หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบ รอง.ผอ.รร ปี 2563

ติวสอบ รอง.ผอ.รร ปี 2563
ติวสอบ รอง.ผอ.รร ปี 2563

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สรุปผลการประชุม ครม.

ข้อสอบออนไลน์ ชุดใหม่





ติวสอบออนไลน์ ชุด นโยบายรัฐบาล



สรุปผลการประชุม ครม.                                                              

                วันนี้ (29 ตุลาคม 2556)  เมื่อเวลา 09.00 . ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2                สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล   นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี 
                จากนั้น นายธีรัตถ์  รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  พร้อมด้วย นายภักดีหาญส์                หิมะทองคำ และร้อยโทหญิง สุณิสา  เลิศภควัต   รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ได้แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

กฎหมาย
                1.     เรื่อง          ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลง                                สินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ พ.ศ. 2540 พ.ศ. ....
เศรษฐกิจ – สังคม
                2.     เรื่อง          การจัดสรรเงินงบประมาณเหลือจ่ายเพื่อจ่ายเป็นเงินรางวัลและสิ่งจูงใจสำหรับ                                     ข้าราชการธุรการและลูกจ้างประจำของสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปี                                    งบประมาณ พ.ศ. 2555
                3.     เรื่อง          ข้อเสนอความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการทุนการศึกษา
                                สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน
                                ในระยะยาว
                4.     เรื่อง การช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2555/56
ต่างประเทศ
                5.     เรื่อง การขยายเวลาเปิดจุดผ่านแดนถาวรไทย กัมพูชา
                6.     เรื่อง ขอให้รัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมของทบวงการพลังงานปรมาณู                            ระหว่างประเทศ
                7.     เรื่อง ขอความเห็นชอบการลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยท่าเรือบก
                8.     เรื่อง เอกสารผลการประชุมสภารัฐมนตรีสมาคมความร่วมมือแห่งมหาสมุทรอินเดีย
                                ครั้งที่ 13
แต่งตั้ง
                9.     เรื่อง          แต่งตั้ง
                                1. รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิลเสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำ          ประเทศไทย
                                2. แต่งตั้งกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดสงขลา
                                3. แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ                         (กระทรวงการคลัง)
                                4. แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับ                     ทรงคุณวุฒิ (กระทรวงสาธารณสุข)
                                5. แต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย
                                6. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการ            วิจัยการเกษตร
                                7. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และ                 เทคโนโลยีแห่งชาติแทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ครบเกษียณอายุราชการ
                                8. แต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง                                            กระทรวงมหาดไทย
                                9. ขออนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร                    ระดับสูง (กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)



*****************************************************
 เอกสารชุดนี้เป็นเอกสารข่าวสรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น
สำหรับมติคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการกรุณาตรวจสอบที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
 โทร . 0 2280-9000 ต่อ 268 หรือ 436
สำนักโฆษกขอเชิญติดตามการถ่ายทอดสดการแถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี
ทุกวันอังคาร หรือวันที่มีการประชุม ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทาง F.M. 92.5
ในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนต่างจังหวัด
รับฟังได้ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยประจำจังหวัด
สำนักโฆษก   สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โทร. 0 2288-4396



กฎหมาย
1.  เรื่อง  ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์                       เป็นหลักทรัพย์ พ.ศ. 2540 พ.ศ. ....
                คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ พ.ศ. 2540 พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาแล้ว และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ
                สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติที่ สคก. ตรวจพิจารณาแล้ว มีดังนี้
                1. บทนิยาม “นิติบุคคลเฉพาะกิจ” หมายความว่า ตัวกลางที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ และได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจตามพระราชกำหนดนี้
                   “การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์” หมายความว่า  การที่นิติบุคคลเฉพาะกิจรับโอนสินทรัพย์หรือรับสินทรัพย์ไว้เป็นหลักประกันจากผู้จำหน่ายสินทรัพย์เพื่อทำการออกและจำหน่ายหลักทรัพย์แก่ผู้ลงทุน โดยนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายหลักทรัพย์มาชำระหรือมอบให้แก่ผู้จำหน่ายสินทรัพย์ตามความตกลงที่ทำไว้ และจะมีการชำระหนี้แก่ผู้ถือหลักทรัพย์โดยขึ้นอยู่กับกระแสรายรับที่เกิดจากสินทรัพย์ที่รับโอนมาหรือที่รับไว้เป็นหลักประกัน
                   “สินทรัพย์” หมายความว่า 1) สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้เป็นเงินที่ก่อให้เกิดกระแสรายรับ หรือ  2) สิทธิเรียกร้องที่จะมีขึ้นในอนาคตโดยให้ชำระหนี้เป็นเงินที่ก่อให้เกิดกระแสรายรับตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
                   “ผู้จำหน่ายสินทรัพย์” หมายความว่า ผู้โอนหรือจะโอนสินทรัพย์ หรือให้หรือจะให้สินทรัพย์         ไว้เป็นหลักประกันแก่นิติบุคคลเฉพาะกิจในการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
                2. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดให้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดนี้             ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
                   2.1 กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
                   2.2 กำกับดูแลให้นิติบุคคลเฉพาะกิจปฏิบัติตามพระราชกำหนดนี้
                   2.3 กำหนดประเภทของสินทรัพย์ที่อนุญาตให้ทำการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ และประเภทของหลักทรัพย์ที่จะออกเนื่องจากการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ฯลฯ
                   ทั้งนี้ คณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจมอบอำนาจหน้าที่ให้คณะกรรมการกำกับตลาดทุนตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ดำเนินการแทนได้
                3. หลักเกณฑ์การจดทะเบียนนิติบุคคลเฉพาะกิจ
                   3.1 เพิ่มเติมหลักเกณฑ์การจดทะเบียนนิติบุคคลเฉพาะกิจ โดยบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือทรัสต์ที่จะจัดตั้งเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจ ต้องมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
                   3.2 นิติบุคคลเฉพาะกิจจะดำเนินการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์หลายโครงการ                ในขณะเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่ในกรณีที่นิติบุคคลเฉพาะกิจดำเนินการโดยการก่อตั้งทรัสต์ ทรัสตีอาจดำเนินการ                       แปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์หลายโครงการในขณะเดียวกันได้
                4. ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของนิติบุคคลเฉพาะกิจ ในการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ห้ามมิให้      นิติบุคคลเฉพาะกิจกระทำการใดนอกจากที่กำหนดไว้ในโครงการที่ได้รับอนุมัติ เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผัน                  จากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
                5. การได้รับยกเว้นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการโอนสิทธิเรียกร้อง กำหนดให้นิติบุคคลเฉพาะกิจได้รับยกเว้นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการโอนสิทธิเรียกร้อง ดังนี้
                   5.1 การโอนสินทรัพย์ที่ผู้รับชำระหนี้เดิมเป็นตัวแทนเรียกเก็บและรับชำระหนี้
                   5.2 การโอนสินทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนตัวแทนเรียกเก็บและรับชำระหนี้โดยผลของกฎหมาย                อันเนื่องมาจากการควบกิจการของนิติบุคคลดังกล่าว
              6. การยกเว้นค่าธรรมเนียมกรณีการโอนและการเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน การโอนและการเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนเกี่ยวกับสินทรัพย์ตามโครงการที่ได้รับอนุมัติ ให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม                  ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะกำหนดในกฎหมายใด ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับการโอนและการเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือหลักประกันที่เกี่ยวพันกับสินทรัพย์ตามโครงการที่ได้รับอนุมัติโดยอนุโลม
                7. การเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความในศาลของนิติบุคคลเฉพาะกิจ ในกรณีที่มีการฟ้องคดีต่อศาลเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่โอนให้แก่นิติบุคคลเฉพาะกิจตามโครงการที่ได้รับอนุมัติ ให้นิติบุคคลเฉพาะกิจเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนผู้จำหน่ายสินทรัพย์
                8. บทสันนิษฐานสำหรับการกำหนดราคาอันสมควรในการโอนสินทรัพย์ การโอนสินทรัพย์                จากผู้จำหน่ายสินทรัพย์ไปยังนิติบุคคลเฉพาะกิจในโครงการที่ได้รับอนุมัติด้วยมูลค่าดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นราคา              อันสมควรและไม่เป็นการโอนโดยมีค่าตอบแทนน้อยเกินสมควร หรือทำให้เจ้าหนี้ของผู้จำหน่ายสินทรัพย์เสียเปรียบ
                   8.1 มูลค่าทางบัญชีตามมาตรฐานการบัญชี
                   8.2 มูลค่าที่ที่ปรึกษาทางการเงินซึ่งมิใช่ที่ปรึกษาทางการเงินของโครงการนั้นได้ให้ความเห็นว่าเป็นราคาอันสมควรในการโอนสินทรัพย์ของโครงการ และพิจารณาถึงการเพิ่มความน่าเชื่อถือของธุรกรรมในการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ด้วยแล้ว
                9. บทกำหนดโทษ นิติบุคคลเฉพาะกิจใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 13 หรือมาตรา 15 วรรคสอง หรือตัวแทนเรียกเก็บและรับชำระหนี้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 15/1 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน                  สามแสนบาท
                10. บทเฉพาะกาล บรรดาประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ออกตามพระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ พ.ศ. 2540 ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปจนกว่าจะได้มีประกาศที่ออกตามพระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ พ.ศ. 2540 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

เศรษฐกิจ – สังคม
2.  เรื่อง  การจัดสรรเงินงบประมาณเหลือจ่ายเพื่อจ่ายเป็นเงินรางวัลและสิ่งจูงใจสำหรับข้าราชการธุรการและลูกจ้างประจำของสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555
                คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและเห็นชอบ  ตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 1 (ฝ่ายเศรษฐกิจ) ในคราวประชุมครั้งที่ 9/2556 วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2556 ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) ประธานกรรมการเสนอให้เบิกจ่ายเงินเหลือจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 จำนวน 10 ล้านบาท ที่ได้ผ่านการพิจารณาจากกระทรวงการคลัง (กค.) แล้ว มาดำเนินการจัดสรรเพื่อจ่ายเป็นเงินรางวัลสำหรับข้าราชการธุรการและลูกจ้างประจำของสำนักงานอัยการสูงสุด (อส.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดเสนอ โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ แนวทางและวิธีการ การจัดสรรเงินรางวัลสำหรับส่วนราชการสังกัดฝ่ายบริหาร ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2556 (เรื่อง แนวทางการจัดสรรเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 สำหรับส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา)
3.  เรื่อง  ข้อเสนอความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
                คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการของข้อเสนอความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ตามมติ             ที่ประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ ดังนี้
                1. อนุมัติในหลักการให้สำนักงบประมาณ (สงป.) จัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานหลักที่ร่วมประสานปฏิบัติภารกิจในโครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นประจำทุกปี โดยให้ทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณต่อไป
                2. เห็นชอบให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ประสานกระทรวงการคลัง (กค.) กระทรวงคมนาคม (คค.) กระทรวงพลังงาน (พน.) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ทก.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เพื่อขอความร่วมมือหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจในสังกัดในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) เพื่อร่วมสมทบทุนการศึกษาในโครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทุกปี ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ปีละประมาณ 60,000,000 บาท
              ทั้งนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป

4. เรื่อง การช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2555/56
                   คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 1 (ฝ่ายเศรษฐกิจ) ในคราวประชุมครั้งที่ 12/2556 เมื่อวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม 2556  ตามที่ รองนายกรัฐมนตรี (นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล) รองประธานกรรมการ เสนอ ให้มีการอนุมัติการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ไม่สามารถใช้สิทธิ์ ครั้งที่ 2 เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2555/56 ได้ทัน วันที่ 15 กันยายน 2556 เป็นกรณีพิเศษ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ เนื่องจากเป็นผลจากการดำเนินการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ขอให้เกษตรกรเลื่อนการเพาะปลูกและปล่อยน้ำชลประทานล่าช้า
                   ทั้งนี้ มอบหมายคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับจังหวัดกำกับดูแลการช่วยเหลือให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอน รวมทั้งเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการขอรับเงินเยียวยา เพื่อให้ประโยชน์ตกแก่เกษตรกรอย่างแท้จริงตามปริมาณผลผลิตจริงที่เกษตรกรนำไปจำหน่าย และไม่เกินปริมาณตามหนังสือรับรองเกษตรกรโดยกำหนดหลักเกณฑ์ เอกสารหลักฐาน วิธีการขอรับเงินเยียวยาและการจ่ายเงินเยียวยา ดังนี้
                   1. หลักเกณฑ์ที่กำหนด
                             1.1 เป็นเกษตรกรที่มีหนังสือรับรองเกษตรกรโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2555/56 
ครั้งที่ 2 ระบุวันเก็บเกี่ยวไม่เกิน 15 กันยายน 2556 แต่ไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ทันภายในระยะเวลารับจำนำที่กำหนด
                             1.2 เป็นเกษตรกรที่ได้มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2555/56 ครั้งที่ 2 ที่ระบุวันเก็บเกี่ยว 16-30 กันยายน 2556 ซึ่ง กษจะต้องตรวจสอบและออกหนังสือรับรองเกษตรกรให้แก่เกษตรกรเพื่อใช้ในการเยียวยาครั้งนี้ต่อไป
                    2. เอกสารหลักฐานในการขอเยียวยา
                             2.1 หนังสือรับรองเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2555/56 ครั้งที่ 2 ตัวจริงที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2555/56 ครั้งที่ 2 ให้เกษตรอำเภอลงนามในหนังสือรับรองเกษตรกรฯ ด้วย หากเกษตรกรไม่ได้เก็บหลักฐานดังกล่าวไว้ หรือหลักฐานดังกล่าวสูญหาย ให้เกษตรกรไปแจ้งความ และให้ใช้เอกสารใบแจ้งความไปขอสำเนาหนังสือรับรองเกษตรกรฯ
                             2. ใบชั่งน้ำหนักข้าวเปลือกและใบเสร็จการจ่ายเงินของโรงสีที่เกษตรกรนำข้าวเปลือกไปจำหน่ายเพื่อให้เกิดความรัดกุมและป้องกันการทุจริตให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด เกษตรกร และเจ้าของโรงสีที่เกษตรกรนำข้าวเปลือกไปจำหน่าย ลงนามรับรองในใบชั่งนำหนักข้าวเปลือกและใบเสร็จการจ่ายเงิน สำหรับกรณีเกษตรกรไม่ได้เก็บหลักฐานดังกล่าวไว้ หรือหลักฐานสูญหาย เห็นสมควรให้เกษตรกรไปแจ้งความ และให้ใช้เอกสารใบแจ้งความไปขอสำเนาต้นฉบับใบชั่งน้ำหนักข้าวเปลือกและใบเสร็จการจ่ายเงินของโรงสีที่เกษตรกรนำข้าวเปลือกไปจำหน่าย
                   3. วิธีการขอรับการเยียวยา
                             3.1 ให้คณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับจังหวัดแต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับอำเภอ โดยมีนายอำเภอเป็นประธาน
                             3.2 ให้เกษตรกรที่จะขอรับการเยียวยา นำเอกสาร หลักฐานตามข้อ 2 ไปแสดงต่อคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับอำเภอเพื่อลงทะเบียนขอรับการเยียวยา
                             3.3 ให้คณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับอำเภอ ตรวจสอบเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนตามที่กำหนด แล้วรวบรวมส่ง ธ..เพื่อจ่ายเงินเยียวยาให้ ธ..จ่ายเงินตามรายชื่อเกษตรกรที่ได้รับโดยให้ตรวจสอบว่าเกษตรกรดังกล่าวใช้สิทธิ์ในการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2555/56 ครั้งที่ 2 หรือไม่ กรณี            ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์ให้ ธ..จ่ายเงินเข้าบัญชีให้เกษตรกรโดยตรงต่อไป
                   4. การจ่ายเงินเยียวยา
                   ให้ ธ..จ่ายเงินตามรายชื่อเกษตรกรที่ได้รับการตรวจสอบว่าเกษตรกรดังกล่าวใช้สิทธิ์ในการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2555/56 ครั้งที่ 2 หรือไม่ กรณียังไม่ได้ใช้สิทธิ์ให้ ธ...จ่ายเงินเข้าบัญชีให้เกษตรกรโดยตรงต่อไป

ต่างประเทศ
5. เรื่อง การขยายเวลาเปิดจุดผ่านแดนถาวรไทย กัมพูชา
                   คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการดำเนินการขยายเวลาเปิดจุดผ่านแดนถาวรไทย กัมพูชา จาก เวลา 07.00 น. 20.00 น. เป็น 06.00 น. 22.00 น. จำนวน 5 แห่ง ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ ดังนี้
                   1. จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
                   2. จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
                   3. จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
                   4. จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
                   5. จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

6. เรื่อง ขอให้รัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ
                   คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติกระทรวงวิทยาศาสตร์แลเทคโนโลยี (วท.) ตอบรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในประเทศไทย และให้ วท. ดำเนินการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แจ้งให้คณะผู้แทนถาวรไทย ประจำกรุงเวียนนา ทราบและแจ้งทบวงการการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ตามแนวทางปฏิบัติต่อไป จำนวน 2 รายการ ตามที่ วท. เสนอ ดังนี้
                   1. การประชุมเชิงปฏิบัติการ Regional Workshop on Occupational Radiation Protection and ALARA in Waste Management ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 11 -15 พฤศจิกายน 2556
                   2. การประชุม Asian Nuclear Safety Network (ANSN) Steering Committee (SC) Meeting ครั้งที่ 18 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 20 -22 พฤศจิกายน 2556
                       สาระสำคัญของเรื่อง
                        วท. รายงานว่า
                        สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ วท. ในฐานะผู้ประสานงานแห่งชาติระหว่างประเทศกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency, IAEA) ได้รับการประสานผ่านคณะผู้แทนถาวรของประเทศ ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรียว่า ทบวงการฯ ได้ขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในประเทศจำนวน 2 รายการ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
                       1. การประชุมเชิงปฏิบัติการ Regional Workshop on Occupational Radiation Protection and ALARA in Waste Management ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 11 - 15 พฤศจิกายน 2556  มีวัตถุประสงค์เพื่อ  ก) ทบทวนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการได้รับรังสีจากการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกากกัมมันตรังสี  ข) พิจารณาและเสนอแนะวิธีการพัฒนาปรับปรุงระบบความปลอดภัยในการจัดการกากกัมมันตรังสี รวมทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ที่มีการเปรอะเปื้อนทางรังสี โดยเน้นการปกป้องผู้ปฏิบัติงาน และ ค) พิจารณาความร่วมมือเครือข่าย ALARA ในภูมิภาคเอเชีย (ARAN) กับเครือข่ายอื่น ๆ เพื่อลดการได้รับรังสี ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ จำนวน 40 คน
                        2. การประชุม Asian Nuclear Safety Network (ANSN) Steering Committee (SC) Meeting ครั้งที่ 18 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 20 -22 พฤศจิกายน 2556  มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนความก้าวหน้าของกิจกรรมการดำเนินงานต่าง ๆ ของ ANSN ตั้งแต่การประชุมคณะกรรมการอำนวยการฯ ครั้งที่ผ่านมา เพื่อหารือและรับรองกิจกรรมต่าง ๆ ในระดับชาติ และระดับภูมิภาคของ ANSN และให้มีการจัดลำดับความสำคัญสำหรับปี พ.ศ. 2557 นอกจากนี้จะมีการหารือถึงผลของการประชุมครบองค์ของ ANSNครั้งที่ 2 ซึ่งกล่าวถึงการวางกลยุทธ์ของ ANSN ในด้านการประสานและร่วมมือกับเครือข่ายความปลอดภัยอื่น ๆ และระหว่างภายในสมาชิกของ ANSN โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 35 คน โดยประมาณจากประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่ได้รับเชิญ

7. เรื่อง ขอความเห็นชอบการลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยท่าเรือบก
                คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอดังนี้
                1. เห็นชอบการลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยท่าเรือบก
                2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ลงนามความตกลงในนามรัฐบาลไทย
                3. มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ดำเนินการจัดทำหนังสือมอบอำนาจเต็มให้แก่
ผู้ลงนามความตกลง และจัดทำข้อความการตั้งข้อสงวนในขั้นตอนการให้สัตยาบัน
                4. มอบหมายให้ กต. ดำเนินการจัดทำสัตยาบันสารเพื่อยื่นต่อเอสแคปในวันลงนามความตกลงดังกล่าว
                สาระสำคัญของเรื่อง
                ความตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยท่าเรือบกซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) ในการประชุมประจำปี สมัยที่ 69 เมื่อเดือนเมษายน 2556 มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับความตั้งใจของสมาชิกเอสแคปต่อการพัฒนาท่าเรือบกที่มีความสำคัญระดับชาติ เพื่อบูรณาการระบบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ โดยมีการนำเสนอในเรื่องต่าง ๆ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
                1. คำนิยามศัพท์และการดำเนินงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
                        1.1 ท่าเรือบก (Dry Port) ในความตกลงนี้หมายความถึง สถานที่ภายในแผ่นดินที่เป็นเสมือนศูนย์โลจิสติกส์ซึ่งเชื่อมต่อกับรูปแบบการขนส่งหนึ่งรูปแบบหรือมากกว่า ใช้สำหรับการขนถ่ายการเก็บสินค้า และการตรวจควบคุมการเคลื่อนย้ายสินค้าในการค้าระหว่างประเทศและการดำเนินการผ่านพิธีศุลกากร
                        1.2 รายชื่อท่าเรือบกตามภาคผนวก 1 เป็นฐานสำหรับการพัฒนาจุดเชื่อมโยงสำคัญในการบูรณาการระบบขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ โดยภาคีมีความตั้งใจจะพัฒนาท่าเรือบกในกรอบโครงการกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับของประเทศตน
                        1.3 ความตกลงฯ จะเปิดให้มีการลงนามสำหรับรัฐสมาชิกเอสแคปที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2556 หลังจากนั้น จะเปิดให้ลงนามที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2557
                        1.4 ความตกลงฯ จะมีผลบังคับใช้ 30 วันหลังจากวันที่สัตยาบันสาร สารการยอมรับ             สารให้ความเห็นชอบ หรือภาคยานุวัติสาร ฉบับที่ 8 ของความตกลงฉบับนี้ได้รับการส่งมอบ
                        1.5 เอสแคปจะจัดตั้งคณะทำงานว่าด้วยท่าเรือบกเพื่อพิจารณาการดำเนินการตามความ  ตกลงฯ และพิจารณาข้อเสนอการแก้ไขต่าง ๆ โดยรัฐสมาชิกเอสแคปทั้งหมดจะเป็นสมาชิกของคณะทำงาน ซึ่งจะประชุมทุก 2 ปี โดยภาคีสามารถเรียกร้องให้มีการประชุมคณะทำงานสมัยพิเศษได้
                        1.6 การแก้ไขความตกลงฯ จะทำได้ผ่านการเสนอจากภาคี โดยฝ่ายเลขานุการจะแจ้งเวียนข้อเสนอการแก้ไขให้สมาชิกทั้งหมดของคณะทำงาน
                        1.7 การแก้ไขรายชื่อท่าเรือบกในภาคผนวก 1 จะทำได้ผ่านการเสนอจากภาคีในรายการซึ่งตั้งอยู่ในอาณาเขตของตน
                        1.8 กรณีการระงับข้อพิพาท ความตกลงนี้ได้ระบุว่าในการส่งมอบสัตยาบันสาร รัฐใด ๆ อาจตั้งข้อสงวนโดยระบุว่าจะไม่ถูกผูกมัดโดยข้อกำหนดเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยการระงับข้อพิพาท (ตามข้อ 13 ของความตกลงฯ) ภาคีอื่น ๆ ก็จะไม่ถูกผูกมัดโดยข้อกำหนดเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยตามที่ภาคีใด ๆ นั้นได้ตั้งข้อสงวนไว้
                2. การระบุท่าเรือบกที่มีความสำคัญระดับนานาชาติในภาคผนวก 1
                        รายชื่อท่าเรือบกที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติปรากฏตามรายชื่อในภาคผนวกแนบท้าย ประกอบด้วย ท่าเรือบกที่มีอยู่ในปัจจุบัน 153 แห่ง และท่าเรือบกที่มีศักยภาพ 87 แห่งใน 27 ประเทศ โดยในส่วนของประเทศไทยมี 3 แห่ง ประกอบด้วย สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง กรุงเทพฯ เป็นท่าเรือบกที่มีอยู่ในปัจจุบัน และโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย และโครงการสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์นาทา จังหวัดหนองคาย เป็นท่าเรือบกที่มีศักยภาพ
                3. หลักแนวทางการพัฒนาและการดำเนินงานเกี่ยวกับท่าเรือบกในภาคผนวก 2
                        ภาคีจะใช้ความพยายามทุกอย่างที่เป็นไปได้ในการก่อสร้างการยกระดับ และการปฏิบัติท่าเรือบก โดยการพัฒนาและการดำเนินการเกี่ยวกับท่าเรือบกตามรายชื่อในภาคผนวก 1 ของความตกลงฯ จะมีแนวทางตามหลักการดังต่อไปนี้
                        3.1 หน้าที่หลักของเรือบก
                                ประกอบด้วยการขนถ่าย การเก็บชั่วคราว และการตรวจควบคุม การเคลื่อนย้ายสินค้าในการค้าระหว่างประเทศและการดำเนินการผ่านพิธีศุลกากร หน้าที่อื่น ๆ ของท่าเรือบก ได้แก่ การรับและส่งสินค้า การรวบและกระจายสินค้า การเก็บของในคลังสินค้า และการถ่ายลำ
                        3.2 กรอบด้านสถาบัน การบริหาร และกฎหมาย
                                ภาคีจะริเริ่มกรอบด้านสถาบัน การบริหาร และการกำกับดูแลที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาและการดำเนินงานท่าเรือบก รวมทั้งมาตรการสำหรับการตรวจสอบ และการดำเนินการควบคุมและผ่านพิธีศุลกากรที่เป็นไปตามกรอบกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของภาคีที่เกี่ยวข้อง ท่าเรือบกตามรายชื่อในภาคผนวก อาจจะได้รับการกำหนดให้เป็นจุดเริ่มต้นหรือปลายทางสำหรับเอกสารศุลกากร ทั้งนี้ ภาคีจะประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการขนส่งที่เกี่ยวข้อง องค์กรและสถาบันระหว่างประเทศ เพื่อสร้างการยอมรับท่าเรือบก เจ้าของท่าเรือบกเป็นได้ทั้งภาครัฐ เอกชน และการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน


                        3.3 การออกแบบ การวางผัง และความสามารถรองรับ
                                ท่าเรือบกจะได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถรองรับที่เพียงพอและการวางผังที่ปลอดภัยและสะดวกในการเคลื่อนย้ายตู้สินค้า สินค้าที่บรรทุก และยานพาหนะ ทั้งภายในและผ่านท่าเรือบก รวมทั้งการจัดเตรียมการขยายความสามารถรองรับตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงรูปแบบการขนส่ง ความต้องการของผู้ใช้บริการท่าเรือบก และปริมาณสินค้าและตู้สินค้าในอนาคต
                        3.4 โครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก
                                ท่าเรือบกจะมีโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์ อัตรากำลังคนที่เพียงพอต่อปริมาณสินค้าในปัจจุบันและที่คาดการณ์ไว้ตามดุลพินิจของภาคี ภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และแนวทางปฏิบัติของตน

8. เรื่อง เอกสารผลการประชุมสภารัฐมนตรีสมาคมความร่วมมือแห่งมหาสมุทรอินเดีย ครั้งที่ 13
                   คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.)  เสนอ ดังนี้
                   1. เห็นชอบต่อร่างแถลงการณ์เพิร์ท และร่างปฏิญญาสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดียว่าด้วยหลักการใช้มหาสมุทรอินเดียและทรัพยากรของมหาสมุทรอินเดียอย่างสันติและยั่งยืน
                   2. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรือผู้ได้รับมอบหมายร่วมรับรองร่างเอกสารดังกล่าว
                   3. หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขเอกสารดังกล่าวที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของไทย ให้ กต. ดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง
                   สาระสำคัญของร่างเอกสาร ทั้ง 2 ฉบับ มีดังนี้
                   1. ร่างแถลงการณ์เพิร์ท ระบุถึงแนวทางการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยและความมั่นคงทางทะเล การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน การจัดการประมง การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ความร่วมมือด้านวิชาการและวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและการพัฒนาของภูมิภาค รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินการตามอนุสัญญาว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเลและการเปลี่ยนชื่อจากสมาคมความร่วมมือแห่งมหาสมุทรอินเดีย IOR-ARC เป็นสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Rim Association) หรือ IORA
                   2. ร่างปฏิญญาสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดียว่าด้วยหลักการใช้มหาสมุทรอินเดียและทรัพยากรของมหาสมุทรอินเดียอย่างสันติและยั่นยืน จะกำหนดแนวทางการดำเนินการที่เรียกว่า “หลักการเพิร์ท” โดยเรียกร้องให้รัฐสมาชิกตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ พันธกรณีในการอนุรักษ์และการใช้มหาสมุทรอินเดียและทรัพยากรของมหาสมุทรอินเดียอย่างยั่งยืนตามกฎหมายระหว่างประเทศ พันธกรณีด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประโยชน์จากการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่นยืน การรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรประมง การจัดการกับภัยคุกคามต่าง ๆ และการเสริมสร้างศักยภาพให้กับรัฐสมาชิก
                   3. ร่างเอกสารทั้งสองฉบับไม่มีประเด็นพิจารณาตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องจากเป็นการแสดงเจตนารมณ์ด้านนโยบายร่วมกันของรัฐสมาชิก IOR-ARC เกี่ยวกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม รวมถึงความมั่นคงและความปลอดภัยในการเดินเรือในมหาสมุทรอินเดีย และโดยที่จะไม่มีการลงนามในเอกสารดังกล่าว เอกสารทั้งสองฉบับจึงไม่เป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศและไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
                   4ร่างแถลงการณ์และร่างปฏิญญาสอดคล้องกับนโยบายของไทย ในการดำเนินงานด้านความมั่นคงทางทะเล การประมง การจัดการภัยพิบัติ ความร่วมมือด้านวิชาการ วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม และจะเป็นแนวทางในการส่งเสริมความร่วมมือของไทยในกรอบนี้ต่อไปได้อย่างเป็นรูปธรรม
                   5. กรอบความร่วมมือนี้เป็นอีกกลไกหนึ่งในการส่งเสริมลู่ทางการค้าการลงทุนและการเชื่อมโยงการคมนาคมทางทะเล เนื่องจากภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง มีประชากรรวมประมาณ 2,500 ล้านคน และเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ โดยเฉพาะทรัพยากรประมง นอกจากนี้ ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากกรอบนี้ในการขอรับการสนับสนุนในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติวาระปี ค.ศ. 2017 2018 และประชาสัมพันธ์การดำเนินการและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของไทยในประเด็นระหว่างประเทศอื่น ๆ อาทิ Thai-Africa Initiative  ความมั่นคงทางทะเล และการจัดการภัยพิบัติ เป็นต้น

แต่งตั้ง
9. เรื่อง  แต่งตั้ง
              1. รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิลเสนอขอแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย
                   คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิลประจำประเทศไทยว่า รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิลมีความประสงค์ขอแต่งตั้ง นายฆิลเบร์โต ฟอนเซกา กีมาไรช์ เด โมว์รา (Mr. Gilberto Fonseca  Guimaraes de Moura) ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิลประจำประเทศไทยคนใหม่ โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงเทพมหานคร สืบแทน นายเปาลู เซซา เมรา เด วาชคอนเซลลูช (Mr. Paulo Cesar Meira de Vasconcellos) ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

              2. แต่งตั้งกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดสงขลา
                คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยว่า รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความประสงค์ขอแต่งตั้ง  นายจาง จิ้นสยง (Mr. Zhang Jinxiong) ให้ดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ณ จังหวัดสงขลา  โดยมีเขตกงสุลครอบคลุม 14 จังหวัดภาคใต้ของไทย ได้แก่ จังหวัดสงขลา กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส  ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต  ยะลา ระนอง สตูล และสุราษฎร์ธานี สืบแทน นายสวี่ หมิงเลี่ยง (Mr. Xu Mingliang) ซึ่งครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ

              3. แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (กระทรวงการคลัง)
                   คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงการคลัง ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ราย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนี้
                   1. นายสุวิชญ โรจนวานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้ (เศรษฐกรทรงคุณวุฒิ) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2556
                    2. นายอรรณพ บัวครื้น ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการจัดเก็บภาษี (ผู้อำนวยการเฉพาะด้าน (วิชาการภาษี)) กรมสรรพากร ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) กรมสรรพากร ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2556
                     3. นายณรงค์ ราบเรียบ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาธุรกิจและศักยภาพที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) กรมธนารักษ์ ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2556
                   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นต้นไป และให้ข้าราชการลำดับที่ 2 และลำดับที่ 3 พ้นจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2256 เนื่องจากครบเกษียณอายุราชการต่อไป


              4. แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ
(กระทรวงสาธารณสุข)
                     คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 ราย ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนี้
                        1. นางสาวพัชรี กัมพลานนท์ ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านทันตกรรม) กลุ่มงานทันตกรรมโรงพยาบาลหาดใหญ่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ทันตแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านทันตกรรม) กลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลหาดใหญ่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา สำนักงานปลัดกระทรวง ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2556
                        2. นายถวัลย์ พบลาภ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (ผู้อำนวยการเฉพาะด้าน (แพทย์)) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) กลุ่มที่ปรึกษาระดับกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2556
                ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นต้นไป และให้ข้าราชการลำดับที่ 2 พ้นจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2556 เนื่องจากครบเกษียณอายุราชการต่อไป

              5. แต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย
                คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งนายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอื่นในคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แทน นายธงชัย ศรีดามา ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากอายุครบหกสิบห้าปีบริบูรณ์ ตามมาตรา 5 (2) แห่งพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2556 เป็นต้นไป

              6. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
                คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรชุดใหม่ จำนวน 5 คน เนื่องจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิมได้ดำรงตำแหน่งครบกำหนดสามปีตามวาระแล้ว ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้ 1. นายทวีศักดิ์ ภู่หลำ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเกษตร 2. นายเกษมสันต์ จิณณวาโส ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี            3. นางสาวเมทนี สุคนธรักษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาบุคลากรวิจัย 4. นายสมหมาย เตชะศิรินุกูล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพาณิชย์และอุตสาหกรรม 5. นายวีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหารองค์กร ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่   29 ตุลาคม 2556 เป็นต้นไป

              7. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติแทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ครบเกษียณอายุราชการ
                คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติแทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ครบเกษียณอายุราชการ จำนวน 4 คน โดยให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนดังกล่าว อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้วตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2556 ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ ดังนี้ 1. นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ 2. นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ 3. นายสุทธิพร จิตต์มิตรภาพ 4. นายอภิชาต จงสกุล ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2556 เป็นต้นไป



              8. แต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง กระทรวงมหาดไทย
                คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้งนายทวี นริสศิริกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครนายก ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

              9. ขออนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
                คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นางทรงพร โกมลสุรเดช ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) กลุ่มที่ปรึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง             เป็นต้นไป

********************
รัฐบาลไทย


... เน็ตเร็ว คลิ๊กที่ www.tuewsob.com

... เน็ตช้า คลิ๊กที่ http://tuewsob.blogspot.com

... ห้องวิชาเอกครู คลิ๊กที่ http://uewsob2011.blogspot.com

... (ห้องข้อสอบใหม่) ..สอบครู..สอบผู้บริหาร..สอบบุคลากร ที่

"ติวสอบดอทคอม "

ผอ.นิกร  เพ็งลี

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม