หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบ ผอ.รร ปี 2563

ติวสอบ ผอ.รร ปี 2563
ติวสอบ ผอ.รร ปี 2563

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2564

คำแถลงนโยบายการจัดการศึกษา ของ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 


 






คำแถลงนโยบายการจัดการศึกษา

ของ

นางสาวตรีนุช เทียนทอง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

 

 

เรียนท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการปลัดกระทรวงศึกษาธิการรองปลัดกระทรวง ศึกษาธิการเลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษาเลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานผู้บริหารระดับสูงหัวหน้าส่วนราชการพี่น้องข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่และ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านคะ(อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม)

 

ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มาเข้ารับหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ดังที่ดิฉันและทุกท่านทราบดีว่า ภารกิจด้านการศึกษานั้นเป็น ภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับประเทศชาติ

          ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ ๑ เมษายนซึ่งเป็นวันก่อตั้งกระทรวงศึกษาธิการของเรา๒๔๓๕ ที่แต่เดิมมีชื “กระทรวงธรรมการ” นับจนถึงวันนี้ ซึ่งในอีกสามวันข้างหน้าก็จะครบรอบ ๑๒๙ ปีแห่งการสถาปนาพ องค์กรของเรามีทั้งเรื่องราวและผู้คนมากมายผ่านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านมีวิกฤต และโอกาสเกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน

อีกทั้งในปัจจุบันนี้สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรว ังที่มีคำกล่าวว่าเป็นเร็ว“โลกไร้พรมแดน” จึง นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างยิ่ง ที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่บน ความคาดหวังของสังคม

ดิฉันมีความคิดเห็นว่า พวกเราจะต้องสร้าง“ความเชื่อมั่นวางใจ”ไว้ หรือ“TRUST” ให้กับสังคมโดยเฉพาะ อย่างยิ่ง เด็กและผู้ปกครอง ว่าเราสามารถที่จะเป็นหลัก หรือที่พึ่งให้กับพวกเขาได้

 

TRUST” หมายถึง“ความไว้วางใจ”

เป็นรูปแบบการทำงานที่จะทำให้ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ผู้เรียน และประชาชน กลับมาให้

ความไว้วางใจในการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการอีกครั้ง

 

 

โดย    T        ย่อมาจากTransparency (ความโปร่งใส)

R       ย่อมาจากResponsibility (ความรับผิดชอบ)

U             ย่อมาจากUnity (ความเป็นอันหนึ่งอันเดียว)

S             ย่อมาจากStudent-Centricity (ผู้เรียนเป็นเป้าหมายแห่งการพัฒนา)

T             ย่อมาจากTechnology (เทคโนโลยี)

 

 

รูปแบบการทำงาน“TRUST” คือการพัฒนาต่อยอดจากรูปแบบการทำงาน“MOE ONE TEAM” หรือ “การทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวของกระทรวงศึกษาธิการ” ที่กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการมาโดย ตลอด ซึ่ง“TRUST” จะเข้ามาเป็นส่วนเสริมในเรื่องความโปร่งใสทั้งในเชิงกระบวนการทำงานและ กระบวนการตรวจสอบจากภาคส่วนต่าง ๆ การสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนดำเนินการตามภารกิจของต ด้วยความรับผิดชอบต่อตัวเอง องค์กร ประชาชน และปร เทศชาติ ให้ความสำคัญกับการประสานความ

ร่วมมือจากทุกภาคส่วนParticipation)( ผ่านกลไกการรับฟังความคิดเห็นมาประกอบการดำเนินงานต่าง ๆ ที่

 

เป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการเป็นพื้นที่ของทุกคนความเป็น มี อันหนึ่งอันเดียวระหว่างครูบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ผู้เรียน และประชาชน ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกั คือ การมีผู้เรียนเป็นเป้าหมายแห่งการพัฒนาโดยการทำให้ผู้เรียนมีวิธีคิดและทักษะที่เป็นสากลสอดคล้องก พลวัตในศตวรรษที่ ๒๑ ควบคู่ไปกับสำนึกและความเข้าใจในความเป็นไทย ผ่านการมีความพร้อมด้า เทคโนโลยีทั้งในเชิงโครงสร้าง(Infrastructure) คือ การเข้าถึงสิ่งจำเป็นและสิ่งอำนวยความสะดวกด้าน การศึกษาอย่างทั่วถึง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการศึกษา และในเชิงการเรียนรู้(Learning)คือ แหล่งข้อมูล แหล่งเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆและจะช่วยให้ผู้เรียนทุกคนถึงพร้อมซึ่งคุณลักษณะอันพที่ทันสมัย ประสงค์ทุกประการ

 

เพื่อเป็นการตระหนักถึงความสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพย มนุษย์ โดยเฉพาะแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ(พ..๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ประเด็นการพัฒนาศักยภาพคน ตลอดช่วงชีวิการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ การพัฒนาเด็กต ช่วงตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัย การพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน การส่งเสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ และพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย และประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง

ดิฉันจึงขออนุญาตนำเสนอนโยบายการจัดการศึกษาทั้ง ๑๒ ข้อ ดังนี้

 

ข้อ ๑ การปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัยและทันการเปลี่ยนแปลงของโลกใน ศตวรรษที่ ๒๑โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษาให้มีความรู้และคุณลักษณะที่เหมาะสมกับทักษะ บริบทสังคมไทย

 

ข้อ ๒การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและอาจารย์ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา ให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัลเพื่อให้ครูและอาจารย์ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะทั้งด้านการจัดการ เรียนรู้ ด้วยภาษาและดิจิทัล สามารถปรับวิธีการเรียนการสอนและการใช้สื่อทันสมัย ต่อและมีความรับผิ ผลลัพธ์ทางการศึกษาที่เกิดกับผู้เรียน

 

ข้อ ๓การปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ(NDLP)และการ ส่งเสริมการฝึกทักษะดิจิทัลในชีวิตประจำวันเพื่อให้มีหน่วยงานรับผิดชอบพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้ว ดิจิทัลแห่งชาติที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยแเข้าถึงแหะ่งเรียนรู้ได้อย่าง กว้างขวางผ่านระบบออนไลน์ และการนำฐานข้อมูลกลางทางการศึกษามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนา ประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา

ข้อ ๔ การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา โดยการส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาให้มี ความเป็นอิสระและคล่องตัว การกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายการศึกษาแห่งชาติที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อกำหนดให้มีระบบบริหารและ จัดการ รวมถึงการจัดโครงสร้างหน่วยงานให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ สถานศึกษาให้มี ความเป็นอิสระและคล่องตัวการบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน มีระบบการบริหารงาน บุคคลโดยยึดหลักธรรมาภิบาล

ข้อ ๕ การปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ พร้อมจัดทดสอบวัดความรู้และ ทักษะที่จำเป็นในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาทั้งสายวิชาการและสายวิชเพื่อให้ระบบกรประเมินผลชีพ

 

การศึกษาทุกระดับและระบบการประกันคุณภาพการศึกษาการปรับปรุงให้ทันสมัยได้รับ ตอบสนองผลลัพธ์ ทางการศึกษาได้อย่างเหมาะสม

ข้อ ๖การจัดสรรและการกระจายทรัพยากรให้ทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการระดมทรัพยากรทา การศึกษาจากความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อให้การจัดสรรทรัพยาารศึกษามีความเป็นธรรมและสร้างรทาง โอกาสให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพทัดเทียมกลุ่มอื่น ๆ กระจายทรัพยากรทั้งบุคลากรทาง การศึกษา งบประมาณและสื่อเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง

ข้อ ๗ การนำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติNQF)และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน(AQRF) (สู่การปฏิบัติเป็น การผลิตและการพัฒนากำลังคนเพื่อการพัฒนาประเทศโดยใช้กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เชื่อมโยงระบบการศึ และการอาชีพโดยใช้กลไกการเทียบโอนประสบการณ์ด้วยธนาคารหน่วยกิตและการจัดทำมาตรฐานอาชีพใน สาขาที่สามารถอ้างอิงอาเซียนได้

ข้อ ๘ การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาเพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัยเพื่อเป็นการขับเคลื่อนแผนบูรณาการการพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๒ สู่การปฏิบัติเป็โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรูปธรรม นำไปเป็นกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย และมีการติดตามความก้าวหน้าเป็นระย

ข้อ ๙ การศึกษาเพื่ออาขีพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อให้ผู้จบการศึกษา ระดับปริญญาและอาชีวศึกษามีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพและคุณภาพชีวิตที่ดี มีส่วนช่วย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกได้

ข้อ ๑๐การพลิกโฉมระบบการศึกษาไทยด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัด การศึกษาทุกระดับการศึกษาเพื่อให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ การจัดการศึกษาผ่านระบบดิจิทัล

ข้อ ๑๑ การเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาและ ผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

ข้อ ๑๒ การจัดการศึกษาในระบบนอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยยึดหลักการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการมี ส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทาง การศึกษาและผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙COVID(-19) ในปัจจุบันได้ก่อให้เกิด ความนิยมในรูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์Online)( มากยิ่งขึ้นส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการ

 

เตรียมผู้เรียนไทยให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ซึ่งมุ่งเน้นความเป็นผู้ประกอบกา๒๑(Entrepreneurship) และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างResilience)ๆ( รวมถึงปัญหาความปลอดภัยของ สถานศึกษาและปัญหาความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการศึกษาที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจึง ดิฉ เสนอให้มีวาระเร่งด่วน(Quick Win) ของกระทรวงศึกษาธิการ ดังต่อไปนี้

วาระที่ ๑ เรื่องความปลอดภัยของผู้เรียน

โดยจัดให้มีรูปแบบวิธีการหรือกระบวนการในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการ

เรียนรู้อย่างมีคุณภาพมีความสุขและได้รับการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและ

จิตใจรวมถึงการสร้างทักษะให้ผู้เรียนมีความสามารถในการดูแลตนเองจากภัยอันตรายต่างๆ

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางสังคม

 

 

วาระที่ ๒ หลักสูตรฐานสมรรถนะ

มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายโดยยึดความสามารถของผู้เรียนเป็นหลักและพัฒนาผู้เรียนให้

เกิดสมรรถนะที่ต้องการ

วาระที่ BigData

พัฒนาการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและไม่ซ้ำซ้อนเพื่อให้ได้ข้อมูลภาพรวมการศึกษาของประเทศ

ที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ถูกต้องเป็นปัจจุบันและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง

 

วาระที่ ขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา๔(Excellent Center) สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา(Excellent Center) ตามความ เป็นเลิศของแต่ละสถานศึกษาและตามบริบทของพื้นที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศทั้งใน ปัจจุบันและอนาคตตลอดจนมีการจัดการเรียนการสอนด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยสอดคล้องกับ เทคโนโลยีปัจจุบัน

วาระที่ พัฒนาทักษะทางอาชีพ๕

ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่เน้นพัฒนาทักษะอาชีื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เรียนสร้างอาชีพและ

รายได้ที่เหมาะสมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

วาระที่ การศึกษาตลอดชีวิต๖

การจัดเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัยให้มีคุณภาพและมาตรฐานประชาชนในแต่ละช่วง

วัยได้รับการศึกษาตามความต้องการอย่างมีมาตรฐานเหมาะสมและเต็มตามศักยภาพตั้งแต่วัยเด็ก

จนถึงวัยชราและพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย

วาระที่ การจัดการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ๗ ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ สามารถดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีเกียรติศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับผู้อื่นในสังคมสามารถช่วยเหลือตนเอง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

 

 

ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิปลัดระทรวงศึกษาธิการ รองปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าส่วนราชการพี่น้องข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และท่านผู้มีเกียรต ท่านที่ให้ความกรุณาสละเวลาอันมีค่ามาให้การต้อนรับดิฉันและเข้าร่วมรับฟังการมอบนโยบายและ


 

ยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติงานดิฉันตระหนักดีว่า ภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการนี้มีอยู่มากมาย ทั้งที่ยังรอการ

 

ดำเนินงานและที่จะริเริ่มโครงการขึ้นใหม่จำต้องอาศัยความมุมานะยายามอย่างยิ่งยวดพที่จะให้เกิด ผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและนั่นคือสิ่งที่ยากที่สุด

เพราะผลสัมฤทธิ์ของภารกิจด้านการศึกษานั้นไม่อาจระบุได้ว่า เท่าไร เมื่อไรจึงจะถือว่าประสบความสำเร็จ ดุจดังเรื่องราวของ“พระมหาชนก” พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลย เดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ทรงเป็นแบบอย่างแห่พระโพธิสัตว์ผู้ถึงพร้อมด้วยวิริยะบารมีทรงแหวกว่ายอยู่ ในมหาสมุทรท่ามกลางวาตภัยแลสัตว์ร้ายที่พร้อมจะแผ้วพาน กระนั้นก็ทรงแน่วในพระราชปณิธานที่จะว่าย ต่อไปให้“ถึงฝั่ง” เพื่อยังประโยชน์แก่อาณาราษฎรโดยการขึ้นครองสิริราชสมบัติปกครองมิถิลานครสืบไป

 

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระตลอดจน เจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีแลพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์จงดลบันดาลประทานพร

 

ให้ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ประสบแต่ความสุขเ้าถึงความเพียรที่บริสุทธิ์ความเจริญปัญญาที่เฉียบแหลม กำลังกายที่สมบูรณ์ พร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจด้วยความไว้วางใจ เพื่อร่วมไปให้“ถึงฝั่ง” ด้วยกันนะคะ

 

 

ขอขอบพระคุณค่ะ


  • ที่มา ; เว็บกระทรวงศึกษาธิการ
  • ( คลิ๊ก )  อ่านทั้งหมดได้ที่  

    รวบรวม เรียงเรียง โดย อ./ผอ.นิกร  ติวสอบดอทคอม

วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2564

การฉีดวัคซีนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทย

 



การฉีดวัคซีนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทย





สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติทะเบียนวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ถือว่าเป็นวัคซีนจากเอกชนรายที่ 3 ถัดจากแอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวค ที่มีการยื่นขอในไทย

นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ระบุด้วยว่า ยังมีวัคซีนของบริษัท บารัต ไบโอเทค เทคโนโลยี ประเทศอินเดีย นำเข้าโดยบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด อยู่ระหว่างการยื่นเอกสารแบบต่อเนื่อง

ส่วนวัคซีนอื่น ๆ ได้แก่ โมเดอร์นาของประเทศสหรัฐอเมริกา วัคซีนสปุตนิก ไฟว์ ของประเทศรัสเซีย และวัคซีน ซิโนฟาร์ม ของประเทศจีน ได้มีการเข้าหารือกับ อย. เพื่อเตรียมการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 แล้ว

ไทม์ไลน์วัคซีนโควิด-19 ประเทศไทย

  • 20 ม.ค. อย.อนุมัติขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า
  • 22 ก.พ. อย.อนุมัติขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค (โคโรนาแวค)
  • 24 ก.พ. วัคซีนล็อตแรกมาถึง ซิโนแวค 200,000 โดส, แอสตร้าเซนเนก้า 117,000 โดส
  • 28 ก.พ. อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข และ 4 รัฐมนตรี ฉีดเข็มแรก ด้วยวัคซีนซิโนแวค, เริ่มกระจายการฉีดวัคซีนปยังกลุ่มเป้าหมาย วันแรก
  • 8 มี.ค. แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ส่งมอบวัคซีนที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้วให้กรมควบคุมโรค
  • 11 มี.ค. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รับรองคุณภาพวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า
  • 12 มี.ค. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม และรัฐมนตรีบางคน เลื่อนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของ บ.แอสตร้าเซนเนก้าไปก่อน หลังจากมีรายงานว่าบางประเทศในยุโรประงับการฉีดวัคซีนยี่ห้อนี้เนื่องจากพบผลข้างเคียงคืออาการลิ่มเลือดอุดตันในผู้ที่ได้รับวัคซีนบางราย
  • 16 มี.ค. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับวัคซีนเข็มแรกของแอสตร้าเซนเนก้า และรัฐมนตรีอีก 19 รายร่วมรับวัคซีน
  • 20 มี.ค. อนุทิน รองนายกฯ และ รมว.สธ. เผยภาพวัคซีนซิโนแวคล็อต 2 ถึงไทยแล้ว จำนวน 800,000 โดส
  • 23 มี.ค. อนุทิน รองนายกฯ และ รมว.สธ.และ สาธิต ปิตุเดชนะ รมช. ฉีดวัคซีนเข็มสอง
  • 25 มี.ค. อย. อนุมัติทะเบียนวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน
  • ที่มา ; https://www.bbc.com/thai/thailand-56534291
  • ( คลิ๊ก )  อ่านทั้งหมดได้ที่  

    รวบรวม เรียงเรียง โดย อ./ผอ.นิกร  ติวสอบดอทคอม

วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2564

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2564

 


ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2564

IMG 8289

              ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2564 ในวันศุกร์ที่ 19 มีนาคม 2564 โดยมีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษา  ราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้

       

        1. เห็นชอบ (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. .... 

            ตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 76 วรรคสาม กำหนดให้หน่วยงานรัฐมีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อใช้เป็นหลักในการกำหนดประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้น ๆ และพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5 กำหนดหลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อใช้เป็นหลักสำคัญในการจัดทำประมวลจริยธรรมของหน่วยงานของรัฐ และมาตรา 6  ให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของหน่วยงานรัฐมีหน้าที่จัดทำประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในความรับผิดชอบ

            ก.ค.ศ. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงได้จัดทำ (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และยกระดับมาตรฐานทางจริยธรรม ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม โดยได้มีการจัดทำ (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแล้วและได้มีการเผยแพร่เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้รับบริการ และประชาชน ผ่านช่องทางต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

            มาตรฐานทางจริยธรรม 9 ข้อ

            1. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

            2. ซื่อสัตย์ สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และต่อผู้เกี่ยวข้อง ในฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

            3. กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าแสดงออก และกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม

            4. มีจิตอาสา จิตสาธารณะ มุ่งประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง

            5. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน มุ่งมั่นในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยคำนึงถึงคุณภาพการศึกษาเป็นสำคัญ

            6. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ

            7. ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

            8. เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คำนึงถึงสิทธิเด็ก และยอมรับความแตกต่างของบุคคล

           9. ยึดถือและปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ

            โดยหลังจากนี้จะได้นำเสนอ ก.ม.จ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลใช้บังคับกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงพนักงานราชการ ครูอัตราจ้าง ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานทางการศึกษาโดยอนุโลมต่อไป

 

         2. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์

         สืบเนื่องจาก ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 9/2563 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ได้เห็นชอบการกำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่งและทุกวิทยฐานะ เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมถึงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และเพื่อให้ทันและสอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงกับการจัดการศึกษาในปัจจุบัน จึงเป็นที่มาของการจัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์ฯนี้ โดยได้มีการศึกษาข้อมูล การระดมความคิดเห็นจากนักวิชาการ และการนำผลการวิจัยมาเป็นฐานในการดำเนินการ รวมถึงได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้ว

         สำหรับตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ได้กำหนดลักษณะงานที่ปฏิบัติ 3 ด้าน คือ 1. ด้านนิเทศการศึกษา 2. ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา และ3. ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่นี้  ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่าหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ดังกล่าว จะเป็นประโยชน์กับศึกษานิเทศก์ ครู สถานศึกษา หน่วยงานการศึกษา และส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับวิชาชีพศึกษานิเทศก์ เพื่อให้ศึกษานิเทศก์ได้พัฒนาตนเองให้มีความรู้และความเชี่ยวชาญ  ในการนิเทศการศึกษา มีการพัฒนาสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา ที่ส่งผลต่อผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ศึกษานิเทศก์เข้าถึงครู ห้องเรียน สถานศึกษา และหน่วยงานการศึกษามากขึ้น ได้รับทราบสภาพปัญหาและความต้องการของห้องเรียน สถานศึกษา และหน่วยงานการศึกษา สามารถนำมากำหนดแผนพัฒนา การนิเทศการศึกษา หรือพัฒนาสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการศึกษาได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้การประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่ เป็นการลดกระบวนการและขั้นตอน โดยการนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ลดภาระในการจัดทำเอกสารและประหยัดงบประมาณเกี่ยวกับการประเมิน เกิดการเชื่อมโยงบูรณาการในระบบการประเมินวิทยฐานะ การประเมินผลการปฏิบัติงาน การเลื่อนเงินเดือน และการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ โดยใช้ตัวชี้วัดเดียวกัน ทำให้ลดความซ้ำซ้อน และมี Big data ในการบริหารงานบุคคลสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพโดย (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

         1. กำหนดให้ศึกษานิเทศก์ทุกคนทำข้อตกลงในการพัฒนางานกับผู้บังคับบัญชาชั้นต้น เป็นประจำทุกปี ซึ่งข้อตกลงในการพัฒนางาน ประกอบด้วย 2 ส่วน

         ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะ

         ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครู หรือการพัฒนาสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน

         โดยมีรอบการประเมินปีงบประมาณละ 1 ครั้ง ในแต่ละรอบการประเมินต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการบริหารงานบุคคล ได้แก่ ใช้เป็นคุณสมบัติในการขอรับการประเมินเพื่อให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ใช้เป็นผลการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ (มาตรา 55) และใช้เป็นองค์ประกอบในการประเมิน เพื่อพิจารณาเลื่อนเงินเดือน

         สำหรับการยื่นคำขอ ให้ยื่นได้ตลอดปี ภาคเรียนละ 1 ครั้ง โดยหากยื่นไว้แล้ว ต้องได้รับแจ้งมติไม่อนุมัติก่อน จึงจะยื่นในวิทยฐานะเดิมได้

         2. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ

         1) มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งตามระยะเวลาในแต่ละวิทยฐานะ 

         2) มีการพัฒนางานตามข้อตกลง ในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 3 รอบการประเมิน

         3) ในช่วงระยะเวลาการดำรงตำแหน่งย้อนหลัง 4 ปี ต้องไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยที่หนักกว่าโทษภาคทัณฑ์

         3. การประเมิน กำหนดให้มีการประเมิน 2 ด้าน สำหรับชำนาญการและชำนาญการพิเศษ

          ด้านที่ 1 ด้านทักษะการวางแผนพัฒนาการนิเทศการศึกษา กลยุทธ์ สื่อ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยี ในการนิเทศการศึกษา หรือการพัฒนาสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษา ฯลฯ

          ด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์ในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครู หรือการพัฒนาสถานศึกษา หรือหน่วยงานการศึกษา ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ฯลฯ

          สำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษจะมีการประเมิน ด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ

          4. การยื่นคำขอ ให้ยื่นคำขอและหลักฐานประกอบการประเมินผ่านระบบการประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (Digital Performance Appraisal : DPA)

         5. เกณฑ์การตัดสิน ในแต่ละด้านต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 สำหรับวิทยฐานะชำนาญการ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ร้อยละ 75 และร้อยละ 80 สำหรับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ ตามลำดับ

โดยหลักเกณฑ์และวิธีการฯ นี้ กำหนดให้มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 และยื่นคำขอผ่านระบบ DPA ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

 

         3. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบริหารการศึกษา

         สืบเนื่องจาก ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 9/2563 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ได้เห็นชอบการกำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่งและทุกวิทยฐานะ เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมถึงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ  และเพื่อให้ทันและสอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงกับการจัดการศึกษาในปัจจุบัน จึงเป็นที่มาของการจัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์นี้ โดยได้มีการศึกษาข้อมูล การระดมความคิดเห็นจากนักวิชาการ และการนำผลการวิจัยมาเป็นฐานในการดำเนินการ รวมถึงได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้ว

         สำหรับตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา ได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบใหม่ โดยกำหนดลักษณะงานที่ปฏิบัติ 5 ด้าน คือ 1. ด้านการบริหารและความเป็นผู้นำ การพัฒนาการศึกษา 2. ด้านการบริหารจัดการและการพัฒนาองค์กร 3. ด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรม 4. ด้านการบริหารงานชุมชนและเครือข่าย และ 5. ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่นี้  ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้เรียน ครู สถานศึกษา หน่วยงานการศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา เพื่อให้ผู้บริหารการศึกษาได้พัฒนาตนเองให้มีศักยภาพสูงขึ้นตามระดับวิทยฐานะ มีภาวะผู้นำในการบริหารวิชาการ และบริหารการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอน คุณภาพครู คุณภาพผู้เรียน และคุณภาพการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดความเชื่อมโยง(Alignment and Coherence) ในระบบการประเมิน และการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ ลดความซ้ำซ้อนและงบประมาณ และการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ โดยใช้ตัวชี้วัดเดียวกัน ทำให้ลดความซ้ำซ้อน นอกจากนี้ทำให้มี  Big data ในการบริหารงานบุคคล สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพโดย (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

        1. กำหนดให้ผู้บริหารการศึกษาทุกคนทำข้อตกลงในการพัฒนางานกับผู้บังคับบัญชาตามลำดับ ถึงส่วนราชการ ได้ตลอดปี ซึ่งข้อตกลงในการพัฒนางาน ประกอบด้วย 2 ส่วน

        ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะ (ภารงานบริหาร  จัดการศึกษาและคุณภาพการปฏิบัติงาน)

       ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน คุณภาพข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาและหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบ

        โดยมีรอบการประเมินปีงบประมาณละ 1 ครั้ง ในแต่ละรอบการประเมินต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการบริหารงานบุคคล ได้แก่ ใช้เป็นคุณสมบัติในการขอรับการประเมินเพื่อให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ใช้เป็นผลการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ (มาตรา 55) และใช้เป็นองค์ประกอบในการประเมินเพื่อพิจารณาเลื่อนเงินเดือน

       สำหรับการยื่นคำขอ ให้ยื่นได้ตลอดปี ภาคเรียนละ 1 ครั้ง โดยหากยื่นไว้แล้ว ต้องได้รับแจ้งมติไม่อนุมัติก่อน จึงจะยื่นในวิทยฐานะเดิมได้

         2. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ

         1) มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งตามระยะเวลาในแต่ละวิทยฐานะ 

         2) มีการพัฒนางานตามข้อตกลง ในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 1 รอบการประเมิน โดยต้องมีผลการประเมินที่นำมาเสนอขอ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70

         3) ในช่วงระยะเวลาการดำรงตำแหน่งย้อนหลัง 1 ปีต้องไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย ที่หนักกว่าโทษภาคทัณฑ์ หรือไม่เคยถูกวินิจฉัยชี้ขาดทางจรรยาบรรณวิชาชีพ ที่หนักกว่าภาคทัณฑ์

         3. การประเมิน กำหนดให้มีการประเมิน 2 ด้านสำหรับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ

         ด้านที่ 1 ด้านทักษะการวางแผนกลยุทธ์ การใช้เครื่องมือหรือนวัตกรรมทางการบริหาร

         ด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษา และหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบ

         สำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษจะมีการประเมิน ด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ

          4. การยื่นคำขอ ให้ยื่นคำขอและหลักฐานประกอบการประเมินตามระบบปกติ

          5. เกณฑ์การตัดสิน ด้านที่ 1 และด้านที่ 2 ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 สำหรับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 และร้อยละ 80 สำหรับ วิทยฐานะเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ ตามลำดับ สำหรับด้านที่ 3 ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 สำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 สำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ

 

         4. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

         ตามที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา ตามนัยมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547  โดยกำหนดให้เฉพาะสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งยังมิได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ สำหรับตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้เพื่อให้การย้ายตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย มีมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน โดยนำหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ ของ สพฐ. มาเป็นแนวทางในการจัดทำร่างหลักเกณฑ์และวิธีการฯ นี้ โดย (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

         การย้ายผู้บริหารการศึกษา มี 3 กรณี

         1. การย้ายกรณีปกติ ได้แก่ การย้ายกรณีครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี โดยให้ดำเนินการย้ายให้แล้วเสร็จก่อนที่จะบรรจุและแต่งตั้งบุคคลจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก

         2. การย้ายกรณีพิเศษ ได้แก่ การย้ายเนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือการย้ายเนื่องจากถูกคุกคามต่อชีวิต หรือการย้ายเพื่อดูแลบิดามารดา คู่สมรส บุตร ซึ่งเจ็บป่วยร้ายแรง โดยต้องมีเอกสารหลักฐานทางราชการ หรือทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ประกอบการพิจารณาด้วย

         3. การย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ ได้แก่ การย้ายเพื่อแก้ปัญหาการบริหารจัดการศึกษา หรือการย้ายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา

           โดยการย้ายผู้บริหารการศึกษา ทุกกรณี ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 เสนอรายชื่อให้ อ.ก.ค.ศ.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาอนุมัติย้าย เมื่อ อ.ก.ค.ศ.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาอนุมัติการย้ายแล้ว ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สั่งบรรจุและแต่งตั้ง

ที่มา ; https://otepc.go.th/th/content_page/item/3327-3-2564-2.html

( คลิ๊ก )  อ่านทั้งหมดได้ที่  

รวบรวม เรียงเรียง โดย อ./ผอ.นิกร  ติวสอบดอทคอม

วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2564

ราชกิจจาฯ ประกาศกำหนดความเร็วรถ วิ่งเลนขวาห้ามต่ำกว่า 100กม./ชม.

 


ราชกิจจาฯ ประกาศกำหนดความเร็วรถ วิ่งเลนขวาห้ามต่ำกว่า 100กม./ชม.

ราชกิจจาฯ ประกาศกำหนดความเร็วรถ วิ่งเลนขวาห้ามต่ำกว่า 100กม./ชม.
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่กฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบทที่กำหนด พ.ศ. 2564 ที่ลงนามโดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม   มีสาระสำคัญว่า  อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5(1) แห่งพระราชบัญญัติทางหลวงพ.ศ. 2535 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ มีสาระสำคัญ อาทิ

ข้อ 2 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับแก่ทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบทที่มีทางเดินรถซึ่งได้แบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่สองช่องเดินรถขึ้นไปมีเกาะกลางถนนแบบกำแพง และไม่มีจุดกลับรถเสมอระดับถนนตามที่ผู้อำนวยการทางหลวงประกาศกำหนด

ข้อ 3 อัตราความเร็วของยานพาหนะบนทํางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบทตาม ข้อ2  มีดังต่อไปนี้ อาทิ   รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถเกินสองพันสองร้อยกิโลกรัม หรือรถบรรทุกคนโดยสารที่มีที่นั่งคนโดยสารเกินสิบห้าคนให้ใช้ความเร็วไม่เกินเก้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง

รถจักรยานยนต์ให้ใช้ความเร็วไม่เกินแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง เว้นแต่รถจักรยานยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่สามสิบห้ากิโลวัตต์ขึ้นไปหรือมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่สี่ร้อยลูกบาศก์เชนติเมตรขึ้นไปให้ใช้ความเร็วไม่เกินหนึ่งร้อยสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นต้น


ที่มา ; https://www.blogger.com/blog/post/edit/150890494611810458/4889381780371551927
( คลิ๊ก )  อ่านทั้งหมดได้ที่  

รวบรวม เรียงเรียง โดย อ./ผอ.นิกร  ติวสอบดอทคอม

นโยบายการศึกษา ปีงบประมาณ 2564 กระทรวงศึกษาธิการ

 


นโยบายการศึกษา ปีงบประมาณ 2564 กระทรวงศึกษาธิการ









( คลิ๊ก )  อ่านทั้งหมดได้ที่  

รวบรวม เรียงเรียง โดย อ./ผอ.นิกร  ติวสอบดอทคอม

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม