หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567

พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567
พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ปัจจัยสำคัญนำพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


+ 40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com โดย อ.นิกร


(  คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   


ข่าวที่ 213/2561
รมช.ศธ."
นพ.อุดม คชินทร" ชี้การศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นปัจจัยสำคัญนำพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดการประชุมวิชาการเรื่อง "การจัดการศึกษาเพื่อนำพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลาง" โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดและปาฐกถาพิเศษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2561 ณ โรงแรมใบหยกสกาย โดยมีผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้บริหารสถานศึกษา, ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน
ศาสตราจารย์ คลินิก นพ.อุดม คชินทร กล่าวว่า การประชุมวิชาการในครั้งนี้ ถือเป็นการรวมพลังเพื่อหารือแนวคิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพื่อยกระดับประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ซึ่งข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) ระบุไว้ว่า การจะทำให้ประเทศไทยหลุดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ประชากรของประเทศ จะต้องมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 32,000 บาทต่อคน ในขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรไทยอยู่ที่ 15,000 บาท ธนาคารโลกจึงประกาศให้ประเทศไทยมีฐานะจัดอยู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน
ดังนั้น ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ก้าวข้ามประเทศที่มีฐานะประเทศรายได้ปานกลางได้ คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของ "การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ" เป็นกำลังคน 4.0 ที่สามารถสร้างนวัตกรรมและผลิตสินค้าด้วยตนเอง เน้นการพึ่งพาตนเอง และลดการนำเข้า เพื่อไม่ให้รายได้ไหลออกนอกประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทั้งด้านงานด้านอื่น ๆ อย่างสอดคล้องเชื่อมโยง และเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี
ต้องยอมรับว่านวัตกรรมส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 70-80 ได้รับการคิดค้นและสร้างขึ้นในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการอุดมศึกษา จนเป็นที่มาของการแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ออกมาเป็นกระทรวงอุดมศึกษา และรวมเข้ากับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่นำวิทยาศาสตร์มาใช้เกิดประโยชน์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ ตลอดจนหน่วยงานที่ให้ทุนวิจัย เพื่อเชื่อมโยงการทำงานเป็นกระทรวงเดียวกันอย่างครบวงจรและมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาประเทศในทิศทางเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม การอุดมศึกษาไม่สามารถดำเนินการให้สำเร็จได้เพียงลำพัง แต่ต้องเชื่อมโยงการศึกษาทั้งระบบ ด้วยการสร้าง "เมล็ดพันธุ์ที่ดี" ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ต่อยอดในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา หรืออุดมศึกษา โดยการสร้างเด็กให้มีทั้งคุณภาพและศักยภาพตามลำดับขั้น ด้วยการส่งต่อองค์ความรู้ที่ทันสมัย ที่เด็กจะสามารถประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็น ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม มีความเป็นผู้นำ และสามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้
นอกจากนี้ ต้องให้ความสำคัญกับ "Soft Skills" อาทิ ความมีระเบียบวินัย การเสียสละและทำเพื่อส่วนรวม การรู้จักความพอเพียง เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพื่อส่งต่อทักษะในระดับที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จนในท้ายที่สุด การอุดมศึกษาจะเป็นปลายน้ำ ที่ช่วยสร้างบัณฑิตให้มีคุณภาพ สามารถพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการเป็นผู้ประกอบการ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยนวัตกรรมฐานองค์ความรู้ ส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาประเทศติดกับดักรายได้ปานกลางได้ในอนาคต
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ประเทศมีเป้าหมายในการยกระดับรายได้ให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งในเรื่องของความมั่งคั่งนั้น มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มรายได้ให้ประเทศ สกศ.ซึ่งมีหน้าที่ดูแลนโยบายการศึกษาของประเทศ จัดทำแผนการศึกษาชาติเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นกำลังคนที่มีคุณภาพสมบูรณ์พร้อมในทุกด้าน และดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติและสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศเป็นหลัก พร้อมคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงในอนาคตอีก 10-20 ปีข้างหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านองค์ความรู้ วิทยาการ ศาสตร์ใหม่ ๆ ตลอดจนทักษะและวิชาชีพที่เป็นความต้องการของโลกในอนาคต โดยสิ่งหนึ่งที่จะทำให้คนไม่ตกงาน คือ "การสร้างคนที่มีคุณภาพและศักยภาพชั้นสูง" ที่มีทักษะและสมรรถนะสอดคล้องหรือปรับตัวกับอาชีพที่จะเกิดขึ้นใหม่ได้

ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


(  คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน (รอง/ผอ.รร.)  

 ติวสอบครูผู้ช่วสย 2561

โดย อ.นิกร ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีสอบราชการ ครู ผู้บริหาร ฯลฯ

ศธ. ร่วมหารือโครงการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย ปี 2561-2570

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


+ 40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com โดย อ.นิกร


(  คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   


ข่าวที่ 212/2561ศธ. ร่วมหารือโครงการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย ปี 2561-2570

เมื่อวันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน 2561 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมหารือโครงการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ.2561-2570 (ระยะที่ 1 พ.ศ. 2561-2562) โดยมี รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุภัทร จำปางทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา, ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ตลอดจนผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ เข้าร่วมประชุม
ศ.คลินิก นพ. อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า โครงการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการต่อเนื่องมากว่า 10 ปี และสิ้นสุดระยะเวลาดำเนินโครงการฯ ไปเมื่อปี 2560 ประกอบกับสำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ให้ข้อเสนอแนะให้มีการทบทวนโครงการ เนื่องจากใช้งบประมาณมากถึง 90,000 ล้านบาท (พ.ศ.2561-2570) กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) จึงได้เสนอโครงการดังกล่าวให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแนวทางการดำเนินงาน โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ปี พ.ศ.2561-2562 และระยะที่ 2 พ.ศ.2563-2570
จากการหารือร่วมกันในครั้งนี้ ทุกฝ่ายเห็นพ้องให้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข ตั้งเป้าหมายผลิตแพทย์ร่วมกัน ปีละ 3,000 คนต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวเป็นไปตามผลการศึกษาวิจัย ทั้งในเรื่องของสัดส่วนของแพทย์ต่อจำนวนประชากร อยู่ที่สัดส่วน 1:1,200 และการลดการกระจุกตัวของแพทย์ในเมืองใหญ่ ตลอดจนการผลิตแพทย์ให้ตรงตามความจริงและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเตรียมที่จะบริหารจัดการงบประมาณใหม่ใน 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นงบดำเนินการในการผลิตแพทย์ 300,000 บาทต่อคนต่อปี และส่วนที่สอง เป็นงบจัดหาอุปกรณ์และครุภัณฑ์พื้นฐาน สำหรับการเรียนการสอน 2,000,000 บาทต่อคนต่อหลักสูตร โดยให้คำนึงถึงความคุ้มค่าของอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ตามอายุการใช้งานเฉลี่ยตามมาตรฐานกลางของกรมบัญชีกลาง และมิให้ซ้ำซ้อนกับที่มีอยู่แล้ว
ในส่วนของตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการฯ เน้นที่ "คุณภาพชีวิตของประชาชน" เป็นสำคัญ โดยวัดจากการเข้าถึงการให้บริการทางการแพทย์ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุข ก็ต้องปรับกระบวนการส่งเสริมสุขภาพประชาชนในด้านต่าง ๆ เพื่อลดจำนวนผู้ป่วย พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยในการรักษา ที่จะทำให้ใช้แพทย์น้อยลงอีกทางหนึ่งด้วย
นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงแนวทางการป้องกันและรักษาแพทย์ให้คงอยู่กับภาครัฐ ไม่ไหลไปอยู่กับภาคเอกชน ที่จะส่งผลต่อจำนวนแพทย์ที่ไม่เพียงพอในโรงพยาบาลของรัฐ โดยอาจจะกำหนดมาตรการในสัญญาการรับทุนแพทย์ เป็น "ค่าปรับ" กว่า 5 ล้านบาท กรณีที่แพทย์เรียนจบแล้วผิดสัญญา โดยจะนำเงินส่วนนี้ส่งคืนภาครัฐต่อไป เป็นต้น
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า การดำเนินงานต่อจากนี้ ทาง กสพท. จะได้จัดทำและนำเสนอโครงการให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งรับผิดชอบเรื่องการผลิตแพทย์เป็นหลัก ถือว่าปัญหาสุขภาพของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ที่รัฐต้องจัดบริการด้านสุขภาพให้กับประชนอย่างทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริง ๆ
ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


(  คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน (รอง/ผอ.รร.)  

 ติวสอบครูผู้ช่วสย 2561

โดย อ.นิกร ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีสอบราชการ ครู ผู้บริหาร ฯลฯ

หลักเกณฑ์และวิธีการโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๑

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


+ 40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com โดย อ.นิกร


(  คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   

ข่าวที่ ๒๑๐/๒๕๖๑
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่หลักเกณฑ์และวิธีการโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๑

ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๑ เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๑
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชน ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เพื่อให้เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชน โดยมีความสอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันและมีความเหมาะสมยิ่งขึ้นสำหรับการโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน ในระบบและโรงเรียนนอกระบบ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ (๑๐) มาตรา ๑๐๖ และมาตรา ๑๒๗ แห่งพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกอบกับมติคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนในการประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๑ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๑”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์และ วิธีการโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชน ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
ข้อ ๔ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนให้บุคคลอื่นให้ยื่นคำขอ ต่อผู้อนุญาตตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามประกาศนี้ โดยผู้รับโอนต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้าม ตามมาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้วแต่กรณี
ข้อ ๕ กรณีการโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งตามพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ให้ผู้โอนยื่นคำขอตามแบบ อ.๑ ท้ายประกาศนี้พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้
   (๑) สำเนาตราสารจัดตั้ง
   (๒) สำเนารายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียน
   กรณีการโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งก่อนพระราชบัญญัติ โรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มีผลใช้บังคับ นอกจากยื่นคำขอ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ตามวรรคหนึ่งแล้ว จะต้องมีหลักฐานที่แสดงว่าโรงเรียนได้รับการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน หรือสิทธิเหนือพื้นที่ดินหรือสิทธิเก็บกินหรือสิทธิการเช่าแล้ว
ข้อ ๖ กรณีการโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ ให้ผู้โอนยื่นคำขอตามแบบ อ.๒ ท้ายประกาศนี้พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้
   (๑) 
สำเนารายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียน
   (๒) 
สำเนาหนังสือสำคัญแสดงการเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือสำเนาสัญญาเช่าอาคาร ที่มีกำหนดเวลาการเช่าไม่น้อยกว่าสามปีที่ใช้จัดตั้งโรงเรียน
ข้อ ๗ นอกจากเอกสารและหลักฐานตามความในข้อ ๕ และข้อ ๖ แล้ว ให้บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลซึ่งรับโอนแล้วแต่กรณี ต้องแนบเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้
   (ก) กรณีบุคคลธรรมดา
     (๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน
     (๒) สำเนาทะเบียนบ้าน
     (๓) สำเนาหลักฐานการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
     (๔) รูปถ่าย ขนาด ๔ x ๖ เซนติเมตร จำนวน ๒ รูป
   (ข) กรณีนิติบุคคล
     (๑) สำเนาสำคัญแสดงการจดทะเบียนของนิติบุคคล พร้อมด้วยวัตถุประสงค์
     (๒) สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น กรณีนิติบุคคลเป็นบริษัทมหาชนจำกัดหรือบริษัทจำกัด
     (๓) สำเนาบัญชีรายชื่อผู้เป็นหุ้นส่วน กรณีนิติบุคคลเป็นห้างหุ้นส่วน
     (๔) สำเนารายชื่อและสัญชาติของกรรมการ กรณีนิติบุคคลเป็นมูลนิธิ สมาคม หรือสหกรณ์
     (๕) สำเนารายชื่อและสัญชาติของสมาชิกทุกคน กรณีนิติบุคคลเป็นสมาคมหรือสหกรณ์
     (๖) สำเนาหนังสือมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลให้เป็นผู้จัดการหรือ ผู้แทนนิติบุคคล
ข้อ ๘ เมื่อผู้อนุญาตได้รับคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานครบถ้วนแล้ว ให้ผู้อนุญาต ตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานนั้น และตรวจสอบด้วยว่าผู้รับโอนมีคุณสมบัติและไม่มี ลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้วแต่กรณี หากเห็นสมควรอนุญาต ให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้รับโอนโรงเรียน แต่หากตรวจพบว่ามีข้อใดไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนให้ผู้อนุญาตสั่งไม่อนุญาต
   ใบอนุญาตให้รับโอนโรงเรียนในระบบ ให้ใช้แบบ อ. ๓ ท้ายประกาศนี้
   ใบอนุญาตให้รับโอนโรงเรียนนอกระบบ ให้ใช้แบบ อ. ๔ ท้ายประกาศนี้
ข้อ ๙ ในกรณีที่ใบอนุญาตให้รับโอนโรงเรียนสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตให้รับโอนโรงเรียนตามแบบ อ. ๕ ท้ายประกาศนี้
   ใบแทนใบอนุญาตให้รับโอนโรงเรียนให้ใช้แบบใบอนุญาตตามแบบ อ. ๓ หรือ อ. ๔ ท้ายประกาศนี้แล้วแต่กรณี และมีข้อความว่า “ใบแทน” ด้วยหมึกสีแดงไว้ที่มุมบนด้านขวา
ข้อ ๑๐ ผู้รับโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนประเภทในระบบ และประเภทนอกระบบจะต้อง ถือปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนว่าด้วยการคุ้มครองการทำงาน หรือ ตามกฎหมายแรงงาน แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๑ บรรดาคำขอโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชนที่ได้ยื่นไว้และยังพิจารณา ดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ให้ถือว่าเป็นคำขอโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชนตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ประธานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


(  คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน (รอง/ผอ.รร.)  

 ติวสอบครูผู้ช่วสย 2561

โดย อ.นิกร ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีสอบราชการ ครู ผู้บริหาร ฯลฯ

สนง.ลูกเสือแห่งชาติ ร่วมจัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.10

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


+ 40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com โดย อ.นิกร


(  คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   

ข่าวที่ 211/2561สนง.ลูกเสือแห่งชาติ ร่วมจัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.10

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน 2561 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมจัดงานวันเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร องค์ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา ในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2561 เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทย และเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา อีกทั้งเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ลูกเสือเนตรนารี ผู้บังคับบัญชาและบุคลากรทางการลูกเสือ มีความยึดมั่นในความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ดังนี้
ส่วนกลาง: จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 67 รูป และพิธีสวนสนามลูกเสือจำนวน 5,200 นาย ในเวลา 10.30 น. พร้อมจัดบูธกิจกรรมร่วมกับส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ณ บริเวณถนนหน้ากระทรวงศึกษาธิการ อาทิ บูธลงนามถวายพระพรออนไลน์, บูธบริการประชาชน Fix It Center การฝึกสอนอาชีพ เป็นต้น จากนั้นจะเข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องสนามหลวง ในเวลา 19.00 น.
ส่วนภูมิภาค: สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงานโดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ ตามแนวทางของส่วนกลางด้วยความเหมาะสม โดยอาจเข้าร่วมกิจกรรมกับจังหวัดและอำเภอ พร้อมออกบำเพ็ญประโยชน์พร้อมกันทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จฯ แทนพระองค์ เป็นประธานพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนาม งานวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2561 ในวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม 2561 ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ พร้อมถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 7HD โดย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่สภานายกสภาลูกเสือไทย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ลูกเสือเนตรนารี นักเรียน นิสิตนักศึกษา ลูกเสือชาวบ้าน และประชาชน ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ


ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


(  คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน (รอง/ผอ.รร.)  

 ติวสอบครูผู้ช่วสย 2561

โดย อ.นิกร ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีสอบราชการ ครู ผู้บริหาร ฯลฯ

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม