หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบ ผอ.รร ปี 2563

ติวสอบ ผอ.รร ปี 2563
ติวสอบ ผอ.รร ปี 2563

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

มหากาพย์โกงพันล้าน สจล. EP.1 ไขรหัสล่า 'บอส' หัวโจกลักทรัพย์-ฟอกเงิน

เรื่องใหม่ ...น่าโหลด...(วันนี้)

-1.ปฎิทินและเกณฑ์สอบผู้บริหารสถานศึกษา สพฐ.ปี 2558

3.เครื่องแบบพนักงานราชการ  2557
-เกณฑ์สอบผู้บริหารสถานศึกษา 2557 

คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

-นโยบาย รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/A/055/1.PDF
ตัวบ่งชี้ ประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ พื้นฐาน-อุดม-อาชีว 
โดย สมศ.

ข้อสอบออนไลน์ ( สอบครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่ล่าสุด




 ติวสอบ บน ยูทูป ทั้งหมด ได้ที่

 ติวสอบ บน ยูทูป

  (  คลิ๊ก ) สมัครติวสอบผู้บริหารภาค 4 ภาค 30 จุดปี 2557-2558 

มหากาพย์โกงพันล้าน สจล. EP.1 ไขรหัสล่า 'บอส' หัวโจกลักทรัพย์-ฟอกเงิน



เรียกว่าอื้อฉาวข้ามปีเลยทีเดียว สำหรับมหากาพย์คดีลักทรัพย์-ฟอกเงิน ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่มีเงินกว่าพันล้านบาท และทางตำรวจกำลังเร่งสืบเสาะเส้นทางเงิน ว่ามีการยักย้ายถ่ายเทไปที่ใครเอี่ยว ใครวางแผน ใครได้เงิน ใครร่วมรับผลประโยชน์ วันนี้ "ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์" จะร่วมไขปมที่ค้างคาใจ
ปฐมบทแห่งความฉ้อฉล คนคุมเงินเป็นเสียเอง
คดีนี้เริ่มต้น เมื่อมีเจ้าหน้าที่ของ สจล. ไปถอนเงินจำนวนหนึ่งด้วยแคชเชียร์เช็ก แต่ปรากฏว่าบัญชีที่ควรจะมีเงินเก็บหลักสิบล้าน กลับติดสปริงเด้ง จนทำให้ รศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการอธิการบดี สจล. ส่งทนายความเข้าแจ้งความกับกองปราบเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง โดยในเบื้องต้น พบว่ามีการทุจริตเงินกว่า 80 ล้านบาท จากนั้นได้ตรวจสอบย้อนหลังกลับไปพบว่าเงินได้เริ่มหายตั้งแต่ปี 2555 รวมทั้งสิ้นกว่าพันล้าน
หลังแจ้งความ ตำรวจตามควบคุมตัว 2 ผู้เกี่ยวข้อง คือ 1. น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อายุ 56 ปี ผอ.ส่วนการคลัง สจล. และ นายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 40 ปี ผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์ ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ม.264 ม.265 และ ม.268 ประกอบ ม.83
ความแตก! ต้นเหตุ ถูกลักทรัพย์ 
เบื้องต้น เงิน 80 ล้านแรก ที่พบว่าหายไป สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ต.ค.57 น.ส.อำพร ได้เสนอต่อคณะกรรมการของสถาบันว่าเงินกองกลางที่ฝากไว้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขา สจล.นั้น ได้รับดอกเบี้ยน้อย จึงทำเรื่องขออนุมัติ ถอนเงินไปซื้อแคชเชียร์เช็คนำเข้าบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์ ที่มีนายทรงกลด เป็นผู้จัดการสาขา เป็นเงิน 50 ล้านบาท วันถัดมามีการถอนเงินจากบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขานิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง 30 ล้านบาท ซื้อแคชเชียร์เช็ค นำเข้าบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์ จนกระทั่งทราบว่าเงินทั้งหมดถูกถอน โดยนายทรงกลด ทำบัญชีปลอมขึ้นใช้พิมพ์ดีดไฟฟ้าพิมพ์ตัวเลข ตกแต่งบัญชี รวมทั้งเอากาวมาแปะประกบหน้าบัญชีที่มีการถอนเงินออกไป ทำให้ดูเหมือนว่ายอดเงินยังคงอยู่ตามปกติ
อดีต ผอ.คลัง สจล. กำลังป่วย
เปิดวิธีเบิกจ่ายเงิน ว่าเหตุใดเงินพันล้านล่องหน
ส่วนเรื่องการเบิกจ่ายเงิน นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สจล. อธิบายว่า เข้ามารับตำแหน่งอธิการบดี สจล. เดือน ส.ค.55 ไม่ได้มีสิ่งผิดสังเกตในเรื่องการเบิกจ่ายเงิน เมื่อมีการเปลี่ยนตำแหน่งอธิการบดี ทุกครั้งต้องมีการเปลี่ยนลายเซ็นผู้เบิกจ่ายมาเป็นอธิการบดีคนใหม่
การเบิกจ่ายในแต่ละครั้งต้องมีผู้เซ็นอนุมัติ 3 คน ได้แก่ อธิการบดี รองอธิการบดี และหัวหน้าฝ่ายการเงิน ส่วนการซอยบัญชีไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะหลังจากที่ สจล.ออกนอกระบบ มหาวิทยาลัยต้องบริหารจัดการบัญชีเพื่อให้เกิดรายได้และประโยชน์สูงสุดต่อสถาบัน ดังนั้น หากธนาคารใดให้ดอกเบี้ยสูง ก็จะมีการโยกเงินไปฝากธนาคารดังกล่าว ตามปกติมีการเปลี่ยนธนาคารทุกๆ 3 เดือน 6 เดือน
“ผมยินดีรับการตรวจสอบและอยากให้มีการตรวจสอบโดย ป.ป.ช. และ สตง. ที่ถือเป็นผู้ตรวจสอบงบดุลบัญชีของมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว หากพบมีการยักยอกเงินจริง เชื่อว่าเรื่องนี้ต้องมีการทำเป็นขบวนการใหญ่ มีทั้งคนใน สจล.และเจ้าหน้าที่ธนาคารเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน” นายถวิลกล่าว
สำหรับ นายถวิล นั้น ดำรงตำแหน่งอธิการบดี สจล. เมื่อเดือน ส.ค.55 และถูกสภาสถาบันฯ ให้ออกจากตำแหน่งเมื่อเดือน พ.ย.56 เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขเกรดให้กับบุตรชายตนเอง
ตำรวจแถลงข่าวจับกุม พร้อมโยงความสัมพันธ์
ขยายผล โยงผู้เกี่ยวข้องเพิ่ม 5 คน เร่งตามรอยเส้นเงิน
หลังการจับกุม 2 ผู้ต้องหาสำคัญ ก็มีการขยายผล พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. ระบุว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีอีกอย่างน้อย 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินออกจากบัญชีธนาคาร 4 แห่ง โดย 1 ใน 4 เป็นบัญชีชื่อ นายพูลศักดิ์ บุญสวัสดิ์ ขณะที่มีการตรวจสอบ ก็มีการประสานงานกับ สมาคมธนาคารไทยอายัดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับขอให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด
ต่อมา พบ นายพูลศักดิ์ เป็นเจ้าของบัญชีปลายทางรับโอนเงิน 80 ล้านบาท และมีลายเซ็นหลังแคชเชียร์เช็คที่นำไปขึ้นเงิน เมื่อไล่ย้อนตรวจสอบบัญชีที่เปิดไว้กับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ปี 2555 พบว่าถอนเงินออก 29 ครั้ง ในรูปแบบฝากประจำ 994 ล้านบาท ต่อมาทยอยถอนตั้งแต่ 1 หมื่นบาท-100 ล้านบาท ที่สำคัญคือ มี นายทรงกลด ดำรงตำแหน่งผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบิ๊กซีสุวินทวงศ์ ในขณะนั้นด้วย ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังคงให้การภาคเสธ
หนุ่มแบงก์เปิดปาก อ้างทำตามคำสั่งลูกค้า
นายทรงกลด หนุ่มผู้จัดการแบงก์ กล่าวระหว่างเจ้าหน้าที่ขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรีผัดฟ้องฝากขังเป็นครั้งแรก อ้างว่าไม่เคยถอนเงินสดออกไปจากบัญชี มีเพียงทำเรื่องถอนโดยโอนเข้าบัญชีธนาคารบุคคลอื่น มีที่มาที่ไปตามความประสงค์ของลูกค้า ส่วนการซื้อแคชเชียร์เช็คเพื่อนำเงินไปเข้าบัญชีธนาคารสาขาที่ตนเป็นผู้จัดการ เป็นความต้องการของ น.ส.อำพร 
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
เปิด 3 ชื่อ เส้นทางเงิน ผอ.คลัง สจล.
เส้นทางการเงิน ที่ น.ส.อำพร ให้ นายทรงกลด นำแคชเชียร์เช็คเข้าบัญชี 3 บัญชี คือ 1. นายพูลศักดิ์ บุญสวัสดิ์ อายุ 26 ปี 2. นายจิรวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ อายุ 31 ปี และ นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด อายุ 32 ปี โดยนายจิรวัฒน์เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ส่วนนายพูลศักดิ์ขณะนี้หลบหนีอยู่ จ.กาญจนบุรี คาดว่ากำลังเตรียมหาทางหลบหนี ส่วนนายกิตติศักดิ์อยู่ระหว่างตรวจสอบ
นักศึกษา ป.โทโร่แจง พบมีเงินเข้า 85 ล้าน หอบ 24 ล้านซื้อคฤหาสน์หรู
หลังเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียก วันที่ 25 ธ.ค. นายพูลศักดิ์ บุญสวัสดิ์ อายุ 26 ปี นศ.ปริญญาโท มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เข้าพบเจ้าหน้าที่ อ้างว่าช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีเพื่อนที่รู้จักกันขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคารในชื่อตน 1 บัญชี ได้เปิดบัญชีเอาไว้ ต่อมามีเงินโอนเข้ามา 85 ล้านบาท ตอนนั้นไม่ติดใจสงสัย คิดว่าเพื่อนต้องการโอนเงินมาฝาก โดยเพื่อนคนดังกล่าวได้ขอให้ตนโอนเงินไปเข้ายังบัญชีธนาคารอื่นๆ อีก 3 ครั้ง จนเหลือเงินในบัญชีอยู่ 24 ล้านบาท โดยไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงิน แค่ทำตามที่เพื่อนขอร้อง
ส่วนเงิน 24 ล้านที่ใช้เงินสดซื้อคฤหาสน์หรู ที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบ นายพูลศักดิ์ อ้างว่า เงินทั้งหมดได้หยิบยืมมาจากเพื่อนชื่อ นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด น่าจะร่วมกันลักทรัพย์เงินของสถาบันแห่งนี้มานานแล้ว โดยน่าจะเริ่มมาตั้งแต่เมื่อปี 55 ก่อนที่จะตรวจพบว่ามีเงินหายไป 80 ล้านบาท จนขยายไปถึง 1,663 ล้านบาท
แผนผังเครือข่ายที่ทางเจ้าหน้าที่ทำขึ้น
ตร.มั่นใจ ทำกันเป็นขบวนการ
"ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเชื่อมโยงกัน สนิทกันมาก ถ้าไม่สนิทกันคงไม่โอนเงิน 80 ล้านบาทมาให้แน่ เงินในบัญชีของนายพูลศักดิ์ ตอนนี้มีเงินอยู่ประมาณ 5-6 แสนบาท ส่วนการไปตรวจค้นห้องทำงานของ น.ส.อำพร ใน สจล. พบบัญชีเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 20 บัญชี แต่เป็นชื่อของกองทุน เกี่ยวกับการเล่นหุ้นที่ซื้อไว้ประมาณ 5.8 ล้านบาท เมื่อปี 47 แต่จะมีส่วนอยู่ในยอดเงินที่หายไป 1,000 กว่าล้านบาท ด้วยหรือไม่ ต้องเข้าใจว่า น.ส.อำพรทำงานมา 30 กว่าปี มีตำแหน่งเป็น ผอ.ส่วนการคลังมานาน น.ส.อำพร น่าจะมีการเตรียมตัวอย่างดี เพราะไม่มีหลักทรัพย์อะไร ทั้งบ้าน และรถ รวมทั้งโฉนดที่ดิน เป็นชื่อของลูกหลาน ส่วน น.ส.อำพรไม่มีอะไรเลย" พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบก.ป. หัวหน้าชุดสืบสวน กล่าว
ส่วนผลการค้นบ้านเลขที่ 562 ซอยจ่าโสต แขวงและเขตบางนา ของ น.ส.อำพร โดยมีนายผดุงศักดิ์ อ่อนละเอียด อายุ 48 ปี หลานชาย น.ส.อำพร เป็นผู้ดูแล และนำตรวจค้น พบเอกสารสำคัญหลายรายการ สมุดบัญชีเงินฝากนับสิบเล่ม โฉนดที่ดินจำนวนมาก ทองรูปพรรณจำนวนหนึ่ง เป็นของนายผดุงศักดิ์ กรมธรรม์ประกันชีวิตของ น.ส.อำพร หลายฉบับ ตลอดจนใบรับรองการเป็นผู้จัดการมรดก
ถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สจล. พร้อม สรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อดีตผู้ช่วยฯ เข้าให้ข้อมูล
หลานอดีต ผอ.คลัง สจล. เชื่อ อาถูกหลอก
ขณะที่คำให้การของหลานชาย น.ส.อำพร ระบุว่า น.ส.อำพร กับนายทรงกลด สนิทกันมา 2 ปีแล้ว จากการพูดคุยกับ น.ส.อำพร เล่าว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อ้างว่าถูกนายทรงกลดหลอกให้เซ็นเอกสารมาโดยตลอด ส่วนนายพูลศักดิ์ เจ้าของบัญชีธนาคาร ไม่รู้จักกัน จึงเชื่อว่า น.ส.อำพร ถูกหลอกใช้
ส่วนเอกสารในห้องทำงานของ น.ส.อำพร สามารถอายัดเอกสารทางราชการ สมุดบัญชีส่วนตัว บัญชีกองทุนส่วนตัวกว่า 20 บัญชี เครื่องคอมพิวเตอร์ ไปที่ บก.ป. เพื่อตรวจสอบเอกสารเส้นทางการเงินว่า มีการโอนเงินไปให้บุคคลใดบ้าง
นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะในแง่ของระบบการตรวจสอบและควบคุม กำกับดูแลของหน่วยงานภาครัฐ ที่ประชุมคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ มอบให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินไปเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้รายงานความคืบหน้าโดยเร็ว
ออกหมายจับเพิ่มอีก 4
ต่อมา ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับเพิ่มอีก 4 คน ซึ่งศาลได้อนุมัติ ประกอบด้วย นายพูลศักดิ์ บุญสวัสดิ์ นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด นายจิรวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ และนายสมบัติ โสประดิษฐ์ เจ้าของบัญชีธนาคารที่มีการถ่ายโอนเงินดังกล่าว โดยทั้งหมดมีพฤติกรรมโยกย้ายถ่ายเทเงิน เข้าลักษณะการฟอกเงิน ทั้งนี้ นายกิตติศักดิ์ มีอาชีพเปิดโมเดลลิ่ง รับจัดหานายแบบหรือนางแบบ นอกจากนี้ ยังเป็นเจ้าของบริษัท มัทธุจัด จำกัด และ บริษัทเคพีพี โปรดักชั่น จำกัด ขณะที่นายจิรวัฒน์ และนายพูลศักดิ์ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร แต่กลับพบว่านายพูลศักดิ์มีคอนโดหรู ชื่อว่าคอนโดเดอะคีย์ย่านแจ้งวัฒนะ และโอนเงินเข้าบัญชี นายสมบัติ โสประดิษฐ์ 6 ล้านบาท ส่วนของนายกิตติศักดิ์ พบว่ามีบ้านราคา 35 ล้าน ย่านราชพฤกษ์
ถูกกดดันหนัก "จิรวัฒน์" มอบตัวสู้คดี 

ช่วงเวลา 04.00 น. วันที่ 27 ธ.ค.57 นายจิรวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ เดินทางเข้ามอบตัว โดยยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมกับปฏิเสธ ไม่รู้จักกับนายพูลศักดิ์
"จากแนวทางการสืบสวนทราบว่ามีคนกลางที่เชื่อมให้ผู้ร่วมขบวนการแต่ละคนมารู้จักกันและร่วมวางแผนกันมาเป็นอย่างดี ทุกคนรู้ถึงที่มาของเงินและรู้วิธีการโอนถ่ายเงิน จากกรณีดังกล่าวพบว่าเมื่อได้เงินก้อนใหญ่มาแล้ว จะแตกเงินออกไปยังที่ต่างๆ ทั้งซื้อบ้าน ซื้อทรัพย์สินเป็นลักษณะของการฟอกเงิน โดยเชื่อว่ายังมีบัญชีที่รับถ่ายโอนเงินและเกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม คาดว่าเงินที่ยังอยู่ในระบบไม่ได้ถูกถ่ายโอนไปบัญชีใดอีกกว่าพันล้านบาท" พ.ต.อ.ณษ กล่าว
พิงกี้ แถลงกรณี "หุ้นลม"
ออกหมายจับเพิ่มอีก 2 ยึดเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า 
30 ธ.ค.57 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คน รวมถึงเดินทางเข้าตรวจค้น ที่ บ.มัทธุจัด จก. หมู่บ้านธนาภิรมย์ เลขที่ 87/10 หมู่ 6 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ ซึ่งเป็นบริษัทของนายกิตติศักดิ์ เปิดเป็นบริษัทรับจัดไฟแนนซ์ โดยพบ เอกสารต่างๆ มาเชื่อมโยงกับผู้ต้องหารายอื่น เบื้องต้นยึดเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า 2 เครื่อง ตู้เซฟ 1 ตู้ เครื่องคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย 6 เล่ม เอกสารครอบครองอสังหาริมทรัพย์ บ้านหรู และคอนโดของนายกิตติศักดิ์ 6 ชุด
นอกจากนี้ ยังพบเอกสารการซื้อบ้านหรูราคากว่า 36 ล้านบาท ระบุชื่อนายกิตติศักดิ์เป็นผู้ซื้อ รวบรวมไว้เป็นหลักฐาน โดยมีรายงานว่า "เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า" ที่ยึดได้นั้น อาจเป็นเครื่องพิมพ์ดีดที่ใช้ในการปลอมแปลงตัวเลขหน้าบัญชี อยู่ระหว่างตรวจสอบ
นอกจากนี้ ยังตรวจพบว่า บ้านที่ในหมู่บ้านลัดดารมย์ ถนนแจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์ ราคา 22 ล้านบาท และห้องพักในเดอะคีย์ คอนโดมิเนียม ราคา 2 ล้านกว่าบาท ที่นายพูลศักดิ์ ผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัวซื้อไว้ มาจำนองกับ บ.มัทธุจัด จก. ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นวิธีการฟอกเงินที่กลุ่มผู้ต้องหากลุ่มนี้ใช้ ส่วนนายกิตติศักดิ์ มีรายงานข่าวว่าได้หลบหนีไปอยู่ฮ่องกง ทราบว่าได้ใช้แคชเชียร์เช็คซื้อรถสปอร์ตหรูลัมโบร์กินี ราคาเกือบ 20 ล้านบาท ก่อนขายต่อในราคาขาดทุน ซึ่งส่อว่าเป็นการฟอกเงินเพื่อให้ได้เงินมาอย่างถูกระบบ
สจล.แถลงการณ์ ฉบับ 3 แจงเงินหาย 1,475 ล้าน
ขณะที่ สจล.ออกแถลงการณ์ เรื่องข่าวความผิดปกติทางการเงินของ สจล. ฉบับที่ 3 โดยก่อนหน้านี้มีการชี้แจงมาแล้ว 2 ฉบับ โดยในฉบับที่ 3 นี้ มีเนื้อหาใจความตอนหนึ่งว่า สจล. ได้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบบัญชีเงินฝากของสถาบัน มี ศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี เป็นประธานคณะกรรมการ ตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบบัญชีเงินฝากธนาคารของสถาบัน พบมีบัญชีเงินฝาก 4 บัญชีที่มีความผิดปกติ ประกอบด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซี สุวินทวงศ์ 3 บัญชี และบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซี ศรีนครินทร์ 1 บัญชี
คณะทำงานตรวจสอบบัญชีที่มีความผิดปกติย้อนหลังถึงเดือน มิ.ย.55 พบมีการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีสถาบัน ทำให้สถาบันเสียหาย ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 55 ถึง 2 ธ.ค. 57 ความเสียหายทั้งหมดไม่รวม ดอกเบี้ย ประมาณ 1,475 ล้านบาท ทั้งนี้ ยอดเงินทั้งหมดเป็นเงินสำรองคลังของสถาบัน ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานตามแผนงานประจำปี อาทิ เงินเดือน ค่าตอบแทน ค่าจ้าง การจัดซื้อครุภัณฑ์ และวัสดุประเภทต่างๆ แต่อย่างใด โดยเกิดขึ้นในชุดผู้บริหาร 3 ชุด ดังนี้ ชุดที่ 1 ตั้งแต่ 13 ก.ค.51 ถึง 12 ก.ค.55 (รศ.ดร.กิตติ ตีรเศรษฐ เป็นอธิการบดี) ชุดที่ 2 ตั้งแต่ 20 ก.ค.55-27 พ.ย.56 (ศ.ดร.ถวิล พึ่งมา เป็นอธิการบดี) ชุดที่ 3 ตั้งแต่ 28 พ.ย. 56 ถึงปัจจุบัน (ศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี) ซึ่งการเบิก-ถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากต่างๆ ที่ให้ผลตอบแทนต่ำ เพื่อนำไปฝากในบัญชีที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่านั้น มีการปฏิบัติสืบเนื่องมาทุกคณะผู้บริหาร
ซึ่งจากแถลงการณ์ดังกล่าว อาจจะทำให้เราได้เห็นสาเหตุที่ว่า "ทำไม…เงินหายเป็นพันล้านจึงไม่มีใครรู้"
บอย ปกรณ์ ดาราหนุ่ม แถลงปมรถหรู
ตะลึง! 2 ดาราดัง ถูกโยงคดี สจล.
เมื่อมีการเจาะลึกลงไปมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องพบข้อมูลที่น่าตกใจ เมื่อเรื่องนี้มีดาราชื่อดังเกี่ยวโยงถึง 2 คน โดยรายแรกคือ "พิงกี้ สาวิกา ไชยเดช" นางเอกสาวชื่อดัง โดยพบว่า นางเอกสาวคนดังมีหุ้นอยู่ในบริษัทของ นายกิตติศักดิ์ หนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งต่อมา พิงกี้ ได้ออกมาแถลงข่าวพร้อมเจ้าหน้าที่ว่าหุ้นที่ถืออยู่เป็นหุ้นลม และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่พระเอกชื่อดังที่เกี่ยวข้องและส่อจะต้องฟาดเคราะห์ด้วยเงินก้อนใหญ่ คือ นายปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ หรือ "บอย" เพราะได้ซื้อรถลัมโบร์กินีสีเขียวต่อจากนายกิตติศักดิ์ หนึ่งในผู้ต้องหา ราคา 13.5 ล้านบาท จากเดิมที่ซื้อมาในราคาเดิมกว่า 20 ล้าน ซึ่งต่อมา ทาง พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. ได้แถลงข่าวอายัดทรัพย์สินหลายรายการ รวมถึงรถของพระเอกดัง "บอย-ปกรณ์" ด้วย ซึ่งในวันที่ 21 ม.ค. เจ้าตัวจะต้องนำรถหรูคันดังกล่าว มามอบให้กับ ปปง. ส่วนจะโดนยึดรถหรือไม่ พระเอกดังคงต้องลุ้นด้วยใจระทึก!
ตามรวบ 2 แม่ลูก ตระกูล "โสประดิษฐ์"
ตำรวจเดินหน้าขยายผล เครือข่ายลักทรัพย์ สจล. ได้ผู้ต้องหาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทั่ง วันที่ 6 ม.ค. ตำรวจได้ตามจับกุม 2 แม่ลูกตระกูล "โสประดิษฐ์"​ คือ นางสมบัติ โสประดิษฐ์ และ น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ โดยผู้ต้องหาให้การอ้างว่า รู้จักกับนายกิตติศักดิ์ ตั้งแต่สมัยเรียน ส่วนเงินที่โอนจากนายกิตติศักดิ์ เป็นเงิน 40 ล้านบาท เปิดบัญชีไว้เพื่อรับโอนเงินพนันฟุตบอล 
อดีต อธิการบดี สจล. รับสนิท 2 ผู้ต้องหาสำคัญ ยัน ตอนดำรงตำแหน่งไม่พบความผิดปกติ
นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สจล. พร้อมด้วย นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อดีตผู้ช่วยอธิการบดีฯ ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่กองปราบ เพื่อชี้แจงยืนยันเซ็นเบิกจ่ายเงินไปตามที่เสนอ ยอมรับสนิทกับ ผอ.คลังผู้ต้องหาเพราะต้องทำงานร่วมกัน ส่วน นายทรงกลด ผจก.แบงก์ ก็รู้จักดีเพราะไปทำธุรกรรมที่ธนาคาร แต่ไม่ได้สนิทสนมเป็นการส่วนตัว แต่ผู้ต้องหาคนอื่นไม่เคยรู้จักมาก่อน ขณะที่ตำรวจพอใจผลการสอบสวนมีประโยชน์กับรูปคดีมาก แต่ต้องเอาไปสอบสวนต่อยอด ยันมีหมายจับเพิ่มแน่
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเปรียบเทียบลายเซ็นกับเอกสารที่ตำรวจตรวจยึดไว้หรือไม่ นายถวิลกล่าวว่า ยังไม่มีการเซ็นเปรียบเทียบ และเอกสารต่างๆ ตนยังไม่เห็นว่ามีอะไรบ้าง ส่วนจะเคยเซ็นชื่อไปในเอกสารเกี่ยวกับการเงินมากแค่ไหนตนไม่แน่ใจ เพราะยังไม่เห็นรายละเอียด แต่ช่วงที่ดำรงตำแหน่งจำได้ว่ามีเอกสารหลายประเภทที่ต้องเซ็นชื่อลงนามทุกวัน ส่วนเอกสารที่เกี่ยวกับเงินคงคลังจำไม่ได้ว่าเซ็นไปมากเท่าไหร่ คงต้องให้ผู้บริหารชุดปัจจุบันทำรายการต่างๆ ออกมาให้ แต่เงินที่นำไปฝากแต่ละครั้ง จำได้ว่ามีจำนวนเยอะเป็นสิบล้านเพื่อเอาดอกเบี้ยที่สูงกว่า การเบิกถอนเงินเพื่อนำไปเข้าบัญชีธนาคารแห่งใหม่ที่ได้ดอกเบี้ยสูงกว่า ผู้ที่มีอำนาจพิจารณาจะต้องร่วมรับทราบและให้ความเห็นชอบด้วย
"สำหรับเงินที่สูญหายไปตนก็รู้สึกเสียดาย แต่ยืนยันว่าช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งตรวจสอบตามเอกสารแล้ว แต่ไม่พบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นจึงลงนามไป ต้องขอเรียนให้เข้าใจว่า เงินคงคลังเป็นเงินที่จะเบิกจ่ายเมื่อมีกรณีฉุกเฉิน หรือเพื่อนำมาใช้ทำประโยชน์ให้กับสถาบันฯ ส่วนเงินที่จะเบิกออกมาไม่ได้จำกัดวงเงินแล้วแต่เงื่อนไข"
โอ๊ต พราด้า เข้าชี้แจง กับ ไทยรัฐทีวี
จับ "โอ๊ต ภาดา" หนุ่มคนสนิท "กิตติศักดิ์" เปิดสัมพันธ์ "ทรงกลด"
กระทั่งล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายภาดา บัวขาว หรือ “โอ๊ต พราด้า” คนสนิทของนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด ผู้ต้องหารายสำคัญที่ตำรวจต้องการตัวมากที่สุด ซึ่งเบื้องต้นพบว่า นายภาดา ยอมรับว่าเป็นหนุ่มคนสนิทกับ นายกิตติศักดิ์ และพบว่าเคยทำธุรกรรมทางการเงินร่วมกัน
จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ ยังพบว่า นายกิตติศักดิ์ ยังเป็นหนุ่มคนสนิทกับ นายทรงกลด ผู้จัดการแบงก์ ที่รับหน้าที่โอนเงินด้วย ซึ่งจากสัมพันธ์ตรงนี้ นายกิตติศักดิ์ อาจจะใช้ให้นายทรงกลด ซึ่งมีความสนิทชิดเชื้อกับ น.ส.อำพร อดีต ผอ.คลัง มาร่วมก่อเหตุ เมื่อได้เงินแล้วก็นำกินใช้สุดหรูกับ "โอ๊ต พราด้า" และยังยักย้ายถ่ายเทเงินไปยัง บริษัททั้ง 7 แห่งของนายกิตติศักดิ์ ด้วย 
เปิดปากคนสนิท ไขรหัสล่า "บอส"
ขณะที่ นายภาดา ให้การอ้างว่า เคยได้ยินนายกิตติศักดิ์พูดถึง “บอส” ทุกเทศกาล จะนำของขวัญล้ำค่าไปมอบให้เสมอ ขณะที่ทางตำรวจพอได้เค้าแล้วว่า "บอส" คนนี้คือใคร...เพียงแต่หลักฐานยังสาวไปไม่ถึง ล่าสุด ทางตำรวจได้เชิญผู้เกี่ยวข้องอีกหลายสิบปากมาให้ปากคำเพิ่มเติม รวมถึงญาติผู้ต้องหาหลายคน 
กระทั่ง วันที่ 19 ม.ค. เงินที่หายกว่า 1.4 พันล้านของ สจล. ก็ไม่ได้จบที่ตัวเลขดังกล่าว เนื่องจาก น.ส.วรวรรณ สุวรรณกูฎ ผู้อำนวยการส่วนนิติการ สจล. ได้เดินทางเข้ากองปราบ พร้อมนำหลักฐานมามอบให้เจ้าหน้าที่ หลังตรวจพบว่า ได้มีเงินหายไปจากบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา สจล. เพิ่มอีกประมาณ 100 ล้านบาท    
ทั้งหมดนี้ คือจิ๊กซอว์ หรือตัวละครสำคัญในคดี ลักทรัพย์เงิน สจล. โดยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว วางแผนทำกันเป็นขบวนการลักเงิน ของ สจล. ออกมาผลาญอย่างเมามันตั้งแต่ปี 2555 แถมยังเล่นแร่แปรธาตุ หวังฟอกเงินให้กลายมาเป็นเงินบริสุทธิ์ของตัวเอง ทั้งนี้ หากตำรวจสามารถจับกุมนายกิตติศักดิ์ คีย์แมนคนสำคัญนี้ได้ เชื่อว่าจะสามารถสาวไปถึง "บอส" ว่าใช่คนใน สจล. หรือ มีอำนาจคนใด

          ที่มา: เว็บ นสพ.ไทยรัฐ

โดย www.tuewsob.com (ผอ.นิกร เพ็งลี)

อัพเดทเรื่องราว - ข้อสอบใหม่ ๆ 
เข้าห้องสอบออนไลน์ ( ฟรี)
เน็ตช้า ... คลิ๊กที่  http://tuewsob.blogspot.com
ห้องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
... ห้องติวสอบผู้บริหาร + การศึกษาพิเศษ
... ห้อง ติวสอบ (กรณีศึกษา) 
ห้อง ... ครูวิชาเอก  ห้อง 1  คลิ๊กที่ http://tuewsobkruthailand.blogspot.com
ห้อง ... ครูวิชาเอก  ห้อง 2  คลิ๊กที่ http://tuewsob2011.blogspot.com

  (  คลิ๊ก ) สมัครติวสอบผู้บริหารภาค 4 ภาค 30 จุดปี 2557-2558 

ฟรี... ห้องติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา-ครู-บุคลากรการศึกษา  ที่ 
" ติวสอบดอทคอม "  เขียน-สร้าง-บรรยาย โดย  (ผอ.นิกร  เพ็งลี)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม