หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567

พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567
พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2558

คณะผู้บริหาร ศธ. ร่วมอวยพรปีใหม่ 2559

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )

ติวสอบดอทคอม www.tuewsob.com 

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

-เกณฑ์ประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ โดย สมศ.

- พรบ.เงินเดือนใหม่ข้าราชการครูฯ พ.ศ.2558  


              ข้อสอบออนไลน์ ( พัฒนาความรู้ครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่  โดย  อ.นิกร

 เตรียมสอบ บน ยูทูป ทั้งหมด ได้ที่

 ติวสอบ บน ยูทูป


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 
เตรียมสอบครูผู้ช่วย

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 477/2558
คณะผู้บริหาร ศธ. ร่วมอวยพรปีใหม่ 2559
ทำเนียบรัฐบาล - พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนผู้บริหารองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการ มอบแจกันดอกไม้อวยพรแด่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2559 เมื่อวันอังคารที่ 29 ธันวาคม 2558 เวลา 15.30 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการตอนหนึ่งว่า ต้องการทำงานเพื่อประเทศไทย แต่ไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องให้ทุกคนมีส่วนร่วมกัน โดยเฉพาะผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องเป็นหลักในการทำงาน ดังเช่นเนื้อหาของเพลง “เพราะเธอคือประเทศไทย” ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แต่งคำร้อง ที่ให้ความหมายที่ดีมาก และสะท้อนถึงความรู้สึกของนายกรัฐมนตรี ก็คือ “แต่มีเพียงสองมือกับหนึ่งลมหายใจ พลังคงไม่พอจะสร้างฝันให้เป็นไป” พร้อมทั้งขอความร่วมมือในการทำงานในอีก 1 ปี 6 เดือนต่อจากนี้ไป ที่จะต้องทำอะไรอีกมากเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ในช่วงเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย

รมว.ศธ.นำ รมช.ศธ.ทั้งสองท่าน และผู้บริหาร 5 องค์กรหลัก มอบแจกันดอกไม้
อวยพรแด่นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2559

 บรรยากาศอบอุ่นบริเวณทำเนียบรัฐบาล

ต่อมาในเวลาประมาณ 16.00 น. ที่ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ, รศ.ดร.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหารองค์กรหลัก หน่วยงานในกำกับ และข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าอวยพรรัฐมนตรีทั้ง ท่าน เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2559 พร้อมมอบต้นกล้วยไม้และการ์ดอวยพร
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในนามตัวแทนของกระทรวงศึกษาธิการว่า ในโอกาสวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ขอให้รัฐมนตรีทั้ง 3 ท่าน มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง ทั้งจากที่เห็นได้และมองไม่เห็นทั้งหลาย
รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวว่าตนเองก็รู้สึกเช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรี คือต้องการที่จะทำเพื่อกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อประเทศชาติ โดยไม่หวังผลประโยชน์ หากต้องทำมากไปก็เกิดความเหนื่อยและอ่อนล้า แต่เมื่อได้เห็นปัญหา เห็นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องทำเพื่อประเทศชาติ ก็ย้อนกลับมาเป็นพลังให้เดินหน้าทำงานต่อไปได้
ทั้งนี้ตลอดช่วงเวลา 4 เดือน 5 วัน ที่มาทำงานในกระทรวงศึกษาธิการ มีความสุขและสนุกในการทำงานกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหาร ข้าราชการทุกคน และมีเพียงวันละ 6 ชั่วโมง คือตอนนอนเท่านั้นที่ไม่ได้นึกถึงกระทรวงศึกษาธิการ
จึงขอขอบคุณทุกคนในกระทรวงศึกษาธิการ ที่ช่วยทำให้มีมากกว่าสองมือ มากกว่าหนึ่งลมหายใจ มิฉะนั้นคงไม่สามารถทำงานได้ และต่อจากนี้อีก 1 ปี 6 เดือน เป็นงานที่เราจะต้องร่วมกันทำ ไม่ว่าจะทำได้มากน้อยเพียงใด แต่อยู่ในกำมือเราทุกคนที่จะนำพาไปในทิศทางใด ก็ต้องขอให้ทุกคนช่วยเพิ่มมือและลมหายใจ เพื่อช่วยสร้างฝันของกระทรวงศึกษาธิการเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็วและชัดเจน
ในโอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้กล่าวขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เดชะพระบารมีแห่งล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพรให้ท่านและครอบครัว จงประสบแต่ความสำเร็จ คิดสิ่งใดสมความปรารถนาทุกประการ พร้อมทั้งขอให้คำอวยพรที่มอบมาให้ย้อนกลับไปหาทุกคนร้อยเท่าพันทวี และขอให้มีความสุข มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี 2559 และตลอดไป
ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบไดอารี่และร่มเป็นของขวัญในวันขึ้นปีใหม่แก่ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการที่มาร่วมอวยพรในครั้งนี้
พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงแนวคิดการทำงานที่ยึดถือคือ “ภารกิจเหนือสิ่งใด” และมุ่งหวังที่จะได้ความร่วมมือในการทำงานด้วย ซึ่งที่ผ่านมาชาวกระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมกันทำงานให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี แต่ภารกิจยังไม่จบสิ้น จึงขอเชิญชวนให้ทุกคนร่วมมือกันขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในปี 2559 อย่างเข้มแข็งเข้มข้นและทำงานกันอย่างสุดกำลังมากขึ้นต่อไป อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลาในการทำงาน 1 ปีเศษ มีความรักและผูกพันกับกระทรวงศึกษาธิการ เพราะที่นี่มีแต่คนที่รู้สึกดีๆ ต่อกันและมีคนเก่งหลายคน จากนั้นได้กล่าวอวยพรโดยอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ดลบันดาลประทานพระให้ทุกคนประสบแต่ความสุข มีความสำเร็จในชีวิตและมีความเจริญก้าวหน้าทั้งชีวิตราชการและชีวิตส่วนตัวตลอดไป
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่าปีนี้เป็นปีที่สองที่ได้ฉลองปีใหม่ที่ประเทศไทย พร้อมทั้งขอยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่ก็คิดแต่เรื่องงานและทุกวันนี้ก็นอนน้อยลงเช่นเดียวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คือนอนเพียง 4 ชั่วโมงต่อวัน แม้บางครั้งอาจะมีความท้อบ้าง แต่ก็มีความสุขและสนุกกับพันธกิจและพันธะสัญญาที่จะต้องทำ ซึ่งไม่ใช่งานของตนเพียงคนเดียว แต่เป็นงานของทุกคน จึงต้องการให้ทุกคนเต็มใจและตั้งใจดำเนินภารกิจให้สำเร็จลุล่วงตลอดช่วงเวลา Roadmap ของรัฐบาลอีก 1 ปีครึ่ง และขอให้สิ่งดีงามในประเทศนี้/ในโลกใบนี้ส่งผลให้ประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งขอให้คำอวยพรของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและปลัดกระทรวงศึกษาธิการจงเกิดขึ้นจริงกับทุกคน ณ ที่นี้

 ผู้บริหารองค์กรหลัก ร่วมมอบแจกันต้นกล้วยไม้และการ์ดอวยพรปีใหม่แด่รัฐมนตรีทั้ง ท่าน

 บรรยากาศอบอุ่นก่อนอำลาปีเก่า 2558พร้อมก้าวเข้าสู่ปีใหม่ และก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2559

ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   

เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 
เตรียมสอบครูผู้ช่วย

ฟรี... ห้องเตรียม-ครูผู้ช่วย
-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

ติวสอบดอทคอม "  โดย อ.นิกร 

ตรวจเยี่ยมนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ที่ จ.น่าน

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )

ติวสอบดอทคอม www.tuewsob.com 

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

-เกณฑ์ประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ โดย สมศ.

- พรบ.เงินเดือนใหม่ข้าราชการครูฯ พ.ศ.2558  


              ข้อสอบออนไลน์ ( พัฒนาความรู้ครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่  โดย  อ.นิกร

 เตรียมสอบ บน ยูทูป ทั้งหมด ได้ที่

 ติวสอบ บน ยูทูป


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 
เตรียมสอบครูผู้ช่วย

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 475/2558รวจเยี่ยมนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ที่ จ.น่าน
จังหวัดน่าน - พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พ.อ.รัตนะโชติ อ่างทอง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรมตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ (Moderate Class More Knowledge) เชิงประจักษ์ ครั้งที่ 2 เขตพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2558 ที่โรงเรียนน่านปัญญานุกูล สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และโรงเรียนบ้านน้ำโค้ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 โดยมีผู้บริหาร ครู บุคลาการทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองให้การต้อนรับ
 ตรวจเยี่ยมกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ที่โรงเรียนน่านปัญญานุกูล
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ในครั้งนี้ เป็นการเยี่ยมชมการดำเนินการปรับโครงสร้างหลักสูตรของโรงเรียนในโครงการนำร่อง เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้นอกห้องเรียนมากขึ้นตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
 สำหรับโรงเรียนน่านปัญญานุกูล ตั้งอยู่ที่ อ.ภูเพียง เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ คือเด็กที่มีความบกพร่องด้านสติปัญญา และบกพร่องด้านการได้ยิน ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 397 คน ซึ่งการจัดการศึกษาของโรงเรียนนั้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กล่าวคือ เด็กนักเรียนพิเศษในเขตพื้นที่ จ.น่าน และจังหวัดใกล้เคียงได้รับการจัดการศึกษาอย่างเท่าเทียม และสามารถเข้าถึงการศึกษาได้แม้ว่าจะมีปัญหาด้านสุขภาพ สิ่งสำคัญคือผู้บริหาร ครู และส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน พร้อมทั้งร่วมมือกันจัดการเรียนการสอนตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้ อีกทั้งยังสามารถสัมผัสได้ถึงความตั้งใจจริงของผู้บริหาร และครูทุกคนในการดูแลนักเรียนพิเศษในโรงเรียนแห่งนี้
นอกจากนี้ นักเรียนที่โรงเรียนน่านปัญญานุกูลได้รับการส่งเสริมทักษะอาชีพ เพื่อเป็นการสร้างรายได้และสามารถนำเงินไปจุนเจือครอบครัวได้ และยังเป็นการสนับสนุนให้นักเรียนมีอาชีพติดตัวและสามารถนำไปประกอบอาชีพหลังจบการศึกษาได้ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ดีและมีประโยชน์อย่างมาก โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ใน จ.น่าน ในการส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กเข้าไปทำงานในร้านได้จริง
 สำหรับกิจกรรมการส่งเสริมงานอาชีพให้เด็กนักเรียน ประกอบด้วยงานอาชีพเกษตรกรรม (การปลูกผักสวนครัว การเพาะเห็ด การทำปุ๋ยหมัก การปลูกผักในน้ำ การปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์), งานอาชีพคหกรรม (การทำขนมอบและการเย็บปักถักร้อย), งานอาชีพอุตสาหกรรม (งานช่างไม้ การผลิตน้ำดื่ม และการปั้นเซรามิก), งานอาชีพความคิดสร้างสรรค์ (การวาดภาพศิลปะ การประดิษฐ์พวงกุญแจ การร้อยลูกปัด), งานอาชีพบริการ (งานเสริมสวย งานนวดเพื่อสุขภาพ งานล้างรถ งานช่างตัดผม) รวมทั้งส่งเสริมให้เด็กนักเรียนร่วมกิจกรรมด้านกีฬา ซึ่งนักเรียนของโรงเรียนน่านปัญญานุกูลได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนระดับชาติในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติ โดยได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันจำนวนมาก
โอกาสนี้ รมช.ศึกษาธิการ ได้เยี่ยมชมการจัดนิทรรศการผลงานของนักเรียนจากโรงเรียนน่านปัญญานุกูล และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 จ.น่าน รวมทั้งกิจกรรมการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ จำนวน 10 กิจกรรม ดังนี้ 1) กิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพนักเรียน 2) แหล่งเรียนรู้สวนศิลป์ 3) งานเซรามิก 4) งานช่างไม้ 5) งานคหกรรม 6) ตัดผมชาย 7) ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ 8) สวนเกษตร 9) งานล้างรถ 10) งานผลิตน้ำดื่ม รวมทั้งได้มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับนักเรียนโรงเรียนน่านปัญญานุกูลด้วย
รมช.ศึกษาธิการ ได้กล่าวอวยพรปีใหม่ 2559 พร้อมทั้งขอบคุณผู้บริหาร คณะครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคนที่ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์ในเชิงนโยบายอย่างยิ่ง หากมีสิ่งใดที่ต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ ขอให้แจ้งมาที่กระทรวงศึกษาธิการต่อไป

 ตรวจเยี่ยมกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ที่โรงเรียนบ้านน้ำโค้ง
ในเวลาต่อมา รมช.ศึกษาธิการ ได้เยี่ยมชมการจัดกิจกรรมตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ของโรงเรียนบ้านน้ำโค้ง ตั้งอยู่ที่ อ.เมืองน่าน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนให้กับเด็กๆ รวมทั้งชนพื้นเมืองในชุมชนบริเวณโดยรอบ ซึ่งมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประเพณีตามชนเผ่า และนักเรียนบางส่วนยังคงมีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ กล่าวคือ อ่านไม่ออก และเขียนไม่ได้ จึงจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไข
 สำหรับโรงเรียนบ้านน้ำโค้ง ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ให้กับนักเรียนทั้ง 3 ช่วงชั้น (ป.1-3, ป.4-6, ม.1-3) โดยจัดกิจกรรมในช่วงบ่ายตามหลัก 4 H คือ 1) การพัฒนาด้านสติปัญญา (Head) ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน, 2) การพัฒนาจิตใจ (Heart) ด้วยการจัดกิจกรรมจิตอาสา จริยธรรม และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน, 3) การพัฒนาทักษะด้านการปฏิบัติ (Hands) ด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ การงานอาชีพ ศิลปะและดนตรี และคอมพิวเตอร์ 4) การพัฒนาสุขภาพ (Health) ด้วยการจัดกิจกรรมด้านพลศึกษาและดนตรี ซึ่งได้ดำเนินการแบบบูรณาการตามช่วงชั้นของนักเรียน และเป็นไปตามความต้องการของนักเรียนและตามความถนัดของครูผู้จัดกิจกรรม
 ภายหลังการตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรมตามนโยบายฯ ของโรงเรียนบ้านน้ำโค้ง, สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. ได้รายงานผลการตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรมตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เชิงประจักษ์ ครั้งที่ 2 เขตพื้นที่ภาคเหนือ
จากนั้น รมช.ศึกษาธิการ ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนภายหลังจากรับฟังการรายงานว่า การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการนำร่องด้วยการสุ่มแบบเจาะจงในโรงเรียนเขตพื้นที่ในภาคเหนือจำนวน 36 เขต รวมทั้งสิ้น 31 โรงเรียน พบว่าได้มีการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครอง เกี่ยวกับการดำเนินนโยบายดังกล่าว เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจถึงรูปแบบการดำเนินโครงการตามโยบายฯ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคประชาสังคม ส่วนราชการ ภาคเอกชน และผู้ปกครองจำนวนมาก
ส่วนการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกิจกรรมตามนโยบายฯ ครั้งนี้ ทำให้ทราบว่านักเรียนมีความกระตือรือร้นและมีความสุขในการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างมาก พร้อมทั้งได้ฝึกทักษะด้านต่างๆ ตามหลัก 4 H ซึ่งการดำเนินการเป็นไปด้วยดีและมีประโยชน์ต่อนักเรียนตามวัตถุประสงค์ของนโยบาย
 นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ผลการตรวจเยี่ยมพบว่า มีข้อห่วงใยจากผู้ปกครองของเด็กนักเรียนในโรงเรียนนำร่อง ซึ่งเป็นกังวลเกี่ยวกับการสอบ O-NET และการสอบเข้าศึกษาต่อต่างๆ ว่าเด็กนักเรียนจะได้รับความรู้ทางวิชาการเพียงพอเพื่อนำไปสอบเข้าศึกษาต่อหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ รมช.ศึกษาธิการ ได้มอบให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทำการศึกษาผลคะแนนของเด็กนักเรียนช่วงก่อนเข้าร่วมกิจกรรม และภายหลังร่วมกิจกรรมตามนโยบายฯ ว่าผลคะแนนมีความแตกต่างกันหรือไม่ และให้นำเสนอต่อ รมช.ศึกษาธิการ ต่อไปด้วย
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า มีประเด็นต่างๆ ที่จะต้องนำกลับไปทบทวนและปรับปรุงการดำเนินงานต่อไป เช่น การสนับสนุนด้านอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกิจกรรม และงบประมาณที่รองรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว ฯลฯ ซึ่งขณะนี้มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการกว่า 4,100 โรงเรียน และกระทรวงศึกษาธิการตั้งเป้าขยายการดำเนินงานไปยังโรงเรียนทั้งหมดในปีการศึกษา 2559

ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   

เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 
เตรียมสอบครูผู้ช่วย

ฟรี... ห้องเตรียม-ครูผู้ช่วย
-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

ติวสอบดอทคอม "  โดย อ.นิกร 

'คืนสุข-อุทิศตน' บุคคลแห่งปี 2558

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )

ติวสอบดอทคอม www.tuewsob.com 

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

-เกณฑ์ประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ โดย สมศ.

- พรบ.เงินเดือนใหม่ข้าราชการครูฯ พ.ศ.2558  


              ข้อสอบออนไลน์ ( พัฒนาความรู้ครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่  โดย  อ.นิกร

 เตรียมสอบ บน ยูทูป ทั้งหมด ได้ที่

 ติวสอบ บน ยูทูป


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 
เตรียมสอบครูผู้ช่วย

'คืนสุข-อุทิศตน' บุคคลแห่งปี 2558

'คืนสุข-อุทิศตน' บุคคลแห่งปี 2558

'คืนสุข-อุทิศตน' บุคคลแห่งปี 2558

 
                      17 สิงหาคม 2558 เกิดเหตุรุนแรงขึ้นใจกลางกรุงเทพมหานคร แรงระเบิดที่ 4 แยกราชประสงค์ ทำให้คนไทยตกอยู่ในอาการ "ช็อก” อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
 
                      ให้หลังจากนั้นเพียง 22 วัน ทีมช้างศึกโดยการนำของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เรียกรอยยิ้มคืนให้คนไทย ด้วยเกมฟุตบอลในราชมังคลากีฬาสถาน ที่ไทยไล่ตีเสมออิรัก 2-2 อย่างน่าประทับใจ
 
                      ในเดือนถัดมา 16 ตุลาคม 2558 ฮีโร่ชาวประมงที่จังหวัดกระบี่ ปรากฏขึ้นในโลกออนไลน์ ด้วยวีรกรรมช่วยเหลือ 2 นักท่องเที่ยวให้รอดพ้นจากโคลนดูด ชัช อุบลจินดา คือชื่อที่สังคมรู้จักและต้องจดจำในเวลาต่อมา
 
                      ซิโก้ มุ่งมั่นสร้างผลงาน และมอบความสุขให้ผู้คนในสังคมผ่านเกมลูกหนัง ขณะที่ ชัช อุบลจินดา นอกจากคืนสุขแล้ว เขายังเป็นตัวแทนของความดีงาม โดยไม่เคยคิดถึงรางวัลตอบแทนใดๆ
 
                      เช่นเดียวกับผู้อุทิศตนเพื่อสังคมอีกมากมาย ที่แม้ปรากฏเพียงข่าวเล็กๆ หรือ "ปิดทองหลังพระ” อยู่เงียบๆ แต่จิตอาสาที่พวกเขามอบให้ส่วนรวมก็ไม่ต่างกัน
 
                      บุคคลแห่งปี ทำดีโดยไม่ลังเล อุทิศตนเพื่อสาธารณะ “คม ชัด ลึก ” เห็นว่า พวกเขาเหล่านี้ คือผู้คืนความสุขให้สังคมไทยอย่างแท้จริง
 
 
 
 
'ชัช อุบลจินดา' ทำดีต้องไม่ลังเล
 
 
 
 
                      ความหลงใหลในความงามของธรรมชาติริมแม่น้ำกระบี่ ในจ.กระบี่ของสองสามีภรรยาชาวนอร์เวย์และชาวจีนคู่นี้เกือบจบลงด้วยโศกนาฏกรรม
 
                      ในนาทีความเป็นตายนั้น ชัช อุบลจินดา ชาวเลวัย 44 ปี ก็ปรากฏตัวขึ้น
 
                      ชัชพยายามทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวโชคร้ายสองคนนี้ แม้กระทั่งยอมเอาร่างกายของตัวเองเป็นที่ให้ทั้งสองคนเหยียบเพื่อให้รอดพ้นจากอันตราย
 
                      ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น วิดีโอคลิปที่มีความยาว 3.58 นาทีนี้ได้กลายเป็นภาพเหตุการณ์ที่ถูกส่งต่อและสร้างกระแสความชื่นชมและแรงบันดาลใจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในสังคมไทย
 
                      ในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน ชัช อุบลจินดา ช่างรับเหมาตอกเสาเข็มที่แทบไม่มีใครรู้จัก ได้กลายเป็นวีรบุรุษ ที่ได้รับการกล่าวขวัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ
 
                      ไม่เฉพาะวีรกรรมเฉพาะหน้าเท่านั้นที่ทำให้ชัชกลายเป็นฮีโร่ แต่ความถ่อมตัวและการแสดงน้ำใจช่วยเหลือผู้เดือดร้อนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ทำให้ชัชกลายเป็นแรงบันดาลใจและสร้างความหวังให้คนในสังคมที่กำลังโหยหาคนที่พร้อมจะเสียสละเพื่อคนอื่น
 
                      สถานการณ์มักเปลี่ยนชีวิตของคนเสมอ แต่ชัชก็ยังยืนยันที่จะเป็นชัชคนเดิม
 
                      รางวัล ชื่อเสียงและเสียงชื่นชมไม่ได้ทำให้ชีวิตของการออกหาปลาและรับตอกเสาเข็มเปลี่ยนแม้แต่น้อย เพราะนี่คือวิถีชีวิตของเขามาตั้งแต่เด็ก และเมื่อสื่อมวลชนสอบถามเขาเรื่องนี้ ชัชย้ำเสมอว่า เขายังคงเป็นชัชคนเดิม
 
                      ถ้าจะมีความเปลี่ยนแปลงบ้าง ก็คือถนนลาดยาง และเสาไฟฟ้าถาวรพร้อมมิเตอร์ไฟฟ้าที่ถูกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเนรมิตให้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนให้ชุมชนเล็กๆ ของชัชและญาติๆ ย่านถนนคูเมือง ต.ปากน้ำ เมืองกระบี่
 
                      หลังจากความฮือฮาและเสียงชื่นชมเริ่มสงบลง ชัชก็ได้กลับมาใช้ชีวิตปกติกับครอบครัวอีกครั้ง
 
                      "ผมไม่คิดเหิมเกริมครับ” เป็นคำตอบของชัชเมื่อถูกถามในรายการโทรทัศน์ ว่าชีวิตของเขาจะเปลี่ยนหรือไม่เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 
 
 
“ซิโก้” ฮีโร่ช้างศึกคืนสุข
 
 
 
 
                      สนามแข่งขันที่กึกก้องไปด้วยเสียงเชียร์จากแฟนฟุตบอล การเบียดเสียดเพื่อแย่งซื้อตั๋วเข้าชมการแข่งขัน
 
                      แฟนบอลที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้กำลังใจ และกองทัพแฟนบอลที่รอคอยการกลับมาพร้อมชัยชนะของนักเตะในดวงใจ
 
                      คนที่ทำให้ภาพเหล่านี้เกิดขึ้นได้ก็คือ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
 
                      นานมากแล้วที่คนไทยไม่ได้ยินเสียงของความสุขและความภูมิใจที่ดังกึกก้องแบบนี้
 
                      ในช่วงเวลาที่คนไทยต้องประสบกับเรื่องร้ายๆ อย่างต่อเนื่อง ชัยชนะของทีมฟุตบอล ช้างศึก เป็นหนึ่งในไม่กี่เหตุการณ์ที่ทำให้คนไทยยิ้มอย่างมีความสุขได้
 
                      2558 เป็นปีของ “ซิโก้” และเป็นปีของทีมฟุตบอลไทย ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลายเป็นสนามที่สร้างความรู้สึกร่วมให้คนไทยมากที่สุด
 
                      ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน “ซิโก้” ทำให้ความฝันของการเข้าสู่ฟุตบอลโลกของทีมชาติไทยใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด ทีมชาติไทยเก็บชัยชนะเหนือ เวียดนาม 1-0 ตามด้วยการบุกชนะ ไต้หวัน 2-0
 
                      แมทช์ยิ่งใหญ่ที่ซิโก้และขุนพลช้างศึกได้พิสูจน์ให้เห็นถึงสปิริตนักสู้ และสร้างความประทับใจให้คนไทย จนไม่อาจลืมเลือน คือคืนที่นักเตะไทยเปิดบ้านไล่ตีเสมออิรัก 2-2 ทั้งๆ ที่ถูกนำไปก่อนถึง 2 ประตู
 
                      อะไรอยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คำตอบของซิโก้ อาจจะฟังดูพื้นๆ นั่นคือ แผนดี สปิริตเยี่ยม กองเชียร์ยอด แต่เป็นคำตอบที่อธิบายทุกอย่าง
 
                      กุนซือใหญ่ของทีมชาติไทย ยอมรับว่า ไม่คิดว่าทีมไทยตีเสมออิรักได้ด้วยซ้ำ แต่เพราะหัวจิตหัวใจของนักเตะทุกคน จึงทำให้เกมนี้จบลงอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
 
                      เกียรติศักดิ์ เล่าว่า ก่อนเกมจะเริ่มขึ้นได้ปลุกขวัญลูกทีมก่อนก้าวเดินลงสู่สนามคือ บอกให้ทุกคนรับรู้ว่าความสุขคือการได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลที่แห่แหนกันเข้าไปเชียร์ ส่วนที่เหลือ คือเรื่องของอนาคต
 
                      หลังจากศึกอิรัก ดูเหมือนชัยชนะของขุนพลช้างศึก เป็นสิ่งที่ไม่มีใครยับยั้งได้ นักเตะไทยบุกไปชนะเวียดนามถึงบ้าน 3-0 และเปิดบ้านชนะ ไต้หวัน 4-2 จ่อเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายในปีหน้า โดยเหลือโปรแกรมอีก 1 เกมกับอิรัก เดือนมีนาคม ปีหน้า
 
                      “ซิโก้” ยังช่วยให้ “ช้างศึก” ขยับอันดับโลกของฟีฟ่า ขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียน ได้อีกครั้งในรอบ 2 ปี
 
                      “ซิโก้” ยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 ของทีมชาติไทย ในระดับภูมิภาคอาเซียน และกำลังจะก้าวไปสู่ระดับเอเชียในอนาคต
 
                      “ซิโก้” อดีตนักเตะขวัญใจคนไทย ติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ ครั้งแรกเมื่อปี 2536 ก่อนแจ้งเกิดในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 17 เมื่อทำประตูชัยให้ทีมชาติไทย ชนะ เมียนมาร์ 4-3 ในนัดชิงชนะเลิศ และคว้าเหรียญทองมาครองสำเร็จ กระทั่งปี 2550 “ซิโก้” ตัดสินใจแขวนสตั๊ดด้วยวัย 34 ปี
 
                      กำลังใจและเสียงเชียร์จากทั่วสารทิศ ทำให้ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า “ ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง คือบุคคลแห่งปี 2558 ผู้คืนรอยยิ้มและความสุขให้คนไทยอย่างถ้วนทั่ว
 
                      ปีหน้า 2559 ถือเป็นปีทองของฟุตบอลไทย เพราะมีทัวร์นาเมนต์ระดับ 16 ปี, 19 ปี, 23 ปี ที่เข้ารอบสุดท้ายศึกชิงแชมป์เอเชีย และทีมชุดใหญ่ที่มีลุ้นเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย เชื่อกันว่า ความคาดหวังของแฟนบอลก็จะมีมากขึ้น
 
                      นั่นคือ เป้าหมายของซิโก้ที่จะนำทัพช้างศึกคืนสุขให้พี่น้องชาวไทยอีกครั้งในห้วงตลอดปีใหม่ 2559 นี้
 
 
--------------------
 
 
22 ปีบนเส้นทางลูกหนัง
 
 
 
 
                      “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2516 โด่งดังสุดขีดสมัยเป็นนักฟุตบอล โดยติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ครั้งแรกเมื่อปี 2536 ก่อนแจ้งเกิดในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 17 เมื่อทำประตูชัยให้ทีมชาติไทย ชนะ เมียนมาร์ 4-3 ในนัดชิงชนะเลิศ และคว้าเหรียญทองมาครองสำเร็จ ก่อนที่เจ้าตัวจะเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทย และเป็นขวัญใจของแฟนบอล เมื่อทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ กระทั่งปี 2550 “ซิโก้” ตัดสินใจแขวนสตั๊ดด้วยวัย 34 ปี
 
                      ทว่า “ซิโก้” ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการฟุตบอลต่อไป โดยรับงาน “เฮดโค้ช” ระดับสโมสร ไล่ตั้งแต่ จุฬา-สินธนา, ชลบุรี, บีบีซียู, บางกอก, ฮอง อันห์ ยา ลาย (เวียดนาม)
 
                      กระทั่งเดือนมิถุนายน 2556 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้แต่งตั้งให้ “ซิโก้” เข้ามาทำหน้าที่ “เฮดโค้ช” ทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศเมียนมาร์ และ “ซิโก้” สามารถพาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองมาครองได้อีกครั้ง ต่อเนื่องถึงศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2557 “ซิโก้” พาทีมชาติไทย ทาบประวัติศาสตร์เดิม คว้าอันดับ 4 มาครอง ก่อนที่เจ้าตัวจะเลือกพักผ่อนและไม่ขอรับงานคุม ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ตามที่สมาคมฟุตบอล ร้องขอ
 
                      อย่างไรก็ตาม “ซิโก้” ไม่สามารถต้านกระแสของแฟนบอลที่เรียกร้องให้คุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้ ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจรับงานเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2557 และแค่ 2 เดือน “ซิโก้” พา “ช้างศึก” คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 มาครองได้สำเร็จ สร้างความดีใจให้แฟนบอลได้เป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นแชมป์แรกในรอบ 12 ปี ที่ทีมชาติไทย ห่างเหินจากแชมป์รายการนี้
 
 
--------------------
 
 
วีรบุรุษบนท้องถนน
 
 
 
 
                      เขา-ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ คืออีก 2 ตัวแทนของผู้ทำคุณงามความดี อุทิศตนเพื่อส่วนรวม โดยไม่ปรารถนาผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ อีกมากมายในสังคมไทย ที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึง
 
                      อุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถมอเตอร์ไซค์กลางสี่แยกในเมืองสัตหีบ ชลบุรี คงจะเป็นเพียงข่าวเล็กๆ ที่บันทึกเอาไว้ว่ามีผู้เสียชีวิตและเด็กบาดเจ็บอีกสามคน
 
                      แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น กลับถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วผ่านโลกอินเทอร์เน็ต ด้วยภาพประทับใจที่มีชายคนหนึ่งในชุดทหารเรือเข้าช่วยเหลือเด็กน้อยผู้ประสบเคราะห์ร้าย
 
                      เช้าวันที่ 6 พฤศจิกายน ขณะครูสาว กมลลักษณ์ สิงห์ชัย ขับรถเก๋งของเธอผ่านแยกเมื่อได้รับสัญญาณไฟเขียว นั่นเป็นวินาทีเดียวกับที่เกดกัญญา เลื่อมวิลับ วัย 50 ปีพามอเตอร์ไซค์ ที่มีหลานวัย 8 ขวบ 2 คนและ 1 ขวบอีกหนึ่งคน ซ้อนท้ายพุ่งออกมา จนชนกันเข้าอย่างแรง เด็กน้อยทั้งสามกระเด็นตกจากรถ เกดกัญญา ผู้เป็นยายแน่นิ่งไป
 
                      ภาพอันชวนตื่นตระหนก ตกตะลึง และสลดหดหู่ยิ่ง ตรึงสายตาของผู้ใช้ทางหลายคู่ หากแต่วินาทีนั้นเองที่หนึ่งในนั้น ชายหนุ่มในชุดทหารเรือ ได้ตัดสินใจวิ่งเขาไปในจุดเกิดเหตุเพื่อหยุดการจราจรลงในทันที ก่อนจะเข้าอุ้มร่างและโอบกอด ด.ช.จักกฤษ สาระพล อายุ 8 ขวบที่ตกใจสุดขีดและเจ็บปวดอย่างที่สุดเอาไว้แนบอก
 
                      อุบัติเหตุนี้ ทำให้เด็กน้อย "สาระพล” ได้รับบาดเจ็บสาหัสทุกคน คือ ด.ญ.อิงฟ้า ด.ช.จักกฤษ และด.ญ.ณัชชสร อายุ 4 ขวบซึ่งมีอาการสาหัสหนักที่สุด
 
                      สำหรับอาการของสามพี่น้อง "สาระพล” คือด.ญ.อิงฟ้า ด.ช.จักรกฤษ อายุ 8 ปี นักเรียนประถม โรงเรียนบ้านสัตหีบ ได้รับบาดเจ็บแขนขาหัก แต่พ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนด.ญ.ณัชชสร อายุ 4 ขวบ เจ็บสาหัส กรามหัก สมองกระทบกระเทือน พักรักษาอยู่ห้องไอซียู โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ
 
                      พันจ่าโทพัชรพล พิมพ์ศร อายุ 38 ปี สังกัดกรมสรรพาวุธทหารเรือ คือชื่อและสังกัดที่เปิดเผยในเวลาต่อมา หลังโลกออนไลน์ช่วยกันส่งต่อวีรกรรมของเขาออกไปด้วยความชื่นชมในฐานะฮีโร่คนเดินดิน เช่นเดียวกับ สมประสงค์ บุญธรรมช่วย ซึ่งเข้าช่วยอุ้มด.ญ.ณัชชสรขึ้นรถพยาบาลในเหตุการณ์เดียวกัน
 
                      “ผมบอกเด็กให้นอนเฉยๆ ตอนแรกเด็กสลบไป จึงปลุกเด็กขึ้นมา ขณะกอดน้อง บอกว่าใจเย็นๆ เดี๋ยวรถพยาบาลกำลังมา น้องก็ร้องว่าเจ็บๆ ตลอดเวลา ก็เลยบอกน้องไม่ต้องกลัวเดียวหมอก็มาแล้ว ซึ่งอยากจะบอกน้องว่าป้า (ยาย) เขาไปดีแล้ว น้องอยู่ก็ต้องสู้ต่อไปนะครับ” พันจ่าโทพัชรพลเล่านาทีชีวิตที่ผ่อนคลายลงด้วยเมตตาและปลอบโยน
 
                      “สุภาพบุรุษทหารเรือ” คือสถานะใหม่ ที่พันจ่าโทพัชรพลได้รับการเรียกขานสดุดี พร้อมด้วยโล่ข้าราชการดีเด่นจากผู้บังคับบัญชา แต่นั่นก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่า การตัดสินใจในวินาทีวิกฤติด้วยจิตเสียสละ ไม่ต่างไปจาก “วีรุบุรุษบนท้องถนน” อีกหนึ่ง
 
 
 
 
                      ภาพเด็กหนุ่มในชุดรด.กุลีกุจอ ขับรถมอเตอร์ไซค์คู่กาย นำรถพยาบาลฝ่าวงล้อมรถติดเป็นแพยาว ซอกแซกซ้ายขวาและทำสัญญาณขอทาง ที่ถูกแชร์ผ่านภาพถ่ายตามหลังต่อๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า คือที่มาของการสืบหา วีรบุรุษในชุดรด.
 
                      ปริญญา เทิดเกียรติกุล หนุ่มน้อยวัย 18 ปี เล่าว่า หลังเลิกเรียน รด. ได้ขับรถออกมากับกลุ่มเพื่อนจากกองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า ใน ต.บางตีนเป็ด อ.เมืองฉะเชิงเทรา พบเห็นรถพยาบาล ที่เปิดสัญญาณขอทางมาตามถนนสาย 304 แต่ต้องมาติดขัดอยู่กับความแออัดของรถยนต์จำนวนมาก ที่รอสัญญาณไฟเพื่อเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนศุขประยูร บริเวณสี่แยกคอมเพล็กซ์ มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวจังหวัดฉะเชิงเทรา
 
                      สัญญาณขอทางที่แจ้งให้ทุกคนรู้ว่า ในรถพยาบาลคันนั้นมีคน "เจ็บหนัก” ต้องรีบเดินทางไปให้ถึงความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด แต่กลับไม่มีรถคันไหนขยับให้ทาง
 
                      ปริญญา หรือ “น้องออย” ตัดสินใจ ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ของเขาเปิดช่องให้รถพยาบาล ด้วยตระหนักถึงชีวิตที่รอแพทย์อยู่ในภาวะวิกฤติ แม้ในเวลานั้น เขายังไม่อาจจะล่วงรู้ด้วยซ้ำว่า ผู้บาดเจ็บรายนั้นถูกงูกัด ต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด
 
                      โรงพยาบาลพุทธโสธร (รพ.เมืองฉะเชิงเทรา) คืดจุดหมายที่ปริญญา นำพารถพยาบาลมาถึงในเวลาอันรวดเร็วทันกาล
 
                      แม้ปริญญา จะเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ในเวลาต่อมาผ่านการแชร์ภาพในโลกออนไลน์ และออกรายการโทรทัศน์อีกหลายช่อง หากแต่ก่อนหน้านั้น กิจวัตรของเขาหลายครั้งได้อุทิศเพื่อส่วนรวมอย่างเงียบๆ เช่น ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทุกครั้งที่พบเห็น ซึ่งมักตามมาด้วยการโทรศัพท์ประสานงาน และขับรถนำสู่โรงพยาบาล
 
                      มีประกาศเชิดชูเกียรติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา โรงพยาบาลบางคล้า สถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา กองพลทหารราบที่ 11 มอบให้ปริญญา เหล่านี้แม้เป็นเพียงแต่วัตถุ แต่นามธรรมอันแฝงฝัง ก็จะเป็นหนึ่งในเครื่องย้ำเตือนถึงความดีงาม ระหว่างออกเดินทางสู่ปลายฝันที่สำนักกฎหมาย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 
                      “สังคมไทยยังขาดคนกล้าที่จะตัดสินใจ หรือกล้าที่จะยื่นมือเข้าไปให้การช่วยเหลือผู้อื่น หากไม่จำเป็น หรืออาจเห็นว่า เป็นเรื่องปกติธรรมดา ผมจึงอยากเชิญชวนให้ผู้คนในสังคมได้หันมาช่วยกันทำความดี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเห็นคนอื่นตกทุกข์ได้ยาก” คือความปรารถนาของปริญญาที่ฝากถึงทุกๆ คนในสังคม

ที่มา ; เว็บ นสพ.คมชัดลึก


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   

เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 
เตรียมสอบครูผู้ช่วย

ฟรี... ห้องเตรียม-ครูผู้ช่วย
-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

ติวสอบดอทคอม "  โดย อ.นิกร 

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม