หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา (รอง.-ผอ.รร.) ปี 2561

ติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา (รอง.-ผอ.รร.) ปี 2561
ติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา (รอง.-ผอ.รร.) ปี 2561

หนังสือติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา

หนังสือติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา
หนังสือติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา รอง-ผอ.รร

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค
หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2561

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com โดย อ.นิกร


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   


ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2561

title

ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2561 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2561 เวลา 20.15 น.

 
สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ตั้งแต่ทรงดำรงพระราชฐานะพระรัชทายาท  เมื่อเสด็จขึ้นทรงราชย์ ทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์เป็นสำคัญ  โดยมีพระราชประสงค์ที่จะสนองพระราชปณิธานในสมเด็จพระบรมชนกนาถ ด้วยการสืบสาน รักษา และต่อยอดศาสตร์พระราชา และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และประเทศชาติเจริญก้าวหน้ามั่นคง

อาทิ พระราชทานความสุขแก่ประชาชน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้พระลานพระราชวังดุสิต จัดการแสดงดนตรี โดยมีวงดนตรีจากหน่วยงานต่าง ๆ หมุนเวียนกันมาจัดแสดง  จัดงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมถึงเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติ เผยแพร่ความงดงามของความเป็นไทย และวิถีชีวิตของคนไทยในอดีตถึงปัจจุบัน ทรงส่งเสริม สืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาติ ได้แก่ งาน“เถลิงศกสุขสันต์มหาสงกรานต์ ตำนานไทย” งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ มีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและทุกจังหวัดทั่วประเทศ ในการบรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน อีกทั้ง สร้างสานสัมพันธ์ระหว่างข้าราชบริพาร หน่วยงานในพระองค์ หน่วยงานของรัฐ เอกชนและประชาชน ทรงห่วงใยประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ รวมทั้งทหาร ตำรวจ ที่บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้แทนพระองค์ไปมอบสิ่งของพระราชทาน พร้อมเชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยและให้กำลังใจ  สร้างความซาบซึ้งและปลาบปลื้มปีติแก่ทหาร ตำรวจและประชาชนเป็นอย่างยิ่ง  พระราชทานทุนการศึกษาแก่เด็กที่ยากจนและด้อยโอกาส มีรับสั่งให้องคมนตรีดูแลติดตามเรื่องการศึกษา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพคนไทยให้มีพื้นฐานชีวิตเข้มแข็ง ตลอดจนพัฒนาระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีพระบรมราโชบายให้มหาวิทยาลัยราชภัฏ ผลิตครูที่มีคุณภาพ และทำหน้าที่พัฒนาท้องถิ่น ทรงอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา และทุก ๆ ศาสนาในประเทศ ทรงปลูกฝังให้ชาวไทยปฏิบัติธรรม สวดมนต์สรรเสริญคุณพระรัตนตรัยในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และวันสำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช  เพื่อแสดงกตัญญุตาคุณ ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความดีงาม สุจริต เที่ยงธรรม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพิมพ์บทเจริญพระพุทธมนต์และทรงออกแบบปกด้วยพระองค์เอง พระราชทานแก่ข้าราชบริพารและประชาชนอีกทั้ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร  เป็นต้น

ทั้งนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม  2561 รัฐบาลขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทย ทุกหมู่เหล่า รวมใจเป็นหนึ่งเดียว แสดงพลังแห่งความจงรักภักดี  ด้วยการร่วมขับร้องบทเพลง “สดุดีจอมราชา” โดยพร้อมเพรียงกัน ทั่วประเทศ ในพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล  ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน สถิตเป็นพระมิ่งขวัญปกเกล้าปกกระหม่อมอาณาประชาราษฎร์ตราบกาลนาน
 
 
พี่น้องประชาชนที่เคารพ ครับ       
ในช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมารัฐบาลและ คสช.  ได้ดำเนินนโยบายต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ นานาในอดีต และวางรากฐานการพัฒนาประเทศ โดยก้าวข้ามกับดัก ก้าวไปข้างหน้า ให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ อย่างสมภาคภูมิ  สามารถสร้างความเชื่อมั่นและไว้ใจจากประชาคมโลกได้ โดยลำดับ อาทิ เรื่องการบินพลเรือน (ICAO) การประมงที่ถูกต้องตามหลักสากล (IUU) และสถานการณ์ค้ามนุษย์ที่อยู่ในระดับที่ดีขึ้น (TIP report) มาโดยลำดับ เป็นต้น ล่าสุดองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (WIPO) ได้เปิดเผยรายงานการประเมินผลดัชนีนวัตกรรมโลก ประจำปี 2561 โดยประเทศไทยมีอันดับดีขึ้นถึง 7 อันดับ จากอันดับที่ 51 ในปีที่แล้ว มาเป็นอันดับที่ 44 ในปีนี้ จากทั้งหมด 126 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ เรายังถูกจัดให้เป็นผู้นำในหลาย ๆ ด้าน เช่น การส่งออกสินค้าที่สร้างสรรค์–สินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง การจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร และที่สำคัญคือ การเป็น 1 ใน 20 ประเทศที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาด้านนวัตกรรม  
         
สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จะเป็น หลักฐานเชิงประจักษ์  ที่สากลให้การยอมรับในฐานะและจุดยืนของประเทศไทย ในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้น  ส่งผลให้การเดินทางเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทุกมิติ เป็นไปด้วยความราบรื่น   ซึ่งผลการเยือนอังกฤษและฝรั่งเศส เมื่อเดือนที่ผ่านมา ก็เป็นไปด้วยดี ตามที่ผมได้เล่าให้ฟังไปแล้ว  และล่าสุดจากการเยือนศรีลังกา โดยให้ความสำคัญของการเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระหว่างไทยและศรีลังกา  อาทิ การเชื่อมไทยและศรีลังกาผ่านกรอบความร่วมมือ ACMECS และการเชื่อมท่าเรือโคลัมโบของศรีลังกา กับระนองของไทย เป็นต้น  ซึ่งจะไม่เป็นเพียงการพูดคุย แล้วก็ผ่านเลยไป แต่รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนกับประเทศต่าง ๆ แล้ว และจะส่งต่อให้กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รับไปดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ที่หวังเอาไว้
            
สำหรับการเยือนภูฏานนั้น เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือให้แน่นแฟ้นในทุกมิติ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว สาธารณสุข และการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่สำคัญอย่างที่สุด คือ ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดทั้งในระดับราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชน  ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง ที่สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีมีพระบรมราชานุญาต ให้ผมและคณะเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระราชวังทาชิโชอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อมโยงทางพุทธศาสนา สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะสถาบันกษัตริย์ อันเป็นจุดเชื่อมโยงจิตใจของประชาชนทั้งสองประเทศด้วย  ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ส่วนใหญ่อยู่ในบริบทของความร่วมมือทางวิชาการ อาทิ ด้านการพัฒนาสาธารณสุข   และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  โดยภูฏาน มองไทยเป็นแบบอย่างในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่สอดคล้องกับทฤษฎีความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness - GNH)ของภูฏาน  
               
สำหรับโครงการความร่วมมือที่สำคัญ อาทิ โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีโครงการผลิตภัณฑ์ OGOP (One Gewog One Product)ของภูฏาน และโครงการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบทางการเกษตรในพระราชดำริของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีฯ ณ เมืองพูนาคา ซึ่งได้น้อมนำหลักเกษตรทฤษฎีใหม่และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้เป็นต้นแบบ ในการออกแบบโครงการด้านระบบชลประทานและการบริหารจัดการน้ำ   สำหรับโครงการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ฯ อีกด้วย  นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นว่าความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเป็นสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพและเอื้อประโยชน์แก่กันได้  จึงเห็นควรผลักดันความร่วมมือดังกล่าวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน  ผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย - ภูฏาน (JTC)  ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันให้ประเด็นดังกล่าวประสบความสำเร็จได้ ในอนาคต
 
พี่น้องประชาชนที่เคารพ ครับ
           
สำหรับการเดินทางไปตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 หรือ กลุ่มจังหวัดราชธานีเจริญศรีโสธร ประกอบด้วย จังหวัดอุบลราชธานี – อำนาจเจริญ–ศรีสะเกษและจังหวัดยโสธร เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นั้น  ก็เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ต้องลงพื้นที่  เพื่อติดตาม ประเมินผล การขับเคลื่อนในระดับปฏิบัติ แต่ละภูมิภาคของประเทศ และรับฟังปัญหาโดยตรงจากปากพี่น้องประชาชน รวมทั้งภาคเอกชนในพื้นที่  ซึ่งผมและคณะรัฐมนตรี ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ข้าราชการ และทุกภาคส่วนในพื้นที่ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
            
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมแปลกใจก็คือ กลุ่มจังหวัดนี้ แม้ว่าจะมีแม่น้ำโขง – ชี – มูล หล่อเลี้ยงภาคการผลิตที่นับว่าตั้งอยู่ในผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม มีผลผลิตที่หลากหลาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ที่ได้รับรองมาตรฐานเพิ่มขึ้น  อีกทั้ง ยังเป็นพื้นที่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและแหล่งแปรรูปสมุนไพรที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคอีสาน แต่ทำไมยังคงเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวต่ำที่สุดในประเทศ  
            
นอกจากนี้ ยังมีภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเป็นระยะทางยาว มีจุดผ่านแดน ทั้งจุดผ่านแดนถาวรและจุดผ่อนปรน รวม 9 ช่องทาง  อีกทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่โดดเด่นอยู่เป็นจำนวนมาก  แต่คงเป็นเพราะยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่  เนื่องจากโครงการพัฒนาต่าง ๆ ในอดีต ไม่กระจายมาถึงที่นี่ และไม่มียุทธศาสตร์ที่ต่อเนื่อง ระยะยาว  ซึ่งในครั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้ลงไปเห็นด้วยตา สัมผัสความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยใจ  โดยโครงการต่าง ๆ ที่ได้นำเสนอขึ้นมา หากสามารถเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ และมีความจำเป็นเร่งด่วน ก็ต้องพิจารณาปรับให้มาดำเนินการให้เร็วขึ้น  อาทิ การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ทั้งทางถนน – ทางราง – ทางอากาศ เพื่อการท่องเที่ยวและเชื่อมโยงการค้าชายแดน การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและแก้ไขปัญหาอุทกภัย  การยกระดับการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น โครงการเพิ่มศักยภาพการให้บริการของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ และศูนย์การแพทย์แผนไทย - พนา ซึ่งเป็นศูนย์การแพทย์ครบวงจร เป็นต้น  เพื่อให้กลุ่มจังหวัดนี้ บรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของคนในพื้นที่ คืออุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและเกษตรอินทรีย์เพิ่มมูลค่า การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ การค้าชายแดนได้มาตรฐานสากล             
           
ก้าวแรกแห่งความสำเร็จจากการประชุมคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ คือ เราได้เห็นผลสำเร็จจากการส่งเสริมสมุนไพรไทยตามนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการผลิตยาจากสมุนไพรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การผลิตยา  ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดสมุนไพรไทยโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสามารถส่งออกสมุนไพรและสารสกัดได้กว่าปีละ 1,000 ล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2564 เราจะสามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่า 5.69 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาชีพการปลูกสมุนไพร ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรในอนาคตอีกด้วย
            
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบในการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกต้นไม้ยืนต้นมูลค่าสูงในที่ดินกรรมสิทธิ์ เพื่อการออมและการสร้างมูลค่าของเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญกำหนดให้ไม้ยืนต้นที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ รวมทั้งสิ้น 58 ชนิด เช่น สัก พะยูง ชิงชัน แดง เต็ง ฯลฯ เป็นทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจได้  นับว่า ประเทศได้ป่า ประชาได้ประโยชน์ ยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว
 
พี่น้องประชาชน ครับ
            
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ – ครอบครัว – และชุมชน ซึ่งเป็นฐานรากของสังคมให้เข้มแข็งนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญ และจำเป็นอย่างมาก โดยต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ ให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน สตรี ครอบครัว ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ให้มีความมั่นคงในการดำรงชีวิตด้วยคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกันในสังคม
            
ในการนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เตรียมจัดงาน “Thailand Social Expo 2018” ขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 5 สิงหาคม นี้ ณ Hall 5 – 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี  ซึ่งเกิดจากองค์กรภาคีเครือข่ายด้านสังคม ด้วยการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนกว่า 80 หน่วยงานตามแนวทางประชารัฐ พร้อมด้วยหลักการทำงานตามแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นับว่าเป็นงานมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย และเตรียมก้าวเข้าสู่บทบาทนำในประชาคมอาเซียนในปีหน้าอีกด้วย
 
พี่น้องประชาชน ครับ
            
สำหรับประเด็นที่ผมอยากทำความเข้าใจให้ตรงกัน เกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะนั้น ถือเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่เป็นหน่วยปฏิบัติ ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ เช่น พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร และพระราชบัญญัติบริหารราชการเมืองพัทยา ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแล อปท. ตามที่กฎหมายกำหนดอีกทีซึ่งไม่ใช้อำนาจในการบังคับบัญชา ในขณะที่หน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข จะเป็นหน่วยงานกำหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ คำแนะนำ เพื่อจะให้อปท.ต่าง ๆ นำไปปฏิบัติให้อยู่ในกรอบ อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ  อปท.นั้นดำรงสาธารณะนิติบุคคลด้วยนะครับ
            
ทั้งนี้ การดำเนินการตามกฎหมายต่าง ๆ ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ในการบริหารจัดการขยะอย่างครบถ้วนจึงได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2560 เพื่อให้ครอบคลุมในทุกประเด็น ที่มากกว่าการเก็บขนขยะและการกำจัดขยะ อาทิ ประเด็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางตามหลัก 3Rs ได้แก่ การคัดแยกขยะ ใช้น้อย ใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ การหาประโยชน์จากการจัดการมูลฝอยโดยการทำเป็นธุรกิจ  การให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการขยะมูลฝอย รวมถึงกลไกในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยที่เป็นเอกภาพ เป็นต้น
            
ส่วนประเด็นที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า รัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทย จะเข้าไปครอบงำกระบวนการจัดการขยะมูลฝอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการให้เอกชนเข้ามาดำเนินการหรือร่วมดำเนินการนั้น  ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองฯ ได้อำนวยความสะดวกการให้เอกชน ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ ให้ยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ  ทั้งนี้ เพื่อความรอบคอบในการดำเนินการอย่างมั่นคงและยั่งยืนในการดำเนินการของเอกชน กฎหมายจึงกำหนดให้คำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐมาประกอบการดำเนินการด้วย  ซึ่งตามกฎหมายดังกล่าวรวมทั้งประกาศที่เกี่ยวข้องได้กำหนดหลักเกณฑ์เบื้องต้นในการพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการและอำนาจในการให้ความเห็นชอบนั้น เป็นอำนาจของรัฐมนตรีเจ้าสังกัด ดังนั้น การที่ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดการมูลฝอย พ.ศ. 2560 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองฯ ที่กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ที่รัฐมนตรีมอบหมายให้ความเห็นชอบในหลักการของโครงการที่จะมอบหมายให้เอกชนดำเนินการ หรือร่วมดำเนินการกำจัดมูลฝอย จึงเป็นไปตามหลักการเดียวกับกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุน ซึ่งไม่ใช่การเอื้อประโยชน์แก่บุคคลใดโดยเฉพาะ และหลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความเห็นชอบแล้ว อปท. ก็จะเป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกเอกชน โดยนำหลักเกณฑ์และวิธีการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมาบังคับใช้โดยอนุโลม
 
            
สำหรับประเด็นการนำพลังงานจากขยะเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้านั้น เรามีวิธีกำจัดขยะหลายวิธี แต่ปัจจุบันมักใช้การฝังกลบ หรือเทกอง ซึ่งไม่ใช่การจัดการขยะมีประสิทธิภาพสูงสุดเพราะยังคงมีปริมาณขยะตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก และใช้เวลานานในการย่อยสลาย ส่วนการเผาเพื่อลดปริมาณขยะนั้น นับเป็นวิธีที่จะทำให้การจัดการขยะมีประสิทธิภาพและสามารถนำพลังงานที่เกิดจากการเผาขยะไปใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ จึงเป็นวิธีการที่เกิดประโยชน์สูงสุด และได้มีการกำหนดไว้ใน Roadmap การจัดการขยะมูลฝอยและขยะอันตราย รวมทั้งแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ พ.ศ. 2559–2564 แล้ว  
            
ทั้งนี้ การขายกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้เข้าสู่ระบบไฟฟ้าของประเทศนั้นจะเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งได้กำหนดโควต้าและอัตราค่าไฟฟ้าในการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะเป็นพลังงานทดแทนประเภทหนึ่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งในการส่งเสริมให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการขยะของประเทศด้วย
            
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พบเห็นอยู่เสมอคือ เมื่อมีโครงการกำจัดขยะจะเกิดขึ้นที่ใด ก็จะมีการต่อต้านจากประชาชนอยู่เสมอ ในกรณีนี้ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการว่า ขยะเกิดที่ไหน ต้องกำจัดที่นั่น เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบร่วมกันในพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการดังกล่าว รัฐบาลจึงได้มีข้อยกเว้นใน 2 ประเด็นที่สำคัญ ได้แก่
           
 1. การยกเว้นการปฏิบัติตามผังเมืองให้สามารถก่อสร้างสถานที่กำจัดขยะในพื้นที่สีเขียวได้ เพราะสถานที่กำจัดขยะจำเป็นต้องอยู่ห่างจากชุมชนในระยะที่เหมาะสม  แต่อย่างไรก็ตามต้องมีการควบคุมการดำเนินงานไม่ก่อให้เกิดมลภาวะหรือเหตุรำคาญแก่สภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างเคร่งครัดด้วย
            
และ 2. การนำประมวลหลักการปฏิบัติ สำหรับโครงการที่เข้าข่ายได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่ใช้ขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิง มาใช้เป็นการอำนวยความสะดวกให้การดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่ใช้ขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิง เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงมีมาตรการควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่
            
ทั้งนี้ การกำหนดเงื่อนไขทั้ง 2 เรื่องดังกล่าว เป็นหลักปฏิบัติที่ใช้เป็นการทั่วไปไม่ได้ทำเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ใครโดยเฉพาะอย่างไรก็ตามพื้นที่ที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าต้องมีความเหมาะสมในการก่อสร้าง มีปริมาณขยะที่เพียงพอ เราคงไม่สามารถก่อสร้างทุก ๆ พื้นที่ ต้องมีการจัดกลุ่มให้ดีระหว่างพื้นที่จัดตั้งศูนย์คัดแยกและโรงไฟฟ้าให้เหมาะสม เราต่างเข้าใจตรงกันว่า การจัดการขยะเป็นเรื่องที่รอไม่ได้  เรามีขยะเกิดขึ้นทุกวัน และมีอัตราการเกิดขยะเพิ่มขึ้นตลอดเวลา เนื่องจากการเพิ่มจำนวนประชากร การเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ดังนั้น หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยให้มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนแล้ว ก็จะพอกพูนขึ้นไปเรื่อย ๆ จนยากที่จะรับมือ
 
สุดท้ายนี้หากพิจารณาดูแล้ว ส่วนหนึ่งที่ทำให้นักฟุตบอลเยาวชนหมูป่า ซึ่งประสบภัยทางธรรมชาติอย่างแสนสาหัส แต่ก็สามารถรอดพ้นวิกฤตครั้งนั้นมาได้  ด้วยความเป็นนักกีฬา ที่มีน้ำอด น้ำทน มีสุขภาพกายและจิตใจที่เข้มแข็ง  ดังนั้น ผมจึงอยากเชิญชวนพี่น้องชาวไทย หันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น เป็นกิจวัตร  ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ปราศจากโรคภัย ประหยัดค่าหมอ ค่ายาแล้ว  ยังช่วยให้ทุกคนมีสปิริตนักกีฬา มีทักษะการคิด การตัดสินใจที่ดี ภายใต้แรงกดดันอีกด้วย  

ทั้งนี้ การวิ่งนับว่าเป็นการออกกำลังที่ไม่ต้องลงทุนมาก  หากเป็นการวิ่งการกุศลแล้ว ก็จะได้บุญไปด้วย นะครับ  เช่น งาน “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดิน-วิ่งการกุศล” เพื่อหาเงินรายได้ส่วนหนึ่งช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วประเทศ อีกทั้งเป็นการสนองพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพดี และมีคุณภาพที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะผู้ป่วยยากไร้ในท้องถิ่นห่างไกล ให้ได้รับโอกาสเข้าถึงการบริบาลด้านสาธารณสุข  ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อการรักษาที่มีคุณภาพ อย่างเท่าเทียมกัน โดยสามารถจะร่วมสร้างกุศล ด้วยการร่วมกิจกรรมเดิน – วิ่ง ในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน ศกนี้ หรือร่วมแสดงพลังน้ำใจคนไทย ด้วยการสมทบทุน ตามช่องทางต่าง ๆ ตามหน้าจอ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (www.crcharityrun.com หรือโทรฯ 064-585-5230, 064-585-5256, 064-585-5257)
 
พี่น้องประชาชนครับ พรุ่งนี้รายการเดินหน้าประเทศไทย “ทุกวันเสาร์ เราปฏิรูป” จะเป็นการนำเสนอในแนวใหม่ ๆ ที่เน้นสร้างการรับรู้ เข้าใจ และร่วมมือ  เพื่อสร้างไทยไปด้วยกัน ผมอยากให้รอติดตามชม เหมือนทุก ๆ เย็น หลังเคารพธงชาติ  ที่รัฐบาลและ คสช. พยายามที่จะนำเสนอเนื้อหา สาระที่เป็นประโยชน์ สำหรับทุกคนครับ           
 
ขอบคุณครับ  ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพ และทุกครอบครัวมีความสุขปลอดภัยในช่วงวันหยุดยาว นะครับ สวัสดีครับ









ที่มา; เว็บสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน (รอง/ผอ.รร.)  


 ติวสอบครูผู้ช่วสย 2561

โดย อ.นิกร ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีสอบราชการ ครู ผู้บริหาร ฯลฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม