หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบ รอง.ผอ.รร ปี 2563

ติวสอบ รอง.ผอ.รร ปี 2563
ติวสอบ รอง.ผอ.รร ปี 2563

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2559

รายการคืนความสุขให้คนในชาติ 2 กันยายน 2559

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com 

-นายกรัฐมนตรีพบเพื่อนครู + การศึกษาไทยศตวรรษ 21 นี่

-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี 2559

            -คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

 ข้อสอบออนไลน์ ( พัฒนาความรู้ครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่

 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
         
        
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 


รายการคืนความสุขให้คนในชาติ 2 กันยายน 2559


  • รายการคืนความสุขให้คนในชาติ 2 กันยายน 2559
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 2 กันยายน 2559 เวลา 20.15 น.
สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน
วันจันทร์ที่ผ่านมานั้น ผมมีความยินดีที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ขบวนใหม่ จำนวน 39 คัน จาก 115 คัน ซึ่งเราจะได้รับครบทั้งหมด ภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งการรถไฟได้รายงานว่าเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ 100 กว่าปี ของการรถไฟไทย 60 ปีที่ผ่านมาไม่มีการสร้างเส้นทางเพิ่มเติม และ 40 ปีที่ผ่านมาไม่มีการลงทุนใหม่ ๆ ไม่มีการซื้อขบวนรถใหม่ ก็ทำให้รถไฟซึ่งเป็นการคมนาคมที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ทรงริเริ่มไว้ อยู่ในปัญหา “ซบเซา” ไม่ได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพตลอดมา
โดยพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้บริการ เพียง 5% ของการเดินทางภายในประเทศทั้งหมด และปริมาณการขนส่งสินค้าเพียง 2% ของการขนส่งสินค้าภายในประเทศทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่ทั่วโลก ปัจจุบันให้ความสำคัญกับการขนส่งทางรถไฟมากที่สุด และมีการวิวัฒนาการไปไกลกว่าเรามาก เราคงรองเขาอยู่ ที่เขาเน้นในเรื่องนี้เพราะว่าประหยัด เชื่อมโยงกันได้ทั้งในประเทศ ไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ของโลกได้ และมีการขนส่งสินค้าราคาถูก แล้วขนส่งปริมาณมาก ๆ ทั้งคนทั้งสินค้าด้วย เพราะฉะนั้น จากการที่รถไฟของเรานั้น พัฒนาอย่างล่าช้ามานาน นับสิบ ๆ ปี เรามีปัญหาเรื่องการให้บริการ การพัฒนาพื้นที่ 2 ข้างทาง ซึ่งทำไม่ได้ตามกฎหมายเดิม จึงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และไม่มีการการปฏิรูปองค์กร ให้สอดรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของโลก วันนี้ผมได้ขอความร่วมมือกับบุคลากรทุกคนในองค์กร ขอความร่วมมือในการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง
โครงการนี้แม้ได้รับความเห็นชอบในวงเงิน 4,900 กว่าล้านบาท เมื่อปี 2554 การจัดซื้อจัดจ้างทำไม่สำเร็จ รัฐบาลนี้ได้เข้ามาเร่งรัดให้สามารถดำเนินการได้ โดยแก้ปัญหาข้อขัดข้องทั้งปวง ในทันที ให้สามารถลงนามในสัญญาซื้อ ในวงเงิน 4,600 กว่าล้านบาท ในปลายปี 2557 ถูกลงราว 300 ล้านบาท จากวงเงินที่ตั้งไว้เดิม แล้วเราก็จะได้รับรถขบวนใหม่ทั้งหมด ภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งมีทั้งตู้โดยสาร มีทั้งหัวรถจักรด้วย หลาย ๆ อย่างที่มีการจัดซื้อจัดหาใหม่ ทั้งนี้ เมื่อเปิดให้บริการแล้วคาดว่า รถไฟไทย น่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1,250 ล้านบาท ต่อปี ก็จะเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การให้บริการ ด้านความปลอดภัย ทันสมัย สะอาด และขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น สามารถอำนวยความสะดวกให้ทุกกลุ่มผู้โดยสาร ทั้งทั่วไป นักท่องเที่ยว คนพิการ ผู้สูงอายุ ก็จะกลับมาเป็นความหวังของประชาชนอีกครั้ง หลายอย่างกลับมาสู่การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ จะได้ไม่ต้องใช้เงินไปอุดหนุนมากนัก แล้วก็มีผลดีต่อสวัสดิการต่าง ๆ ของบุคลากรที่ทำงานอย่างหนักมาด้วยในอนาคต ทั้งนี้ รถไฟใหม่ 115 คันจะใช้เป็นขบวนรถด่วน 4 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานีกรุงเทพฯ-หนองคาย และกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ตามสถิติปริมาณ   ผู้โดยสาร และตามความนิยม จะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เมื่อการก่อสร้างทางคู่เสร็จสมบูรณ์ ทำให้สามารถถึงที่หมายปลายทาง อาจจะเร็วขึ้นได้เฉลี่ย 3 ชั่วโมง
ทั้งนี้ แผนการปฏิรูปรถไฟ ที่รัฐบาลนี้กำลังดำเนินการอยู่ครบวงจร ได้แก่
(1) โครงการพัฒนา ทางคู่ ในระยะ 5 ปี ของรัฐบาลนี้คือ การสร้างทางคู่ระยะแรก ระยะเร่งด่วน จำนวน 6 เส้นทาง และระยะที่ 2 อีก 8 เส้นทาง รวมระยะทาง 2,500 กว่ากิโลเมตร ก็คือให้รถสวนได้ ปัจจุบันสัดส่วนทางเดี่ยว มี 93% ทางคู่ มีเพียง 4% คิดดูว่ารถไฟจะไม่วิ่งช้าได้ยังไง ถึงแม้จะวิ่งเร็วกว่านี้ ต้องไปรอที่สถานีหน้า เพราะต้องวิ่งสวนทางบนรางเดียวกัน อันนี้ต้องแก้ปัญหาเรื่องรถไฟทางคู่ ความกว้าง 1 เมตร ของเดิมด้วย ในส่วนของการจราจรทางรถไฟนั้นอดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่เต็มศักยภาพ ทำให้ไม่ได้รับความนิยม ถึงที่หมายล่าช้า เพราะฉะนั้นเมื่อโครงการรถไฟทางคู่เสร็จสมบูรณ์ จะมีสัดส่วนทางคู่เพิ่มเป็น 60% ซึ่งคงจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ มากพอสมควร
ประการที่ 2 คือการแก้ปัญหาจุดตัดรถไฟซึ่งมี 1,000 กว่าแห่งทั่วประเทศ มีทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย คือไปข้ามเพิ่มเติมเอาเอง วันนี้ก็ปิดไม่ได้สักอัน เราต้องทำสะพานข้าม อุโมงค์ทางลอด และการติดตั้งสัญญาณไฟ และ
ประการที่ 3 คือ โครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง เพื่อจะเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย เหนือ-ใต้-ออก-ตก จะเชื่อมโยงกรุงเทพฯ กับเมืองเศรษฐกิจหลัก 4 ภาค ระยะแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา, กรุงเทพฯ - ระยอง, กรุงเทพฯ - หัวหิน และกรุงเทพฯ – พิษณุโลก - เชียงใหม่ และสามารถจะต่อประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคต่าง ๆ ของโลกได้อันนี้ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ก็ต้องวางแผนเป็นระยะ ๆ ระยะแรกจะทำได้เท่าไร ก็เป็นในประเทศก่อนนะครับ บางเส้นก็เชื่อมต่อต่างประเทศ ที่เหลือก็ทำต่อไป จัดทำแผนแม่บทไว้ให้เรียบร้อยนะครับ เราก็จะผลักดันที่เราทำไม่ได้ไปในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แล้วแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งมีระยะเวลา 5 ปี 2560-2564 ว่าจะต้องทำอะไรกันต่อไป ที่เราเริ่มไว้
ทั้งนี้ มีอีกหลายโครงการขนาดใหญ่ ที่เราคงจะต้องดำเนินการในลักษณะการจัดซื้อ-จัดจ้างใหม่ หรือทดแทนของเดิมให้สอดคล้องกับ พรบ.       งบประมาณ ที่จะต้องจัดทำใหม่เรื่องของการใช้จ่าย ผมได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพิ่มเติม ให้ไปศึกษาวิธีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยให้มีคณะกรรมการ 3 ระดับ เหมือนกับที่ฝ่ายความมั่นคงเขาทำกันอยู่ในปัจจุบันนะครับ ได้แก่
คณะแรก คือ คณะกรรมการกำหนดความต้องการ จะมีหน้าที่จัดทำประมาณการ และแผนการจัดหาล่วงหน้า มีแผนแม่บท ทั้งนี้ เพื่อจะขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามห้วงระยะเวลา ซึ่งคาดการณ์ได้ ไม่ใช่สะสมความต้องการหลายปี เช่นรถไฟนี่เหมือนกัน หลายโครงการ แล้วมาเสนอขอในคราวเดียวกัน ก็ทำไม่ได้ ต้องเริ่มต้น ประชาชนก็ใจร้อน
คณะที่ 2 คือ คณะกรรมการสรรหา ซึ่งต้องสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ประเทศ และหน่วยที่ใช้งาน ทั้งทางเทคนิคและความเป็นไปได้ ซึ่งจะต้องนำมาจากทางด้านที่ 1 แล้วสอดคล้องกับแผนสภาพัฒน์ฯ หรือแผนการปฏิรูปรถไฟ หรือหน่วยงานอื่น ก็แล้วแต่
คณะที่ 3 คือ คณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อจะลดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจให้ได้ เพราะฉะนั้นจะต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติ ต้องพิจารณาทั้งราคาของ การปรนนิบัติบำรุง และอะไหล่ การซ่อมแซมอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ การถ่ายทอดเทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้ ข้อมูลจากคณะกรรมการ ทั้ง 3 ระดับนั้น จะมานำใช้ประกอบในการจัดทำ TOR เพื่อดำเนินการจัดซื้อ-จัดจ้าง ต่อไป เพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส แล้วงบประมาณไม่ซ้ำซ้อน ต่อเองเชื่อมโยง ตรงความต้องการและมีการบริหารงบประมาณประเทศได้อย่างเป็นระบบ มีแบบแผน มียุทธศาสตร์
สำหรับปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ตามที่เป็นข่าวนั้นจริง ๆ แล้วรัฐบาลนี้คิดมาอย่างต่อเนื่อง พยายามแก้ไป แต่แก้ทั้งระบบทำได้ยากมาก เพราะว่าหลายอย่างทับซ้อนกันอยู่ ก็ต้องเข้าใจ ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ เป็นปัญหาเรื้อรัง ไม่ได้เกิดวันนี้ ไม่ได้เกิดมาจากปริมาณรถ หรือเส้นทางที่มีอยู่ปัจจุบันไม่สมดุลเท่านั้น เราต้องมองปัญหาทั้งระบบ และแก้ปัญหาอย่างมียุทธศาสตร์ ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ก็ขอเพียงความเข้าใจ และร่วมมือจากทุกฝ่าย ต้องมีการบูรณาการร่วมกันในหลายมาตรการ รัฐบาลทุกรัฐบาลก็พยายามจะแก้ แต่ก็แก้ไม่ได้ ตอนหลังก็คงเลิกแก้ไปแล้ว รัฐบาลนี้ก็พยายามจะแกะออกใหม่ แล้วแก้ให้ได้อย่างที่ประชาชนต้องการแต่ทุกคนต้องร่วมมือ ไม่อย่างนั้น เราก็ไม่สามารจะแก้ในทุกมิติได้อย่างบูรณาการ ประชาชนอาจจะไม่ยินยอมพร้อมใจ การจัดซื้อจัดจ้างก็ทำไม่ได้นะครับ สร้างถนน สร้างทางด่วน สร้างรถไฟ อะไรก็แล้วแต่  เพราะว่าปัญหาสำคัญก็คือปัญหาด้านงบประมาณด้วย มาตรการบางอย่างก็อาจจะกระตุ้นด้านเศรษฐกิจ แต่ส่งผลกระทบด้านสังคมจิตวิทยาบ้าง อาทิเช่นไม่เข้าใจกันก็อยากได้ แต่ก็ต้องมีหนี้ ต้องกู้เงิน มีภาระหนี้สินสูง เราก็ต้องไปหาให้ได้ รัฐบาลนี้ทำทุกอย่าง เอาปัญหามา แล้วก็คิดโครงการออกมา แล้วทำยังไงประชาชนจะเข้าใจ และยินยอมพร้อมใจในการที่จะดำเนินการให้ได้ ถ้าอยากได้ แต่ไม่ลงทุนอะไรกันเลย ก็ไม่ได้หมดทุกเรื่อง
วันนี้เราก็คิดในโครงสร้างใหญ่ด้วย อาทิเช่น
(1) การเชื่อมโยงกรุงเทพฯ – ชานเมือง และหัวเมืองใหญ่ ทั้งนี้เราต้องการจะกระจายความเจริญ ความแออัดออกนอกเขตเมืองกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่โดยได้มีการเร่งรัดโครงการก่อสร้างด้านคมนาคม ทั้งทางด่วน ทางพิเศษ วงแหวน และรถไฟ แล้วให้มีที่อยู่อาศัยของประชาชน ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย รายได้ปานกลาง รายได้น้อย รายได้มาก อะไรก็แล้วแต่กระจายไปอยู่ชานเมือง ทั้งภาคธุรกิจด้วยประชาชนสามารถเดินทางไปทำงานเช้า – กลับเย็นได้ อาทิเช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงใน 4 เส้นทาง รัฐบาลนี้ก็ได้เร่งรัดดำเนินการในระยะแรกให้ได้ โดยพิจารณาเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ 2 ข้างทางในเชิงธุรกิจด้วย เราก็ต้องไปดูเรื่องกฎหมาย ต้องมีการปรับปรุง ทั้งนี้ เพื่อจะยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนที่ถูกเวนคืนที่ดิน หรือในพื้นที่ที่รถไฟผ่าน เราแก้ปัญหาหนึ่ง จะต้องไม่ให้ชระชาชนเดือดร้อน จะทำยังไง กฎหมายว่ายังไง รัฐศาสตร์จะแก้ยังไง เราจะต้องให้มีที่อยู่อาศัย มีตลาด มีชุมชนใหม่เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งเป็นศูนย์ซ่อม สร้างงาน สร้างรายได้ในท้องถิ่นเหล่านี้เป็นต้น
ในเรื่องของการจัดระเบียบรถตู้โดยสารประจำทางมาตรฐาน ก็พยายามเต็มที่ วันนี้เส้นทางกรุงเทพฯ – จังหวัดต่าง ๆ ในระยะทาง ไม่เกิน 300 กิโลเมตร ก็จะต้องไปใช้พื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ทั้ง 3 สถานี จตุจักร สายใต้ เอกมัย ภายในเดือนตุลาคมปีนี้ ขออย่าต่อต้านเลย ต้องช่วยกัน ไม่เช่นนั้นก็ติดอยู่เหมือนเดิม การจราจรก็ต้องเริ่มทุกอัน ถ้าทุกคนยังต้องการประโยชน์อย่างเดิม กฎหมายไม่สนใจ เหล่านี้ก็พัลวันกันอยู่แบบนี้ ก็อาจจะช่วยลดปริมาณการจราจรรถตู้ฯ กว่า 4,000 คัน ในใจกลางเมือง ขอให้เคารพกติกาด้วย ไม่ใช่เริ่มแล้วก็กลับมาใหม่ เรียกร้องโน่นนี่     ผลักดันให้ประชาชนมาเรียกร้องหรืออะไรทำนองนี้ ผมจะต้องเข้าไปสอบสวนในทุกเรื่องในการประกอบการต่าง ๆ ทั้งหมดด้วย เราจะต้องเชื่อมโยงกับทางด่วนให้ได้ แล้วระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ที่เราจะสามารถบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น ทั้งมิติปริมาณการจราจร มาตรฐานการให้บริการ ก็เห็นใจผู้มีรายได้น้อย จะทำอย่างไร ล่าสุดก็เพิ่งเปิดตัวทางพิเศษ สายศรีรัช – วงแหวนรอบนอก เพื่อเพิ่มข่ายเส้นทางเชื่อมโยงถนนกาญจนาภิเษก ที่ด่านบรมราชชนนี บริเวณตลิ่งชัน เชื่อมโยงทางด่วนศรีรัช ที่ด่านกำแพงเพชร 2 บริเวณชุมทางรถไฟบางซื่อ ใกล้สถานีขนส่งหมอชิต เป็นต้นนะครับ
ในเดือนตุลาคม 2559 นี้ ระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ ETCS ระหว่างการทางพิเศษฯ (Easy Pass) กับกรมทางหลวง (M-Pass) ก็จะสามารถเชื่อมโยงกัน ใช้ร่วมกันได้ อาจจะมีปัญหาอยู่บ้างในระยะแรกเพราะเป็นการทดสอบด้วย อะไรด้วย แต่ประเด็นสำคัญคือถ้าทำได้สมบูรณ์นั้น ก็จะลดการติดขัดบนทางด่วนได้อีกส่วนหนึ่ง ข้างล่างเขาก็ไม่ติดต่อกันไป ต้องมองทั้งระบบ อันนี้ก็เป็นก้าวแรกของแนวคิด “บัตรร่วม” หรือ e-Ticket ของรัฐบาล ที่เราเคยกล่าวไปแล้ว กำลังดำเนินการอยู่ทั้งหมด ใช้เวลานะครับทุกเรื่อง ไม่ใช่สั่งวันนี้ พรุ่งนี้ได้ ในอนาคตต้องเชื่อมโยงการเดินทางทุกระบบในบัตรเดียวกัน เพื่อความสะดวกสบายของพี่น้องประชาชน
เรื่องที่ 2 คือการเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนภายในกรุงเทพและปริมณฑล นอกจากเรื่องบัตรร่วมแล้ว เราต้องเชื่อมโยงทั้งเส้นทางและสถานี ระหว่างเรือโดยสาร– รถไฟฟ้า – รถประจำทาง     ทั้งนี้เรือด่วนเจ้าพระยา 19 สถานี เราได้ดำเนินการให้ยกระดับ “ท่าเรือ” เป็น “สถานีเรือ”ให้บริการคล้าย ๆ สถานีรถไฟฟ้า ที่มีความปลอดภัย สะดวก ทันสมัย มีระบบแจ้งข้อมูลเส้นทางและการสัญจรทางเรือให้ผู้โดยสารทราบ จัดระเบียบพื้นที่ให้บริการในสถานีเรือ และเชื่อมโยงกับระบบรถไฟฟ้า 4 สาย ม่วง-แดง-น้ำเงิน-เขียว ใน 5 สถานี เป็นต้นนะครับ จุดเชื่อมต่อ 1 กิโลเมตร กำลังทำอยู่   หาทางทำให้ได้โดยเร็ว
ส่วนเรือในคลองแสนแสบและคลองผดุงฯ นั้น ก็จะมีการปรับปรุงสถานีเรือ ตามแนวทางเรือด่วนเจ้าพระยา พร้อมทั้งปรับภูมิทัศน์ 2 ฝั่งคลอง ทางเดินเลียบคลอง และมีเรือโดยสาร ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่รบกวนผู้อาศัยริมคลอง แต่ผู้ที่อยู่อาศัยแบบผิดกฎหมายก็ต้องร่วมมือกัน จะหาทางออกกันอย่างไร หลายอย่างก็มีแรงต่อต้านหมด แต่ลืมไปว่าตัวเองก็อยู่ผิดกฎหมาย ต้องนึกถึงคนอื่นเขาด้วยที่เขาไม่ผิดกฎหมายจะทำอย่างไร เราต้องการให้คนทุกคนสามารถเข้าถึงคูคลอง แม่น้ำได้ ผมได้ให้แนวคิดไปศึกษาดูว่าเราจะทำเรือแท็กซี่ เหมือนที่ต่างประเทศเขาทำได้หรือไม่ ผมเห็นในโทรทัศน์ ก็จะทำบ้างหรือไม่ ระยะสั้น ๆ ในทุกคลองทั้งใน กทม. และปริมณฑล ที่สามารถทำได้ มีระดับน้ำ มีความปลอดภัย เพื่อจะลดปริมาณการใช้รถลงไปบ้าง
สำหรับรถไฟฟ้า ล่าสุดเราเพิ่งเปิดตัวรถไฟฟ้าสายสีม่วงก็มีปัญหาอีก การเชื่อมต่อที่ผมกล่าวไปแล้ว กำลังแก้อยู่นะครับ ส่วนรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ก็ทยอยดำเนินการผลักดันให้มีความชัดเจน หากสร้างเสร็จสมบูรณ์ ครบทุกสาย ก็จะเกิดเครือข่ายเส้นทางที่ครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล แล้วอาจจะจูงใจให้ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ที่ผ่านมาระบบไม่เชื่อมต่อ แล้วจะทำยังไง เวลาก็แค่นี้ 2 ปีเข้ามา ก็พยายามทำอย่างเต็มที่นะครับ ก็ต้องทำต่อไป ในระยะต่อไปด้วย เราจะได้หันมาพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะ ก็มีปัญหาอีก ราคาสูง ทำอย่างไรอีกที่สะดวกกว่า ประหยัดกว่า
ผมได้สั่งการเพิ่มเติมในที่ประชุม ครม. ไปแล้วให้พิจารณาหาโครงการรถไฟฟ้า “โครงสร้างเบา” เพื่อจะราคาถูก ลงทุนน้อย เป็นพวก แทรม (Tram) รถราง ใช้เหมือนต่างประเทศเขามี เช่นหลายประเทศเขาทำ ในการสัญจรไปมาในตัวเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะไปสถานประกอบการธุรกิจ การค้า ที่อยู่อาศัยต่าง ๆ เป็นระยะสั้น เป็นรถไฟฟ้า ทั้งเหนือคลอง และเส้นทางด้วย ในเมืองใหญ่ เข้าถึงชุมชน สถานประกอบการ แล้วก็สถานที่สำคัญต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดก็คิดมาอยู่แล้ว ตอนนี้ก็เริ่มคิดกันมาหลาย ๆ จังหวัดแล้วต้องช่วยกัน
สำหรับระบบขนส่งมวลชนทางถนนนั้น เราจำเป็นต้องมีการจัดระเบียบคิวรถตู้ วินมอเตอร์ไซต์ ทั้งมาตรฐาน การให้บริการความปลอดภัยและเส้นทางเดินรถ ที่จะสามารถเสริมระบบขนส่งหลักอื่นๆ  ทั้ง ขสมก. และระบบรถไฟฟ้า ปัญหาที่ผ่านมานะครับ การบริหารโครงการอาจจะไม่เป็นระบบ ไม่บูรณาการ ต่างคนต่างทำ เพราะคนละโครงการ เชื่อมโยงกันไม่ได้ คนละระบบอีก การเดินรถก็มีปัญหา ที่สำคัญคือล่าช้า ทำโครงการไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้ จัดซื้อจัดจ้างไม่ได้ ไม่โปร่งใส เหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะทุจริตทั้งหมด อาจจะมีวาระอื่น ๆ ซ่อนเร้นอยู่ นโยบายก็เปลี่ยนไปตามรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ก็เลยทำให้เราคิดว่า เพราะทุกเรื่องไม่มียุทธศาสตร์ แก้ไขไม่ต่อเนื่อง ไม่เชื่อมโยง ไม่เป็นระบบ
รัฐบาลนี้ต้องทำทุกอย่างเพื่อจะเชื่อมโยงทุกระบบให้ได้ ในระยะเวลาที่เราอยู่นี้ แบบไร้รอยต่อ แต่ก็ต้องทำกันต่อไปในวันหน้าด้วย คงทำไม่เสร็จ ต้องแก้ของเก่าที่เป็นปัญหาเร่งด่วนก่อน วางระบบใหม่ให้ครบวงจร และรีบดำเนินการให้ได้เพื่อพวกเราทุกคนและลูกหลานในอนาคต อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือ จิตสำนึก ในเรื่องของวินัยจราจร การมีน้ำใจ การใช้รถใช้ถนน ไม่ฝ่าฝืนกฎจราจร ไม่จอดรถในพื้นที่ห้ามจอด มีการให้ทางเป็นต้น ก็ได้ปรับปรุงหลายอย่างทั้งเจ้าหน้าที่ด้วย ไม่ใช่บังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว ต้องดูว่าจะทำยังไงกันทั้งคู่ จะได้ไม่ต้องมีความขัดแย้ง มีผลประโยชน์ตอบแทน ทุจริตทำนองนี้มันจะต้องไม่เกิดขึ้น ความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนมีมากในปัจจุบัน เพราะการบังคับใช้กฎหมาย ผมเห็นเรื่องเหล่านี้มีความสำคัญทั้งหมด อาจจะช่วยลดอุบัติเหตุได้บ้าง ลดปัญหาการจราจรได้อีกด้วย ประการสำคัญ คือเรามีงบประมาณจำกัด เราต้องค่อย ๆ แก้ไป แก้ทั้งหมด วางแผนแม่บทไว้ เพราะเราแก้ไม่ได้ วางแผนแม่บทใหญ่เอาไว้ วันหน้าก็ส่งต่อไป รัฐบาลทุกรัฐบาลก็ทำต่อไป จะได้ใช้งบประมาณประเทศที่เป็นไปตามระเบียบ การใช้จ่ายงบประมาณ ระบบการเงิน การคลัง ของประเทศก็ไม่เสียหายหลายอย่าง ถ้าเราเริ่มมานานแล้วไม่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้น ก็คงไม่หนักหนาสาหัสขนาดนี้ ถ้าเรามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทุกเรื่องไปแก้ที่ปลายเหตุ จะได้อย่างไร ต้องไปดูที่ต้นเหตุก่อน ล่าสุดการสูบบุหรี่ในรถแท็กซี่สาธารณะ ทั้งคนขับและผู้โดยสาร ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ก็ขอความร่วมมือด้วย จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กันยายน เป็นต้นไป
สำหรับการประชุมในคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก็ได้มีการเห็นชอบใน สาม เรื่องที่สำคัญ ได้แก่
(1) ได้อนุมัติให้ส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการในกลุ่มต่าง ๆ จำนวน 34 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน เกือบ 2.7 แสนล้านบาท ใน 6 กลุ่ม ซึ่งโครงการเหล่านี้คาดว่าจะส่งเสริมให้มีการใช้วัตถุดิบในกระบวนการผลิต กว่า 1.6 แสนล้านบาท นอกจากนั้น ยังกระตุ้นในกิจกรรมต่อเนื่องที่เรียกว่า ห่วงโซ่อุปทาน ในสินค้าและบริการต่าง ๆ ในท้องถิ่น และในภาพรวมของประเทศอีกด้วย
(2) การส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) ที่เราเตรียมการสู่การเป็น Hub ในเรื่องนี้ เราเป็น 1 ใน 10 ของอุตสาหกรรมเป้าหมายที่กำหนดไว้ เรื่องทางการแพทย์ เพราะฉะนั้นตามนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล เราจะต้องให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่กิจการผลิตยา อาจจะต้องมีการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล รวมทั้งกิจการผลิตเครื่องมือแพทย์ นอกจากจะเป็นการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางทางการแพทย์ครบวงจร” แล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของคนในประเทศ ช่วยให้คนไทยสามารถเข้าถึงยา เครื่องมือแพทย์ ลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้ายาและเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศอีกด้วย หลายอย่างเราผลิตได้แล้ว  ผมได้ให้มีการแก้ไขเรื่องงบประมาณไปแล้ว ทุกหน่วยงานต้องสนับสนุนผลงานวิจัย การผลิตภายในประเทศไปใช้งาน รับรองมาตรฐานให้ได้แล้วกัน
(3) มาตรการส่งเสริมเมืองต้นแบบ ที่จะเป็นการแก้ปัญหาในภาคใต้ด้วย เรียกว่า “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เราจะมีการพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นเมืองต้นแบบ ในเรื่องของ “การพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน” อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นเมืองต้นแบบ “การพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน” และที่อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาสอำเภอ เป็นเมืองต้นแบบ “การค้าชายแดนระหว่างประเทศ”
ทั้งนี้ มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับโครงการลงทุนใหม่ใน 3 พื้นที่ดังกล่าว ได้แก่ ค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า ค่าประปา ค่าลดหย่อนอากรขาเข้า 90% สำหรับวัตถุดิบนำเข้ามาผลิต เพื่อจำหน่ายในประเทศเป็นเวลา 10 ปี ถ้าไม่ทำแบบนี้ไม่มีใครมาลงทุน ก็ไม่เกิด การใช้วัสดุภายในประเทศก็ไม่เกิดอีก บางอย่างเราจะยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับการผลิตเพื่อการส่งออก เป็นระยะเวลา 10 ปี เป็นต้น เพื่อสร้างแรงจูงใจ
ผมได้เน้นย้ำและให้แนวทางกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราต้องพิจารณาทั้งการลงทุนจากต่างประเทศ การลงทุนของภาคธุรกิจและเอกชนคนไทยในประเทศไทย รวมถึงการลงทุนของภาคธุรกิจเอกชนที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ ไม่ให้ 3 อย่างมาขัดแย้งกันอีก ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ายังขัดแย้งกันอยู่ ต้องประสานทั้ง 3 ส่วน เพื่อจะเชื่อมโยงกันให้ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลจำเป็นต้องส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ ให้มีการลงทุนเพิ่มขึ้น จากทั้งในพื้นที่ นอกพื้นที่ในต่างประเทศไม่ให้ส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน ประชาชนจะเดือดร้อนน้อยที่สุด มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ที่เหมาะสมก็เป็นกรณี ๆ ไป ไม่ใช่ทำทั้งหมดทีเดียวทั้งพื้นที่ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ต้องเป็นจุด ๆ ไป ตรงไหนเดือดร้อนก็เยียวยา แล้วหาประโยชน์ให้เขาได้ประโยชน์จากการทำดังกล่าวด้วย
การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศนั้น จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าบ้านเมืองเราไม่มีเสถียรภาพ ไม่มีความมั่นคง ทางด้านการเมือง ทางด้านความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม การที่จะทำให้เศรษฐกิจระดับ “ฐานราก” คือคนที่มีรายได้น้อยนั้น ที่เรียกว่า ระดับ “รากแก้ว” ด้วย มีเงินเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจทางด้านการค้า การลงทุน การส่งออก-นำเข้า และภาคอุตสาหกรรม อื่น ๆ จะต้องดำเนินการให้เกิดความเชื่อมโยงกันทั้งระบบ ไม่ใช่ปล่อย ต่างคนต่างทำกันไป ก็เชื่อมโยงกันไม่ได้ ถ้าเราทำกันได้ในประเทศ ก็เข้มแข็งขึ้น     มีรายได้มากขึ้น คนรายได้น้อยก็ได้มากขึ้น หากไม่ทำอะไรเลย ก็เท่าเดิมเหมือนเดิมที่ผ่านมาหลายสิบปีมาแล้ว
เราจะได้ขยายความเชื่อมโยงไปสู่กลุ่มประเทศ CLMV และต่างประเทศอื่น ๆ ถึงได้จำเป็นต้องมีรถไฟความเร็วสูงบางเส้น หรือรถไฟทางคู่ ที่มีมาตรฐานราง 1 เมตรเดิม แล้วก็มาตรฐานใหม่คือ 1.425 เมตร ต้องทำทั้งคู่ จะได้รองรับน้ำหนักได้มากขึ้น วิ่งเร็วมากขึ้น ต้องดูทางเลี้ยวทางโค้ง วิ่งสวนกันได้ มันต้องทำทุกอย่าง ไม่ใช่ 1 เมตรอย่างเดียว 1.425 อย่างเดียว หรือความเร็วสูงอย่างเดียว ไม่ใช่ อย่าไปบิดเบือนกัน เราจะต้องทำทุกอย่างให้มันเกิดขึ้นได้ หากไม่มีแรงจูงใจใครเลย ก็ไม่มีใครมา เพราะฉะนั้นก็ไม่มีเหตุผล ที่จะต่อต้านกันต่อไป โดยอาจจะมีนักสิทธิมนุษยชน ที่มองด้านเดียว ไม่รับผิดชอบว่าประเทศไทย คนไทยจะอยู่กันอย่างไร อันนี้ผมไม่ได้ตำหนิท่าน เพียงแต่ท่านอาจจะยังไม่เข้าใจ บทบาทและฐานะท่าน ใน 2 อย่าง ทั้งตัวเอง ทั้งกิจกรรมของท่าน และ ในเรื่องที่ต้องเกี่ยวพันกับต่างประเทศ แต่ในประเทศเพราะเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของท่านทั้งหมด เพราะฉะนั้น การพัฒนาอาชีพเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีการพัฒนา คิดแบบเดิม กติกาต่างประเทศเขาก็มีอยู่ เราจะอยู่ตรงไหน กำหนดบทบาทตัวเองตรงไหน เราต้องมีศักยภาพก่อน วันนี้เราเสียเวลากับความขัดแย้งมานานพอสมควร ศักยภาพเราลดลงไปเรื่อย ๆ ก็ต้องดึงความเชื่อมั่นกลับมา
สำหรับการแก้ไขปัญหาความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ทุกคนเป็นห่วง รัฐบาลห่วงมากที่สุดอยู่แล้ว เพราะเป็นความเป็นความตายของประชาชน ผมอยากจะเรียนให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทำความเข้าใจกัน ปัจจัยแห่งความสำเร็จ มันอยู่ที่ ประชาชน ประชาสังคม NGO เจ้าหน้าที่รัฐ นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา ทั้งหมดในพื้นที่นอกพื้นที่ด้วย สื่อ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ โซเชียลมีเดีย ต่าง ๆ ทั้งหมด ต้องเข้าใจปัญหา ร่วมมือกันแก้ไข และ แสดงความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ เป็นประโยชน์ผมฟังหมด มาพิจารณาทั้งหมด อะไรทำได้ทำไม่ได้
วิธีการแก้ปัญหาที่มีความสลับซับซ้อนเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าจะกำหนดเวลาว่าจะต้องยุติเมื่อไหร่ ช้าหรือเร็ว เพราะเกิดมานานแล้ว ก็ยิ่งพันกันไปเรื่อยถ้าเราไม่แกะออกมา การแกะเรื่องปัญหาออกมาก็ยาก สิ่งสำคัญวันนี้ที่เราต้องเร่งอยู่ก็คือ ทำอย่างไรประชาชนจะปลอดภัย มีการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องที่เราต้องพิจารณาร่วมกันมีดังนี้
ประเด็นแรก ความยากง่ายในการทำงาน วันนี้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลานั้น ประชาชนต้องการมีการสัญจรไปมา ในชีวิตประจำวัน มีการใช้ชีวิตตามปรกติ ตลอด 24 ชม. เป็นภาระและหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการที่จะต้องคุ้มครองเพิ่มมากขึ้น ทุกเส้นทาง ทุกกลุ่ม ทุกเวลา กรีดยางบ้าง ค้าขายบ้าง ครู ไปเรียนหนังสือบ้าง อะไรเหล่านี้ เป็น เป้าหมายที่อ่อนแอทั้งสิ้น เราต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมาก มีการเพิ่มกำลังจากนอกพื้นที่เข้าไป ทั้งตำรวจ ทหาร พลเรือน แต่จำเป็นต้องมีการฝึกเตรียมการก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่เอากำลังไปรบกับใคร ไปดูแลความปลอดภัย มีภารกิจในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเราก็กระทำได้อย่างจำกัดอีก เพราะประชาชนต้องการเสรีในการใช้ชีวิต ไม่เหมือนต่างประเทศ ถ้ามีเหตุการณ์อย่างนี้ เขาปิดทั้งหมด บังคับทั้งหมด แล้วก็กวาดล้าง ใช้กำลังเข้าไป เขาทำได้ แต่ประเทศไทย ทำไม่ได้ เพราะว่าหลายอย่างมีความขัดแย้งอยู่ เจ้าหน้าที่ก็ถูกจับตามองในการปฏิบัติงาน ทุกประเด็นไป เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย มองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากทั้งในองค์กรในประเทศเราเอง และองค์กรในต่างประเทศด้วย ต้องระวังที่สุด
อีกประการหนึ่งคือ บ้านเรือนประชาชนนั้น เป็นอัตลักษณ์ของเขา อยู่ในพื้นที่สวนยางบ้าง ป่าเขาบ้าง เป็นเส้นทางมากมาย เราก็ต้องแบ่งกำลังไปในหลายพื้นที่ หลายเส้นทาง ทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางรอง ซึ่งประชาชนยังต้องใช้อยู่ตลอดเวลาอย่างเป็นอิสระ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ
เรื่องต่อไปคือ เรื่องความเข้าใจในภาษาไทย อย่างที่เข้าใจกันจริง ๆ ยังมีจำกัด ในหลายพื้นที่ด้วยกันเนื่องจากส่วนใหญ่ใช้ภาษาในท้องถิ่น เช่น ภาษายาวี ในการติดต่อสื่อสาร เพราะฉะนั้น       การศึกษาขั้นพื้นฐาน เราคงต้องพัฒนาอีกมาก โรงเรียนตาดีกา ปอเนาะ จำนวนมาก ที่ร่วมในโครงการของรัฐ ของกระทรวงศึกษาในขณะนี้ก็มีบางแห่ง ก็ยังไปไม่ได้ ซึ่งยังมีการสอนเน้นเฉพาะใน ด้านการศาสนาอย่างเดียว แล้วเสร็จแล้วจบมาก็อาจจะไม่มีงานทำ เพราะฉะนั้นอยากให้ปรับแก้ปรับเปลี่ยนให้หมด ปรับให้เป็น 2 หลักสูตร สายสามัญด้วย และก็ศาสนา ไปด้วย จะได้มีงานทำ รับรองวุฒิการศึกษาได้ ไม่ว่าจะเรียนจากต่างประเทศหรือที่ไหนก็ตาม ผมกำลังให้กระทรวงศึกษาพิจารณาเรื่องนี้อยู่
เรื่องปัญหาความยากจน ประชาชนในพื้นที่ บางคนก็รวยเป็นเจ้าของสวนยาง บางคนก็กรีดยางอย่างเดียว บางคนรับจ้าง เหล่านี้ทำให้ลูกหลานที่เกิดมาก็เข้าถึงการศึกษาไม่ได้เท่าที่ควร ก็นิยม    ส่งลูกหลานไปเรียนในโรงเรียนสอนศาสนา ที่อาจจะไม่ได้สอนสายสามัญ รัฐบาลกำลังปรับแก้อยู่ ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยความยินยอมพร้อมใจด้วย เราให้เงินงบประมาณสนับสนุนอยู่แล้ว ขอให้ปรับมาหารัฐบาลบ้าง ไม่เช่นนั้นก็เป็นปัญหา ความขัดแย้งอยู่แบบนี้ เป็นเงื่อนไข หากมีคนนำไปบิดเบือน แล้วก็จะเป็นปัญหาที่แก้ยากไปอีกเรื่อย ๆ
ประเด็นที่ 2 ก็อยากจะกราบเรียนว่า ปัจจุบันนั้นเรามียุทธศาสตร์ การแก้ไขปัญหาอยู่ 9 ยุทธศาสตร์ด้วยกัน ที่เราต้องแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ วันนี้รัฐบาลนี้เข้ามา แล้วผมเป็นนายรัฐมนตรี ผมเป็นหัวหน้า คสช. ผมเป็น ผอ.กอ.รมน. ผมก็เอาทั้งหมดมาแก้ด้วยกัน ที่ผ่านมามันอาจจะแก้โดยทหารบ้าง โดยพลเรือนบ้าง โดยการเมืองบ้าง วันนี้เราต้องแก้แบบนี้ เอาปัญหาทุกปัญหามาแก้ แล้วก็ปรับยุทธศาสตร์ ทั้ง 9 ยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติให้ได้ อันได้แก่ สังคมปลอดภัยอย่างมีความสุข ขจัดเงื่อนไข สร้างความเข้าใจ ไว้วางใจ พัฒนาต่อเนื่อง โดยรักษาอัตลักษณ์และวิถีชีวิต และอยู่ร่วมกันภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม สังคมร่วมกันรับรู้และแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่างประเทศให้การสนับสนุน สร้างสภาวะแวดล้อมให้เอื้อต่อการ พูดคุยสันติสุข และ บริหาร พัฒนาพื้นที่อย่างมีเอกภาพ รวมทั้งยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาความมั่นคงของ กอ.รมน. การพัฒนาของ ศอ.บต.
นอกจากนั้น เรายังมีอีกหลายมาตรการ ทั้งแผนงานโครงการ โครงการพระราชดำริ เพชรในตม พาคนกลับบ้าน มาตรา 21 ใน พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ซึ่งก็เปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดกลับสู่สังคม และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ปัญหาคือ เขาหวาดกลัวไง ก็ออกมาก็ต้องดูแลความปลอดภัย ซึ่งเป็นภาระสำคัญอีกอันที่เราต้องดูแลทั้งหมด ใครกลับมาก็ต้องดูแลอีก จะปลอดภัยหรือเปล่า ว่ามีการข่มขู่กันบ้างอะไรกันบ้าง ก็ต้องติดตามแก้ไขปัญหากันต่อไป
ประเด็นที่ 3 คือสิ่งที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง พยายามใช้กดดันรัฐ คือการใช้ความรุนแรงในลักษณะที่เรียกว่า อาชญากรที่ทำผิดอย่างร้ายแรง สร้างอาชญากรรมที่รุนแรง ฆ่าคนตาย ทำให้คนบาดเจ็บ สูญเสียทรัพย์สินและชีวิต ทำความเสียหายต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ อย่างที่เราเห็นที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย โดยที่อีกฝ่ายก็มักจะอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่รังแก ซึ่งหลายอย่างนั้น อย่าไปพูดกันแบบนี้ อย่าไปรบกันเลย ใช้กำลังมาสู้กัน ไม่จบ จะต้องเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม เราจะดูแลให้ทั้งหมด อย่างที่ผมกล่าวมาแล้ว ในหลาย ๆ มาตรการ ช่องทางต่าง ๆ ที่เปิดให้ของรัฐก็มีหมด ต้องร่วมมือกัน แล้วอย่าขัดแย้งกันมากนัก ปัญหาสำคัญคือคนนอกพื้นที่ วิจารณ์ในพื้นที่จนเค้าก็เสียหายเหมือนกัน บางเรื่องเขาก็บอกว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น เรามาฟังคนภาคใต้เขาด้วยแล้วกัน ผมเข้าใจดีคนนอกพื้นที่ก็เป็นห่วง ซึ่งทั้งคู่ก็มีเจตนาดีทั้งคู่ แต่ต้องเห็นใจคนในพื้นที่ด้วย เขามีผลกระทบมาก วิจารณ์กันไปกันมา ก็มีผลต่อการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ แล้วเขาก็เดือดร้อน คนวิจารณ์ไม่เดือดร้อน ไม่ต้องเจ็บต้องตายกับเขา
เพราะฉะนั้น นอกจากสถานการณ์ความรุนแรงเหล่านั้น ก็ยังมีปัญหาอาชญากรรมอื่น ๆ อีกด้วย เหมือนกับทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ในประเทศไทย ทุกพื้นที่ในโลกมีหมด ภัยแทรกซ้อนอื่น ๆ อีกด้วย การกระทำผิดกฎหมาย เช่น การขายของหนีภาษี ลักลอบสินค้าข้ามแดน ผู้มีอิทธิพลในท้องที่ ความขัดแย้งทางการเมือง การสร้างมวลชนทางการเมือง เหล่านี้เป็นปัญหาเดิมมีอยู่ แล้วมีความ   ขัดแย้งกันเองของประชาชน บางครอบครัว บางสกุล ก็มีปัญหากันมาตั้งแต่ในอดีต ก็เลยทำให้เจ้าหน้าที่รัฐนั้นถูกชักจูงบิดเบือนไป เหมือนกับใช้รัฐเป็นเครื่องมือในการที่กำจัดศัตรูของตนเองด้วย โดยการบิดเบือนให้ข่าวที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ก็ลำบาก อีกอันหนึ่งคือ ไปใช้บริการของผู้ก่อเหตุรุนแรงในการขจัดปัญหาส่วนตัว อันนี้เป็นความสลับซับซ้อนของปัญหา
ประเด็นที่ 4 ที่ผมอยากจะขอร้อง เรื่องการเสนอความคิดเห็นของนักวิชาการบางคน บางกลุ่ม ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ มักกล่าวอ้างเสมอว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมถามว่า แล้วกฎหมาย  อยู่ตรงไหน ไปดูว่ากฎหมายเขาเขียนว่าอย่างไร อย่าเอาประเด็นเหล่านี้มาขัดแย้งกันไปเสียทั้งหมด แล้วประเทศชาติก็เสียหาย เราต้องคำนึงถึงชีวิตผู้บาดเจ็บ สูญเสียบ้าง ทั้งประชาชนผู้บริสุทธิ์ และเจ้าหน้าที่รัฐ ตายกันไปเท่าไหร่แล้ว ขณะนี้คนวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้เดือดร้อนกับเขา รวมถึงการกระทำผิดกฎหมายต่าง ๆ อีกด้วย เช่น กฎหมายปกติ กฎหมายพิเศษ เหล่านี้จะต้องนำไปสู่การปฏิบัติ การบังคับใช้ ด้วยความร่วมมือความยินยอมพร้อมใจซึ่งกันและกัน อย่าไปอาศัยกลุ่ม NGO กลุ่มองค์กรอิสระ ทั้งในและต่างประเทศ ผมว่าดี ๆ เขาก็มี ก็ขอร่วมมือกับที่ดี ๆ ก็แล้วกัน ที่ไม่ดีก็ช่วยกันขจัดออกไป ทั้งนี้เขาก็พยายามใช้ทางด้านนี้ ความกดดันเหล่านี้มาบังคับให้รัฐไม่ใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ อ้างสิทธิมนุษยชน ทั้งที่เราก็บังคับใช้กฎหมายปกติ บ้านเมืองปกติเหมือนที่เคยใช้บังคับทั่วประเทศไทย กฎหมายอาญาเหล่านี้มีหมดอยู่แล้ว มีการบิดเบือนเรื่องราวต่าง ๆ พยายามทำให้เป็นความขัดแย้งทางศาสนา พุทธ – มุสลิม ซึ่งมีการอยู่กันมาช้านานอย่างเป็นปกติสุข คราวที่แล้วก็ตรวจพบเอกสาร ไปตัดทอนออกเอาแต่พุทธเข้าไป ทุกศาสนาตัดทิ้งออกไปเลยก็ทำให้ประชาชนเดือดร้อน เขาก็ไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ ก็มีส่วนหนึ่ง อันนี้ไม่ได้กล่าวอ้างเพราะเจ้าหน้าที่รายงานเข้ามาแบบนี้จริงในทางลึก เพราะฉะนั้นเราจะต้องไม่ถูกบิดเบือนด้วยประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์คือประวัติศาสตร์ จำจะได้ไม่ต้องมาต่อสู้กันอีก วันนี้ต้องอยู่อย่างสันติ ประเทศทุกประเทศในโลกมีประวัติศาสตร์ทั้งนั้น สมัยก่อนก็ไม่ได้เป็นประเทศ รบกันไปรบกันมาใครแข็งแรงกว่าตั้งประเทศขึ้นมาก็เท่านั้นเอง วันนี้เราก็เป็นญาติพี่น้องกันทั้งสิ้น
อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ การด้อยค่าการทำงานของรัฐ หาว่ารัฐแก้ปัญหาไม่ได้แก้ปัญหาไม่เป็น เพราะทุกคนมองด้านเดียวหมด สื่อและสังคม บางคนบางกลุ่มอาจจะไม่เข้าใจที่ผมพูดวันนี้ อยากให้ทุกคนเข้าใจพร้อมกัน ผมไม่ว่าใคร บางคนก็หวังดีแต่ไปขยายความ ทำให้สถานการณ์ดูเหมือนรุนแรงขึ้น ผมไม่ได้ปกปิดอะไรเลย ทั้งนี้อาจจะหวังดี เจตนาดีหรือเจตนาไม่ดีก็ตาม ขอร้องกลับมาใหม่จะได้แก้ปัญหาได้เร็วขึ้น
ประเด็นที่ 5 เส้นเขตแดนรอบบ้านเราบางเส้นบางพื้นที่ยังมีปัญหาอยู่ ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะภาคใต้มีการลักลอบเข้าเมืองกระทำได้ง่ายในพื้นที่ป่าเขา เจ้าหน้าที่เราต้องทุ่มกำลังไปดูแล ทั้งสถานที่ราชการ โรงเรียน ครู สถานประกอบการ แหล่งธุรกิจ ถนนเส้นทาง และก็ต้องมาดูชายแดน ป่าเขาอีก อะไรอีก จะต้องใช้กำลังเท่าไร ก็ต้องใช้แบบนี้ไปจนถึงเมื่อไร เพราะฉะนั้นประชาชนจะต้องช่วยกันเฝ้าระมัดระวัง แล้วอย่าไปขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ หลายอย่างต้องมาปรับปรุงเพิ่มเรื่องเทคโนโลยี การใช้เครื่องมือในการเฝ้าตรวจเหล่านี้ต้องพัฒนาทั้งหมด กล้อง CCTV ที่มีประสิทธิภาพ ระบบการตรวจจับใบหน้าก็กำลังเร่งดำเนินการอยู่ทั้งสิ้น
ในเรื่องของการแก้ปัญหาความมั่นคงไปแล้ว ต้องแก้ปัญหาในเรื่องของการพัฒนาด้วย เจ้าหน้าที่ก็ต้องไปช่วยอีก ทหารที่ลงไปก็ต้องทำงานด้านพัฒนาอีกด้วย ช่วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลเรือน ตำรวจที่เขามีน้อยอยู่แล้ว ก็ไปรวมกลุ่มแล้วก็ลงไปทำในพื้นที่ ไม่มีใครรู้มากกว่าคนในพื้นที่ วันนี้ก็ต้องไปสร้างความร่วมมือในด้านกฎหมายให้มากขึ้น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อบท. อะไรทำนองนี้ ต้องไปร่วมมือกับทหารทั้งหมด ไปช่วยกันแก้ปัญหา กอรม. และ ศอ.บต. รัฐก็ต้องเป็นผู้สนับสนุน ที่ผ่านมานั้น อาจจะมีปัญญาอยู่บ้าง วันนี้รัฐบาลผมได้กำชับเรื่องนี้ ผมถึงมาอยู่ตรงนี้และมาแก้ปัญหาทั้งหมด โดยการมอบนโยบายอันเดียวกัน ลงไปในทุกส่วนงานลงไปทำในระดับบูรณาการ ทุกอย่างสำคัญที่วิธีการและการสนับสนุนจากรัฐบาล อย่างจริงใจ แท้จริง ไม่หวังผลอย่างอื่น
สำหรับการพูดคุยสันติภาพก็เป็นสิ่งที่ทุกคนเร่งรัดพยายามจะให้เร็วขึ้นให้จบ เป็นไปไม่ได้ เพราะทุกอย่างมีขั้นมีตอนอยู่ ถ้าเราเร่งรัดจนเกินไปก็ทำให้อีกฝ่ายนำเอามาใช้เป็นจุดอ่อนของเรา ในการที่จะเพิ่ม ทำให้รัฐเสียเปรียบได้โดยการสร้างความรุนแรงมากขึ้น อีกเรื่องหนึ่ง หลายคนถามว่าการใช้กำลังทหารขนาดใหญ่ที่ลงไปมากมาย ไปกวาดล้างเป็นพื้นที่ทำไมไม่ทำ ทำได้หรือไม่ เราเอาลงไปเพื่อ รปภ. (รักษาความปลอดภัย) ดูแลเป้าหมายอ่อนแอ ดูแลชายแดน ดูแลการทำผิดกฎหมาย ถ้าไปกวาดล้างมันก็แตกกระจายกันทั่วไปหมด เราก็ใช้ด้านการข่าวในการตรวจค้นดำเนินคดี ใช้กฎหมายปกติเป็นหลัก อันไหนที่ไม่เป็นธรรมต้องร้องเรียน ร้องทุกข์ก็ร้องขึ้นมา รัฐบาลก็สอบสวนให้หมด ใครก็ทำผิดไม่ได้อยู่แล้ว ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ ไม่เช่นนั้นถ้าเราใช้กำลังมาก ๆ อย่างนั้น เป็นเหมือนกับสงคราม ซึ่งเราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเพราะจะลุกลามบานปลาย ขัดแย้งมากขึ้น รุนแรงขึ้น เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ในวันนี้ระวังมาก ในการบังคับใช้กฎหมาย ระวังอย่างเต็มที่และขณะเดียวกันก็ต้องระวังตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าต่างคนต่างมีอาวุธกันอยู่แบบนี้ ก็ไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร พลเรือนเขาก็ตายเป็นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าใครถืออาวุธมา ต่อสู้กับ   เจ้าหน้าที่ก็ต้องมีการใช้อาวุธตอบโต้กัน
ในเรื่องของการขอให้มีการยกเลิกกฎหมายพิเศษ เช่น พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กฎอัยการศึกในทุก ๆ พื้นที่เป็นอันตรายที่สุด ที่เราทำงานได้ทุกวันนี้เพราะมันมีกฎหมายพิเศษ เพราะกฎหมายปกติทำไม่ได้เลย หรือทำไม่ได้มากนัก เพราะอะไร เพราะประชาชนมีปัญหา กฎหมายพวกนี้ไม่ได้ออกมาควบคุมท่านถ้าท่านทำความดีอยู่แล้ว ไม่ได้ทำความผิดท่านจะไปกลัวอะไรเล่า ทุกเรื่อง มาตรา 44 ก็เหมือนกัน ถ้าท่านทำความดีอยู่แล้วจะกลัวอะไร เพราะฉะนั้นถ้าเราไปยกเว้นบางพื้นที่อาจจะทำให้ผู้ที่ก่อเหตุความรุนแรงเหล่านั้น ได้ไปปรับวิธีการสามารถใช้พื้นที่ดังกล่าวนั้นที่ยกเว้นไปนั้นเป็นแหล่งส่องสุ่ม เป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นพื้นที่ฝึกการต่อสู้ เป็นพื้นที่ส่งกำลัง และแยกออกจากพื้นที่ส่วนปฏิบัติการที่มีการใช้อาวุธต่อสู้กัน บางพื้นที่ที่เหมือนไม่ค่อยมีเหตุรุนแรง ก็จะให้รัฐยกเลิกโดยเร็วไม่ได้ เดี๋ยวก็มีการใช้การสับเปลี่ยนวิธีการเขาก็คิดเป็นเหมือนกัน เราก็ต้องครอบคลุมตรงนี้ไว้ให้ได้ก่อน ด้วยการพัฒนาด้วยการทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้เขามีรายได้อย่างแท้จริง เอาคนดี ไปทำให้คนไม่ดีกลับมาสู่กลไกของรัฐสู่กฎหมาย จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เราอย่าไปทำให้พื้นที่ต่าง ๆ เป็นพื้นที่ปลอดภัยของเขา อย่าไปกดดันรัฐ อ้างสิทธิมนุษยชน ก็ขอให้ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม NGO องค์กรสิทธิมนุษยชนในประเทศนอกประเทศเข้าใจตามนี้ด้วย กฎหมายไทย ก็ต้องเคารพซึ่งกันและกัน เหมือนกับที่เราเคารพกฎหมายต่างประเทศทุกฉบับ
สิ่งสำคัญประการหนึ่งคือ การใช้พื้นที่นอกประเทศ เป็นแหล่งซ่องสุม ข้ามไปมา ก็ได้มีการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านมาตลอด ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีโดยต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูดคุยสันติสุขนี่ก็พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันอยู่ค่อย ๆ เดินไป สิ่งที่เราจะต้องระมัดระวังอย่างที่สุด
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ การเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายสุดโต่ง ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่การสืบสวนสอบสวน ทั้งด้านข่าวกรอง ข่าวกรองยุทธศาสตร์ ข่าวกรองเศรษฐกิจ ก็ยังไม่พบ แต่มีหลายคนไปพูดนี้พูดโน้น ทำไมจะต้องไปลากเขาเข้ามา ปัญหาเราก็แก้ปัญหาเรา ให้ประชาชนหลุดพ้นความยากจน ให้ประชาชนได้รับการแก้ปัญหาทางกฎหมาย ก็มีการกล่าวอ้างกัน ถ้ากล่าวอ้างสิทธิมนุษยชนไปเรื่อย ๆ ก็พันกันจนได้
ฝากสื่อสังคมทุกภาคส่วนช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจไม่ว่า ไม่ใช่เป็นการรังแกผู้นับถือศาสนาอื่น ๆ หรือเป็นการละเมิดสิทธิไม่เป็นธรรม ก็เป็นจุดอ่อนให้ทุกอย่างบานปลายไปเรื่อยๆ จากในประเทศจากต่างประเทศพันกันที่นู้นที่นี้แล้วจะให้ทำอย่างไร ปัญหาประเทศยังมากอยู่แล้ว เหล่านี้ผมอยากจะกราบเรียนให้ทุกท่านได้รับฟัง แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องรับผิดชอบในการจะแก้ปัญหาให้ได้ เราต้องเริ่มต้นด้วยการมองเห็นปัญหาเดียวกัน ข้อระมัดระวังเดียวกันแล้วก็แก้ไขบูรณาการในทิศทางเดียวกันด้วยความร่วมมือ อย่ามาโต้แย้งกัน อย่ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งที่มันอันตรายโดยไม่มีข้อเท็จจริง ไม่รู้ว่าหลักการปฏิบัติทางทหารเป็นอย่างไร พลเรือน ตำรวจเป็นอย่างไร หลายอย่างมันต้องให้เจ้าหน้าที่เขาทำงาน เราก็ร่วมมือเท่านั้นเอง ไม่ใช่เป็นการรังแกผู้นับถือศาสนาอื่น ๆ อย่าไปมองกิจกรรมตัวเองเป็นหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเดียว เหล่านี้ไม่ได้ จะถูกดึงไปมา ปัญหาก็จะมากขึ้น ผู้เห็นขัดแย้งก็จะมากขึ้น ใช้โอกาสเหล่านั้นที่เราขัดแย้งกันอยู่อย่างนี้และเป็นการเพิ่มภาระให้เจ้าหน้าที่แล้วจะทำงานไหวหรอ วันนี้เขาเหน็ดเหนื่อยสาหัสอยู่แล้วทำงานไม่ได้หยุด 24 ชั่วโมง แต่ผมบอกแล้วว่าเป้าหมายมาก ไม่ได้ไปรบกับเขา ไปดูแลประชาชน กี่ล้านคน ทั้งพุทธ ทั้งมุสลิม พื้นที่เท่าไร สวนยางเท่าไร พื้นที่ป่าเขาเท่าไร การกระทำผิดกฎหมายเท่าไร คนเหล่านี้ทั้งนั้นที่ไปทุ่มเทให้กับท่าน เสียสละความสุขส่วนตัว ชีวิตทุกอย่าง ครอบครัวก็ไม่อบอุ่น คิดถึงเขาแบบนี้บ้าง อย่าไปมองว่าข้างล่างลำบากข้างบนมีผลประโยชน์
ผมไม่เคยคิดจะมีผลประโยชน์ ผมว่าเจ้าหน้าที่เขาคิดอย่างนั้นไม่ได้ รัฐบาลนี้ก็คิดไม่ได้ เพราะเป็นชีวิตเขา ผมคิดแบบนี้และผมก็เคยเป็นทหารมาก่อน เคยทำงานแบบนี้มาก่อน ต้องคิดกับเขาแบบนี้ อย่ามาคิดว่าผลประโยชน์ ตรงนี้เพื่อความชอบธรรม ความชอบของรัฐบาล คสช. ผมไม่เคยคิด เมื่อไรที่ทหารทำก็ต้องคิดแบบนี้ แล้ววันนี้ผมเป็นรัฐบาล ผมเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้า คสช. ผมคิดทุกอัน ไม่ได้คิดเข้าข้างทหาร ไม่ได้คิดเข้าข้างพลเรือน ไม่คิดเข้าข้างตำรวจ ผมต้องคิดเข้าข้างทุกคนเพราะคิดถึงคนไทยที่จะต้องร่วมมือแก้ปัญหาภาคใต้
ในส่วนของงานด้านงบประมาณสำนักงบประมาณได้ประเมินผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐในการดำเนินงานด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2559 จนถึงไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2559 มีผลสัมฤทธิ์ในการทำงานร้อยละ 78.02 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ร้อยละ 4.93 ผลสัมฤทธิ์นั้นวัดจากความสำเร็จของหลายโครงการที่รัฐบาลดำเนินการ ไอ้เรื่องทุจริตไปว่ากันมาแต่เรื่องความสำเร็จฟังกันบางซิครับ ไม่เช่นนั้นก็จะบอกว่าไม่รู้เรื่อง มัวแต่ไปยุ่งกับเรื่องทุจริต เรื่องทุจริตก็สอบสวนไป มีข้อมูลอะไรก็เพิ่มมา
รัฐบาลดำเนินการ อาทิเช่น (1) มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้าน ก็เป็นการให้สินเชื่อกับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เบิกจ่ายสินเชื่อไปแล้วร้อยละ 98.76 ประชาชนได้ประโยชน์กว่า  3 ล้านราย ก็ต้องใช้ไปเรื่อย ๆ เพราะคนมันมากขึ้นๆ (2) มาตรการเพิ่มรายได้แก่ผู้มีรายได้น้อย เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโดยให้เงินไร่ละ 1,000 บาท อันนี้เพื่อไปเตรียมในเรื่องของการ เตรียมการผลผลิตหรือปัจจัยการผลิต ก็ดำเนินการไปแล้วร้อยละ 99.88 ของเป้าหมาย มีเกษตรกรได้ประโยชน์กว่า 3.6 ล้านราย ขอให้สุจริตต่อกัน ก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกันเกษตรกรด้วย เจ้าหน้าที่ด้วย อย่าให้มีปัญหาเรื่องทุจริตจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาการตรวจสอบ เรื่องที่ (3) โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรเพื่อให้มีเงินคงเหลือในการดำรงชีพมากขึ้น ช่วยเหลือไปแล้วกว่า 6 แสนราย เรื่องที่ (4) โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2558/59 ช่วยชะลอข้าวเปลือกเข้าสู่ตลาดได้กว่า 5 แสนตัน มีเกษตรกรได้ประโยชน์แล้วกว่า 7 หมื่นราย นอกจากนี้ รัฐบาลยัง เรื่องที่ (5) พัฒนาพื้นที่ชลประทาน กว่า 1.7 แสนไร่ ทำให้สามารถเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้น 153 ล้าน ลบ.ม. พร้อมสร้างแหล่งน้ำให้กับพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทาน         อีกมากกว่า 19,000 บ่อ เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำในภาคการเกษตร
ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่และข้าราชการทุกฝ่าย ภาคเอกชน ที่เข้ามาร่วมดำเนินการขับเคลื่อนประเทศ ตามแนวทางประชารัฐ ผมทราบว่าทุกคนเหนื่อย แต่ผมเห็นรอยยิ้มประชาชนมีความสุข แล้วทุกคนมีความสุขทั้งข้าราชการ ทั้งในพื้นที่นอกพื้นที่ ผมก็ยิ้มเพราะผมเห็นรอยยิ้มของเขาผมก็สบายใจขึ้น แต่ยังไม่จบเป็นเพียงรอยยิ้มที่ยิ้มไม่เต็มที่ ต้องยิ้มกว้าง ๆ นั่นคือการแก้ปัญหาสำเร็จไปแล้ว
วันนี้ผมเห็นรองนายก คณะรัฐมนตี ข้าราชการ เอกชนเขาทำกันอย่างเต็มที่ เพียงแต่การสร้างความรู้ลำบากเหมือนกัน บางทีก็ไม่สนใจกัน เขาพูดก็ไม่สนใจ ต้องคอยมาฟังผมพูดคนเดียว ก็ไม่ได้ ท่านก็ต้องฟังทุกคน หนังสือพิมพ์อ่านทุกหน้า อย่าอ่านหน้าแรกหน้าเดียว หน้าแรกขัดแย้งทั้งสิ้นไปดูข้างใน หลายเล่มก็ดีอยู่แล้ว หลายเล่มก็ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นรอยยิ้มเจ้าหน้าที่ พี่น้องประชาชนที่มาคอยต้อนรับผม อย่าเรียกว่าต้อนรับเลย มาเจอกันทุกครั้งที่ลงพื้นที่ ก็เป็นกำลังใจให้ผมทำงาน แล้วทุกคนก็มีความหวังความฝันร่วมกัน ช่วยกันเดินหน้าประเทศต่อไป
สุดท้ายนี้ ตลาดคลองผดุงฯ เดือนกันยายนนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จับมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) นำเสนอ “ตลาดเกษตรดิจิทัล” ภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีก้าวไกล การเกษตรไทยก้าวหน้า” ระหว่างวันที่ 5 – 25 กันยายน เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้าน ICT ในการประยุกต์ใช้สนับสนุนภาคการเกษตรกรรมของประเทศและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงให้ความรู้ การใช้ระบบดิจิทัลในการขับเคลื่อน ซึ่งกำลังเป็นแนวทางของเราอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะได้ทันสมัยสักที รวดเร็วประชาชนเข้าถึง ค้าขายได้ทางอินเตอร์เน็ตเหล่านี้ ผมมุ่งเน้นไปถึงเกษตรกร     ผู้ผลิตขายตรงเลยก็ได้ ไม่เช่นนั้นผ่านทางนั้นทางนี้ก็มีปัญหาหมด ราคาก็ต่ำลง อันนี้เป็นแนวทางของ “ไทยแลนด์ 4.0” นี้คือ ไทยแลนด์ 4.0 เพื่อประชาชนข้างล่าง
เราจะแบ่งพื้นที่เป็น 4 โซนหลัก คือ (1) โซนดิจิทัล สำหรับสินค้า IT, Smart Phone, Computer (2) โซนเกษตรดิจิทัล คือการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ รวมทั้งสินค้าที่ตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาได้ ด้วยระบบ QR Code อันนี้จำเป็น สินค้า GI เหล่านี้ วันหน้าถ้าไม่มี GI ขายไม่ได้ (3) โซนสินค้าเกษตร Organic เกษตรอินทรีย์ เราก็จะเร่งรัดในเรื่องของการจดทะเบียน ขึ้นทะเบียนสินค้า GI เหล่านี้ของไทยเพื่อบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จาก 49 จังหวัด 67 รายการ ทำเสร็จไปแล้ว อีกหลายรายการยังรอการขึ้นทะเบียนอยู่ กำลังตรวจสอบอยู่ เพื่อรับรองมาตรฐานเหล่านี้ขึ้นทะเบียนได้   ผมก็กำชับไปแล้วให้ทุกจังหวัด ยกระดับสินค้าเหล่านั้นให้ขึ้นทะเบียนให้ได้โดยเร็ว รวมทั้งสินค้าแปรรูป เพิ่มมูลค่า และผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน หลายคณะทำงานต้องเร่งทำงาน (4) โซนกิจกรรมสาธิตและฝึกอบรม ด้านการเงิน การขาย การบัญชี และการตลาด การเสริมสร้างนวัตกรรม การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และการให้คำปรึกษาทางธุรกิจและ SME เป็นต้น
ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยที่สนใจ เข้าร่วมในงาน เพื่อสนับสนุนสินค้าเกษตรของไทย เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เห็นใจเขา มาซื้อสินค้าเกษตรกันมาก ๆ เขามีเงินกลับไปบ้านเขา เลี้ยงดูครอบครัวเขา ปัจจุบันผมก็ดีใจที่ตลาดคลองผดุงได้รับความนิยมพอสมควร จัดมาแล้ว 22 ครั้ง มีร้านค้าผู้ประกอบการหมุนเวียนเข้ามาดำเนินการมากกว่า 3,000 ราย มีผู้เข้าร่วมในงานกว่า  2 ล้านคน มียอดการจำหน่ายสั่งซื้อสินค้ารวมกว่า 1,257 ล้านบาท แล้วก็น่ายินดีกับความสำเร็จทั้งเถ้าแก่เก่า เถ้าแก่ใหม่ เถ้าแก่ใหญ่เถ้าแก่เล็ก ทั้งหมด เถ้าแก่น้อย ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมด้วยช่วยกันในการพัฒนาประเทศ ขอบคุณครับ / สวัสดีครับ
  • ที่มา ;  เว็บ รัฐบาลไทย

 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

-คลากรการศึกษา  ที่ 

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม