำลังศึกษาเรื่องอื่นๆ โดยสวัสดิการจะมีการแยกระหว่างคนเมืองกับคนต่างจังหวัด เช่น คนต่างจังหวัดน่าจะได้สิทธิประโยชน์ส่วนลดซื้อตั๋วรถ บขส. ส่วนลดค่าโดยสารรถไฟเข้าเมือง ส่วนคนเมืองได้นั่งรถเมล์ฟรี เป็นต้น
       
       นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับค่าเช่าบ้านเป็นแค่แนวคิด แต่คิดว่าทำได้ยาก เพราะส่วนใหญ่การเช่าบ้านนั้นเป็นการเช่าในลักษณะเอกชน ส่วนเรื่องประกันให้ผู้มีรายได้น้อย เป็นสิ่งที่กำลังคิด ต้องมาดูว่ามาตรการที่คิดจะให้นั้น ทั้งหมดมีอะไรบ้าง และอะไรเป็นประโยชน์กับคนมีรายได้น้อยที่สุด และต้องมาดูในเรื่องงบประมาณประกอบด้วย
       
       ด้านนายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ยืนยันว่า การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยครั้งนี้ ไม่มีการแจกเป็นเงินเหมือนครั้งก่อน แต่จะแจกบัตรสวัสดิการให้ผู้ลงทะเบียน เพื่อใช้ลดภาระค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโดยสาร พร้อมชี้แจงว่า เหตุที่ไม่แจกเป็นเงิน ไม่ใช่เพราะกระทรวงการคลังไม่มีเงิน แต่ต้องการให้สวัสดิการแบบถูกฝา ถูกตัว ส่วนปีที่แล้วที่ให้เป็นเงินนั้น เนื่องจากระบบสวัสดิการที่จะให้จากบัตร ยังดำเนินการไม่เรียบร้อย
ที่มา ; เว็บ ผู้จัดการออนไลน์

โหลด - อ่าน - เรื่องเด่น 

เกณฑ์และกำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีปกติและพิเศษ ปี 2560

เกณฑ์สอบผู้บริหารการศึกษา ปี 2560

โหลด-อ่าน ฉบับเ๖้มรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF

 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

เว็บฟรี...1,000 ชุด 10,000 ข้อ
ติวสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม