หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

เตรียมสอบ ครุผู้ช่วย ปี 2561

เตรียมสอบ ครุผู้ช่วย ปี 2561
เตรียมสอบ ครุผู้ช่วย ปี 2561

หนังสือติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา

หนังสือติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา
หนังสือติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา รอง-ผอ.รร

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค
หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2558

กรณีถอดยศทักษิณ‘บิ๊กตู่’ย้ำ!การพิจารณาจบแล้ว

เรื่องใหม่น่าสนใจ 

-เกณฑ์สอบ-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย 

-รัฐธรรมนูญ 2557 แก้ไข ครั้งที่ 1 พ.ศ.2558

- พรบ.เงินเดือนใหม่ข้าราชการครูฯ พ.ศ.2558

-ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (P.A.)

 เตรียมสอบ บน ยูทูป ทั้งหมด ได้ที่

 ติวสอบ บน ยูทูป


   คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้
เตรียสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

กรณีถอดยศทักษิณ‘บิ๊กตู่’ย้ำ!การพิจารณาจบแล้ว



รอแต่สตช.เสนอมาพท.แหย่แค่ทำสะใจ
เอาแน่ถอดยศ “ทักษิณ” 13 ส.ค. “บิ๊กต๊อก” ส่งเรื่องถึงมือนายกฯพร้อมโนติสแทงเรื่องสตช.ดำเนินการ ย้ำเป็นอำนาจหน้าที่ที่ต้องจัดการเรื่องนี้ “ประยุทธ์”สั่งให้เดินตามขั้นตอน ไม่ใช้อำนาจพิเศษทำเอง “บิ๊กป้อม” ไม่กังวลว่ากันตามกฎหมายไม่ได้ทำตามใจใคร ด้าน ผบ.ตร.ลั่นพร้อมทำตามบัญชานายกฯ ถ้าทุกอย่างสะเด็ดน้ำชัดเจนแล้ว “ประวิตร” หนุน “บวรศักดิ์” แนวคิดรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ ชี้ประเทศชาติจมกับความขัดแย้งมานานแล้ว ระบุปัจจัยสำคัญอยู่ที่พรรคการเมืองตกลงกัน พท.ฉะผุด กก.ยุทธศาสตร์ฯแปรรูปคณะยึดอำนาจใส่ไว้ใน รธน. เตือนขัดแย้งไม่จบแน่
หลังจากมีความชัดเจนขึ้นอีกระดับหนึ่ง เมื่อ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมมีมติชัดเจนว่าจะดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ล่าสุด รมว.ยุติธรรมเตรียมส่งเรื่องไปให้นายกฯวันที่ 13 ส.ค. เพื่อมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการ ขณะที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ระบุพร้อมถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณตามบัญชานายกฯ
“บิ๊กป้อม” ไม่กังวลถอดยศ “ทักษิณ”
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 12 ส.ค. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1.รอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่คณะทำงานกระทรวงยุติธรรมที่มี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นประธานมีความเห็นให้ดำเนินการถอดยศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่าเป็นไปตามนั้น ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ทุกอย่างต้องดูกฎหมายให้เกิดความชัดเจนแล้วเดินไปตามขั้นตอน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ก็ให้สัมภาษณ์ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นว่าจะดำเนินการทันหรือไม่ ที่ผ่านมาเรื่องไม่ได้เงียบหายไป แต่มีขั้นตอนให้ผู้ที่จะดำเนินการต้องส่งความเห็นให้คณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนว่าเป็นอย่างไร ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็มอบหมายให้กระทรวง ยุติธรรมไปดำเนินการ โดยมีทุกฝ่ายมาร่วมกัน
ทำตามกฎหมายไม่ได้ทำตามใจ
“เรื่องนี้ไม่กังวลใจ เพราะทำตามกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องของการตัดสินใจ ส่วนมวลชนที่ให้การสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณก็ต้องเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย เราไม่ได้ไปกลั่นแกล้งใครทั้งนั้น รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง” พล.อ.ประวิตรกล่าว
“ไพบูลย์” ส่งเรื่องนายกฯจี้ สตช.ถอด
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า กระทรวงยุติธรรมได้ตรวจสอบความเรียบร้อยจนชัดเจนก่อนส่งให้นายกฯดำเนินการต่อไปในวันที่ 13 ส.ค. และเมื่อส่งแล้วอำนาจหน้าที่ในการถอดยศตำรวจต่อไปนั้นจะเป็นหน้าที่ของ สตช. (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ที่มีหน้าที่ดำเนินการเรื่องนี้ ส่วนการที่ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยระบุว่าการถอดยศผู้ที่เกษียณอายุราชการไปแล้วไม่สามารถทำได้นั้น ประเด็นนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความไว้ชัดเจนหมดแล้วว่าสามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเป็นห่วงต่อการออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้
“บิ๊กตู่” ให้ว่าไปตามขั้นตอน
เมื่อเวลา 08.00 น. ที่คลองผดุงกรุงเกษมข้างทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการกระทรวงยุติธรรม มีมติถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ในส่วนของการพิจารณาถือว่ามันจบแล้ว เดี๋ยวหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงทำเรื่องเสนอขึ้นมา ตอนนี้ก็ต้องรออย่างเดียว
ยันไม่ต้องการใช้อำนาจพิเศษ
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้กังวลเรื่องนี้ ตั้งใจทำทุกอย่างเป็นไปตามข้อกฎหมาย เมื่อกระทรวงยุติธรรมได้ข้อสรุป ก็นำเรียนนายกฯและส่งต่อให้ สตช.พิจารณา และเมื่อ สตช.เสนอขึ้นมา นายกฯก็คงไม่สามารถดำเนินการอย่างอื่นไปได้นอกจากเป็นไปตามข้อเสนอนั้น ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องการใช้อำนาจพิเศษที่จะไปทำนี่ทำนั่น ชะลอให้ช้าหรือไปช่วยใคร เพียงแต่ที่ผ่านมาสังคมวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ เมื่อกระทรวงยุติธรรมเคลียร์หลักการทางข้อกฎหมายแล้วก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน ส่วนการชี้แจงกับประชาชนนั้น พยายามชี้แจงอยู่แล้ว เชื่อมั่นว่าจากการให้ข้อมูลจากฝ่ายต่างๆ รวมทั้งรัฐบาลว่าได้ยึดหลักกฎหมายไม่ได้เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง และรัฐบาลก็ไม่จับตาอะไรเป็นพิเศษ ฝ่ายที่เห็นต่างจะสบายใจหรือไม่ต่อความยาวเรื่องนี้
“วิษณุ” ชี้ “ทักษิณ” ฟ้อง สตช.ได้
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาในการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรมเป็นประธาน โดยมีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สามารถถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณได้ว่า จากนี้ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณถูกถอดถอนยศจะฟ้องได้หรือไม่ รองนายกฯตอบว่า พ.ต.ท.ทักษิณสามารถฟ้อง สตช.ได้ ในฐานะเป็นผู้เสนอเรื่อง แต่ไม่สามารถฟ้องร้องสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้
“สมยศ” ลั่นพร้อมทำถ้าทุกอย่างชัดเจน
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวถึงความคืบหน้าถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า กำลังรอคำสั่งนายกฯส่งกลับมาให้ สตช. ในฐานะเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ เราพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งนายกฯ สั่งมาให้ถอดยศก็ถอดทันทีเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ขอบคุณนายกฯที่ให้ รมว.ยุติธรรมนัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้ได้ข้อยุติในเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว ตำรวจอยากทำมานานแต่ไม่มีอำนาจนัดประชุม ต้องใช้เวลาประสานสอบถามสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารทางราชการ ซึ่งกฤษฎีกาได้ตอบกลับมาว่าทำได้ ส่วนคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารทางราชการจะมีการประชุมในวันที่ 14 ส.ค.น่าจะใกล้เคียงคำสั่งของนายกฯที่ส่งกลับมาที่ ตร.
ขอบคุณนายกฯช่วยสร้างบรรทัดฐาน
“การตัดสินของนายกฯทำให้มีบรรทัดฐานที่ชัดเจน ทำให้ผู้ปฏิบัติยึดถือในมาตรฐานเดียวกัน เป็นการหาทางออกที่ถูกต้องเพื่อให้ได้คำตอบกับสังคม ที่ผ่านมาไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากมีคนโต้แย้งทั้งคนในองค์กรและคนนอก ต้องคิดหาคนกลางชี้ขาดคือคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อทำให้เป็นบรรทัดฐานของสังคมเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องถือปฏิบัติตามนั้น” พล.ต.อ.สมยศระบุ
ปชป.เตือนอย่าใช้ ม.44 จุดชนวน
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า ตามหลักถ้าผู้ดำรงตำแหน่งนั้นๆถูกศาลสั่งจำคุก ก็ถอดยศได้อยู่แล้วแต่อาจมีบางพวกที่ไม่กล้าทำเพราะอาจเคยได้ดีจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ได้แต่โยนเรื่องถามไปยังกฤษฎีกาหลายครั้ง จนกฤษฎีกาไม่อยากจะตอบคำถามแล้ว สุดท้าย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ต้องมาดำเนินการเอง เราเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณต้องไม่อยู่เหนือ กฎหมาย ผิดต้องว่าไปตามผิดไม่มีการละเว้น อย่าเลือกปฏิบัติ แต่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอให้ใช้มาตรา 44 เพราะจะถูกมองว่าจ้องกลั่นแกล้งคนใด คนหนึ่ง หรืออาจทำให้ฝ่ายสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น
ต้องเชือดให้เป็นตัวอย่าง
ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สังคมไทยต้องเคารพกฎหมาย ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณเข้าข่ายทำผิดกฎหมายสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติจริง ก็ต้องดำเนินการถอดยศ ไม่ว่าหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนไม่ต้องไปเกรงใจ พวกที่โกงชาติแล้วลอยนวลได้ใจมาเยอะแล้ว ผู้เกี่ยวข้องจึงต้องดำเนินการอย่างยุติธรรม ให้เป็นเยี่ยงอย่างและบรรทัดฐานสังคม
พท.ข้องใจตามราวี–ทำแค่สะใจ
นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. กล่าวว่า ได้เห็นความพยายามของรัฐบาล คสช.ที่ต้องการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงอยากถามว่ามีเหตุผลหรือความชอบธรรมอะไร หรือทำเพื่อความสะใจของใครเท่านั้น อยากถามรัฐบาลว่าถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณได้แล้วจะเกิดประโยชน์อะไรกับประเทศบ้าง ประชาชนจะได้อะไร สิ่งที่เห็นมีแต่ความพยายามที่อยากจะเอาชนะคะคาน ตามราวี พ.ต.ท.ทักษิณแบบไม่สิ้นสุด อย่างไรก็ตาม แม้จะ ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณได้ ประชาชนก็จะยังคงรักท่าน เหมือนเดิม และอาจจะเพิ่มขึ้นด้วยเพราะเห็นใจที่ถูกกระทำ และสุดท้ายคนที่เสียคือนายกฯนั่นเอง
หนุนรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ
สำหรับกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) เสนอคำถามประชามติตั้งรัฐบาลปรองดองแห่งชาติแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เชื่อว่านายบวรศักดิ์อยากให้เกิดความปรองดอง แต่ถามว่าทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็ดี ตนไม่มีปัญหา แต่จะได้หรือไม่ก็ไปตกลงกัน โดยเฉพาะพรรคการเมืองต่างๆว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าให้ได้และทำให้ประชาชนมีความสุข ต่อข้อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เรื่องนี้ตนพูดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่จะดำเนินการ ซึ่งต้องใช้ดุลพินิจอย่างเต็มที่ดูว่าสมควรหรือไม่สมควร อย่างไรก็ตาม ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ สปช.ก็ต้องออกไปอยู่แล้ว ดังนั้นจึงสามารถใช้ความคิดได้เต็มที่
“ทุกคนในประเทศต้องช่วยกัน ต้องร่วมมือกัน นานแล้วที่ไม่เกิดความปรองดอง ไปตีกัน ผมไม่เห็นว่าจะดี มีแต่เสียชีวิต และเกิดความขัดแย้ง อย่าไปทำเลย” พล.อ.ประวิตรกล่าว
“วิษณุ” ตีมึน กก.ยุทธศาสตร์อำนาจล้น
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เสนอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติมีอำนาจเหนือรัฐบาลในการสั่งการระงับยับยั้งหรือกระทำการใดๆ ที่อาจนำไปสู่การเกิดความรุนแรง ในกรณีมีสถานการณ์ความวุ่นวายในบ้านเมืองที่ยากต่อการควบคุมว่าได้ติดตามข่าวผ่านหนังสือพิมพ์ แต่ยังดูได้ไม่ครบถ้วน กรณีที่หลายฝ่ายระบุว่าให้อำนาจกรรมการชุดดังกล่าวมากเกินไปนั้น ตนไม่รู้ ให้ไปถามบุคคลที่เกี่ยวข้องจะดีกว่า
“เสรี” ชี้ตั้ง กก.ยุทธศาสตร์ซ้อนอำนาจ
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. กล่าวถึงกรณีที่ กมธ.ยกร่างฯให้ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดมากนัก แต่ถามว่าวิกฤติที่ว่านี้มีขอบเขตและความหมายครอบคลุมอย่างไร ใครจะเป็นคนตัดสินว่าภาวะขณะนั้นเป็นวิกฤติ หากว่าฝ่ายนิติบัญญัติไม่ยอมจะทำอย่างไร การมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ในลักษณะเช่นนี้อาจจะเป็นลักษณะของอำนาจซ้อนอำนาจก็จะยุ่งเข้าไปอีก และอาจเป็นชนวนแห่งความขัดแย้งความแตกแยกตามมา ส่วนข้อเสนอคำถามประชามติว่าจะควรให้มีรัฐบาลปรองดองแห่งชาติหรือไม่ รายละเอียดวิธีการจะเป็นอย่างไร หากไม่มีความชัดเจนอาจจะมีปัญหาตามมา จะกลายเป็นว่าไม่ปรองดองแต่เป็นความแตกแยกแห่งชาติแทน
ปชป.หวั่น รบ.แห่งชาติซูเอี๋ยล่มจม
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ มีแนวคิดเสนอคำถามประชามติว่า อยากให้มีรัฐบาลปรองดองแห่งชาติหรือไม่ เพื่อแก้วิกฤติการเมือง 10 ปีที่ผ่านมาว่า วิกฤติก็คือวิกฤติ แต่หลักของเราคือประชาธิปไตยปรองดองได้ แต่ไม่ใช่ซูเอี๋ย ถ้ามีรัฐบาลปรองดอง เพื่อหนีการตรวจสอบถ่วงดุลจะผิดหลักการรวมเสียงเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ แม้จะใช้เสียง 4 ใน 5 ของรัฐสภา จะหลีกหนีคำว่ารู้กันเองเพื่อให้ได้อำนาจกันได้หรือไม่ ถ้ารัฐบาลที่ซูเอี๋ยกันหันมาทำโครงการจำนำข้าวอีก ใครจะตรวจสอบ ประเทศจะล่มจม ประชาชนจะเดือดร้อน ดังนั้นกฎหมายจึงต้องเป็นกฎหมายต่อไป ตามหลักนิติรัฐนิติธรรม ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลต้องทำงานอย่างจริงจัง
นปช.อัดจับยัดคณะรัฐประหารใส่ รธน.
นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า ทราบข่าวจากสื่อว่านายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯกำหนดไว้ในมาตรา 260 บทเฉพาะกาล ให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ อาจจะเรียกได้ว่าลอกเลียนแบบมาจากมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 เอาเข้าจริงคณะกรรมการ 23 คนนี้ก็จะเป็นพรรคพวกของ คสช.ที่ยึดอำนาจในปัจจุบันหรือพวกอำนาจนิยม ไม่มีทางที่ฝ่ายประชาธิปไตยที่อยู่ตรงข้ามกับ คสช.หรืออำนาจนิยมจะฝ่าด่านมฤตยูเข้าไปมีตำแหน่ง ดังนั้นคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติก็คือ คณะรัฐประหารรูปแบบหนึ่งที่กำหนดเป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ จะได้ไม่ต้องมีการยึดอำนาจรัฐประหารซ้ำซากให้ประชาชนทั้งภายในประเทศและทั่วโลกประณาม นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการทำประชามติถามเรื่องรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ โดยให้ถือว่าเสียง 4 ใน 5 ของ ส.ส.ทั้งหมดหรือ 360 จาก 450 ทำการจัดตั้งรัฐบาลนี่เป็นเรื่องตลกร้ายที่น่าเศร้าที่สุดของประเทศไทย ขอให้ยกเลิกทั้งสองเรื่องนี้ไปเถิด ไม่เช่นนั้นจะเป็นหัวเชื้อที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงแน่นอน
เย้ยบทสรุปโรดแม็ปต่อท่ออำนาจ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า โค้งสุดท้ายของการร่างรัฐธรรมนูญทำให้เห็นโรดแม็ปของจริงว่า การยึดอำนาจคราวนี้ทำเพื่อสร้างกลไกคุมอำนาจต่อเนื่องไปอีกหลายปี ทั้งเปิดช่องนายกฯ คนนอก ตั้งกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูป ให้อำนาจ ครม.รัฐประหารแต่งตั้ง ส.ว.สรรหา 123 คน และมีกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและปรองดองแห่งชาติ ซึ่งล้วนเป็นการสถาปนาอำนาจรัฐเหนืออำนาจอธิปไตยของประชาชน โดยเฉพาะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปฯ นั้น เท่ากับต่อท่อให้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญเข้ามาแฝงตัวในระบบ หากพิจารณาจากองค์ประกอบและที่มาของกรรมการชุดนี้ก็ประเมินได้ว่า เสียงส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่กับรัฐบาลเลือกตั้ง และสามารถจัดการกับรัฐบาลซึ่งไม่เป็นที่ต้องการได้ทันทีที่โอกาสมาถึง
“ประวิตร” ย้ำปรับ ครม.นายกฯตัดสินใจ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พูดถึงเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เรื่องนี้ต้องแล้วแต่พล.อ.ประยุทธ์ว่าให้สัมภาษณ์อย่างไรก็เป็นอย่างนั้น นายกฯคิดอยู่ทุกวันว่าจะทำอย่างไรและนำใครไปไว้ที่ไหน ทั้งหมดก็เป็นมืออาชีพด้วยกันทั้งนั้น เวลานี้อะไรก็ทำได้เต็มที่ อะไรต่างๆก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย รัฐมนตรีทุกคนตั้งใจทำงาน แต่การสร้างความเชื่อมั่นของแต่ละบุคคลก็ลำบาก ประชาชนก็ต้องดูว่าใครเป็นใคร อย่างไรก็ตาม จะปรับหรือไม่ เราก็ต้องพยายามขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าให้ได้ ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยทั้งหมดต้องช่วยกัน
ไม่หนักใจเลือก ผบ.ทบ.คนใหม่
พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 2558 หลังจากนัดทุกเหล่าทัพส่งบัญชีรายชื่อภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้ว่า เชื่อว่าก่อนที่ทุกเหล่าทัพจะส่งรายชื่อมาให้กระทรวงกลาโหมก็ต้องมีความมั่นใจแล้ว ตนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายชื่อได้ แต่ขณะนี้จะส่งมาครบทุกเหล่าแล้วหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะรายชื่อทั้งหมดของทุกเหล่าทัพจะต้องรวบรวมส่งให้กับ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลก่อน ส่วนจะประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลวันใดนั้นไม่ขอบอก แต่ยืนยันว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับแผนงานตามที่กฎหมายเขียนไว้ โดยหลักการพิจารณาคัดเลือกยังคงเหมือนเดิม คือพิจารณาจากความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ อาวุโส และผลงานที่ผ่านมาในอดีต ส่วนตัวไม่หนักใจกับการพิจารณาครั้งนี้ ผบ.ทบ.คนใหม่นั้นใครจะมาเป็นก็ได้ ข่าวก็เขียนมโนกันไปว่าคนนั้นเป็นน้องรัก และคนนี้ไม่ใช่น้องรัก ทุกคนเป็นน้องรักของตนทั้งหมด
คาด “บิ๊กติ๊ก” ผงาดนั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม นัดให้ ผบ.เหล่าทัพ ส่งบัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหารประจำปี 2558 ภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้ก่อนที่จะส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.นำขึ้นทูลเกล้าฯ คาดว่านายกฯจะนำบัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหารขึ้นทูลเกล้าฯพร้อมกับรายชื่อการปรับ ครม.ในคราวเดียวกัน โดยรายชื่อปรับย้ายนายทหารได้ส่งให้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหมในฐานะเลขานุการคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารระดับชั้นนายพลเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างให้กรมเสมียนตรวจรายละเอียดเพื่อป้องกันความผิดพลาด สำหรับการปรับย้ายแม้ว่าขณะนี้จะยังไม่แน่ชัด 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นไปได้สูงว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. จะเสนอชื่อ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา (ตท.15) ผช. ผบ.ทบ. น้องชายนายกฯขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการเดินหน้าปฏิรูป ประเทศ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องเลือกคนที่ไว้ใจมากที่สุดมาดูแลสถานการณ์
โยก “ธีรชัย” ข้ามห้วยเป็นปลัดกลาโหม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคู่แคนดิเดต พล.อ.ธีรชัย นาควานิช (ตท.14) ผช.ผบ.ทบ.จะถูกโยกมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อทำงานควบคู่กับ พล.อ.ประวิตร ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างของกระทรวงกลาโหม สำหรับรายชื่อปรับย้ายนายทหารที่จะเข้ามาอยู่ใน 5 เสือ ทบ. คาดว่า พล.อ.วลิต โรจนภักดี (ตท.15) รองเสนาธิการทหาร จะขึ้นเป็นรอง ผบ.ทบ.โดยได้แรงสนับสนุนจาก พล.อ.ประวิตร ให้กลับมาช่วยงาน พล.อ.ปรีชา พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ (ตท.16) แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ.คู่กับ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ (ตท.15) แม่ทัพภาคที่ 4 พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร (ตท.17) ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ เป็นเสนาธิการทหารบก ขณะที่ พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ (ตท.18) แม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 สำหรับกองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.ทหารสูงสุด เสนอชื่อ พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ (ตท.15) เสนาธิการทหาร เป็น ผบ.ทหารสูงสุด ส่วนกองทัพเรือ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร.ได้เสนอชื่อ พล.ร.อ.ณรงค์พล ณ บางช้าง (ตท.14) ผู้ช่วย ผบ.ทร. ขึ้นเป็น ผบ.ทร.เพื่อเดินหน้าโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจีน 3 ลำ 3.6 หมื่นล้าน
“บิ๊กตู่” ห่วงสั่งแจงผลงานปฏิรูป
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดประจำสำนักฯ กล่าวถึงข้อกังวลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศว่า นายกฯอยากให้บรรดาคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารหน่วยงานช่วยอธิบายว่ากว่าจะที่ประเทศไทยจะมาถึงจุดที่อยู่ในความสงบเรียบร้อย ได้ผ่านขั้นตอนต่างๆพอสมควร ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย การปฏิรูปคือการปรับปรุงแก้ไขไปสู่ระบบที่มีประสิทธิภาพที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ จากสังคมที่มีการแบ่งแยก แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ก็ต้องช่วยกันสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นเป็นอันดับแรก ขณะนี้ประชาชนต้องการความเชื่อมั่นศรัทธาในระบบที่สามารถตรวจสอบได้
ไม่อยากให้ใช้ ก.ม.เข้มเกินไป
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯระบุว่าขณะนี้ในการจัดการหรือการดำเนินการต่างๆ มีการนำกฎหมายมาใช้มากเกินไป เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเอะอะอะไรเอากฎหมายเข้าไปจับอย่างเดียวจนทำให้คนได้รับความเดือดร้อน ทั้งที่บางเรื่องมีข้อยกเว้นอยู่แต่ไม่ใช้ข้อยกเว้น ซึ่งสามารถผ่อนผันได้ หรือใช้หลักรัฐศาสตร์หรือวิธีการได้ จนทำให้คนอาจเกิดความรู้สึกไม่สู้ดีกับรัฐบาล แต่ทั้งนี้ ต้องไม่ใช่เป็นการละเว้นการปฏิบัติตามกฎหมาย
ขอบคุณทีมฝนหลวงช่วยแก้แล้ง
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้ฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านและหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทุกหน่วย ที่เป็นกำลังสำคัญช่วยให้ประเทศไทยฝ่าฟันช่วงวิกฤติภัยแล้งที่ผ่านมา ด้วยการทำงานอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยต่อเนื่อง 160 วัน นับตั้งแต่วันที่ประเทศเริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง และไม่มีวันหยุดพัก ถือเป็นปฏิบัติการมาราธอน ที่สมควรได้รับการยกย่องชื่นชม แม้ว่าขณะนี้ประเทศจะผ่านพ้นภาวะน้ำแล้งแล้วอย่างสมบูรณ์ แต่นายกฯได้กำชับให้ทุกหน่วยงานนำบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาเป็นบทเรียนในการเตรียมพร้อมและปรับตัว อาทิ การเร่งจัดหาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็กในชุมชนกระจายในพื้นที่แล้งซ้ำซาก การปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
ค้าน ครม.เลือก ส.ว.สรรหาชุดแรก
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. กล่าวว่า กรณีที่ กมธ.ยกร่างฯกำหนดให้ ครม.เป็นผู้คัดเลือก ส.ว.สรรหา 123 คนชุดแรกเพื่อสานต่องานปฏิรูปนั้น ไม่ทราบว่าการกำหนดเช่นนี้มีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายอะไร ทั้งที่ความจริงน่าจะเดินไปตามระบบปกติ หากจะมี ส.ว.สรรหาก็ให้การสรรหาเป็นไปตามระบบ การอ้างว่าเพื่อสานงานปฏิรูปต่อนั้น ก็เห็นว่า กมธ.ยกร่างฯได้เขียนให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว
สนช.เตรียมโหวตเห็นชอบ 7 กสม.
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช.ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรม ของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)กล่าวว่า กมธ.ได้ตรวจสอบประวัติฯผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กสม.ทั้ง 7 คนเสร็จแล้ว โดยได้หารือถึงกระแสข่าวทั้งการคัดค้านการแต่งตั้ง ข้อร้องเรียนต่างๆของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ซึ่งการพิจารณาของ กมธ.นอกจากดูประวัติที่มา การฟ้องร้องหรือคดีความของแต่ละคนแล้ว ก็จะดูผลงานประจักษ์ตามที่ผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 7 คนได้กรอกในใบสมัครเพื่อเป็นข้อมูลต่อกรรมการสรรหาก่อนหน้านี้แล้ว รวมทั้งการตอบคำถามของผู้ได้รับการเสนอชื่อฯต่อ กมธ.ด้วย ซึ่งข้อมูลทั้งหมด กมธ.จะสรุปทำเป็นรายงานให้สมาชิก สนช.ได้รับทราบเพื่อให้ใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจให้ความเห็นชอบต่อไป โดยขั้นตอนจากนี้จะเสนอให้ประธาน สนช.จะบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า
“วัฒนา” อัดสืบทอดอำนาจผ่าน รธน.
นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกรณีห้ามเดินทางออกนอกประเทศว่า เพราะเห็นว่าคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ที่เขียนมาตรา 4 ที่ระบุว่าจะคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคที่ชนชาวไทยเคยได้รับคุ้มครอง และยังลุแก่อำนาจเอามาต่อรองไม่ให้พวกวิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.และรัฐบาล อะไรที่ไม่ก่อประโยชน์ก็เลิกๆไปบ้างเถิด ส่วนที่นายกฯว่าตนชอบโจมตีท่านนั้น เพราะดูพวกท่านทำงานมา 1 ปีเต็มจนเห็นว่าเริ่มไม่เข้าท่าจึงออกมา สิ่งสำคัญที่รับไม่ได้คือพฤติกรรมที่จะสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญ แสดงท่าทีที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความเสียหาย การบริหารประเทศที่ล้มเหลว อย่าอ้างว่าการร่างรัฐธรรมนูญท่านไม่เกี่ยวข้อง ลองส่งเสียงดังๆว่าจะรีบคืนอำนาจให้ประชาชนเค้าไปกำหนดวิถีทางทางการเมืองกันเอง
ข้องใจกองทัพเลือกปฏิบัติ
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กองทัพภาคที่ 1 เชิญให้เข้าพบเมื่อวันที่ 11 ส.ค.ว่า ถือเป็นการพบกันครั้งที่ 6 สอบถามเรื่องการรวมเสวนาตรรกะวิบัติ ซึ่งในงานดังกล่าวมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกรับเชิญด้วย โดยได้พูดถึงปัญหาเศรษฐกิจของไทยว่า เศรษฐกิจจะไม่มีทางฟื้นถ้ายังไม่กลับมาสู่ระบอบประชาธิปไตย เพราะทั้งหมดขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของต่างประเทศ พร้อมแสดงความห่วงใยในปัญหาเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มจะตกต่ำลงได้อีก ขณะที่ผู้แทนทหารได้ขอความร่วมมือไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอีก ทั้งนี้สงสัยงานเสวนาครั้งนี้มีตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมด้วย แต่ทำไมนายอภิสิทธิ์ถึงไม่ถูกกองทัพภาคที่ 1 เชิญเข้าไปสอบถามในค่ายทหารบ้าง
“ธาริต” ฟ้อง ป.ป.ช. 100 ล้านมั่วยึดทรัพย์
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน ป.ป.ช.ถึงความคืบหน้ากรณีคณะอนุกรรมการไต่สวนนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีการร่ำรวยผิดปกติ และบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่มีนายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช.เป็นผู้รับผิดชอบสำนวน ว่า หลังจากที่ ป.ป.ช.มีมติอายัดทรัพย์สินนายธาริตมูลค่า 40.9 ล้านบาท ปรากฏว่า นายธาริตได้ยื่นเรื่องต่อศาลแพ่งฟ้องกรรมการ ป.ป.ช. และเลขาธิการ ป.ป.ช. รวม 10 คน เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ฐานออกคำสั่งอายัดทรัพย์โดยมิชอบ ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกฟ้องไปแล้ว แต่นายธาริตยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อ ซึ่ง ป.ป.ช.มอบให้นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. และฝ่ายสำนักคดีของ ป.ป.ช.ดำเนินการส่งหนังสือไปยังศาลแพ่ง เพื่อแก้อุทธรณ์คดีดังกล่าว โดยยืนยันถึงเหตุผลการอายัดทรัพย์ของนายธาริตว่า มีเหตุอันควรสงสัยว่า นายธาริตเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ และน่าเชื่อว่าจะมีการโอนยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการร่ำรวยผิดปกติ จึงมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินนายธาริตและนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ ภริยา ไว้ชั่วคราว ได้แก่ เงินฝาก ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะ มูลค่า 40.9 ล้านบาท โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 78 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542
ลุยเค้นจับพิรุธ 5 รมต.คดีจำนำข้าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของอดีตรัฐมนตรี 5 รายที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวนั้น ขณะนี้ดำเนินการใกล้เสร็จแล้ว เหลือเพียงรอหลักฐานบัญชีเงินฝากและทรัพย์สินอื่นๆจากธนาคารและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องที่ผู้ถูกกล่าวหานำไปฝากหรือจำนองไว้ เพื่อนำมาตรวจสอบว่า ตรงกับบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯที่แจ้งไว้ต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ ซึ่งทรัพย์สินในส่วนนี้มีจำนวนมาก นอกจากนี้ ป.ป.ช. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปยังละแวกที่พักอาศัยภูมิลำเนา ตลอดจนสอบถามคนใกล้ชิดในหน่วยงานของผู้ถูกกล่าวหา เพื่อตรวจสอบว่า มีการปกปิดทรัพย์สินอื่น หรือให้ผู้อื่นมาถือครองทรัพย์สินแทนในลักษณะนอมินีหรือไม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้

ที่มา ; เว็บ นสพ.ไทยรัฐ


    คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

ฟรี... ห้องเตรียมสอบ-ครูผู้ช่วย
-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

" ติวสอบดอทคอม "  โดย อ.นิกร 
เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
(เตรียมสอบครู-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม