หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบ รอง.ผอ.เขต ปี 2562

ติวสอบ รอง.ผอ.เขต ปี 2562
ติวสอบ รอง.ผอ.เขต ปี 2562

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559

รายการคืนความสุขให้คนในชาติ 7 ตุลาคม 2559

อ่านชัด-อ่านครบ กด ดูเวอร์ชั่นสำหรับเว็บ (ด้านล่าง)

เรื่องใหม่น่าสนใจ  (ทั้งหมด ที่ )


(เนื้อหา-ข้อสอบ 1,000 ชุุด หมื่นข้อ ภาค กข


40 วิชาเอก) ที่ ห้องสอบด้านขวา หรือ 


เว็บฟรีข้อสอบ 1,000 ชุด ที่ ติวสอบดอทคอม คลิ๊ก www.tuewsob.com 

-นายกรัฐมนตรีพบเพื่อนครู + การศึกษาไทยศตวรรษ 21 นี่

-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี 2559

            -คู่มือ 4 ชุด นโยบาย บริบริหาร ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

 ข้อสอบออนไลน์ ( พัฒนาความรู้ครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่

   

 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

รายการคืนความสุขให้คนในชาติ 7 ตุลาคม 2559
รายการคืนความสุขให้คนในชาติ 7 ตุลาคม 2559
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2559 เวลา 20.15 น.
สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รัก
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ไปประชุมรับทราบสถานการณ์น้ำและอุทกภัยที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ผมขอขอบคุณข้าราชการ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร และพี่น้องประชาชน ที่ได้มีโอกาสมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อรวมกันเป็นพลังในการใช้สติปัญญาในการทำงานทั้งเชิงรุก และเชิงรับ เพื่อแก้ปัญหาในการบริหารจัดการน้ำ ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน
เราได้มีการเตรียมการ ทั้งมาตรการเร่งด่วน การช่วยเหลือ มีมาตรการเสริมสำรองไว้ ในลักษณะที่ว่ามีการพัฒนาการตามสถานการณ์ แล้วก็สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะฝนตกหนักมาก หรือตกน้อยอะไรต่าง ๆ ก็ตาม ต้องทำทุกอย่าง เป็นแผนงานล่วงหน้า จะได้ไม่เสียเวลา เพราะว่าเราห้ามธรรมชาติไม่ได้มากนัก เราต้องระมัดระวังตัวเอง เพราะฉะนั้นต้องมีการทำงานในเชิงรุก มากกว่าเชิงรับในปัจจุบัน
ผมได้มีโอกาสทำความเข้าใจซึ่งกันและกันทั้งข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาน ว่าในกรอบของราชการนั้นเขาก็รับผิดชอบตามภารกิจ ๆ ของเขาไป ด้วยอำนาจ หน้าที่เขาตั้งแต่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยากรฯ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน คณะบริหารจัดการน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทุกคนก็ได้พยายามกันอย่างเต็มที่แล้ว ในการบริหารจัดการน้ำ ทั้งด้วยหลักการ ด้วยวิธีการ และแนวทางปฏิบัติเดิม ๆ ที่ผ่านมา รวมทั้งแนวทางใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ตลอดจนผมได้รับความเข้าใจจากประชาชนในพื้นที่มากขึ้น ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ หลังจากที่ผมได้พูดคุยกับเขา
การที่ผมลงไปครั้งนี้ ผมต้องการไปให้กำลังใจกับทุกภาคส่วน แล้วมีการมอบนโยบายเพิ่มเติมในเชิงรุกให้มากขึ้น ประกอบด้วย เราจะต้องมีการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้มากขึ้น ทุกอย่างอยู่ที่ความเข้าใจ จะทำอะไร เก่าใหม่อะไรก็ตาม วันนี้ประชาชนต้องเข้าใจ ทำอย่างไรเขาจะเข้าใจ ใช้ภาษายังไง ใช้คำพูดอย่างไรให้สั้น ให้กระชับ ได้ใจความ เราจะได้ทำความเข้าใจกันทั้งประเทศสักทีว่าความเชื่อมโยงระบบทุกระบบ ไม่ว่าจะระบบใดก็ตาม วันนี้เรามาพูดถึงการใช้น้ำของทุกกลุ่ม ทั้งน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อการการอุปโภคบริโภค เพื่อการอุตสาหกรรม และการรักษาระบบนิเวศน์
ซึ่งต้องใช้น้ำอันเดียวกัน เพราะเราใช้สายน้ำเดียวกัน ที่ตกมาจากฝน เกิดจากป่า ไหลลงแม่น้ำลำคลอง หรือเป็นน้ำที่ขังท่วมอยู่ในแหล่งเก็บน้ำต่าง ๆ หรือเวลาฝนตก ก็มีน้ำสะสม เพราะฉะนั้น เราก็ต้องมาพูดกันถึงน้ำในระบบชลประทาน และนอกระบบชลประทาน อยู่ในเขต และนอกเขต แล้ววันนี้เราก็มีทั้งน้ำทุ่ง น้ำท่า น้ำสะสม เนื่องจากมีฝนตกมากขึ้นกว่าปกติ ในฤดูฝนนี้ แล้วก็ท่วมทั่วไป ทั้งหมดนั้น ข้อเท็จจริงก็คือว่าน้ำทุกน้ำ ไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม ต้องไหลลงที่ต่ำ ไหลลงแม่น้ำ ลำคลอง ลงสู่ทะเล เราต้องมาคิดร่วมกัน ทั้งภาครัฐ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ และประชาชนว่า เราจะบริหารจัดการน้ำให้ยั่งยืนได้อย่างไร เราควรต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดหรือไม่ ที่เรียกว่าเป็นห่วงโซ่เดียวกัน ถ้าเราใช้น้ำกันอย่างพอดี ๆ เฉลี่ยแบ่งปัน ทุกคนก็มีความสุขถ้าเวลาน้ำแล้ง
ถ้าพวกหนึ่งได้มาก พวกหนึ่งได้น้อย ก็จะเกิดความขัดแย้ง ระบายไม่ได้ ปล่อยไปที่อื่นไม่ได้ จะเก็บกักไว้ในพื้นที่ของตนเอง ก็ไม่สามารถจะไปช่วยพื้นที่หนึ่งได้ เพราะว่าอยู่ในสายน้ำเดียวกัน เราต้องอธิบายให้เขาเข้าใจว่าวันนี้เราต้องแก้ใหม่แล้ว เหล่านี้เป็นปัญหาซ้ำซากของประเทศ เราไม่ได้แก้ไขอะไรอย่างยั่งยืนมาโดยตลอดที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นหลักการสำคัญง่าย ๆ ที่ผมคิดก็คือว่า เราต้องเข้าใจตรงกัน ทั้งประเทศว่ามวลน้ำที่มีอยู่ปัจจุบันในประเทศไทยก็มีอยู่ 3 ก้อนด้วยกัน
ก้อนหนึ่งอยู่ภาคเหนือ อีกก้อนหนึ่งลงมาภาคกลาง ใต้เขื่อนภาคเหนือลงมา แล้วก็ที่อยู่ด้านใต้ของเขื่อนเจ้าพระยา เพราะฉะนั้นทั้ง 3 ก้อนนี้มีกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ที่ใช้น้ำจำนวนมหาศาล กลุ่มจังหวัด จังหวัด ชุมชน หมู่บ้าน มหาศาล แล้วทั้งหมด พื้นที่ของประเทศไทยก็ลาดลงสู่ทะเล เพราะฉะนั้นเราต้องบริหารจัดการน้ำทั้ง 3 ก้อนได้อย่างไร ทั้งไม่ว่าจะการพร่องน้ำ การระบายน้ำ การส่งน้ำ หรือน้ำเกินจะไปเก็บไว้ที่ไหน อย่างไร จะเก็บในอ่างกักเก็บน้ำ ไว้ได้เพิ่มหรือไม่ ในเขื่อน ในเมื่อฝนตกเหนือเขื่อนลดลง จะเก็บน้ำใต้เขื่อนไว้ได้อย่างไรในปัจจุบัน เพราะโลกเปลี่ยนแปลง อากาศเปลี่ยนแปลง เรามีพื้นที่แก้มลิงที่เตรียมไว้ ทั้งของเดิม ของใหม่เพียงพอหรือยัง ผมคำนวณดูแล้วว่าถ้าหากฝนยังตกแบบนี้ เรายังพอจะรับมือไว้ได้ แต่เนื่องจากปรากฏการณ์ ลานีญาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเราอาจจะต้องเตรียมพื้นที่สำรองเพิ่มเติมไว้ล่วงหน้า
บางส่วนอาจจะต้องใช้พื้นที่ของรัฐ ของประชาชนอยู่บ้าง ของรัฐเตรียมให้อยู่แล้ว บางครั้งต้องใช้ของประชาชน ก็คือพื้นที่ที่แล้งซ้ำซาก หรือพื้นที่ที่ท่วมซ้ำซาก ทำยังไงเราจะใช้ประโยชน์ได้ ช่วยกันเป็นพื้นที่รับน้ำได้บ้างหรือไม่ เราก็จะให้ได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด และมีมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ในกรณีที่หากน้ำลงไปแล้ว และไม่สามารถจะทำการเกษตรได้ มีวิธีการคิดใหม่ ๆ หลายอย่างด้วยกัน ซึ่งผมจะเล่าให้ฟังวันหลัง กำลังให้ทุกหน่วยงานไปหามาตรการเหล่านี้มาใหม่ ๆ ทำยังไงประชาชนจะร่วมมือกับเรา ขณะเดียวกันเขาก็ได้ประโยชน์ไปด้วย แล้วไม่ต้องไปเหน็ดเหนื่อยกับการปลูกพืชหลายครั้ง ปลูกแล้วก็เสีย ปลูกแล้วก็ตาย ปลูกแล้วก็ท่วม เพราะฉะนั้นถ้าเขาแปรสภาพเป็นที่เก็บน้ำไปก่อนได้หรือไม่ ในบางระยะเวลา รัฐบาลจะช่วยเหลือให้ในช่วงเวลาเหล่านั้น ไม่ให้เขาสูญเสียรายได้
สิ่งสำคัญวันนี้คือว่า ในพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะการปลูกข้าว ทุกคนมักจะปลูกในเวลาเดียวกัน คือหน้าฝนใกล้เคียงกัน เพราะสัมพันธ์กับเรื่องของการใช้เครื่องมือในการเก็บเกี่ยว ในการเพาะปลูกใด ๆ ก็ตาม ไถ คราด อะไรก็แล้วแต่ เวลาเดียวกันหมด เพราะใช้การบริการจากภาคเอกชน เช่าเขามาบ้าง อะไรเขามาบ้าง เพราะฉะนั้น จะเป็นพื้นที่ๆ ไป ถ้าเราปลูกพร้อมกัน ใกล้เคียงกันมาก ต้องรอเก็บเกี่ยวด้วยกันทั้งหมด แล้วน้ำมาจะทำยังไง โดยเฉพาะพื้นที่ที่น้ำท่วมเป็นประจำอยู่แล้วทุกหน้าฝน เราจะทำยังไง เราต้องบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เหล่านี้ให้ได้ ทำยังไงจะไม่เกิดความเสียหายในวงกว้าง ถ้าหากว่าน้ำระบายไม่ได้เลย ทุกคนให้กักเก็บไว้หมด มวลน้ำทางเหนือ ทางกลาง ก็ไปผสมกันลงมาทางใต้ พอดีก็มีฝนตกลงมาอีก มากขึ้นอีก ในหลาย ๆ พื้นที่ ซึ่งบางครั้งก็ไม่เคยตกตรงนั้น ทั้งหมดสะสมลงมาทั้งน้ำในเขื่อน น้ำนอกเขื่อน น้ำในทุ่ง น้ำสะสม น้ำฝนตก ทั้งหมดต้องไหลลงที่ต่ำทั้งสิ้น ถ้าไหลลงเขื่อน อาจจะเก็บน้ำไว้ได้ ปริมาณรับน้ำไว้ได้เพียงพอก็จบ ถ้าไม่เพียงพอ ล้นออกมาจะทำอย่างไร ก็อั้นน้ำทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราต้องบริหารจัดการระบายน้ำ และกักเก็บน้ำอย่างเป็นระบบ ที่เกื้อกูลกัน เป็นขั้นเป็นตอน ไม่อยากให้สะสมมากขึ้น เป็นก้อน ๆ ไป ทุกที่ไป หากว่าถึงเวลานั้นแล้ว เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เราต้องระบายทุกพื้นที่พร้อม ๆ กัน ผมถามแล้วจะระบายไปที่ไหน ถ้าเราไม่ทยอยระบาย ทยอยพร่องน้ำไปบ้าง เพราะฉะนั้นเราต้องบริหารจัดการน้ำทั้ง 3 ก้อน ไม่ให้เกิดการความสมดุล ไม่ให้เกิดการอั้นน้ำ ตั้งแต่แต่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ไม่อย่างนั้นก็เกิดปัญหาดังเช่นในอดีตที่ผ่านมา คือท่วมไปทั้งหมด
วันนี้เราจึงจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับไว้ล่วงหน้า เพราะฉะนั้นอะไรที่เป็นหน้าที่ของส่วนราชการ ข้าราชการ เขาก็ต้องทำหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าผมต้องไปคอยสั่งว่าเปิดประตูน้ำ ปิดประตูน้ำ ระบายน้ำเท่าไร อย่างไร ผมเอาเฉพาะหลักการ นโยบาย และมาตรการเร่งด่วน การช่วยเหลือประชาชน มาตรการเรื่องกักเก็บน้ำ พร่องน้ำ ควรจะเป็นยังไง การเตรียมพื้นที่สำรองไว้จะทำอย่างไร ชดเชยอะไร ใคร ยังไง นั่นคือหน้าที่หลักของรัฐบาล
ถ้าเราสามารถลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยามาได้ วันนี้ก็อยู่ในระดับประมาณ 1,900 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ยังพอประคับประคองไว้ได้ แต่ถ้าสูงไปกว่านี้จะทำยังไง ถ้าเรายังคงต้องกักเก็บไว้เพื่อรอการเก็บเกี่ยวทั้งหมด อยากให้เข้าใจตรงนี้ ก็จะมีผลกระทบไปทั้งสิ้น ถ้าเราลดมากก็ไปเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตร แต่ไม่ทั้งหมดเฉพาะพื้นที่ที่จำเป็น ก็ดูแลตรงนั้นให้ ตรงไหนที่สามารถรอได้ เราจะไปปล่อยให้ท่วมทำไมล่ะ เราก็จะปล่อยเท่าที่จำเป็น เห็นใจเกษตรกรจำนวนมากกำลังเพาะปลูกแล้วกำลังรอเก็บเกี่ยว พวกนี้จะดูแลเป็นพิเศษ
ในส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑล วันนี้ก็หนักอยู่แล้ว เจอปัญหาฝนตกในกรุงเทพฯ มากกว่าปกติ การระบายน้ำ ระบบระบายน้ำเรายังแก้ไขไม่ได้ครบทั้งหมด ก็มีการท่วมอยู่บ้าง แต่เราก็เห็น ว่าเราก็เร่งรัดระบายให้เร็วที่สุด เท่าที่เราสามารถทำได้ เราปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ วันหน้าก็ต้องไปแก้ไขในเรื่องของระบบการระบายน้ำใหม่อีกที
เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนคิดร่วมกัน ทั้งรัฐ ข้าราชการ ประชาชน ทุกหมู่เหล่า อยากจะเรียนว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมไว้ สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน มาก หรือมากเป็นพิเศษ ก็ต้องดูว่าอันไหนท่วมมาก ท่วมน้อย ท่วมจากธรรมชาติ หรือท่วมจากการบริหารจัดการน้ำ พร่องน้ำ ระบายน้ำของรัฐบาล ก็มีความแตกต่าง เราก็กำลังจะเร่งหารือใน ครม. โดยด่วน ในมาตรการเหล่านี้ ปกติแล้วในพื้นที่ประกาศภัยน้ำท่วม ได้รับความช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่จำนวนไม่มากนัก ต้องไปหาความแตกต่าง มาตรการ จำนวน วิธีการ ข้อสำคัญคือ วันนี้ต้องเก็บข้อมูลตั้งแต่วันนี้ และรักษาสิทธิ์ อย่าให้ใครเขามาหาช่องทางทุจริตได้เวลาเงินช่วยเหลือลงไปแล้ว บอกฝากทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบท. ต่าง ๆ ที่ใกล้ชิดประชาชนนั้น จะต้องเป็นหัวเรือให้กับประชาชน ไม่ใช่เป็นหัวเรือในการต่อต้านอย่างเดียว เป็นหัวเรือในการรักษาสิทธิ์ให้กับเขา โดยไม่ให้เกิดการรั่วไหล
เพราะฉะนั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลอยากให้ประชาชนชาวเกษตรกรต้องช่วยเรา เข้าใจว่ารัฐบาลไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อนทั้งสิ้น ไม่ใช่ว่ารักคนกรุงเทพฯ แต่ให้น้ำท่วมอยุธยาไม่ใช่เลย เพราะผมบอกไปแล้วว่าน้ำมีกี่ก้อน ต้องระบายไปทางไหนบ้าง ไม่ลงข้างล่างก็ไปทางซ้ายทางขวา ถ้าไม่ไปไหนเลยก็เอ่อท่วมทั้งหมด ทั้งประเทศคือหลักการง่าย ๆ เราอาจจะต้องใช้คำว่าเสียสละกันบ้าง ผมไม่อยากให้ใครต้องเสียสละ แต่ก็จำเป็น ขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำด้วย
วันนี้ก็คาดว่าอาจจะมีลมมรสุม และมรสุมหลายลูก เข้าพัดผ่านในด้านอาเซียน และประเทศไทยด้วย ขอให้ระมัดระวังในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเรื่องการปลูกพืช การสัญจรไปมา อุบัติเหตุ อุบัติภัยต่าง ๆ มาด้วยกันทั้งหมด ข้อสำคัญคือถ้าเราเข้มแข็งเพียงพอ รวมกลุ่มกันได้ ก็ต่อสู้ได้ทั้งหมดทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกัน ให้ความร่วมมือ
เรื่องแรกอยากจะขอร้อง เราสามารถทำได้กันหรือไม่ ในการกำหนดห้วงเวลาในการปลูกพืชต่าง ๆ แต่ละพื้นที่ซึ่งทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กระทรวงมหาดไทยก็แนะนำไปแล้ว อาจจะแล็ปกันบ้าง เป็นรายสัปดาห์ คงไม่ใช่เป็นเดือน ๆ เพื่อให้มีการทยอยใช้น้ำกันตามลำดับตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ท้ายน้ำ ทำนองนี้นะครับ ถ้าเราสามารถแล็ปกันได้บ้าง ก็แบ่งเบาในเรื่องของการขาดแคลนน้ำ แล้วก็สามารถระบายน้ำได้ ไม่ใช่พอหน้าแล้งข้างบนก็ไม่ให้ระบายลงมา เพราะข้างบนจะปลูกพืช ข้างล่างก็แล้ง เพราะไม่มีน้ำจะลงมา ถึงเวลาน้ำท่วมมากๆ ข้างบนก็เร่งปล่อยลงมา กลัวท่วมข้างบน แต่ก็ปล่อยมาท่วมข้างล่าง นี่คือการบริหารจัดการน้ำ ที่ไม่ได้ทำง่าย ๆ ถ้าเราไม่เข้าใจกัน
เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนเข้าใจในประเด็นนี้ ทำประชาคมกับผู้ว่าราชการจังหวัด กับนายอำเภอ กับท้องถิ่นว่าเราจะตกลงกันได้อย่างไร กลุ่มนี้ กลุ่มนั้นจะปลูกเมื่อไร น้ำจะพอหรือไม่ ถ้าทุกคนจะเก็บกักน้ำเอาไว้ใช้เอง แล้วปลูกหลาย ๆ รอบ หลาย ๆ เที่ยว ทำนากันหลายๆ ครั้ง ผมว่าก็คือปัญหาทั้งนั้น เพราะน้ำไม่พอ
ในเรื่องการทำเกษตรแปลงใหญ่ การปลูกพืชเสริม หรือเปลี่ยนการปลูกพืชบ้าง ปลูกพืชผสมผสาน ที่เรียกว่าไร่นาสวนผสม หรือให้กำหนดพื้นที่ดูซิว่าตรงนี้เหมาะสมจะปลูกข้าว ก็สนับสนุนการปลูกข้าวที่มีคุณภาพ เป็นเกษตรอินทรีย์ หรือปลูกพืชชนิดใดก็ตามที่มีมูลค่า แลกเปลี่ยนกันได้คนนี้ปลูกข้าวไว้ขาย คนนี้ปลูกข้าวไว้กิน แล้วขายได้บ้าง แล้วเสริมด้วยอาชีพอื่น ๆ ที่มีรายได้ที่เพียงพอ ต้องคิดแบบนี้ ไม่ใช่ปลูกข้าวก็ตามกันไปหมด เวลาข้าวเสีย น้ำท่วมข้าว ฝนแล้ง ก็ไม่มีผลผลิตออกมา แล้วทำอย่างไร รัฐบาลต้องหาเงินจำนวนมากไปอุดหนุน เราต้องช่วยกันทั้งคู่ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องช่วยอยู่แล้ว ท่านก็ต้องช่วยของท่านเองด้วย
สำหรับการปลูกพืชในพื้นที่ที่เหมาะสม ที่ดินดี น้ำดี ไม่เคยแล้ง ไม่เคยท่วม ตรงนี้ต้องส่งเสริม จะได้ลดความเสียหายให้มากที่สุด ลดการใช้น้ำให้มากที่สุดในพื้นที่ที่ใช้น้ำน้อย ตอนนี้เรามีน้ำมากในการทำนาหลายเท่าของต่างประเทศเขา เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทุกคนได้พิจารณา ผมไม่บังอาจไปบังคับใครได้ เป็นเรื่องที่จะดีขึ้น เปลี่ยนแปลงของท่านเอง ของเกษตรกรเอง ท่านต้องใช้ทุกอย่าง นอกจากประสบการณ์แต่เพียงอย่างเดียวไม่พอแล้วในวันนี้
สิ่งเหล่านี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เขาก็แนะนำไปมากแล้ว หลายคนก็ทำเป็นผลสำเร็จแล้ว มีรายได้มากขึ้น จากไร่ละ 3,000 เป็นไร่ละ 30,000 ลองไปดูว่าเขาทำกันอย่างไร ถ้าไม่ดูกันเลยเราก็จะปลูกข้าวแบบเดียวไปทั้งหมด แล้วก็มีคุณภาพบ้าง ไม่มีคุณภาพบ้าง พอน้ำจะท่วมก็ต้องรีบเก็บเกี่ยว ข้าวยังไม่สุกดี ข้าวมีความชื้น ก็ถูกลดราคาอีก แล้วรัฐบาลจะต้องไปอุดหนุนอีก จะได้หรือไม่แบบนี้ ต่อไปจะไปไม่ไหว
ดังนั้นเพื่อความง่าย เราจะได้รู้ปริมาณที่สอดคล้องต้องกัน ระหว่างดีมานด์ ซัพพลาย เราผลิตเท่าไร ขายในประเทศเท่าไร ขายต่างประเทศเท่าไร ในการผลิตของภาคการเกษตรแต่ละชนิด ๆ จะได้หาตลาดง่ายขึ้น จะได้แข่งขันเขาได้ง่ายขึ้น ข้อสำคัญคือคุณภาพต้องดีกว่าเขา ถ้าราคาจะสูง ต้องมีคุณภาพ ต้องไร้สารเคมี เกษตรอินทรีย์ ทำนองนี้ พัฒนาไปสู่ข้าวคุณภาพ หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ก็ตาม ไปเป็นเครื่องสำอางบ้าง ไปเป็น ครีม อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ข้าวก็มีทั้งนั้น ทำได้ทั้งนั้น วันนี้ก็ทำมาเยอะแล้ว เพียงแต่ว่าตลาดเข้าถึงได้หรือยัง นวัตกรรมเพียงพอหรือไม่ เหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญ
เรื่องการใช้เครื่องมือทันสมัย รัฐบาลก็พยายามจะหาทางช่วย เราคงต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ถ้าให้ทุกพื้นที่มีความเท่าเทียมกันทั้งหมดคงยังไม่ได้ในตอนนี้ เพียงแต่ว่า อาจจะไปรวมเป็นพื้นที่ๆ ไป ในท้องถิ่นดูแลกัน ให้ไปแล้วซ่อมแซมกันเอง มีค่าใช้จ่ายบ้าง ถูกกว่าที่ต้องไปเช่าเขามาในวันนี้ จะได้มีอำนาจต่อรอง กับคนที่เขาให้เช่าเครื่องมือเหล่านี้ด้วย
ที่ผมห่วงอีกอันหนึ่งคือ เรื่องรายได้จากการเช่านา ในเมื่อข้าวเสียหาย ผู้ให้เช่านาก็อย่าไปเก็บเขาเลย ประชาชน การเกษตรที่เขาเสียหาย แล้วจะไปเก็บเขาได้อย่างไร ในเมื่อเขาปลูกข้าวไม่ได้ อันนี้เป็นน้ำใจ เป็นสิ่งที่จะทำให้เกษตรกรเขาเข้มแข็ง ไม่อย่างนั้นหนี้เขาก็สะสมไปเรื่อย วันหน้าเขาก็ต้องขายนา ท่านก็เอานาเขาไปอีก แล้วให้เขาเช่าอีก ก็เป็นอยู่อย่างนี้ นี่คือวงจรที่เกิดขึ้นในภาคการเกษตรของเรา เห็นใจเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยบ้าง
อีกเรื่องหนึ่งอยากให้มาร่วมกัน คือขอให้มาขึ้นทะเบียนผู้มีรายได้เท่าไหร่ รายได้น้อยกว่า 1 แสนบาท ต้องมีมาตรการ มีแรงจูงใจ มีสิทธิประโยชน์ที่รัฐบาลกำลังคิดว่าจะทำอย่างไร สำหรับคนเหล่านี้ได้มากขึ้น วันนี้มาขึ้นแล้วประมาณ 8 ล้านคนเศษ 8 ล้านกว่าคน ก็มีตั้งหลาย 10 ล้าน เพราะฉะนั้นต้องทยอยเป็นปี ๆ ไป รัฐบาลจะหามาตรการช่วยเหลือให้ได้ตรงตามข้อเท็จจริงตามที่เดือดร้อนจริง ๆ สำหรับคนที่ไม่ได้ก็อย่าเรียกร้องเลย เพราะมีรายได้สูงกว่าคนเหล่านี้แล้ว รัฐบาลต้องบริหารงบประมาณอย่างนี้
เรื่องต่อไป เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพเลี้ยงนักกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ขอขอบคุณนักกีฬาทุกคน และหน่วยงานส่วนราชการ และภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุน เราได้ทั้งหมด 18 เหรียญ 6-6-6 มากกว่าที่ประมาณการไว้ ซึ่งตั้งไว้ก่อนไป เขาสัญญากับผมไว้ว่า 4 เหรียญทอง ได้มา 6 เหรียญ และมีเหรียญเงิน เหรียญทองแดงมาด้วย ถือว่าได้มากที่สุดจากห้วงที่ผ่านมา รัฐบาลก็จะพยายามสนับสนุนดูแลให้มากขึ้นทั้งระบบ อย่างไรก็ตามต้องใช้เวลา ใช้งบประมาณ ปรับกฎหมาย แหล่งเงินที่มาต่าง ๆ สัดส่วนการดูแลทุกคน ก็ขอผมว่าให้รัฐบาลและข้าราชการทุกคนให้กำลังใจแก่คนเหล่านี้ ผมก็ให้ตลอดเวลาอยู่แล้ว รัฐบาลก็ให้กำลังใจเขาต่อไป และก็ให้กำลังใจว่า เราจะทำให้ดีขึ้น
อีกเรื่องหนึ่ง ขอแสดงความยินดีกับคณะหุ่นละครเล็กนาฏยบูรพา (อาจารย์.เด่น หาเลิศ) ที่พาเยาวชนไทย อายุ 7 -25 ปี กว่า 30 คน ไปคว้ารางวัล Grand Prix “ชนะเลิศ” หุ่นโลกมาครองได้เป็นผลสำเร็จ จากเวทีการประกวด WORLD PUPPET CARNIVAL 2016 (หุ่นเชิดโลก) ซึ่งจัดขึ้น ในปลายเดือน กันยายน ที่ผ่านมา ณ เมืองวูช ประเทศโปแลนด์ ด้วยการแสดงในชื่อภาษาไทยว่า“หนึ่งในโลกา” ที่มีทั้งคติสอนใจ เป็นแบบอย่างในการเป็น“มนุษย์ที่สมบูรณ์” จะต้องประกอบด้วย ความกตัญญูรู้คุณ ความเสียสละ ความมีระเบียบวินัย และมีความอดทนอดกลั้น ซึ่งเหมาะสมกับบ้านเราในเวลานี้กับโลกด้วย
ทั้งนี้ คณะหุ่นละครเล็กนาฎยบูรพา เป็นเพียงตัวแทน “หนึ่งเดียว” ของไทยที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 54 ทีมสุดท้ายจากการคัดเลือก 900 ทีมทั่วโลก จำนวนมากก็น่าภูมิใจ เพื่อเข้าทำการแข่งขันในครั้งนี้ นอกจากนั้น เรายังได้รับเกียรติ ให้เป็นการแสดงหลัก ในการพิธีเปิดและปิดอีกด้วย เป็นที่น่าสนใจ
ขอขอบคุณทุกคน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในความสำเร็จของคนไทย รวมทั้งขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับความสำเร็จของคณะนักกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ที่ผ่านมาด้วยนะครับ ช่วงที่ผ่านมากีฬาเป็นสิ่งที่นำความสุขมาสู่สังคมไทย ทำให้บ้านเมืองมีความสุขสงบ มีความรักความผูกพันกันมากขึ้น เราจะได้ประกาศศักยภาพของ “คนไทย” ในเวทีโลก ให้มากยิ่งขึ้นต่อไปในทุกสนามการแข่งขันด้วย
อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลใช้เวลาทำมาเกือบ 2 ปีแล้ว คือ การปฏิรูปการจัดทำงบประมาณของประเทศ เพื่อเป็นการวางรากฐานของการบริหารประเทศ ให้สามารถขับเคลื่อนประเทศใน “ระยะยาว” ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนปฏิรูป นโยบายรัฐบาลนี้ และต่อๆไป ตลอดจนแผนพัฒนาหลักอื่นๆ ของประเทศ อีกด้วย
ในการปฏิรูปงบประมาณของรัฐบาลนี้ ได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน
“ส่วนแรก” คือ การผลักดันกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ คือ (1) พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ (ฉบับใหม่) โดยสำนักงบประมาณ และ (2) พ.ร.บ.การเงินการคลังของรัฐ โดยกระทรวงการคลัง ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประเด็นที่สำคัญ มีดังนี้
1. ประเด็นที่มาของงบประมาณรายจ่ายที่ต้องคำนึงถึงฐานะทางการคลังของประเทศ จะต้องพิจารณาจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมทั้งความจำเป็นในการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาลเร่งด่วน เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทุก 5 ปี ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ เกิดผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการภาครัฐ “สูงสุด” มีประสิทธิภาพ โดยมี 4 หลักงานหลัก ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงบประมาณ, กระทรวงการคลัง, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังร่วมกันจัดทำงบประมาณประจำปี ทั้งนี้ ต้องมีการกำหนดนโยบายงบประมาณประจำปี ประกอบด้วย ประมาณการ “รายได้” และยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ “รายจ่าย” ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 ปี เพราะโลกมันเปลี่ยนแปลง
2. ประเด็นหน่วยรับงบประมาณซึ่ง “เพิ่มเติม” ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายได้“โดยตรง” เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ให้มากที่สุดนะครับ ไม่มีการรั่วไหล
3. ประเด็นการจำแนกงบประมาณแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ งบประมาณFunction นะครับ คือตามภารกิจของหน่วยงานเดิม เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากร และการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ
งบประมาณต่อไปคืองบประมาณบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ตามนโยบายรัฐบาล อาทิเช่น ในการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ การบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาระบบประกันสุขภาพ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว – การค้ามนุษย์ - ยาเสพติด การพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย การยกระดับคุณภาพการศึกษาและให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็ง ประชารัฐ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ที่ต้องนำสู่การผลิตและจำหน่าย และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เหล่านี้เป็นต้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น
นอกจากนั้นคือ งบประมาณบูรณาการเชิงพื้นที่ (Area based) ของจังหวัด กลุ่มจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจำเป็นต้องปรับนะครับ จากแผนงานเดิม ที่ผ่านมาเราทำมาตลอด บางอย่างก็ทำเสร็จแล้ว บางอย่างก็ยังทำไม่เสร็จ แต่พื้นที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว อาจจะเคยทำถนน อาจจะต้องเป็นยกระดับ อาจจะต้องเป็นทางข้าม ทางลอด เหล่านี้ต้องปรับให้ทันสถานการณ์ วันนี้ รถมันติด การจราจรแออัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาล ในช่วงวันทำงานก็ตาม
งบต่อไปคือ งบกลาง ทั้งนี้มีไว้เพื่อให้เกิดความอ่อนตัว ในการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ภัยแล้ง ภัยพิบัติอะไรต่างก็แล้วแต่ หรือเหตุการณ์สำคัญที่จำเป็น ตลอดจน งบประมาณเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ
ทั้งนี้ สามารถโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ “ข้ามหน่วยงาน” จากหน่วยงานหนึ่งไปยังอีกหน่วยงานได้ ภายใต้แผนงานบูรณาการเดียวกัน ซึ่งจะทำให้การบริหารราชการมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับหน่วยงาน - โครงการที่มีความพร้อม ก็จะได้ไม่เสียโอกาส
“ส่วนที่ 2” คือ การปฏิรูปการจัดทำงบประมาณ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา มีปัญหาเรื่องการเบิกจ่าย ทั้งหมด ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลนี้ มีผลการเบิกจ่ายสูงถึงร้อยละ 92.35 ในปีงบประมาณ 58 และร้อยละ 94.29 ในปีงบประมาณ 59 ซึ่ง “สูงกว่า” ปีงบประมาณ 56 และ 57 โดยการกำหนดให้ทุกหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณต้องมีการเตรียมความพร้อมการดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งระบบเก่า ระบบใหม่ มีการตรวจสอบตั้งแต่ก่อนเริ่มปีงบประมาณ 60 นี้ และปีต่อไปด้วย
ถ้าเราแบบนี้ได้ ก็จะทำให้เราสามารถเซ็นสัญญาได้เร็วขึ้น อาจจะทำได้ในไตรมาสแรก ไตรมาส2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ตามลำดับ ไม่เช่นนั้นจะไปกองอยู่ไตรมาส 4 ทั้งหมด เพราะทำไม่ได้ ใช้เวลาในการอะไร กว่าจะผ่านขั้นตอน อีกมากมายไปหมด จาก1 กลายเป็น 3 กลายเป็น 4 หรือไม่ก็ ผูกพันเป็นปีหน้าใหม่ และ อันเก่าก็เข้ามาใหม่อีก แบบนี้ไม่ได้
วิธีที่ดีที่สุด คือกิจกรรมที่ร่วมกันหลายกระทรวง คิดพร้อม ๆ กัน ประชุมซะพร้อมกัน จะทำถนน ถ้ามันเดือดร้อน ใครบ้าง มหาดไทย ผังเมือง เกี่ยวกับเรื่องของ การลงทุนทางด้านเศรษฐกิจสองข้างทาง หรือแม้แต่การจะหาที่อยู่ให้ประชาชนใหม่ หาที่ประกอบการค้าให้เขาใหม่ รวมความไปถึงรองรับเศรษฐกิจใหม่ด้วย นักลงทุนใหม่ ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต้องคิดซะทีเดียว ไม่เช่นนั้นจะมาทีละกระทรวง สร้างรถไฟคือสร้างรถไฟแล้ว ก็ต้องมาแก้ปัญหาสองข้างทางทำประโยชน์ไม่ได้ ต้องไปเคลื่อนย้ายประชาชน อีกทีก็มาขอเร่งว่าจะดูแลเขาอย่างไร ปรากฏว่าประชาชนไปหมดแล้ว แล้วเขาก็ร้องเรียนกันอยู่แบบนั้น เพราะฉะนั้นเป็นตัวอย่างง่าย ๆ ท่านคงเข้าใจ เราต้องคำนึงถึงผู้ที่มีรายได้น้อยด้วย หรือผู้ที่เดือดร้อนจากการที่แล้วทำแผนพัฒนาประเทศ แต่ไม่ทำก็ไม่ได้ แต่ถ้าทำแล้วต้องดูแลเขา อันนั้นเป็นหลักการของรัฐบาลนี้นะครับ
เราจะต้องมีการดำเนินการอย่าง “จริงจัง” ให้ทันตามกรอบเวลา เบิกจ่ายให้ได้ สำหรับหน่วยงานที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันตามแผน ในกรอบเวลา ตามกฎหมาย ตามระเบียบได้ จะต้อง “ส่งคืน” งบประมาณดังกล่าว มาตั้งไว้ที่ “งบกลาง” ไปทำอย่างอื่น หรือปรับไปให้โครงการอื่นที่สำคัญกว่า ผมจะทำตั้งแต่ปีงบประมาณ 60 คือปีนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ เพื่อจะจัดสรรให้กับภารกิจที่มีความเร่งด่วนจำเป็นมากกว่าเพื่อจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ถ้าไม่พร้อม อย่าเสนอ
การปฏิรูปงบประมาณที่ได้กล่าวมานั้น เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศของรัฐบาล จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ ความจริงใจ จากทุกส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหาร ตามลำดับชั้นลงมา ประธานบอร์ด บอร์ดกรรมการในรัฐวิสาหกิจ ต้องร่วมกันดำเนินการและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนปฏิรูป นโยบายรัฐบาล และแผนพัฒนาหลักอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แผนเกี่ยวกับด้านความมั่นคง แผนแก้ปัญหาภาคใต้ อะไรเหล่านี้ จะต้องเชื่อมโยงกันให้ประสบความสำเร็จ และแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้อย่างยั่งยืน ประเทศก็จะมีเสถียรภาพ ไม่มีความขัดแย้ง และมีความมั่นคง เสริมสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำที่ว่าทางสังคม รายได้ไม่เท่าเทียม จะเท่ากันไม่ได้หรอกครับ ขยันมากก็ได้มาก ทุนมากก็ต้องได้มาก
เพราะฉะนั้นเราไม่ใช่ประเทศที่มีการปกครองแบบอื่น นอกจากเสรีประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะฉะนั้นอันนี้เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรเราจะลดความเหลื่อมล้ำให้ได้มากที่สุด พัฒนาศักยภาพคน สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทุกด้านให้กับคน ให้กับประเทศเพื่อสร้างรายได้ มีการเสริมสร้างการเจริญเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่ดีพอและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย เราไปทำเกษตรอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำอุตสาหกรรมด้วยแต่ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หน่วยงานต่าง ๆ ก็ต้องจริงจังในการตรวจสอบ ในการอนุมัติ ในการไปติดตามผลประกอบการ การปล่อยน้ำเสีย ปล่อยอากาศเป็นพิษ อะไรเหล่านี้ ผมจะไล่ทั้งหมดในปีนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการตรวจสอบ ถ้าบกพร่องขึ้นมาผมก็จะต้องลงโทษ เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนทำงานให้เต็มที่ในปีที่เราจะส่งผ่านหรือเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล ให้เกิดความยั่งยืนขึ้น
นอกจากนั้นเรื่องสำคัญอีกอัน ผมได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้จัดทำยุทธศาสตร์ 20 ปี ของตนเองที่ว่าคือ เป็นเหมือนแผนแม่บทด้วย แล้วทำแผนรายปีและ 5 ปี แล้วก็เสนอไว้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีแผนแม่บทเรื่องรถไฟทั้งประเทศ จะเป็นอย่างไร รถไฟฟ้าทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลหรือตามเมืองใหญ่จะเป็นอย่างไร รถรางเหล่านี้ วาดภาพ วางแผนไว้ก่อน เสร็จแล้วก็ค่อย ๆ ทำไปตามนี้ ทุกคนก็ได้เห็น เมื่อเขาเห็นเขาก็มีอนาคต เขาก็วางแผนชีวิตว่าเขาจะไปลงทุนอะไร เขาจะไปเปลี่ยนอาชีพจากเกษตร ไปเป็นอย่างนี้ไหม ไปขายของ ไปทำนี่โน่นมาไหม ไปแปรรูปแทนได้ไหม อะไรทำนองนี้ ถ้าไม่เห็นตรงนี้ เขาก็มะงุมมะงาหรา พอกันทั้งคนทำแผนกับคนจะได้ประโยชน์ เพราะมันมืดไปหมด มันไม่เห็น เพราะผมเช็คดูแล้วไม่ค่อยเห็น
วันนี้ต้องทำทั้งหมด ผมสั่งไปแล้ว เป้าหมายเดือนหน้าวันที่ 15 ต้องออกแผนแม่บทมาให้ผมทั้งหมด ที่ใช้จ่ายงบประมาณทั้งสิ้น ไม่ต้องมาเขียนร่ายยาว มีแผนที่ มีระยะเวลาห้วงไหนถึงห้วงไหน ห้วงไหนจะต้องเกิดก่อน ห้วงไหนจะต้องเชื่อมต่อที่มันขาดอยู่ปัจจุบัน อะไรเร่งด่วนทำก่อนปีนี้ ไม่เกินปีหน้า ที่เหลือก็ไปทำทยอยไป อยู่ในกรอบแผนแม่บท ถ้าไม่มีตัวนี้เราก็ส่งต่อให้รัฐบาลต่อไปทราบไม่ได้ว่าเราทำอะไรไปแล้ว แล้วเขาจะทำต่อหรือไม่ทำต่อก็สุดแล้วแต่เขา ประชาชนเป็นคนเลือกท่านมา รัฐบาลก็จะได้บริหารจัดการภาพรวมได้อย่างเหมาะสม เอกชนก็จะเกิดความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ถ้าเราเห็นทิศทางอนาคตร่วมกัน มันก็จะเกิดความมั่นคงในชีวิต ในการครองตน ครองเรือน ในการประกอบอาชีพ ในการลงทุนค้าขาย อะไรก็แล้วแต่
สำหรับในเรื่องการลงทุนของรัฐวิสาหกิจและเอกชน หลายฝ่ายก็ออกมาพูดว่า ทำไมในเมื่อรัฐบาลสนับสนุนเต็มที่แล้วทำไมเขาไม่มาลงทุนนะ คงเป็นเพราะผมอยู่ ผมก็อยากจะกราบเรียนว่ามันหลายอย่างครับ เอาเฉพาะเรื่องที่สำคัญก่อนแล้วกัน 1. คือขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภายในและภายนอกประเทศ มีเสถียรภาพไหม มีความปลอดภัยไหม มีความสงบเรียบร้อยไหม น่าลงทุนไหม กฎระเบียบเราแก้ไขหรือยัง ทันสมัยเป็นสากลหรือเปล่า แรงจูงใจพอไหม ถ้าสถานการณ์ภายในสงบ เขาก็ไปดูสิว่า เขาจะมาเกิดเครือข่ายธุรกิจของเขาได้อย่างไร ไม่ใช่แค่วันที่เขาลงทุน หรือปีแรก หรือ 5 ปี เขาต้องมีกำหนดเป็น 20 ปีเหมือนกัน เพราะเขาต้องมีการกู้เงินมาลงทุน เขาไม่ได้เอาเงินบริษัทมาลงทุนทีเดียวหรอกครับ ก็กู้เงินเป็นโครงการมาแล้วก็ผ่อนชำระไป ส่วนหนึ่งก็เป็นรายได้เข้าบริษัท ไปตอบแทนนักลงทุน ผู้ถือหุ้น อะไรก็แล้วแต่ ถ้าเป็นของรัฐมันก็เป็นรายได้กลับมาที่รัฐ เพื่อจะกลับไปสู่ประชาชนในเรื่องของรัฐสวัสดิการ นั่นคืออันแรกครับสถานการณ์และกระบวนการในการพิจารณาการลงทุนของเขา
2. ผลประโยชน์ตอบแทนที่ต้องได้รับ ผมบอกแล้วรัฐบาลไม่ได้มัวเอาผลประโยชน์ แต่มันจำเป็นต้องมี เพราะมันต้องไปชดเชยซึ่งกันและกัน บางอันเป็นการบริการประชาชนเสียเยอะ แล้วก็ขาดทุน บางอันกำไร ก็ต้องเอากำไรมาเคลียร์ให้กับขาดทุน ไม่ใช่ก้อนของใครของมัน เพราะฉะนั้นในเรื่องของเอกชนเขามีบอร์ด มีกรรมการ มีผู้ถือหุ้นจำนวนมากในตลาดหลักทรัพย์ ประชาชนเป็นหมื่นเป็นแสนคนเขาถือหุ้นอยู่ เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นไปอีกส่วนหนึ่ง แล้วก็ภาษีที่จะส่งให้กับรัฐ ต้องมองให้ชัดเจนลงไปแบบนี้ครับ ที่เขายังรีรออยู่บ้างก็คือสถานการณ์ในประเทศของเรา เพราะว่าผมยืนยันกับเขาแล้วว่าประชาธิปไตยมาแน่ อย่างไรก็ต้องเป็นประชาธิปไตย ในระยะเวลาที่กำหนด แต่จะเป็นอย่างไรก็ไปว่ากันเพราะประชาชนเป็นผู้กำหนด
3. อนาคตของการลงทุนระยะยาว ถ้าลงทุนมาก ๆ ไปแล้ว เขาก็ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงว่าลงทุนไปแล้วจะไปขายใคร ถ้าขายไม่ออกสถานการณ์ภายนอกประเทศของเรา หรือในประชาคมอื่น ๆ เขามีปัญหาการสู้รบบ้าง เศรษฐกิจตกต่ำบ้าง เขาก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อ นี่ก็ผลิตมาก ๆ ลงทุนมาก ๆ แล้วขายใครล่ะครับ
เพราะฉะนั้นนี่เป็นสิ่งที่ต้องคิดให้รอบคอบนะครับ รัฐบาลยืนยันว่าเราจะให้การสนับสนุนเต็มที่ เท่าที่สามารถกระทำได้โดยไม่เสียประโยชน์ของประเทศ หลายอย่างก็ต้องเพิ่มเติมให้ หลายอย่างก็ต้องยืดระยะเวลาให้ เพราะว่ามันต้องแข่งขัน ไม่อย่างนั้นไม่มีใครลงทุน แต่จะลงทุนเมื่อไรแล้วแต่ภาคธุรกิจเขา แต่ภาครัฐวิสาหกิจก็เช่นกัน การลงทุนก็ต้องให้คุ้มค่าเพื่อสอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่
เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่เราเตรียมไว้วันนี้ เราสามารถที่จะผลักดันให้เกิดธุรกิจ Start Up ก็คือ SMEs ขั้นต้นนี้คือคนเดียวก็ได้จดทะเบียนขึ้นมา แล้วตัวเองก็พัฒนาด้วยสติปัญญาของตัวเอง มีการให้บริการซักผ้า ส่งของ ซื้อของ จ่ายตลาด ดูแลบ้าน อะไรต่าง ๆ โทรศัพท์กดเข้าไปถ้ามีการบริการก็เรียกเขามา ก็ดูความไว้วางใจ ดูความปลอดภัยด้วยเรียกใครเขาเข้าในบ้าน เพราะฉะนั้นตรวจสอบเสียก่อน เพราะฉะนั้นถ้าเราทำตรงนี้มา ก็จะเกิด SMEs สองอันขึ้นมา อันแรกของเดิม อันใหม่คือ Start Up ก็เป็น SMEs แล้วขึ้นไปสู่ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ต่อไปข้างหน้า และทำอย่างไรจะเชื่อมทั้ง 2 ทาง ทั้งข้างบน ตรงกลาง ข้างล่าง จะเกิดเป็น 2 เท่า 3 เท่าขึ้นมา จะเพิ่มการจ้างงาน เพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศของเรา ผลิตของเราให้มีราคาสูงขึ้นเพื่อการค้าขายของเรากันเอง คนไทยก็จะได้ใช้ของให้ถูกลง และอีกส่วนหนึ่งก็ส่งออกไปแข่งขันกับเขาได้ ภายนอกประเทศ เช่น ยาง เช่น ข้าว อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องสร้างธุรกิจแบบนี้ขึ้นมาใหม่ หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับการใช้สมอง ใช้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์ในเชิงธุรกิจต่อเนื่องไปด้วย เรียกว่าธุรกิจต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะ ทำข้าวได้ข้าว ทำยางได้ยาง ไม่ใช่ ต้องเกิดกระบวนการอีกเยอะแยะไปหมด งานก็สร้างมากขึ้น
การลงทุนแบบนี้ ต้องใช้เวลาใช้งบประมาณจำนวนมาก อาจจะต้องมีการกู้เงินทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ก็ต้องดูว่าสถานการณ์เราดีพอหรือยัง ไม่อย่างนั้นแหล่งเงินเขาก็ไม่ให้กู้ ถ้าบ้านเมืองยังสับสนวุ่นวาย อลหม่าน ว่ากันไปว่ากันมาอยู่แบบนี้ เราต้องคำนึงถึงส่วนนี้ด้วยสถานการณ์ภายในประเทศ จำนวนหนี้ที่รัฐบาลและรัฐวิสาหกิจต้องรับผิดชอบ ว่าไปกู้มาแล้วคุ้มทุนหรือไม่ ถ้าทุกคนต้องการ นักลงทุนก็มากแต่ไม่มีเงินผ่อนชำระเขาจะทำอย่างไร หนี้สาธารณะก็สูงขึ้น บางกลุ่มก็ว่ากล่าวไปมาอาจจะด้วยบริสุทธิ์ใจ แต่ก็ขอให้เข้าใจตามนี้แล้วกัน แต่ใครจะว่าผมก็ได้อยู่แล้วผมก็รับฟังหมดอยู่แล้ว แต่ก็ขอบอกว่ามีคนจำนวนมาก มีนักธุรกิจจำนวนมากสนใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ เพราะเราเองเป็นประเทศที่ทำการค้าแบบเสรี เขาต้องมีกระบวนการและวิธีคิด อย่าคิดเอง คำนึงถึงผลกำไรบ้าง ผลประโยชน์บ้างเพื่อคำนวณความคุ้มค่าบ้าง ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคล บุคคล และก็ผู้ถือหุ้นทั้งหมด
เรื่องระบบเศรษฐกิจใหม่ ผมพูดมาหลายครั้งแล้ว New S-Curve และ S -Curve เดิม 5 อย่างเก่า 5 อย่างใหม่ ทำให้พัฒนาให้มากขึ้นไปสู่ความทันสมัยให้มากขึ้น เพราะวันหน้าแรงงานอาจจะลดลง จะไปเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ก็ต้องเปลี่ยนเครื่องจักรไปทำนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ดึงดูดใจไปแข่งขันกับเขาได้ ไม่ใช่มีแต่ของเดิม ๆ ทำไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นนี่คือของเก่าพูดง่าย ๆ ของใหม่ที่ผมพูดเมื่อสักครู่ มี Start Up SMEs มีขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ต้องสร้างเถ้าแก่ขึ้นมาใหม่อีกแท่งหนึ่ง
เพราะฉะนั้นการจ้างงานก็จะเป็น 2 เท่า 3 เท่า หรืออาจจะจ้างงานลดลง แต่เป็นการสร้างธุรกิจเชื่อมโยงทางดิจิทัล ทางค้าขาย E-Commerce บ้างอะไรบ้าง การเงินการคลังการธนาคารแบบใหม่ เหมือนที่ต่างประเทศเขาทำที่เรียกว่าฟินเท็ค (Fin Tech-Financial Technology) ลองไปดูก็แล้วกัน เราต้องปรับกฎระบบกฎหมายต่าง ๆ ให้เป็นสากลตั้งแต่วันนี้ ก็เพียงแต่ว่าขอความเข้าใจ แน่นอนมีอะไรที่ไม่เข้าใจอีกเยอะ เพราะถ้าเราคิดใหม่ทำใหม่ต้องมีความแตกต่างทางความคิด แต่ผมว่าอดทนนะ แต่อยากให้ทุกคนที่พอจะเข้าใจหรือเข้าใจมากก็ช่วยกันอธิบายหน่อยก็แล้วกัน มันอยู่ที่เดิมไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าทำแบบเดิมก็อยู่ที่เดิม
เราจะต้องสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานให้รองรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมาใหม่ให้ได้ จะเป็นแรงจูงใจให้เขามาลงทุนอย่างที่ว่า ไม่ว่าจะถนน เส้นทาง ทางรถไฟ รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง เพื่ออนาคตทั้งสิ้น เราไปรอวันหน้าไม่ได้หรอกครับ เราค่อย ๆ ทำค่อย ๆ ผ่อนชำระไปตามแผนแม่บทที่จำเป็นที่จะต้องออกมาก่อน ถ้าเรามีระบบโลจิสติกส์ขนส่งที่มีความสะดวกรวดเร็ว ก็สะดวกต่อการลงทุน ต้นทุนก็ลดลง เขาก็มีกำไร อย่างนี้ก็เป็นแรงจูงใจให้เขามาอีกอย่างหนึ่งด้วยนะครับ
เขาจะได้จ้างงานเราเพิ่มขึ้น คนของเราจะต้องเตรียมพร้อมในการจ้างงาน มีความรู้ มีความสามารถ เป็นหัวหน้างานได้ เป็นช่างเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราจะทำแผนแม่บทให้ทั้งหมด อย่างวิศวกรรถไฟ รถไฟฟ้า การเชื่อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ Technicianเหล่านี้ต้องการมากขึ้นแน่นอนและเราก็ต้องไปจ้างคนอื่นมา และก็ลำบากต้องพึ่งเขาตลอดไป เร่งกันตั้งแต่วันนี้นะครับ หลายหน่วยงานก็รับไปแล้ว ก็คิดนวัตกรรมใหม่ขึ้นมา วิจัยใหม่ขึ้นมา จะได้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความเข้มแข็งในทุกระบบในธุรกิจที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ประชาชน เกษตรกร แล้วก็สายการผลิต แปรรูปไปสู่ตลาด รายได้มากขึ้นทั้งหมดนั้น เราจำเป็นต้องสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ เมื่อมีรายได้มากขึ้น รัฐก็มีรายได้มากขึ้นจากการเก็บภาษีในเวลาที่สมควร การช่วยเหลือดูแลการปฏิบัติงานของรัฐ เงินเดือนของข้าราชการก็สูงขึ้นไปทั้งหมด ถ้าไม่มีเงินก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งหมดจะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เรื่องใดก็ตามที่หากเราใช้เงินไปในทางช่วยเหลือตลอดเวลาหรือเรียกว่า Subsidize อะไรที่ว่าก็หมดไป ก็ไม่เกิดมูลค่า เป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชั่วคราวแต่ยั่งยืนไม่เกิดแน่นอน ต้องทำพร้อมกัน เราต้องทำทั้งช่วยเหลือไปด้วย แล้วก็ประชาชนต้องแก้ไขตัวเองช่วยเหลือตัวเอง อย่าไปสร้างหนี้เพิ่มหรือปรับปรุงเทคนิคหน่อยหนึ่ง ใช้น้ำให้น้อยลง ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยลง ก็จะดีขึ้นทั้งหมด ทำสองอย่างพร้อมกัน อย่ารอการช่วยเหลืออย่างเดียวเลย เงินอุดหนุนมากไปเราก็เดือดร้อน หรือประชานิยมที่ผิด ๆ อย่างเดียวก็เดือดร้อนอีก ปัญหาก็เกิดขึ้นมาแล้ว ระบบการแข่งขันเสียหายเราจะทำอย่างไร ประเทศก็จะล้มเหลวนะครับ บางประเทศในโลกนี้ก็เกิดขึ้นมาแล้วเห็นอยู่ในข่าวโทรทัศน์
การบังคับใช้กฎหมาย ผมก็อยากจะเรียนว่า ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายปกติและกฎหมายพิเศษอะไรก็ตาม อย่ามองว่าเป็นการผมอยากจะบังคับผู้คน หรืออยากจะมีอำนาจในการใช้กฎหมายไปทำร้ายคนหรือไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ขอให้ด้านนี้ โอเคครับผมก็รับฟังหลักการของโลกหลักการของอะไรก็แล้วแต่ แต่ผมต้องมาปรับให้สอดคล้องกับประเทศของเราด้วย วันนี้อยากให้ประชาชนทุกคนคำนึงถึงบ้านเมืองกันด้วย ว่าเราอยู่ในสถานการณ์ใด ความขัดแย้งยังมีอยู่หรือไม่ มีผู้มีเจตนาไม่บริสุทธิ์อยู่หรือไม่ ขณะเดียวกันมีคนที่หวังดีอยากให้บ้านเมืองสงบสุข อยากให้มีการปฏิรูป อยากให้ผมทำงานมีจำนวนอีกเท่าไร ไม่อย่างนั้นสองพวกนี้ตีกันทั้งคู่ ผมก็ขอบคุณทั้งคู่นะที่สงบสุขกันไปได้เยอะแล้ว อย่าเกิดขึ้นอีกเลย ขอบคุณทั้งสองฝ่ายนะ
รัฐบาลและ คสช. ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาความวุ่นวายเกิดขึ้นอีก เราก็จะฟื้นฟูประเทศไม่ได้ ปฏิรูปประเทศไม่ได้ เรื่องกรณีหากมีการเคลื่อนไหวของชาวต่างประเทศคนใดในประเทศไทย ในการที่จะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศอื่น ๆ เขา เป็นหลักการของอาเซียน ว่าเราจะไม่ให้ดินแดนของประเทศใดประเทศหนึ่งในอาเซียน เป็นที่เคลื่อนไหวของการต่อต้านประเทศในประเทศของเราของพวกเรา อันนี้คือหลักการสำคัญขอให้เข้าใจ ไม่ใช่การละเมิดสิทธิมนุษยชนอะไรหรอก หรือกลัวว่าเขาจะมาพูดอะไรให้เสียหาย วันนี้เสียหายไม่พอหรืออย่างไร ประเทศเราก็พอแล้ว คนของเราก็พูดกันเพียงพอแล้ว เอาคนอื่นมาพูดอีก แล้วก็ว่าประเทศอื่นเขาไปอีกยิ่งไปกันใหญ่ ความน่าเชื่อถือของเราก็หมดไป ผมก็ต้องยอมรับความเสี่ยงอันนี้เอง
ในส่วนตัวของผมในฐานะนายกรัฐมนตรีผมกล่าวไปแล้วเมื่อสัครู่ ขอโทษนะครับขอโทษประชาชนทุกคน บางครั้งผมอาจจะบริหารอารมณ์รับมือกับสื่อได้ไม่ดีนัก อาจจะหงุดหงิดอยู่บ้างอะไรบ้าง ซึ่งสังคมอาจจะไม่ชอบ ผมก็ไม่อยากจะแก้ตัว แต่ขอชี้แจงว่าไม่มีเจตนาอะไรเลยที่จะปิดบัง เพราะหัวใจผมมีแต่ทำงานทุกวัน เพราะฉะนั้นเมื่อมีเรื่องราวอะไรเข้ามาผมก็ต้องให้หน่วยงานเขาตรวจสอบ ทีนี้พอเร่งรัดมาก ๆ ให้ผมตอบ ผมตอบไม่ได้เพราะว่ายังไม่ได้ตรวจสอบ ไม่มีข้อเท็จจริงแล้วท่านก็จะถามผมตลอดเวลา ถามแทบจะรายชั่วโมง แต่อย่างไรท่านก็ไม่ผิด ผมผิดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ขอให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วย ทั้งในสื่อโซเชียล เมื่อวิเคราะห์ความจริงออกมาแล้ว ตรวจสอบแล้วไม่พบก็กรุณาชี้แจงให้เขาด้วย ให้ความเป็นธรรมเขาด้วย อย่าไปเรียกร้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่ทำความผิดมากนักเลย ถ้าไม่ผิดมันก็ไม่มีเรื่องหรอก คำว่ามีเรื่องในกระบวนการยุติธรรมก็คือเข้ากระบวนการยุติธรรมอย่างไร แต่ถ้าพูดกันไปพูดกันมา ยังไม่เข้าก็คือไม่เข้า ถ้าเขาเข้าแล้วตรวจสอบแล้วก็จบ เรื่องดี ๆ หลายเรื่องเกิดขึ้นลืมหมดแล้วหรือยัง วันนี้บ้านเมืองสงบสุขก็เพราะว่าทุกคนพอใจอย่างไร วันนี้เราจะเริ่มขัดแย้งกันอีกแล้ว อย่าเลยนะครับแยกกันให้ออก อย่ายึดไปโยงมา ประชาชนเขาสับสน ช่วยกันคิดดูนะครับ หลาย ๆ คดีไม่ว่าจะฝ่ายใดฝ่ายไหนก็ตามทั้งที่เป็นคนไทยทั้งคู่นั่นแหละ พอผลตรวจสอบออกมาก็ไม่เชื่อ ไม่ยอมรับ ไม่เป็นธรรม แต่พอเวลาพวกเดียวกันคดีที่เห็นชัดว่าผิด ผิดแล้วหลุดทำไมไม่บ่น ก็สถานเดียวกันนั่นแหละ ให้ความเป็นธรรมกับเขาบ้าง เจ้าหน้าที่จะได้สบายใจ ผมยังไม่เคยไปกล่าวหากระบวนการยุติธรรมเลย เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่กระบวนการยุติธรรมก็ต้องวางตัวให้เหมาะสม เพราะหลายคนก็เป็นข้าราชการด้วย เพราะฉะนั้นกฎหมายของกระบวนการยุติธรรมจะเป็นผู้ที่ทำให้เกิดความเป็นธรรม คำว่าเป็นธรรมไม่ใช่บอกว่าผมเป็นนายกรัฐมนตรีผมมีอำนาจมากกว่าแล้วผมไม่ผิด คงไม่ใช่นะไปตรวจสอบมา อันไหนตรวจสอบได้ก็ตรวจสอบไป พิจารณากันด้วยพยานวัตถุ หลักฐาน พยาน วันนี้เราชอบใช้ความรู้สึกมาก่อนใครเขียนก่อนเชื่อก่อน ใครพูดก่อนเชื่อก่อน คนที่เขาทำตามมารายละเอียดไม่อ่านแล้ว พอแล้วตัดทิ้งไปแล้ว
นี่แหละครับสิ่งดี ๆ หายไปมากมาย ทุกคนหลายคนก็ไม่กล้าที่จะทำ ก็เพียงแต่ว่าชี้แจงหน่อยได้ไหม เรื่องนี้เป็นอย่างไร ถูกผิดตรงไหน ถ้าไม่พอใจก็ไปเข้ากระบวนการยุติธรรม ก็แค่นี้แหละ มันก็จบทุกเรื่อง ผมก็ไม่ต้องมาตอบคำถามท่านทุกวันอยู่แล้ว ให้เหน็ดเหนื่อยทำไม ไม่อยากให้ประโคมข่าวกันไปกันมาก่อนเข้ากระบวนการยุติธรรม ไม่อย่างนั้นทำไม่ได้ ต้องช่วยกันแก้ไข ฟังเหตุฟังผล อย่าขยายความไปเร็วนัก แล้วตัดสินออกมาไม่ยอมรับอีก จะอยู่กันอย่างไรละครับ กฎกติกาบ้านเมืองอยู่ตรงไหน หลายอย่างครับ ข้าราชการก็มีความผิดของเขา ผิดทางวินัยก็มี ก็แค่นั้น ผิดวินัยเขาเรียกว่า ภาคทัณฑ์ จับขัง จำขัง ไล่ออก ปลดออก เขามีตั้งหลายอย่างแต่ละคดีก็มีผิดมากผิดน้อย ไม่ใช่เหมาทั้งหมดผิดก็ผิดรวดเลย ก็ไม่ใช่อีกนะ ผมพูดด้วยข้อกฎหมายไม่ได้แก้ตัวอะไรทั้งสิ้น เพราะผมก็อยู่ในกระบวนการนี้ด้วย บางอย่างอาจจะไม่เหมาะสมบ้าง บางอย่างอาจจะผิดร้ายแรง บางอย่างผิดอาญา ผิดแพ่ง ก็ไปฟ้องกันมาในกระบวนการ บ้านเมืองไม่วุ่นวาย ก็ขอให้เคารพกฎหมายนะครับ
อย่างไรก็ตามผมขอถือโอกาสนี้ ขอโทษสื่อ สังคม ประชาชน ด้วยครับ กับการแสดงออกของผมที่ไม่เหมาะสมในบางเวลา ต่อไปผมจะพยายามระมัดระวังตัวให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นให้สื่อมวลชนไปติดตามข่าวเอาเองจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่อย่างนั้นท่านไม่ฟังคนอื่นเลย ท่านก็มาฟังจากผม พอผมโมโหอารมณ์เสียก็กลายเป็นว่าผมมาลงกับท่านอีก ผมบอกให้ท่านไปถามคนอื่นเขาที่เขาเกี่ยวข้อง ผมก็ตอบแบบหลักการเท่านั้นเอง ผมจะพูดในเชิงนโยบาย ผลงาน ปัญหาของการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะผมไม่ได้ทำคนเดียว ทุกคนก็ทำด้วย รักผมก็ต้องรักคนอื่น ถ้าเกลียดผมก็รักคนอื่น เกลียดผมคนเดียวไม่เป็นไร
อีกสิ่งที่ผมอยากกล่าวในวันนี้ การเรียนรู้ของประชาชน เพื่ออนาคตของประเทศ เป็นสิ่งสำคัญ หากมีคนบางกลุ่มที่คอยสร้างแต่ความสับสน ไร้หลักการ มองทุกทางออกมีแต่ปัญหา จับผิดจับถูก แล้วก็ไม่ช่วยแนะนำ ไม่เคยหาทางออกให้แก้ปัญหาได้ ต้องการเอาชนะ-แพ้กันอย่างเดียว รัฐบาลประเทศชาติแพ้ ประชาชนตายบาดเจ็บสูญเสีย ยากจนไม่สนใจ ไม่มองอนาคต ไม่มองให้มันไกล คิดให้ไกลมองให้ไกลแล้วทำให้ไกล ๆ ด้วย อย่ามองแต่ส่วนตน มองภาพรวมเหมือนรัฐบาล ที่ผมกำลังมองอยู่วันนี้คือดูแลทุกคนทุกกลุ่ม ทั้ง 70 ล้านคนให้มีความสุข มากบ้างน้อยบ้างตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ต้องทำอย่างไรให้มันสูงขึ้นให้มันเร็วขึ้น รัฐบาลต้องการสร้างความยั่งยืน
ไม่ต้องการดำเนินนโยบายสาธารณะ หรือเป็นคะแนนเสียงที่ทุกคนต้องมารักผมทั้งประเทศ คงไม่ใช่แบบนั้นนะ ผมหวังเพียงให้ประเทศชาติดีขึ้นในวันนี้และวันหน้า และวันต่อ ๆ ไปจากรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ ไม่อยากสร้างหนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือนก็กำลังสำรวจอยู่ว่าจะช่วยเหลืออย่างไร จะบรรเทาหนี้อย่างไร จะยกหนี้ก็คงไม่ได้ จะบรรเทากันได้อย่างไร แล้วก็มาดูสิว่าหนี้ที่มีอยู่เป็นหนี้อะไร หนี้ที่เกิดจากความจำเป็น หรือเป็นหนี้ที่เกิดจากการใช้จ่ายเกินตัว หรือหนี้ที่ไม่มีมูลค่า ซื้อรถ ซื้อบ้าน อะไรเหล่านี้ก็คือหนี้ทั้งนั้น แต่ถ้าเอาตัวเลขมารวมหนี้คือหนี้ครัวเรือน ดูหนักหนาสาหัสกว่า 70% เมืองนอกเขาเป็นหนี้ครัวเรือนกันตั้ง 90% แต่ของเขามีมูลค่า ของเราไปดูสิมูลค่ามีจริงหรือเปล่า บางทีก็ไปซื้อของที่ไม่จำเป็นมาแล้วก็ไปผ่อนชำระเขา นั่นแหละคือที่เรียกว่าหนี้ครัวเรือนที่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีมูลค่า ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ก็เป็นปัญหาถาวร แล้วก็รัฐบาลเข้ามาช่วย ๆ เอาเงินอุดเข้าไป เอาเงินยกหนี้เข้าไป แล้วเงินก็ไปหมด อย่างที่ผมพูดไปทั้งหมดไม่เกิดทั้งสิ้น เราก็จะไม่มีภูมิคุ้มกันถ้าเราไม่มีความรู้
ภาพถนนน้ำขังที่แม่ละมาดจังหวัดตาก ได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว ใช้เวลาซ่อมแซม 3 วัน พอรู้เรื่องก็ซ่อม 3 วันก็เสร็จแล้ว ขออย่าให้ใช้วิธีการเหล่านี้อีกต่อไปเลยนะครับ ผมรับฟังเสมอผมย้ำไปแล้วว่าศูนย์ดำรงธรรมจะต้องเป็นผู้ที่อย่าให้เรื่องเหล่านี้หลุดมาถึงรัฐบาล เป็นเรื่องที่แก้ง่ายนิดเดียวกับงบประมาณหลาย ๆ อย่าง ทำได้อยู่แล้ว ทำไม่ได้รัฐบาลก็ขอขึ้นมา มหาดไทยก็พร้อมที่จะให้ใช้งบท้องถิ่นได้ งบสะสมได้อะไรได้ แต่ท่านไม่ทำกัน ชาวบ้านไปร้องเรียนก็เดือดร้อนก็ต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งหมด ประเด็นเรื่องนี้ก็คือเป็นแบบอย่างนะครับ
อยากจะให้รู้ว่าถนนทั่วประเทศมี 3 หน่วยงานหลักรับผิดชอบ อันแรกคือ กรมทางหลวง รับผิดชอบทางหลวงพิเศษ – ทางหลวงแผ่นดิน – ทางหลวงสัมปทาน (รวมเกือบ 7 หมื่นกิโลเมตร) สำหรับกรมทางหลวงชนบท รับผิดชอบทางหลวงชนบท (รวมเกือบ 5 หมื่นกิโลเมตร) และในกรณีที่เกิดขึ้นที่แม่ละมาดเป็นทางหลวงท้องถิ่น ซึ่งมีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดตากดูแล ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในพื้นที่ มีงบประมาณเป็นของตนเอง อาจจะพอหรือไม่พอผมไม่ทราบ คงมีแต่เห็นอ้างว่าไม่พอ แต่ท่านต้องไปจัดลำดับการใช้จ่ายที่สำคัญของท่านที่มีอยู่แล้วเดิม อะไรลำบากก่อน แก้ก่อน ไม่ใช่ไปทำของใหม่ ของเก่าก็ยังไม่สมบูรณ์ไปปรับแค่นั้นเองตามความต้องการของท้องถิ่น เรื่องบประมาณเดี๋ยวเราก็ทำให้ท่านใหม่อยู่แล้ว ขอขอบคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก ผู้ว่าราชการจังหวัดตากและผู้ที่เกี่ยวข้องก็เร่งรัดดำเนินการซ่อมแซมโดยทันที ผมก็ได้สั่งการลงไปจริง ๆ ไม่ต้องน่าจะถึง แค่ข้างล่างก็จบแล้ว ปัญหาก็คือทุกคนไม่กล้าตอบ ไม่กล้าไปดูแลเพราะมันเกี่ยวกับงบประมาณ ก็ อบจ.นั่นแหละที่ต้องแก้ตั้งแต่ต้น กำนันผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ไปขอผู้ว่าฯ ขอนายอำเภอ ไม่พอก็ขอมาถึงรัฐบาลถึงผมถึงรัฐมนตรีก็จบ อย่าไปประท้วงกันแบบนั้นเลยมันออกไปต่างประเทศนะครับ
เรื่องการเป็นหูเป็นตาของประชาชน ผมขอบคุณครับที่ทุกคนติดตามการทำงานของรัฐบาลอะไรที่ถูกที่ผิด แต่ก็ขอให้ตรวจสอบด้วยครับว่ามีข้อมูลจริง ๆ หรือไม่ ไม่อย่างนั้นจะป้ายกันไปป้ายกันมาทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องของหลักการ เรื่องของเหตุผล เรื่องของระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ มันใช้ความรู้สึกมากไม่ได้หรอกนะครับ ผมขอให้ทุกคนได้เข้ากลไกการร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ดำรงธรรม ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เราก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างยิ่ง ให้ทุกคนได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ไปดูว่าจะคุยกับใครแจ้งกับใครที่ไหน ไม่ใช่ว่าไปพูดลอย ๆ แล้วเขาไม่มาทำสักที แล้วก็ออกสื่อมันก็บานปลายไปทั้งหมด แต่ผมยินดีรับฟังแก้ไขครับ
สุดท้ายนี้ หลายคนบอกว่ามีทั้งอยากให้ผมท้อแท้ กับบางคนก็ไม่อยากให้ผมท้อแท้ ผมไม่เคยคิดท้อแท้หรือยอมแพ้อะไรทั้งสิ้นโดยอย่างยิ่ง อุปสรรคต่าง ๆ ในการทำงาน ไม่ใช่แพ้คนชนะคน ไม่ใช่ ไม่ยอมแพ้อุปสรรคเพราะชีวิตผมมาอย่างนั้น วันนี้ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจตรงกันกับผมว่าเราอยู่กันตรงไหน เรากำลังทำอะไรอยู่ และเรากำลังทำอะไรเพื่อวันข้างหน้า ทุกคนจะได้ประโยชน์อะไรวันนี้อย่างไร วันหน้าอย่างไร ประเทศชาติจะมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้อย่างไร
สิ่งที่รัฐบาลและ คสช. ทำทั้งเขียนกฎระเบียบ คำสั่ง ที่ผ่านมา ทั้งพิเศษหรือไม่พิเศษก็ตาม เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเท่านั้นเพื่อไม่ให้ประเทศไทย ตกอยู่ในที่เรียกว่าทศวรรษที่หายไป ว่างเปล่า เหมือนประเทศไทยที่ไม่มีตัวตน 10 ปีที่ผ่านมา เพราะทะเลาะและขัดแย้งมากมาย การพัฒนาเดินหน้าไม่ได้ แก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลยนั้นเขาเรียกว่าทศวรรษที่หายไป ไร้ค่า เกิดจากการพัฒนาอ่อนแอ ขัดแย้ง ผมก็ไม่ยอมที่จะให้ทุกอย่างกลับไปเป็นอย่างเดิม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมทำคนเดียวไม่ได้ ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะร่วมทำกับผมไหม ถ้าไม่ร่วมทำกับผมก็รอรัฐบาลหน้าก็รอรัฐบาลต่อไปก็แล้วกัน ผมบังคับท่านไม่ได้อยู่แล้ว ผมไม่อยากให้ทุกอย่างกลับมาทำร้ายประเทศไทยอีกต่อไป
ขอให้ทุกคนร่วมมือกันนะครับ สวัสดีครับ ขอให้มีความสุขในวันเสาร์อาทิตย์นะครับ อาทิตย์นี้อย่าลืมมีการประชุมเรื่อง ACD เป็นเรื่องสำคัญ ผมไม่เห็นเป็นข่าวอะไรเท่าไรเลย ให้ทุกสื่อช่วยกันกระจายข่าวเรื่องนี้ด้วยนะครับ ประชุม ACD เริ่มตั้งแต่เดินทางเข้ามาวันที่ 8 ถึงวันที่ 11 มีหลายเรื่อง ก็คือเราจะทำอย่างไรให้กลุ่มประเทศ ACD ทั้ง 34 ประเทศ วันนี้ไทยเราเป็นผู้นำการประชุมครั้งที่ 2 เป็นการประชุมที่สำคัญในระดับเอเชีย ว่าเราจะหาศักยภาพกันให้เจอแล้วก็ขับเคลื่อนไปสู่ประชาคมอื่น ๆ ด้วย แล้วก็พัฒนาตัวเราเองด้วยในทุกมิติ เราจะไม่หารือกันในเรื่องความขัดแย้ง หารือกันในเรื่องความร่วมมือเท่านั้น
ขอให้ทุกคนเข้าใจ ระมัดระวังการเดินทางในเส้นทางดังกล่าวด้วย เพราะว่าจะต้องมาการ รปภ. รักษาความปลอดภัย อย่าบ่นเราเลยนะครับ มันจำเป็นเพราะเป็นเวทีโลกแล้วก็เขาให้เกียรติมาประชุมร่วมกับประเทศไทย ให้เป็นเจ้าบ้านที่ดี ทำบ้านเรือนให้สะอาด ทำถนนให้ไม่รกรุงรังแล้วก็ดูแลความปลอดภัยให้ทั้งคนไทยและคนต่างประเทศที่มาอยู่ในประเทศไทยจำนวนมากในขณะนั้นด้วย ขอร้องอย่าทำร้ายประเทศชาติอีกเลยสำหรับคนไม่ดีที่คิดจะทำ ขอบคุณครับสวัสดีครับ
ที่มา ; เว็บ รัฐบาลไทย

 คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้   
เตรียมติวสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา   

-คลากรการศึกษา  ที่ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม