หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567

พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567
พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันเสาร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2560

การจัดการเรียนการสอนการเกษตรสมัยใหม่

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com 


-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ และ ปกติ ปี 2560

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้





 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 169/2560
สอศ.-C.P.จัดอบรมพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาด้านการบริหารและการจัดการเรียนการสอนการเกษตรสมัยใหม่ กลุ่มวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั่วประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P.) จัดการอบรมโครงการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาด้านการบริหารและการจัดการเรียนการสอนการเกษตรสมัยใหม่ กลุ่มวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั่วประเทศ 51 แห่ง เพื่อพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ เป็นผู้นำที่กล้าผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
เมื่อวันศุกร์ที่ 31 มีนาคม 2560 ณ C.P. Leadership Institute อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการอบรมโครงการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาด้านการบริหารและการจัดการเรียนการสอนการเกษตรสมัยใหม่ กลุ่มวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี  โดยมีนายสุเมธ เหล่าโมราพร กรรมการผู้จัดการใหญ่สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPLI) ให้การต้อนรับ
นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวถึงโครงการอบรมในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ มีความเป็นผู้นำที่กล้าผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เพื่อพัฒนาการตัดสินใจ การวางแผน การดำเนินการในเชิงกลยุทธ์ ตลอดจนเสริมสร้างการผนึกกำลังการทำงานเป็นทีมและการทลายไซโล รวมทั้งมีโอกาสไปเรียนรู้และดูงาน Feed Farm Food เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือและการต่อยอด อันจะส่งผลในการสร้างความเป็นเถ้าแก่ และทำโครงการธุรกิจในสถานศึกษา อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการจัดการศึกษาในระบบทวิภาคี โดยจัดอบรมแก่ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารสถาบันเกษตรภาคทั่วประเทศ จำนวน 51 แห่ง รวมทั้งสิ้น 192 คน ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม - 2 เมษายน 2560 ณ C.P. Leadership Institute โดยหลักสูตรการอบรมและพัฒนาเป็นการบรรยายในประเด็นต่าง ๆ เช่น กลยุทธ์การบริหารจัดการฟาร์ม และสถานศึกษา การทำธุรกิจในสถานศึกษา การจัดการศึกษาทวิภาคีด้านเกษตรและประมง พร้อมด้วยกิจกรรมการฝึกปฏิบัติการระดมสมอง (Brainstroming) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสร้างทีมงาน (Team Building) การผลิตกำลังคนและการทลายไซโล การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (ALP: Action Learning Program) และการลงพื้นที่ศึกษาดูงานในกลุ่มธุรกิจของเครือ C.P. โดยการอบรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก C.P. ในการสนับสนุนด้านหลักสูตรการฝึกอบรม วิทยากร อาหาร สถานที่ รวมทั้งการบริหารจัดการโครงการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตลอดการอบรม

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า การเดินทางมาโครงการอบรมครั้งนี้ ตั้งใจมาฟังแนวคิดและวิสัยทัศน์ของคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ แต่ก็ขอให้ข้อคิดของการปฏิรูปการศึกษารอบนี้ว่า "เราต้องไม่คิดเหมือนเดิม" ดังนั้นหากปัญหาใด ๆ ที่เคยเกิดขึ้นและได้ใช้วิธีการแก้ไขปัญหาเดิม ๆ ไม่ได้ผล ก็ต้องเปิดโอกาสใช้วิธีการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการใหม่ ๆ แม้แต่องค์กรต่าง ๆ ก็ต้องเปิดโอกาสให้คนเก่งเข้ามาทำงานให้มากขึ้น เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูอาชีวะ ซึ่งพบว่ามีเป็นหมื่นอัตรา ทั้งที่ความจริงเรามี "ครูในโรงงาน" เต็มไปหมด ดังนั้น หากเราเปลี่ยนโรงงานให้เป็นโรงเรียน ก็จะมีครูที่เก่ง ๆ ในโรงงานเหล่านี้มาช่วยสอนเด็กของเรา เพราะไม่ว่ารัฐจะรวยมากเพียงใด ก็ยังตามเอกชนไม่ทัน แต่หากเราให้เด็กไปเรียนกับภาคเอกชน "เราก็ได้ เขาก็ได้"
จึงเป็นที่มาของโครงการฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นฐานสมรรถนะ ภาคฤดูร้อน ครั้งที่ 1 (Education to Employment : Vocational Boot Camp) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ มีนาคมที่ผ่านมา ที่ได้เชิญสถานประกอบการชั้นนำทั่วประเทศเข้าร่วม 1,537 แห่ง มีสถานศึกษาจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม 444 แห่งครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และมีผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรมกว่าแสนคน ซึ่งทำให้ผู้เรียนอาชีวะได้รับทักษะจากเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น จักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big Bike) ซึ่งมียอดจำหน่ายกว่า 1 แสนคัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีหลักสูตรสำหรับฝึกช่างซ่อมไว้รองรับ จึงขอให้ สอศ. ถอดบทเรียนโครงการ เพื่อให้เด็กไปเรียนรู้กับบริษัทเหล่านี้ เพราะบริษัทเอกชนหลายแห่ง รวมทั้ง C.P. ก็ไปไกลเหลือเกินจนภาครัฐตามไม่ทัน เราจึงต้องมาเรียนรู้จากภาคเอกชน
ดังนั้น การที่เด็กได้เข้ามาทำงานกับภาคเอกชน ยิ่งจะช่วยให้เด็กได้ประโยชน์ และในขณะเดียวกันภาคเอกชนก็ได้ประโยชน์จากเด็กที่จบออกมาด้วย เช่นเดียวกับที่ C.P. ต้องการเห็นประเทศเจริญเป็น 4.0 จริง ๆ ไม่ใช่ 4.0 บนกระดาษ

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มาคุยกับชาวอาชีวะ เพราะอาชีวะเป็นเรื่องสำคัญยิ่งของนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนอุตสาหกรรมจากหน้ามือเป็นหลังมือ ส่วนแนวคิดของ รมว.ศึกษาธิการ ที่ได้กล่าวอย่างน่าสนใจว่าต้องการให้ภาคเอกชนเป็นโรงเรียนของอาชีวะนั้น รัฐบาลก็ต้องใช้ภาคเอกชนให้เต็มที่
ในด้านการเกษตร ส่วนตัวได้เข้ามารับงานบริหาร C.P. เมื่อ 44 ปีก่อน ซึ่งได้พยายามให้เด็กเก่งที่จบจากมหาวิทยาลัยเข้าไปรับผิดชอบทำฟาร์ม ในขณะที่คนส่วนใหญ่ก็คิดไม่ถึงว่าทำไมต้องรับเด็กเก่ง ๆ ที่จบจากมหาวิทยาลัยเข้าไปทำฟาร์ม ซึ่งเมื่อรับเข้าไปแล้วก็พยายามสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้ เช่น ติดเครื่องปรับอากาศให้พักอยู่สบาย ดูแลเรื่องความปลอดภัย 24 ชั่วโมง จนทำให้เด็กกลับไปบ้าน ก็อยากกลับมาอยู่ที่ฟาร์มมากกว่า ซึ่งเป็นแนวคิดว่าหากเราได้คนเก่ง เขาจะทำงานและทำเงินให้เรามากกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า จนกระทั่งC.P. ประสบความสำเร็จด้านการเกษตร เพราะได้คนเก่ง ๆ เข้ามาช่วยกันทำงาน
ในปัจจุบันเรากำลังจะสร้างรุ่น 4.0 แต่สุดท้ายอาชีพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ "โลจิสติกส์" เพราะปัจจุบันใคร ๆ ก็เปิดเว็บไซต์ขายออนไลน์ได้ แต่บริการส่งสินค้ายังคงถือว่าเป็นความต้องการสูง
ในยุค 4.0 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนอุตสาหกรรมจากหน้ามือเป็นหลังมือนั้น เครื่องจักร 4.0 สามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมง โดยไม่เหนื่อย ไม่มีสวัสดิการ ไม่ฟ้องเจ้านาย ดังนั้น เราจึงต้องการช่างที่เก่ง ๆ เพื่อไปดูแลเปลี่ยนชิ้นส่วนเพราะยุค 4.0 จะไม่เน้นการ "ซ่อม" เครื่องจักร แต่จะเป็นการ "เปลี่ยน" ชิ้นส่วน เหมือนกับเครื่องบินที่ย่อมต้องเปลี่ยนชิ้นส่วน เพราะเครื่องบินเมื่อบินขึ้นแล้ว จะเสียกลางทางแบบรถยนต์ไม่ได้ เพราะฉะนั้นชิ้นส่วนอะไหล่ในยุค 4.0 เราไม่เรียกว่า "ซ่อมแต่เรียกว่า "บำรุงและในยุคนี้คำว่า "คนงานจะไม่มี มีแต่คำว่า "ช่างเพื่อทำหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในโรงงานเป็นส่วนใหญ่
นายธนินท์ ได้กล่าวถึงบทเรียนที่ผ่านมาของบางประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เราจึงต้องใช้บทเรียนจากประเทศอื่นที่เกิดขึ้นให้เป็นกระจกสะท้อน ดังนั้น เราจะต้องสร้างหรือผลิตคนแบบใดเพื่อไม่ให้ตกงาน และให้เหมาะสมสอดคล้องกับยุค 4.0 ซึ่งในอนาคตคาดว่าชาวนาชาวไร่จะเหลือเพียง 1% เพราะผลจากการใช้เครื่องทุ่นแรง ยกเว้นชาวสวนที่ยังจำเป็นต้องใช้คน ใช้หุ่นยนต์ไม่ได้ อาชีพ "ชาวสวน" จึงยังคงถือเป็นโอกาสที่ดีของคนไทย
โดยสรุปแล้วไทยแลนด์ 4.0 อยู่ที่ "คน ความเร็ว และต้องคิดใหม่" เช่นเดียวกับที่ รมว.ศึกษาธิการ กล้าตัดสินใจรับคนไม่เรียนครู มาสมัครครูได้ เพื่อนำเอาคนเก่ง ๆ เข้ามาเป็นครูในสาขาที่ขาดแคลน เพราะหากเราไม่เปลี่ยนแปลงก็จะเห็นบทเรียนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกในอดีตหลายแห่งที่ล้มละลายหายไป ยุคสมัยนี้จึงต้องเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ซึ่งค่านิยมของ C.P. ได้กำหนดไว้เช่นกัน คือ สามประโยชน์สู่ความยั่งยืนต่อประเทศ ประชาชน และบริษัท, ทำเร็วและมีคุณภาพ, รับเทคโนโลยีใหม่ ๆ, ทุกคนยอมรับการเปลี่ยนแปลง, ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย และมีคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และรู้จักตอบแทนบุญคุณ โดยยกตัวอย่างคนฉลาดมักไม่ชอบทำเรื่องยาก แต่ C.P. จะพยายามทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ยกเว้นหากทำไม่ได้จริง ๆ เราก็ถอย แต่ก็ถือเป็นโอกาสที่เราได้ทำ
นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการสร้าง "เถ้าแก่" ซึ่งมีหลากหลายวิธี แม้แต่ในท้องถิ่นที่ร้านโชห่วยก็สามารถเป็นเถ้าแก่ได้ เช่น หากต้องการสร้างรายได้เพิ่ม ก็สามารถเปิดร้านชำแหละหมูขายในท้องถิ่นผ่าน C.P. ก็จะช่วยให้ได้กำไรกว่า 1,500-2,000 บาทต่อวัน หรือเท่ากับจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 60,000 บาทต่อเดือน
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาคือ "คน" ซึ่ง C.P. กำลังสร้างคนหนุ่มสาวในแต่ละไซโลให้ผนึกกำลังกัน จะไม่มีต่างคนต่างไซโล เพราะหากเราสร้างคนเก่งหนึ่งคน คน ๆ นั้นอาจทำเงินให้ C.P. เป็นหมื่นล้านแสนล้านต่อไปได้ คนจึงเป็นทรัพยากรที่ตีมูลค่าไม่ได้ ยุคสมัยนี้จึงอยู่ที่คนเท่านั้น แล้วเงินจะตามมา แม้แต่การลงทุนของ C.P. ในต่างประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ อินเดีย ก็จะดึงคนรุ่นใหม่เก่ง ๆ จากประเทศนั้นเข้ามากลุ่มหนึ่ง แต่ก็ยังนำคนไทยเข้าไปในกลุ่มนั้น ๆ เพื่อหลอมรวมวัฒนธรรม
นายธนินท์ กล่าวด้วยว่า ช่องทางการผลิตและค้าขายสินค้าของประเทศไทย ไม่ควรผลิตหรือขายสินค้าที่ประเทศอื่นผลิตได้ดีกว่าเรา แต่ต้องผลิตหรือขายสินค้าที่ประเทศอื่นทำไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลผลิตจากจุดแข็งของประเทศ คือ "น้ำมะพร้าว ทุเรียน กล้วยหอม และมังคุด" ยังเป็นผลผลิตหลักที่จะทำรายได้ที่ดีให้คนไทย
ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการต้องสร้างคนเพื่อมาผลิตสินค้าเหล่านี้ กระทรวงศึกษาธิการต้องมีเป้าหมาย เพื่อเตรียมผลิตคนเสียตั้งแต่วันนี้ ซึ่งส่วนตัวก็ยอมรับนับถือรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เพราะชอบคนกล้าเปลี่ยนแปลง ทำให้มีความหวังกับประเทศ เพราะ C.P. ทำธุรกิจในประเทศ ก็ต้องปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และหวังดีกับประเทศของเรา
ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

โหลด - อ่าน - เรื่องเด่น 

เกณฑ์และกำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีปกติและพิเศษ ปี 2560

เกณฑ์สอบผู้บริหารการศึกษา ปี 2560


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

เว็บฟรี...1,000 ชุด 10,000 ข้อ
ติวสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

วันข้าราชการพลเรือน

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com 


-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ และ ปกติ ปี 2560

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้





 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 170/2560
วันข้าราชการพลเรือน

เมื่อวันศุกร์ที่ 31 มีนาคม 2560 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษเรื่อง “สืบสานศาสตร์พระราชา” เนื่องในงานวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ.2560 โดยมีนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นางเมธินี เทพมณี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ตลอดจนข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2559 เข้าร่วมรับฟังกว่า 200 คน
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความชื่นชมยินดีกับผู้ที่ได้รับเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติในฐานะที่เป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2559 ทุกคน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะได้รับการประกาศเกียรติคุณเช่นนี้ ขอให้ได้มีความภาคภูมิใจ และมุ่งมั่นดำรงรักษาเกียรติยศไว้เป็นความดีสืบต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน
ผู้ที่เป็นข้าราชการ จะต้องยึดถือระเบียบวินัยในการทำงาน มีความซื่อสัตย์สุจริต โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนและพัฒนาจังหวัดให้เจริญก้าวหน้าในทุก ๆ ด้าน สร้างความรัก เชื่อมโยงการทำงานของแต่ละหน่วยงาน ตลอดจนสร้างความรู้รักสามัคคี ส่วนผู้บริหารในแต่ละระดับ ต้องเป็นแบบอย่างในการทำงานที่ดี นขณะที่ข้าราชการใหม่ ต้องหมั่นเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อเพิ่มเติมความรู้ เสริมความคิด สร้างจินตนาการ กล้าคิดนอกกรอบ แต่ไม่สุดโต่ง และขอให้น้อมนำ "ศาสตร์พระราชา" ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไปใช้ในการประพฤติปฏิบัติตนและการทำงาน

ทั้งนี้ เครื่องแบบข้าราชการ ใช้สีกากี คือ "สีของดิน สีของฝุ่น" ซึ่งมีนัยยะว่าข้าราชการต้องติดดิน เข้าถึงประชาชนได้ในบริบทของข้าราชการ เลอะเปรอะเปื้อนดินเปื้อนฝุ่นได้ ไม่ถือเนื้อถือตัว อ่อนน้อมถ่อมตน


ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

โหลด - อ่าน - เรื่องเด่น 

เกณฑ์และกำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีปกติและพิเศษ ปี 2560

เกณฑ์สอบผู้บริหารการศึกษา ปี 2560


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

เว็บฟรี...1,000 ชุด 10,000 ข้อ
ติวสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

การขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 20 ปี

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com 


-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ และ ปกติ ปี 2560

-คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้





 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 164/2560กระทรวงศึกษาธิการ (ส่วนหน้า) แถลงสรุปผลงานรอบ 6 เดือน และเตรียมการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 20 ปี

ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.) หรือ "กระทรวงศึกษาธิการ (ส่วนหน้า) : Forward Section, Ministry of Education" สรุปผลงานรอบ 6 เดือน และเตรียมการขับเคลื่อนการศึกษาตาม (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 20 ปี เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม 2560 พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานแถลงการประชุมสรุปผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 รอบ 6 เดือน และ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 20 ปี 
(พ.ศ.2560-2579)
 ของกระทรวงศึกษาธิการ (ส่วนหน้า) หรือ ศปบ.จชต. ณ หอประชุมค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย กองพลทหารราบที่ 15 อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยมีนายอดินันท์ ปากบารา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศปบ.จชต., นายปราโมทย์ แก้วสุข ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, พล.ต.ธรรมศักดิ์ วาสะศิริ คณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ, นายชลำ อรรถธรรม ผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผล สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตลอดจนบุคลากร ศปบ.จชต. ร่วมชี้แจงผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือน และแผนการขับเคลื่อนการศึกษาตามแผนยุทธศาสตร์การศึกษา 20 ปี

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา และความมั่นคง มีอัตลักษณ์ทางด้านภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมแตกต่างจากภูมิภาคอื่นของประเทศ ดังนั้นการจัดการศึกษาจึงต้องคำนึงถึงความลงตัวและสอดคล้องกับอัตลักษณ์ดังกล่าว เพื่อสนองตอบต่อความต้องการตามวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่และบริบทของการพัฒนาประเทศ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดให้พื้นที่ 44 อำเภอ ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา (4 อำเภอ คือ เทพา จะนะ นาทวี และสะบ้าย้อย) เป็นการจัดการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.) หรือกระทรวงศึกษาธิการ (ส่วนหน้า) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานเชื่อมโยงและบูรณาการงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชนและประชาชน ซึ่งสถาบันและสถานศึกษาในพื้นที่มีจำนวนทั้งสิ้น 5,747 แห่ง ผู้เรียน 946,746 คน และครูผู้สอน 75,744 คน
การแถลงผลงานและความก้าวหน้าในครั้งนี้ แยกเป็น ส่วนที่สำคัญ คือ ผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 รอบ 6 เดือน และ(ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)

ผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560
รอบ 6 เดือน 
ของ ศปบ.จชต.
นายบุญรักษ์ ยอดเพชร ผอ.ศปบ.จชต. กล่าวว่า ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.) หรือกระทรวงศึกษาธิการ (ส่วนหน้า) เดิมตั้งอยู่ที่สำนักงานศึกษาธิการภาค 8 อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ปัจจุบันได้ย้ายสำนักงานมาจัดตั้งที่ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย จ.ปัตตานี โดยมีภารกิจเพื่อยกระดับการบริหารงานให้มีเอกภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ (ส่วนหน้า) ได้ดำเนินการภายใต้โครงการทั้งหมด 127 โครงการ งบประมาณ 2,777.737 ล้านบาท มีผลการดำเนินงานภายใต้ 7 จุดเน้น ได้แก่
จุดเน้นที่ 1 การเสริมสร้างความปลอดภัยครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และสถานศึกษา
จุดเน้นที่ 2 การพัฒนาคุณภาพการศึกษา
จุดเน้นที่ 3 การเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษา
จุดเน้นที่ 4 การผลิตคนและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่และการมีงานทำ
จุดเน้นที่ 5 การศึกษาเพื่อความมั่นคง
จุดเน้นที่ 6 การสร้างความรับรู้ความเข้าใจ
จุดเน้นที่ 7 การบริหารจัดการ
จุดเน้นที่ 1 การเสริมสร้างความปลอดภัยครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และสถานศึกษา
  • เสริมสร้างความเข้มแข็งของบุคลากร โดยจัดจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาและศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพอำเภอ สพฐ.จำนวน 1,085 คน 1,303 โรง สอศ. สถานศึกษาจำนวน 18 แห่ง ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพอำเภอ 22 แห่ง จำนวน 125 คน และมีการแต่งตั้งผู้ประสานงานระดับอำเภอและจังหวัด จำนวน 44 อำเภอ 44 คน
  • พัฒนา ครุภัณฑ์ อาคาร สถานที่ให้มีความปลอดภัย โดยซ่อมแซมเสาสัญญาณ อุปกรณ์สื่อสาร และซ่อมแซมบ้านพักครู จำนวน 85 แห่ง
  • ระบบเครือข่ายรักษาความปลอดภัย โดยปรับปรุงระบบวิทยุสื่อสาร ให้สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง 5 จังหวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2 จุด (ยะลา ปัตตานี) มีการประสานแผนระหว่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหน่วยงานสถานศึกษากับหน่วยงานความมั่นคง จำนวน 13 เขต และจัดทำแผนความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับหน่วยงานความมั่นคงเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยครูและสถานศึกษา 1,215 โรง
จุดเน้นที่ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา
  • การพัฒนาศักยภาพโรงเรียนในโครงการพระราชดำริฯ โดยพัฒนาครุภัณฑ์ สื่อการเรียนการสอน อาคารสถานที่ กิจกรรมพัฒนาการเรียนการสอน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 14 แห่ง และส่งเสริมการพัฒนาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามให้มีคุณภาพ จำนวน 734 คน
  • พัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยการสอนเสริมเพื่อสร้างศักยภาพทางการเรียนรู้ 5 กลุ่มสาระหลัก สังกัด สพฐ. 7,758 คน สังกัด สช. 7,826 คน และสังกัด กศน. 543 คน การพัฒนาทักษะทางภาษา (ไทย-มลายู- อังกฤษ) สังกัด สอศ. 409 คน สังกัด สพฐ. 8,218 คน และสังกัด กศน. 10,616 คน และการส่งเสริมการสอนพระพุทธศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โรงเรียนในสังกัด สพฐ. 313 โรง
  • การพัฒนาห้องเรียนพิเศษ โดยเปิดห้องเรียนพิเศษกีฬา (10 ประเภทกีฬา) สพฐ. 8 แห่ง และพัฒนาห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังกัด สช. 8 แห่ง สังกัด สกอ. 3 แห่ง
  • ผลิตและพัฒนาศักยภาพครู เช่น การพัฒนาระบบผลิตครูชายแดนใต้ การผลิตบัณฑิตและบุคลากรเฉพาะสาขาที่ขาดแคลนและสาขาที่สร้างความเข้มแข็งของชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จำนวน 858 คน การพัฒนาครูโดยเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จำนวน 136 คน การเพิ่มครูอาสาสมัคร กศน.ประจำสถาบันศึกษาปอเนาะ จำนวน 399 คน (1 คน ต่อ 1แห่ง) การพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนเอกชน หลักสูตรผู้นำการเปลี่ยนแปลง สังกัด สช. จำนวน 490 คน และพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สังกัด สพฐ. จำนวน 329 คน
  • หลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน โดยสร้างหลักสูตรปอเนาะสาธิต และตาดีกาสาธิต และใช้หลักสูตรอิสลามศึกษาตอนต้น (ฟัรฎูอีน) 2559
  • การพัฒนาโรงเรียนและศูนย์การเรียนรู้ โดยพัฒนาศูนย์เรียนรู้แม่ลาน พัฒนาห้องสมุดโรงเรียน โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จำนวน 20 โรงเรียน พัฒนาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามขนาดเล็กสังกัด สช. เพิ่มเงินอุดหนุนจำนวน 199 โรง พัฒนาโรงเรียนประถมและมัธยมระดับอำเภอ สังกัด สพฐ. จำนวน 90 โรงและจัดตั้งห้องเรียนพิเศษ Science Mathematics Program (SMP) โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จำนวน 9 โรงเรียน และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จำนวน 6 โรงเรียน นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้โดยการอบรมซึ่งดำเนินการโดยศูนย์นวัตกรรมเพื่อการออกแบบหัตถกรรมชายแดนใต้ ศูนย์พัฒนาธุรกิจชายแดนใต้ Southern Border Business Center : SBBC และศูนย์ตาดีกาสัมพันธ์
  • สื่อและช่องทางการเรียนรู้ โดยการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV รวมทั้งระบบ DLIT, ETV, สพฐ. โดยแยกเป็น DLTV 356 โรงเรียน DLIT 509 โรงเรียน กศน. ETV 416 แห่ง (กศน.ตำบล) เพื่อสร้างโอกาสให้ครูและนักเรียนได้เข้าถึงสื่อเทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัย แก้ปัญหาความขาดแคลนครูผู้สอน และเพื่อให้ครูสามารถพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ส่งผลต่อคุณภาพการจัดการเรียนการสอนให้สูงขึ้น
จุดเน้นที่ การเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษา
  • สานฝันการกีฬาสู่นักกีฬาอาชีพ ตามโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเปิดสอนหลักสูตรแผนการเรียนวิทย์-กีฬา และศิลป์-กีฬา 8 โรงเรียน แผนการเรียนศิลป์-ดนตรี 2 โรงเรียน และแผนการเรียนศิลป์-อาชีพ 3 โรงเรียน
  • จัดสรรทุนการศึกษาพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการศึกษา โดยแต่ละหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการมีการจัดสรรทุนการศึกษาเพื่อใช้ในการศึกษาต่อ เช่น ทุนการเรียนต่อระดับอุดมศึกษา (ทุนกีฬา) สังกัด สกอ. จำนวน 92 ทุน ๆ ละ 55,000 บาท ทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สังกัด สพฐ. 856 ทุนๆ ละ 40,000 บาท ทุนการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา สังกัด สกอ. 250 ทุน ๆ ละ 40,000 บาท ทุนจูงใจนักเรียนต่างวัฒนธรรม ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 1,000 ทุน ทุนคุรุทายาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ระดับปริญญาโท 4 ทุน ระดับปริญญาเอก 6 ทุน ทุนภูมิทายาทสังกัด สพฐ. 8,000 ทุน ทุนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสังกัด สป. 6,500 ทุน และทุนการศึกษาในโครงการครัวไทยสู่ครัวโลกมุสลิมของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 100 ทุน
  • การศึกษาเพื่อผู้ด้อยโอกาส และผู้พิการ ได้ดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนการศึกษาพิเศษในเขตพัฒนาพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อจัดการศึกษาที่เหมาะสมให้กับนักเรียนในพื้นที่ และเปิดโอกาสให้นักเรียนเหล่านี้มีสิทธิในการศึกษาที่เท่าเทียมและมีคุณภาพเช่นเดียวกับเด็กพิการในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ รวมทั้งได้รับการศึกษาที่สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิต ศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีของตนเอง โดยจะให้บริการแก่เด็กที่มีความบกพร่อง 5 ประเภทความพิการ
จุดเน้นที่ การผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่และการมีงานทำ
  • ส่งเสริมทักษะอาชีพเพื่อการมีงานทำให้กับนักเรียน นักศึกษา โดยการจัดการเรียนการสอนในศูนย์ฝึกอาชีพประจำอำเภอ จำนวน 5,653 คน เพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างสมรรถนะในการแข่งขันให้ทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน จัดตั้งกลุ่มอาชีพและส่งเสริมทักษะในสถาบันศึกษาปอเนาะ จำนวน 45 แห่ง 945 คน ฝึกอบรมอาชีพให้กับนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ 550 คน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง 1,055 คน และหลักสูตรระยะสั้น 1,610 คน และการจัดการเรียนการสอนอาชีพแบบคู่ขนาน (สอนอาชีพคู่กับเรียนศาสนา) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ 332 คน และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง 590 คน ความร่วมมือสหกิจศึกษากับต่างประเทศ โดยนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ฝึกงาน ณ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในต่างประเทศ และส่งเสริมองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ แข่งขันทักษะวิชาชีพ 140 คน
  • การฝึกอาชีพสำหรับประชาชน โดยมีโครงการฝึกอาชีพตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส จำนวน 80 คน การฝึกอาชีพให้กับชาวบ้าน โดยสถาบันวิทยาลัยชุมชนให้ความรู้กับประชาชน 3,500 คน อบรมฝึกอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน. 730 คน นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตยางพาราต้นแบบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนและช่วยผลิตเครื่องสีข้าวซ้อมมือให้กับประชาชน
จุดเน้นที่ 5 การศึกษาเพื่อความมั่นคง
  • มุ่งพัฒนาเยาวชนให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถดำรงชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างมีความสุข
  • มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การขจัดความขัดแย้งโดยสันติวิธี บนพื้นฐานความหลากหลายของสังคมพหุวัฒนธรรม โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
  • การศึกษาและพัฒนาเพื่อสร้างชุมชนชายแดนใต้ต้นแบบ ที่เหมาะสมท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบ 2 ชุมชน โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  • กิจกรรมการมีส่วนร่วมของชุมชนรอบสถานศึกษาเอกชน เช่น เมาลิดสัมพันธ์ ตาดีกาสัมพันธ์ งานวันเด็ก มหกรรมวิชาการ การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน และงานวันสำคัญต่าง 
  • การสร้างเครือข่ายแกนนำเพื่อพัฒนาการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem), เครือข่ายเยาวชนต้นแบบทำดีดูดี, ค่ายศิลปกรรมศาสตร์ของสถาบันการศึกษาต่าง 
  • กิจกรรมกีฬา ได้แก่ กิจกรรมกีฬาสายสัมพันธ์ชายแดนใต้ของนักศึกษา กศน. ระดับอำเภอและจังหวัด มีนักศึกษาเข้าร่วม 10,937 คน และในขณะนี้ได้เตรียมการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาภาคฤดูร้อนครอบคลุม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงเดือนเมษายนนี้
  • กิจกรรมลูกเสือ จัดค่ายเยาวชนสานสัมพันธ์ ลูกเสือ กศน. ชายแดนใต้ ระดับจังหวัด มีลูกเสือเข้าร่วมจำนวน 2,004 คน และการจัดงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 5-7 เมษายน 2560 ณ จังหวัดสตูล
จุดเน้นที่ 6 การสร้างความรับรู้ความเข้าใจ
  • เป็นการประชาสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร สร้างความเข้าใจในการร่วมกันพัฒนาการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา ได้พัฒนานักสื่อสารชุมชน จำนวน 90 คน จัดทำสื่อสันติภาพ จำนวน 33 เรื่อง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดสัมมนาผู้นำศาสนา 37 คน สัมมนาผู้บริหารอิสลามศึกษาระดับนานาชาติ จำนวน 500 คน นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษา ยังได้จัดกิจกรรม Road Show เปิดบ้านคนพันธุ์ R สร้างแรงจูงใจในการศึกษาสายอาชีพในสถาบันอาชีวศึกษาทั้ง 18 แห่ง และจัดกิจกรรมแนะแนวในการศึกษาต่อของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
จุดเน้นที่ 7 การบริหารจัดการ
  • พัฒนาสถานศึกษาด้านอาคารสถานที่ สังกัด สอศ. ก่อสร้างหอพักนักเรียน จำนวน 7 แห่ง, สังกัด สพฐ. ก่อสร้างบ้านพักครู 135 หลัง ซ่อมแซมบ้านพักครู 174 หลัง ปรับปรุงซ่อมแซมอาคาร 29 หลัง
  • สนับสนุนค่าตอบแทนพิเศษสำหรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ และสนับสนุนวิทยากรอิสลามศึกษาในสถานศึกษา 361 แห่ง
  • ดำเนินการวิจัย โดยสถาบันวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และกำหนดทิศทางในการพัฒนาการศึกษาโดยจัดทำแผนยุทธศาสตร์การศึกษา เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 20 ปี ที่สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ 20 ปี และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

(ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 20 ปี
(พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงศึกษาธิการ
พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวว่า (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ของกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดทำขึ้นโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยยึดตามยุทธศาสตร์พระราชทานคือ "การเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา" ให้บรรลุตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) คือ ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2579) นโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2560-2562 เพื่อวางกรอบเป้าหมายและทิศทางการจัดการศึกษาให้ประชาชนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับบริการการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน พัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในการทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงาน และการพัฒนาประเทศเป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs 2030) ภายใต้แนวคิดการจัดการศึกษาเพื่อคนทุกคน และทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
วิสัยทัศน์ของแผนดังกล่าว คือ "ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21"
โดยมี 6 ยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานขับเคลื่อน คือ
  • ยุทธศาสตร์ที่ 1 การศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง
  • ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
  • ยุทธศาสตร์ที่ 3 การผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในการแข่งขัน
  • ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางการศึกษา
  • ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษา
กลไกสำคัญในการขับเคลื่อน ตามแผนยุทธศาสตร์การศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) มี 2 ระดับ คือ ระดับอำนวยการ โดยมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธาน และระดับการขับเคลื่อนแผนการปฏิบัติงาน มีนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เป็นประธาน ซึ่งจะมีการติดตามการทำงานตามแผนงานของแต่ละจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเวลาก่อนเปิดภาคเรียนนี้ จะเชิญคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ทั้ง จังหวัดในพื้นที่ ได้นำเสนอแผนงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้แผนจัดการศึกษามีความสมบูรณ์ที่สุด ก่อนที่จะประกาศใช้ก่อนเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2560 ต่อไป

นอกจากนี้ ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญสิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำมาโดยตลอดเกี่ยวกับการทำงานด้วยว่า ควรสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้เกิดขึ้นในหน่วยงานและสถานศึกษาของตนเอง ตลอดจนผู้ปกครอง พี่น้องประชาชน องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 521 องค์กร เพราะเมื่อมีความเข้าใจเกิดขึ้น ทุกคนจะมีส่วนเข้าถึง และร่วมพัฒนา อันจะส่งผลให้ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้เกิดขึ้นโดยเร็ว
ที่มา ; เว็บ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

โหลด - อ่าน - เรื่องเด่น 

เกณฑ์และกำหนดการสอบครูผู้ช่วย กรณีปกติและพิเศษ ปี 2560

เกณฑ์สอบผู้บริหารการศึกษา ปี 2560


 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

เว็บฟรี...1,000 ชุด 10,000 ข้อ
ติวสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม